แค้นรักสามีตัวร้าย

บทที่ 1133 นี่ก็ถือได้ว่าเป็นผลงานของบริศร์



บทที่ 1133 นี่ก็ถือได้ว่าเป็นผลงานของบริศร์

บุริศร์รู้สึกพรึบทีเดียวก็เหมือนกับว่าได้จุดไฟติดทั้งตัวขึ้นมา ทันที แต่ว่าเขาก็ยังพยายามข่มเอาไว้ ในเมื่อตอนนี้ร่างกายของ นรมนก็ยังรับไม่ไหวเท่าไหร่

นรมนสามารถรับรู้ถึงร่างกายที่เกรงขึ้นและสั่นเทาของบุริศร์ ได้อย่างชัดเจน แต่ว่ากลับไม่เห็นเขาเคลื่อนไหวต่อสักที จึงอดไม่ ได้ที่จะอึ้งไปทีหนึ่ง

“บริศร์?”

บุริศร์ถอนหายใจเบา ๆ และกอดเธอไว้ในอกแน่น แล้วพูด เสียงต่ำขึ้นว่า “ตอนนี้ยังไม่ได้ ต้องพักฟื้นอีกไม่กี่วันก่อน

ใบหน้าของนรมนแดงระเรื่อขึ้นมาทันที

เธอเกือบจะลืมความอ่อนแอของร่างกายของตัวเองไปซะแล้ว

ทั้งสองคนคลุกคลีกับอยู่บนเตียงอีกพักหนึ่ง อาการของนรมน ดีขึ้นกว่าเมื่อวานเยอะมากแล้ว

เธออยากจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย รมิดาเองก็รู้สึกว่าเอาแต่นอนอยู่บนเตียงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และที่สำคัญเธอ เองก็คิดถึงลูกของตัวเองแล้ว จึงทําการตรวจร่างกายทั้งตัวให้พร มนครั้งหนึ่งแล้วก็ขอตัวกลับเลย

นรมนอยู่ภายใต้การเดินมาเป็นเพื่อนของบุริศร์มาถึงที่สวน ดอกไม้

เพราะสาเหตุที่หลายวันนี้มีหิมะตก ในสวนดอกไม้นอกจาก

หิมะสีขาวโพลนแล้วก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีกเลย

บริศ กระชับเสื้อของเธอเข้าด้วยกันที่หนึ่ง

นรมน โผล่ใบหน้าเล็ก ๆ ออกมา ยิ้มแล้วก็พูดขึ้นว่า “ในสมัย โบราณมีฮ่องเต้ที่ปลูกดอกเหมยเพื่อสนมที่รักใคร่ คุณจะปลูกให้ ฉันหน่อยได้ไหมคะ?

“ได้”

บุริศร์ไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย

“ฉันหมายถึงปลูกเองกับมือนะ”

“ได้”

ในดวงตาของบริศ เต็มไปด้วยความรักใคร่

นรมนสงสัยว่าตอนนี้ถ้าเธอบอกว่าจะเอาดวงดาวบนท้องฟ้า เขาก็คงจะตอบว่าได้แน่
เธอหัวเราะแล้ว หัวเราะได้อย่างอิ่มเอมใจมาก

นรมนูพิงอยู่ในอกของบริศร์ แล้วพูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ตอนนี้ เป็นฤดูหนาว ปลูกต้นไม้ไม่รอดหรอก รอให้ถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า แล้วค่อยปลูก งั้นฤดูหนาว หน้าพวกเราก็จะได้เห็นดอกเหมย บานแล้ว พอถึงตอนนั้นเราก็มาชมดอกเหมยด้วยกัน”

บริศ ตอบตกลงข้อเสนอของภรรยาทุกอย่าง

นรมนรู้สึกว่าความสุขมันอยู่ใกล้ขนาดนี้ จนรู้สึกเหมือนกับว่า เพ้อฝันไปเล็กน้อย

บริศ เห็นว่าบนใบหน้าของเธอมีความเหนื่อยล้าขึ้นมาเล็ก น้อย ก็ถามเสียงอ่อนขึ้นว่า “ผมอุ้มคุณเข้าไปนอนสักพักไหม?”

“ไม่เอา ฉันชอบที่นี่ ที่นี่ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันยังมีชีวิตอยู่

คำพูดนี้ทำให้ใจของบุริศร์รู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมา

“ตุลยาตายแล้ว”

บุริศร์รู้ นรมนไม่ถาม ไม่ได้แปลว่าในใจไม่มีปัญหานี้อยู่
แล้วก็เป็นเช่นนั้น ร่างกายของนรมนสั่นไปที่หนึ่ง แล้วก็ไม่ได้ พูดอะไรอีก

สําหรับตุลยา นรมนเคยมีใจคิดที่จะเชื่อมสัมพันธ์ดี ๆ ด้วยมา ก่อน แต่น่าเสียดายจิตใจของตุลยานั้นชั่วร้ายเกินไปแล้ว จะพลิก ยังไงก็พลิกกลับมาไม่ได้แล้ว

นรมนขดตัวอยู่ในอกของบริศร์เล็กน้อย แล้วก็พูดขึ้นอย่าง โศกเศร้าเล็กน้อยว่า “คนที่ฉันสนิทชิดเชื้อที่สุดก็เหลือแค่ตัวฉัน เองแล้ว พ่อแม่และน้องสาวของฉันล้วนจากไปหมดแล้ว ถ้า หากว่าเป็นสมัยโบราณ ผู้หญิงอย่างฉันจะถูกหาว่าเป็นคนดวง กําพร้าหรือเปล่าคะ?”

“พูดไปเรื่อย”

เสียงของคุณท่านตนวรดังมาจากข้างหลัง ทำให้บริศร์และนร มนอึ้งไปครู่หนึ่งทันทีเลย

นรมนอยากจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา แต่กลับโดนคุณท่าน ตนวรห้ามเอาไว้ซะก่อน

“ไม่ต้องลุกขึ้นแล้ว ตอนนี้ร่างกายเธออ่อนแอซะขนาดนี้ ยังสู้ ตาแก่อย่างฉันไม่ได้เลย

“คุณตา”

นรมนรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง
คุณท่านตนวรกลับหัวเราะขึ้นมา

“ยังรู้จักอ้อนอีก แสดงว่าฟื้นฟูได้ไม่เลวเลย อืม นี่ก็ถือได้ว่า เป็นผลงานของบริศร์”

ใบหน้าของบริศร์มีสีแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย

“คุณตา เข้าไปนั่งเถอะ เดี๋ยวผมจะชงชาให้คุณตา บริศรเคารพนอบน้อมคุณท่านตนวรเป็นอย่างมาก

“ก็ดีเหมือนกัน”

คุณท่านตนวรอยู่ภายใต้การพยุงของโตบินแล้วเดินเข้าไป ข้างใน ตอนแรกนรมนกะว่าจะเดินเอง แต่กลับคิดไม่ถึงว่าบุริศร์ จะซ่อนตัวเธออุ้มขึ้นมาโดยตรงแล้วพาเธอเข้าไปข้างใน

เธอรู้สึกว่าบนใบหน้านั้นเป็นสีแดง สายตาของคนทุกคนต่างก็ แฝงไว้ด้วยแววขำขัน

นรมนก็เลยแสร้งทําเป็นนกกระจอกเทศแกะอยู่ในอกของบริ ศร์ซะเลย

สำหรับความเขินอายของเด็กสาวคนนี้ บุริศร์ดีใจจนหัวเราะ ออกมา

คุณท่านตนวรเห็นพวกเขาสามีภรรยารักใคร่กันดี จิตใจที่

แกว่งอยู่ถึงได้วางลงสักที อยู่ภายใต้การส่งสัญญาณของคุณท่านตนวร โตษนก็ล้วงกล่องอันหนึ่งออกมาแล้วขึ้นไป

“คุณตา นี่คือของอะไรคะ?”

นรมนถามขึ้นอย่างรู้สึกสงสัย

“เปิดออกดู ”

คุณท่านตนวรยิ้มอ่อน ๆ ขึ้น

บริศร์วางนรมนลงบนโซฟา จมูกของเธอหนาวจนเป็นสีแดง เล็กน้อย ดูแล้วน่ารักมาก

นโมนเอากล่องมาเปิดออก แล้วก็อึ้งไปทันทีเลย

มันคือโสมหนึ่งต้น

แต่ว่าสีหน้าของบริศร์กลับมีความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยแล้ว

“คุณตา อายุของโสมอันนี้น่าจะเป็นร้อยปีขึ้นไปแล้วมั้ง?

โสมแบบนี้อยู่ในตลาดคงจะต้องเป็นของที่มีราคาแต่คนซื้อไป ไหวแน่

นรมนรู้สึกไม่เข้าใจอยู่บ้าง

กิจจาออกมาในเวลานี้พอดี พอได้ยินบริศร์พูดว่าเป็นโสมอายุ ร้อยปีก็เดินเข้ามา

เขาหยิบขึ้นมาดูเล็กน้อย จากนั้นก็ลองดมดูแล้วก็ยิ้มและพูดขึ้นว่า “อันนี้เป็นของดี หม่ากินแล้วสามารถจะ เพิ่มเรี่ยวแรงได้ แต่ว่ากินเยอะมากไม่ดี วันหนึ่งกินรากฝอยของ โสมเส้นหนึ่งก็พอ”

“อืม ยังมีคนที่รู้จักของคนหนึ่งอยู่ไหนลองพูดดูซิ โสมอันนี้ มีอายุกี่ปี?”

คุณท่านตนุวรเห็นกิจจามีท่าทางที่ชอบมาก ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม

ขึ้นมา

กิจจารู้สึกเขินอายเล็กน้อยแล้วพูดอย่างยิ้ม ๆ ขึ้นว่า “โสมอัน นี้น่าจะมีอายุราว ๆ สี่ห้าร้อยปีแล้วครับ

พอคำพูด พูดออกมา นรมนก็อึ้งไปเลยทันที

“โสมที่อายุสี่ห้าร้อยปีเหรอ? คุณตา นี่มันมีมูลค่ามากเกินไป แล้ว หนูรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ”

“พูดคำพูดโง่ ๆ อะไร ของดี ๆ แบบนี้ก็จะต้องเอามากิน ตาแก่ อายุมากขนาดนี้อย่างฉัน กินแล้วก็กลัวว่าจะบำรุงไปสูญเปล่า เก็บไว้ก็เก็บไปอย่างนั้น เอามาให้คนตื่นให้เธอกิน ถ้าร่างกาย ของเธอแข็งแรงดีจิตใจของตาถึงจะมีความสุข”

คุณท่านตนวรพูดไปอย่างหัวเราะแหะ ๆ ดวงตาของนรมน ความเปียกชื้นขึ้นมาเล็กน้อย
“คุณตา”

เธอเป็นเหมือนอย่างกับเด็กคนหนึ่งซุกตัวอยู่ในอกของคุณ

ท่านตนวร

คุณท่านตนวรเองก็มีความทอดถอนใจอยู่บ้าง

ลูกหลานของตระกูลเขาไม่ได้เต็มบ้านเต็มเมือง ตอนนี้ก็เหลือ แต่แค่นรมนที่อยู่ข้างกายแล้ว ไม่ว่าจะพูดยังไง เขาก็จะต้อง รับรองให้นรมนมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย

บุริศร์เองก็รู้สึกซาบซึ้งอยู่บ้างแล้ว

กิจจาเก็บโสมให้เรียบร้อย แล้วดึงชายเสื้อของบุริศร์มาแล้ว พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “แด๊ดดี้ โสมอันนี้เป็นของที่ดีมากจริง ๆ แด๊ดดี้ ฟังผมนะ อย่าให้หมากินเยอะเกินไป

“ได้ เอาตามที่หนูพูดเลย”

ในตอนที่พูดเรื่องเกี่ยวกับการแพทย์นั้น ดวงตาของกิจจามี แววเป็นประกาย ดูน่ามองเป็นอย่างมาก

คุณท่านตนวรเองก็ชอบกิจจามาก แต่ว่ากิจจายังมีความระ

แวดระวังเล็กน้อย

ตอนที่กานต์ออกมานั้น ก็เห็นว่าคุณท่านตนวรมาแล้ว จึง ทักทายอย่างมีมารยาทขึ้นคำหนึ่ง
“สวัสดีครับคุณตาทวด”

“สวัสดีกานต์ ปิดเทอมแล้วเหรอ?”

คุณท่านตนวรจ้องมองกานต์ มักจะรู้สึกว่าเด็กคนนี้หนักแน่น เกินไป ไม่เหมือนเด็กเลยสักนิด

กานต์พยักหน้าเล็กน้อย

“อืม ปิดเทอมแล้วครับ ผมจะไปบ้านคุณอาป้องสักหน่อย ผม ไม่อยู่เป็นเพื่อนคุณตาทวดแล้วนะครับ”

“ได้”

บริศ เรียกคนมาพากานต์ออกไป

พอกิจจาเห็นกานต์ออกไปแล้ว ก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “ผมไปรับ กมลกลับมานะครับ

“ได้”

นาวินมาพากิจจาออกไป

ในห้องก็เหลือแค่ผู้ใหญ่ไม่กี่คน บุริศร์เริ่มชงชาให้คุณ

ท่านต

คุณท่านตนวรรู้สึกว่าอยู่ที่นี่มีบรรยากาศผู้คนมากยิ่งกว่า

กลิ่นหอมของชาอบอวลไปทั่วห้อง นรมนอยู่เป็นเพื่อนอยู่อีก ข้างหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะไม่พูดอะไร แต่ว่ากลับทำให้คุณท่านตนวร รู้สึกอุ่นใจเป็นอย่างมาก

เขาจ้องมองไปข้างนอก ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ข้างนอกมีหิมะ โปรยปรายลงมาอีกครั้งแล้ว พอนึกถึงบ้านของตัวเองนั้นที่ตอนนี้ มีแต่ความเงียบเหงา คุณท่านตนวรก็ถอนหายใจทีหนึ่งแล้วพูด ขึ้นว่า “จะตรุษจีนแล้ว พวกเธอควรจะไปพักที่บ้านฉันสักหน่อย แล้วใช่ไหม? รอให้ผ่านวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนหนึ่งไปแล้วค่อย กลับมา”

เขาเหงามานานแล้ว

พอตอนนี้มีเวลาว่างลงมา ก็รู้สึกกลัวความเงียบเหงาเป็นอย่าง

มาก

นโมนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง บุริศร์ก็ไม่พูดอะไร เห็นได้ชัดว่าจะ เอาความคิดเห็นของนรมนเป็นหลัก

“พี่เจตต์จะแต่งงานแล้วไม่ใช่เหรอคะ? คุณตา คงจะไม่ใช่ว่า

จะให้พี่เขาแต่งงานไปแล้วก็ยังพักอยู่ที่บ้านคุณตาหรอกนะคะ?”

“มันจะเป็นอะไรไป? ฉันซื้อคฤหาสน์ไว้ที่ชานเมืองทางทิศ เหนือหลังหนึ่ง ใหญ่มาก อีกไม่กี่วันทุกคนไปฉลองเทศกาลตรุษ จีนกับฉันที่นั่น อย่าว่าแต่สองสามีภรรยาเจตต์เลย ถึงจะเป็นทั้ง ครอบครัวของคุณป้าใหญ่เธอมาพักอาศัยอยู่ด้วยก็ยังพอเลย”
คำพูดของคุณท่านตนวรทำให้นรมนและบริศร์อึ้งไปทันทีเลย คุณป้าใหญ่เหรอ?

นงลักษณ์!

ชื่อนี้ทำให้นรมนรู้สึกลังเลอยู่เล็กน้อย

ตอนนี้ตกลงนงลักษณ์มีเป้าหมายอะไรอยู่ ใครก็ไม่อาจรู้ เธอ จะหวังผลจากตระกูลโตเล็กหรือว่าตระกูลพรโสภณอยู่หรือเปล่า ก็ไม่รู้ ถ้าตอนนี้รับนงลักษณ์กลับมาจะดีจริงหรือเปล่า?

แต่ว่าพอเห็นคุณท่านตนุวรมีท่าทางที่มีความสุข อยู่ ๆ นรมน พูดไม่ออกแล้ว

ลูกสาวทั้งสามคนของเขา ตอนนี้เหลือแต่แค่นงลักษณ์คน เดียวแล้ว

นรมนสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกของคุณท่านตนุวรได้ แต่ว่าก็

ยังลังเลมากจริง ๆ

บริศ เห็นสีหน้าภรรยาตัวเองเต็มไปด้วยความลังเล ก็รีบเปิด ปากพูดขึ้นว่า

“คุณตาครับ ทางคุณป้าใหญ่ยังมีเรื่องยุ่งอยู่อีกนิดหน่อย คิด ว่าคงจะมาฉลองตรุษจีนด้วยไม่ได้ และอีกอย่างที่ประเทศ คุณ ป้าใหญ่ก็ได้กลายเป็นบุคคลเสียชีวิตไปนานแล้ว
“อะไรนะ?”

คุณท่านตนวรขมวดคิ้วแน่นขึ้นมาทันที

บุคคลเสียชีวิตเหรอ?

หมายความว่ายังไง?

“พูดกับฉันให้ชัดเจนหน่อย”

สีหน้าของคุณท่านตนวรเคร่งขรึมลงมา

นรมนรีบพูดขึ้นว่า “คุณตาคะ เรื่องนี้เราพูดไม่ชัดเจน เพราะว่า พวกเราต่างก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนที่คุณป้าใหญ่ติดต่อหนูมา นั้น หนูยังไม่รู้สถานะของเธอเลย แต่ว่าเธออยู่ที่ประเทศนั้นได้ ตายไปแล้วจริง ๆ ค่ะ แม้แต่ลูกชายของเธอก็ยังไม่รู้เลยว่าเธอยัง มีชีวิตอยู่”

“นงลักษณ์มีลูกชายด้วยเหรอ?”

คุณท่านตนวรมีความรู้สึกทอดถอนใจอยู่บ้าง

นรมนพยักหน้าเล็กน้อย

สถานะของราเชนนั้นปิดบังไว้ไม่อยู่แล้ว ในเมื่อนงลักษณ์ได้ ส่งข่าวมาให้คุณท่านตนวรแล้ว เรื่องที่ราเชนจะปรากฏตัวออกมา นั้นก็เป็นเรื่อง ในเร็ววันนี้แล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้ประเทศจะมี สถานการณ์เป็นยังไงบ้างนั้นก็ไม่มีใครรู้
คุณท่านตนวรเข้าสู่การครุ่นคิดอย่างหนัก

ชั่วขณะหนึ่ง ในห้องรับแขกนั้นต่างก็ไม่มีใครพูดคุย บรรยากาศดูอึมครึมเป็นอย่างมาก

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานขนาดไหน คุณท่านตนวรถอนหายใจทีหนึ่ง แล้วพูดขึ้นว่า “คนหนุ่มสาวอย่างพวกเธอนั้น ทั้งวันไม่รู้ว่ากำลัง ยุ่งเรื่องอะไรอยู่ ช่างเถอะ พวกเธอมีชีวิตของพวกเธอเอง ฉันก็ บังคับอะไรไม่ได้ แต่ว่างานแต่งงานของเจตต์นั้นฉันจะจัดการ ตั้งแต่ต้นจนจบเอง

นรมนรู้อยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาขึ้นมาแล้ว

“คุณตา คุณตาเป็นแค่ตาของพี่เจตต์เท่านั้น พี่เขายังมีพ่อแท้ ๆ อยู่เลยนะคะ คุณตาจะไม่ถามความเห็นของประธานพรรษากับ พี่เจต หน่อยเลยเหรอคะ?”

“เจ้าเดนมนุษย์อย่างพรรษานั้นยังจะสนใจลูกชายด้วยเหรอ? ถ้าว่าสนใจละก็เจตต์ยังจะมีสภาพอย่างตอนนี้อยู่อีกเหรอ? พ่อที่ ไม่มีความรับผิดชอบแบบนั้นไม่เอาก็ได้ สำหรับทางเจตต์ ฉันจะ ไปคุยด้วยตัวเอง ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะไม่ให้เกียรติตาแก่ อย่างฉัน”

ค่าพูดของคุณท่านตนวรทำให้นรมนหัวเราะพรืดขึ้นมาเลย

“คุณตา คุณตานี่โมเมจริง ๆ เลย”
“ใครใช้ให้ฉันอายุเยอะที่สุดล่ะ

นาน ๆ คุณท่านตนวรจะล้อเล่นสักครั้งหนึ่ง

บรรยากาศของคนทั้งครอบครัวอบอุ่นขึ้นมาทันทีเลย

ที่ข้างนอกมีเสียงกริ่งประตูดังขึ้น แล้วป้าหวานก็ออกไปเปิด ประตู ไม่นานก็เอาของขวัญกลับมามากมาย นรมนเห็นแล้วก็ ตกใจอยู่เล็กน้อย

“ป้าหวาน นี่ ใครส่งมาคะ?”

“ทางตระกูลทวีทรัพย์ธาดาส่งมาค่ะ บอกว่าจะตรุษจีนแล้ว ก็ เลยส่งของขวัญปีใหม่มาให้คุณนายและคุณผู้ชายสักหน่อยค่ะ”

ป้าหวานดีใจแล้วก็เอาของขวัญมาวางลงบนพื้น รวม ๆ กัน แล้วมีหลายถุงใหญ่เลย

เรื่องที่นรมนเกิดเรื่องขึ้นนั้นบุริศร์ได้ปิดบังทางตระกูลทวี ทรัพย์ธาดาไว้ เพราะกลัวนิสัยที่ใจร้องของทางนั้นจะก่อเรื่อง อะไรขึ้น แล้วอีกอย่าง ในเมื่อธรรคเป็นคนของกรมทหาร สถานะ ค่อนข้างละเอียดอ่อน เรื่องบางเรื่องก็จัดการได้ยาก

พอมาวันนี้เห็นตระกูลทวีทรัพย์ธาดาส่งของขวัญปีใหม่มาให้ เยอะขนาดนี้ บุริศร์ก็ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “ไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง? แกะ ออกมาดูหน่อยดีกว่า?

“ก็ได้ค่ะ”

นรมนรู้สึกดีใจขึ้นมา แล้วก็รีบกระโดดลงไปจากโซฟา แล้วก็ มาถึงกองของขวัญแล้วก็แกะห่อบรรจุออก แต่กลับโดนของขวัญ ปีใหม่ที่อยู่ข้างในทำให้ตกใจขึ้นมา


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ