แค้นรักสามีตัวร้าย

บทที่ 1148 ตระกูลโตเล็กไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียง



บทที่ 1148 ตระกูลโตเล็กไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียง

บุริศร์คิดจะเดินเข้าไป ได้ยินกมลพิมพ์ “หม่าม กอด ๆ

นรมนกึ่งหลับกึ่งตื่น ดึงกมลมาไว้ในอ้อมแขนอย่างไม่รู้ตัว หลับต่อไป

บริศ เห็นเช่นนี้ เขาถอนหายใจ จากนั้นกลับห้องนอนอย่าง ยอมรับชะตากรรม ยากที่จะนอนหลับลง

เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าเตียงกว้างเกินไป กว้างจนทำให้รู้สึก

โล่ง เดียวดาย

นรมนนอนกอดกมลหลับฝันหวาน เพียงแต่ตื่นขึ้นมากลางดึก ด้วยความหนาว เมื่อมองดู พบว่าผ้าห่มถูกกมลม้วนไปอยู่ท่อน ล่าง ส่วนเธอตัวเปล่า หนาวมาก

เธอส่ายหน้าอย่างจนปัญญา นอนกับสามีดีกว่า

นรมนรู้สึกคอแห้ง จึงลุกไปกินน้ำเงียบ ๆ กลับพบว่าห้องของ กานต์ไฟเปิดอยู่

เธอหยุดเดินชั่วคราวอย่างอดไม่ได้

นึกถึงสถานการณ์ของกานต์ นรมนเป็นกังวลอย่างห้ามไม่ได้ เธอรีบเดินเข้าไป แต่ยังไม่ทันเข้าใกล้ประตู ก็ถูกแขนที่แข็ง แรงดึงไป พร้อมกับปิดปาก

นรมนตก ใจเกือบร้องกรี๊ด
เมื่อเห็นว่าเป็นบุรีศร์ จึงอดโล่งอกไม่ได้

“คุณทําอะไร?

บุริศร์ส่งสัญญาณให้เธอเงียบ

นรมนหมอบข้างประตู เห็นกานต์นั่งอยู่บนเก้าอี้ ถอดกำไล ออก และ เปิดมัน ภายใต้แสงที่ปรากฏขึ้น สะท้อนเป็นหน้าจอ คอมพิวเตอร์และแป้นพิมพ์ทันที

“นี่มัน…..”

“เอาไว้ผมจะเล่าให้ฟัง

บุริศร์ใช้เสียงที่ได้ยินแค่เพียงสองคน

นรมนกลั้นหายใจดู

หลังจากกานต์เปิดคอมพิวเตอร์ก็เริ่มเข้าสู่เว็บผู้ใหญ่ แคป วิดีโอสั้น ๆ ส่งให้คอมพิวเตอร์ของบุริศร์

มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มซุกซนนั้นเห็นแล้วน่า

ตกใจ

ถ้ากานต์อยู่ในสภาพปกติ ไม่มีทางเป็นเช่นนี้แน่นอน แต่ กานต์ในตอนนี้ กลับทำให้นรมนไม่สบายใจมาก

กิจจาเดินมาจากด้านหลัง กระซิบถาม “ นี่นายส่งอะไร? ” กานต์ตอบโดยไม่หันไปมอง “เด็กเมื่อวานซืนอย่างนายไม่
เข้าใจหรอก รีบไปนอนเถอะ”

ท่าทางการพูดนั้น เหมือนกับผู้ใหญ่มาก!

กิจจาถามอย่างไม่รู้ “แต่ฉันอยากรู้นี่หน่า เหมือนนายจะดู อย่างสนุกมาก”

“ที่ไหนกันล่ะ ของอุจาดตาแบบนี้ ฉันจะชอบได้ยังไง? ฉันแค่ จะส่งให้คุณบุริศร์”

กานต์พูดพร้อมกับส่งต่อไป

กิจจาย้ายเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งข้างเขาทันที และถามต่อ “ทำไม ต้องส่งให้คุณบุริศร์ดู? ทำไมนายไม่ส่งให้คนอื่น? ”

มือของกานต์หยุดลงทันที

“จริงด้วย ทำไมฉันไม่ส่งให้คนอื่น? ว่าแต่ ฉันจะส่งให้ใครดี

นะ? ”

เขาเท้าคางท่าทางกังวล

บุริศร์กลุ้มใจทันที

นอกจากตนเองเด็กคนนี้จะส่งให้ใครอีกนะ

ทันใดนั้นก็ได้ยินกิจจาพูด “นายชอบคุณบุริศร์มากใช่ไหม? ไม่อย่างนั้น นายจะส่งให้เขาทำไม? ”

“ชอบเขา? ”

กานต์ชะงักงันอีกครั้ง จากนั้นพยักหน้า “อืม ฉันชอบเขามากเขาแข็งแกร่ง ตอนอยู่ในเขตทหารได้ยินแต่คุณงามความดีของ เขาทุกที่ ทุกวันได้ยินคนอื่นพูดเรื่องของเขา ฉันทั้งดีใจและไม่ ดีใจ”

“ทำไมล่ะ? ”

“ดีใจที่เขาคือแด๊ดดี้ของฉัน ฉันรู้สึกเป็นเกียรติ แต่ก็ไม่ดีใจที่ เขาคือแด๊ดดี้ของฉัน จุดเริ่มต้นของเขาสูงเกินไป ฉันกลัวว่าจะ ไม่มีทางอยู่เหนือเขาได้ พูดความจริงฉันค่อนข้างกดดัน

กานต์พูดไปพยักหน้าไป มีท่าทางยุ่งเหยิงและหงุดหงิดมาก

บุริศร์ไม่เคยคิดว่าตนเองสร้างความกดดันอย่างมากให้กับ ลูกชาย นี่ทำให้เขารู้สึกผิดในใจ จนแม้แต่คิดว่าการส่งกานต์ไป เขตทหารคือสิ่งที่ถูกต้องหรือเปล่า

ดูเหมือนนรมนจะรู้ว่าเขาคิดอะไร บีบมือเขาแน่นเพื่อปลอบใจ เขา

กานต์พูดจบก็โบกมือทันที “โธ่เอ๊ย ไม่คิดแล้ว ยิ่งคิดยิ่งกลุ่ม ใจ ฉันส่งนี้ให้คุณบุริศร์ต่อดีกว่า”

“ทำไมนายถึงยืนกรานส่งของสิ่งนี้ให้คุณบุริศร์? ”

กิจจาถือโอกาสถามต่อ

คําถามนี้ถามออกไปสามครั้ง แต่กานต์ไม่ได้ตอบ เห็นได้ว่า บุคลิกที่สองของกานต์ฉลาดมาก และเจ้าเล่ห์มาก เขาไม่อยาก สนใจคําถามนี้
กิจจาหน้าเคร่งขรึม

กานต์หันหน้ามาทันที ต้องกิจจาและถามออกไป “ ทำไมนาย ถึงอยากรู้คําตอบนี้? ”

“ก็อยากรู้ไงล่ะ ไม่งั้นจะเป็นอะไรไปได้อีก? ”

กิจจายิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มของเขาอ่อนโยน เหมือนสายลมฤดู ใบไม้ผลิ ทําให้คนผ่อนคลายมาก

จู่ ๆ กานต์ก็รู้สึกหนักเปลือกตา จากนั้นฟุบหลับไปบนโต๊ะทันที

กิจจาเห็นเขาไม่มีการตอบสนอง ถึงจะโล่งอก แทบจะเป็น อัมพาตไปทั้งตัว แผ่นหลังเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ

นรมนกับบุริศร์รีบเข้ามา

“กิจจา ลูกเป็นอะไรไหม? ”

นรมนถามอย่างเป็นห่วงมาก

กิจจาส่ายหน้า ตอบอย่างเหนื่อยล้า “จิตของกานต์แข็งแกร่ง มาก ผมเก็บจะควบคุมเขาไม่ไหว แด๊ดดี้ หม่า บุคลิกที่สองของ กานต์ฉลาดมาก”

“พวกเราได้เห็นสิ่งนี้แล้ว ขอบคุณนะกิจจา

บุริศร์ตบไหล่กิจจาเบา ๆ ลูกคนนี้ยังเด็ก แต่เมื่อสักครู่กลับ แสดงออกอย่างกล้าหาญ ทำให้เขาปลื้มอกปลื้มใจมาก

กิจจากลับส่ายหน้า ทิ้งร่างกายลงบนตัวบุริศร์
เห็นว่าเขาเหนื่อยมาก บุริศร์อุ้มกิจจา วางไว้บนตักของตนเอง นรมนก็อุ้มกานต์ไปนอนบนเตียง

กิจจามองกานต์และพูดว่า “อันที่จริงบุคลิกที่สองของกานต์ สามารถหลับสนิทได้แบบนี้ ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับกานต์ บุคลิก หลักของเขายับยั้งบุคลิกที่สองตลอดเวลา เหมือนเมื่อกี้ ถึงแม้ บุคลิกหลักจะหลับอยู่ บุคลิกที่สองฟื้นขึ้นมา แต่ในช่วงเวลา สำคัญ ตอนพูดถึงคุณบุริศร์ บุคลิกหลักยังคงยับยั้งบุคลิกที่สอง

นรมนฟังสิ่งนี้ไม่เข้าใจ แต่กลับได้ยินคีย์เวิร์ดที่กิจจาพูด

“คุณบุริศร์! ”

นี่เป็นชื่อที่กานต์เรียกบุริศร์ กิจจาจะเรียกบุริศร์ว่าแด๊ดดี้เสมอ แต่วันนี้กลับเรียกคุณบุริศร์ตามกานต์

กิจจาดึงดูดให้บุคลิกหลักของกานต์ปรากฏขึ้น

“โรคนี้รักษาหายได้ไหม?

นรมนไม่ค่อยแน่ใจ

เธอรับไม่ได้ที่ลูกชายกลายเป็นแบบนี้ แต่กลับต้องรับมันให้ได้

ก่อนหน้านั้นบุริศร์กลัวคนในเขตทหารรู้แล้วกานต์ต้องออก จากเขตทหาร ตอนนั้นรมนคิดแค่เพียงให้กานต์กลับมาเป็น เหมือนเดิมก็พอ ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไร การบ่มเพาะในเขต ทหารอะไรนั่น เธอไม่อยากสนใจแล้ว

กิจจามองนรมน “หม่าม บุคลิกที่สองตื่นขึ้นมาเพราะกดดันเกินไป ต้องการระบาย จิตใต้สำนึกแบ่งวิธีคลายความ ออกมา เพียงแค่กดดันน้อยแน่นอน เป็นเครียดหลังจากการยิงของกานต์ อีกอย่างคือ เขาเพิ่งในทหารกดดันเกินไป น่าจะเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของผมเข้าใจกานต์ เขาหยิ่งในศักดิ์ศรี เขาลูกชายของบริศร์ เขตทหารบุริศร์คือตำนาน เขาจึงแบกรับมากเกินไป

พูดเหล่านี้ทำให้บริศร์ดิ่งในความคิด

“เอากิจจา ลูกหม่ามรู้ การจิตขึ้นกับพลังจิต ต้องเหนื่อยแน่นอน หม่าจะไปอะไรกิน กินแล้ว

นรมนกำลังจะลุก กิจจาดึงเอาไว้

“หม่ามี้ ผมหิว อีกสักพักแนะนำหม่าสักเรื่อง

แววตาของกิจจาร้องขอ นรมน ใจอ่อนยวบทันที

“ลูกพูดมา หม่าจะฟัง

กิจจาครุ่นคิด เหลือบมองบุริศร์อีกครั้ง นั้นกล่าวเสียงเบา เหมือนแด๊ดดี้ แต่ตอนเขาไม่เหมาะที่จะอยู่เขตทหารถ้าต้องเดินบนเส้นทางการรับราชการทหาร ก็ต้องจัดการปัญหา ผลสืบเนื่องจากการยิงนี้ ไม่อย่างนั้น ผมเกรงว่าจะยิ่งลำบาก

หัวใจของนรมนกระตุก จากนั้นมองไปทางบริศร์

บริศ คิ้วขมวดแน่น

เขากล่าวเสียงเบา “พวกเราตระกูลโตเล็กไม่จำเป็นต้องมีชื่อ เสียงอะไร ผมก็เสียใจกับสถานการณ์ตอนนี้ของกานต์มาก พรุ่งนี้ ผมจะปรึกษากับกานต์ ถ้าเขายอม ผมจะทำเรื่องขอผ่อนผันปีครึ่ง ให้เขา รอเขาหายแล้วค่อยกลับไป หรืออาจจะให้เขาตัดขาดจาก เส้นทางทหาร”

คำพูดนี้บริศร์ใคร่ครวญอย่างรอบคอบถึงพูดออกมา

ลูกชายของเขาแน่นอนว่าเขาสงสาร

ในเขตทหารเขาได้รับเกียรติและชื่อเสียงมากมาย แน่นอนว่า เขารู้ เกียรติและชื่อเสียงเหล่านั้นมาได้อย่างไร เขายิ่งรู้ดี เขาไม่ เคยคิดว่าจะมีวันที่เกียรติและชื่อเสียงเหล่านี้กลายเป็นความ กดดันของกานต์

วันนี้มองเห็นลูกชายกลายเป็นแบบนี้ บุริศร์เจ็บปวดใจสุด ๆ กิจจาเห็นบุริศร์พูดแบบนี้ เขาก็ไม่พูดอะไรอีก ปีนขึ้นเตียงไป นอนทันที

เมื่อนรมนกับบริศ ออกมาจากห้องของพวกเขากลับไม่ไปห้อง นอน แต่ตรงไปที่ห้องหนังสือ
บุรีศ เปิดคอมพิวเตอร์ เป็นสิ่งของเหล่านั้นที่กานต์ส่งมาให้ อย่างที่คาดเอาไว้

มองดูสิ่งของเหล่านี้ ทั้งสองคนเงียบ

นรมนนึกถึงเมื่อสักครู่ที่ลูกชายกลายเป็นบุคลิกที่สอง เธอไม่ สบายใจอย่างยิ่ง

ลูกชายของเธอเพิ่งจะสี่ขวบเองนะ

นรมนกัดริมฝีปากล่าง “บุริศร์ อันที่จริงกานต์สามารถทำ ธุรกิจได้ คุณคิดดูสิ ทรัพย์สินที่มากมายของตระกูลโตเล็กต้องมี คนสืบทอดจริงไหม? การเป็นทหารคือความฝัน ถ้าเขาชอบ รอ เขาโตขึ้น ส่งไปฝึกในเขตทหารสองปี จากนั้นกลับมาสืบทอด ธุรกิจครอบครัวก็ไม่มีปัญหา พูดอีกอย่าง ลูกชายแค่ค่อนข้าง โดดเด่นเรื่องคอมพิวเตอร์ อีกหน่อยเขาอาจจะไม่ชอบแล้ว ก็ได้? จริงไหม? ”

บุริศร์มองนรมนพูดจาสะเปะสะปะ แน่นอนว่าเข้าใจสิ่งที่เธอ ต้องการจะบอก

นรมนต้องการตัดขาดเส้นทางการเป็นทหารของกานต์

ก่อนหน้านี้ ไม่มีใครคิดว่ากานต์จะได้สัมผัสกับความโหดร้าย ของสงครามตั้งแต่เนิ่น

เด็กสี่ขวบคนหนึ่ง ยิงคนตายด้วยน้ำมือของตนเอง จะต้องมี จิตใจที่แข็งแกร่งแค่ไหนถึงจะรับได้?

จิตใจของกานต์ไม่แตกสลายก็ดีมากแล้ว
เขาจะเป็นอัจฉริยะแค่ไหน สุดท้ายเขาก็เป็นเพียงเด็กสี่ขวบ เท่านั้น

คนที่อายุเท่าเขา ยังเล่นโคลนอยู่เลย

คิดถึงตรงนี้ บุริศร์ก็ทุกข์ใจไม่น้อย ในใจเห็นด้วยไม่น้อยกับ ข้อเสนอของนรมน

ในขณะที่เขากำลังจะตอบตกลง “โครม” ด้านนอกมีเสียงดัง อย่างกะทันหัน ทำเอานรมนกับบุริศร์ตกใจ


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ