แค้นรักสามีตัวร้าย

บทที่ 1190 ถ้าเธอไม่ชอบ ฉันจะแต่งเข้าบ้านมาทำไม



บทที่ 1190 ถ้าเธอไม่ชอบ ฉันจะแต่งเข้าบ้านมาทำไม

ท่าทีของนรมนเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาเล็กน้อยทันที

ถ้าหากว่าในรถมีแต่เธอกับบุริศร์ยังพอว่า แต่ว่าในรถนี้ยังมี กมลอยู่อีกด้วย

แค่คิดว่าลูกสาวอาจจะโดนคนติดตามมา ท่าทีของนรมนก็ไม่ ดีขึ้นมาแล้ว

“กมล มาหาหม่ามี้มา

นรมนอยากจะเอากมลมากอดไว้ในอกตามสัญชาตญาณ ไม่ งั้นละก็เธอรู้สึกไม่ไว้ใจจริง ๆ แต่ว่ากมลกลับเหมือนกับว่าไม่รู้ว่า มีอันตรายอยู่ยังไงอย่างงั้น แถมยังพูดอย่างง่วงเหงาหาวนอนขึ้น ว่า “หม่ามี้ หนูง่วงจังเลยค่ะ ให้หนูนอนแป๊บหนึ่งนะคะ นั่งอยู่ข้าง หลังก็ได้ค่ะ”

พูดจบเธอก็เอียงหัวลงไปอย่างกับว่านอนหลับไปแล้วจริง ๆ

นรมนรู้สึกดูไม่ค่อยออกกับการกระทำแบบนี้ของลูกสาว แล้ว ก็ส่งสายตาไปให้บริศร์อัตโนมัติ พอเห็นว่าบุริศร์ไม่พูดอะไร และ ยังเหมือนกับว่าจะสงบนิ่งมาก ใจที่แกว่งอยู่ตรงนั้นของเธอก็ค่อย ๆ วางลงมา หรือว่าเรื่องอาจจะไม่ได้ยุ่งยากขนาดที่เธอคิดก็ได้ นรมนปลอบใจตัวเองอย่างนี้ไป

รถที่อยู่ข้างหลังยังคงตามติดเป็นเงาอยู่ระดับความเร็วรถ ของบริศร์ก็ยังคงพุ่งอยู่เหมือนเดิม แต่ว่ากมลยังคงนอนได้อย่าง หลับสนิทมาก หนำซ้ำยังมีเสียงหายใจแผ่วเบาดังลอยมาด้วย

นรมนเห็นว่าทั้งผู้ใหญ่ทั้งเด็กต่างก็ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องอะไร ก็ เลยไม่สนใจแล้ว แล้วก็พิงเบาะหลังไว้และหลับตาลงพักผ่อนไป

ตรุษจีนอย่างนี้ พูดตามตรงเธอก็ยังไม่ได้พักผ่อนดี ๆ เลย โดยเฉพาะเมื่อรู้เรื่องของอารองตระกูลทวีทรัพย์ธาดาและ นงลักษณ์แล้ว

ตอนแรกบุริศร์นึกว่าทักษะการขับรถของตัวเองจะสามารถ

สลัดหางที่อยู่ข้างหลังทิ้งไปได้ แต่เห็นได้ชัดว่าเขามองทักษะใน

การขับรถและความพยายามของรถข้างหลังผิดไป

พอเห็นว่าทางนี้ค่อนข้างใกล้กับบ้านตระกูลทวีทรัพย์ธาดา บุรี ศร์เองก็ขี้เกียจตัดสินใจอย่างอื่น ก็เลยขับรถมาถึงหน้าบ้าน ตระกูลทวีทรัพย์ธาดาเลย

ตอนที่พ่อบ้านเห็นรถของบุริศร์ก็อึ้งไปเล็กน้อยครู่หนึ่ง แต่ว่าก็ เปิดประตูใหญ่ให้อย่างรวดเร็ว

“ประธานบริศร์!”

คำพูดของเขายังพูดไม่จบ บุริศร์ก็ขับรถพุ่งเข้ามาเลย แล้ว ทำให้พ่อบ้านตกใจจนกระโดดถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว แต่ว่าบุริศร์ก็พบว่ารถที่ตามอยู่ข้างหลังได้หักหัวเลี้ยวไปแล้วก็ไม่ เห็นอีกเลย

อันตรายขจัดออกได้แล้ว

ตอนที่นรมนลืมตาขึ้นมานั้นก็พบว่ามาถึงบ้านตระกูลทวีทรัพย์ ธาดาแล้ว สีหน้าก็อดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนไปเล็กน้อย

บ้านตระกูลทวีทรัพย์ธาดาเป็นที่ที่เธอไม่อยากมาที่สุดในตอน

แววตาที่มีแววสงสัยของเธอมองไปที่บุริศร์ที่หนึ่ง แล้วพบว่า ริศร์จ้องมองไปที่กมลที่นอนหลับอยู่ข้างหลัง เหมือนกำลัง ครุ่นคิดอะไรอยู่

“มีอะไรเหรอคะ?”

“ไม่มีอะไร เข้าไปพักผ่อนสักหน่อยก่อนเถอะ”
บุริศร์ไม่ได้ตอบนรมน แต่กลับจอดรถ ให้เรียบร้อย จากนั้นก็ ลงจากรถไปอุ้มกมลขึ้นมา

วันนี้อากาศหนาวมาก เพราะกลัวว่าจะทำให้กมลหนาวได้ บุรี ศ เลยถอดเสื้อนอกของตัวเองออก แล้วเอามาห่มตัวลูกสาวไว้ แล้วอุ้มเข้าบ้านไป

ถึงแม้ว่านรมนจะตะขิดตะขวงใจเล็กน้อย แต่ว่าสถานการณ์ อย่างในตอนนี้ก็พูดอะไรมากไม่ได้ จากนั้นก็ลงจากรถไป ธรณีรู้สึกสงสัยเล็กน้อย ในตอนที่พ่อบ้านบอกว่าพวกนรมน

และบุริศร์กลับมาแล้ว

ตอนที่นรมนเดินเข้ามานั้นท่าที่ดูไม่ดีเอามาก ๆ ที่จริงเขาคิด ไม่ถึงเลยว่านรมนจะกลับมา เพราะฉะนั้นก็เลยเกิดความสงสัย ขึ้นมาเล็กน้อย แต่ว่าก็ยังให้พ่อบ้านรีบไปชงชา และเตรียม ของกินเล่น

บริศ อุ้มกมลเข้ามาในห้องรับแขก กมลยังไม่ตื่น ท่าทาง เหมือนกับว่าเหนื่อยมาก

“อาเล็ก เดี๋ยวผมอุ้มกมลไปนอนในห้องสักพักนะครับ

“ได้”

ธรณีเองก็ดูออกว่ากมลเหนื่อยมาก ถึงแม้จะไม่รู้ว่าทำไม แต่ ว่าก็ให้คนรับใช้ไปเก็บกวาดห้องอย่างรวดเร็ว

นรมนเดินเข้าหลัง ไม่พูดอะไร ว่ายังนั่งบนโซฟา แล้วหยิบของว่างที่ พ่อบ้านเตรียมมาแล้วไปหนึ่ง

และไม่ว่าเป็นของว่างอันมันถูกปาก นรมนไปหนึ่ง แล้วก็หยิบ

ชิ้นหนึ่ง

พอเห็นชอบธรณีก็รีบออกสั่งพ่อบ้านไปเตรียม มาเยอะหน่อย แต่กลับอร่อยกินเยอะไปเลี่ยนค่ะ”

คำพูดก็ไม่มีความหมายอื่นแอบแฝงไว้หรือเปล่า แต่ทำให้ธรณีอึดอัดอยู่ไม่น้อย

“งั้นเธอ

เหมือนกับธรณีจะกลับไปสู่สถานการณ์ที่น่าอึดอัดอย่าง ตอนอยู่กับ

ที่จริงไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลยจริง ๆ ล้วนเป็นเรื่องขึ้นมารมนล่ะ?
ทางด้านธรณีไม่รู้ว่าควรจะทำลายสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้ลง ยังไง หลังจากที่นรมนกินไปสามชิ้นติด ๆ กันแล้ว ก็ยกน้ำอุ่นขึ้น มาดื่มไปคำหนึ่ง แล้วถึงรู้สึกว่าร่างกายมีเรี่ยวแรงขึ้นมาเล็กน้อย อารมณ์ที่ไม่ดีอยู่ก่อนหน้านั้นก็เปลี่ยนเป็นดีขึ้นเยอะเลย

เทศกาลตรุษจีนนี้ ช่างน่ากลุ้มใจจริง ๆ

นรมนพร่ำบ่นอยู่ในใจ แต่กลับมองเห็นสีหน้าที่ระมัดระวังของ ธรณีอึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดจายังไงกับธรณีต่อ ดี จึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า “อาเล็กกะว่าจะอยู่ เป็นโสดตลอดชีวิตเลยเหรอคะ? ไม่สืบทอดตระกูลทวีทรัพย์ ธาดาต่อไปแล้วเหรอคะ?”

“?”

ธรณีโดนถามจนอึ้ง ทำไมแค่ครู่เดียวก็พูดไปปัญหาเรื่อง สืบทอดตระกูลทวีทรัพย์ธาดาแล้วล่ะ?

หรือว่านรมนไม่ได้กำลังโกรธเขาอยู่เหรอ? แต่เมื่อเทียบกับความสงสัยของธรณีแล้ว นรมนกับอยู่ ๆ ก็ นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา

โอ้โห!
ถ้าที่ตัวเองเอาไว้ก่อนหน้านี้เป็นเรื่องจริง ถ้าอารองเป็นผู้นำ ประเทศของประเทศ จริง ๆ งั้นราเชนก็เป็นลูกพี่ลูกน้องใน ตระกูลเดียวกันแล้วละ

การคาดเดา ทําให้นรมนูรู้สึกตกใจและอึ้งทิ้งไปเล็กน้อย แต่ กลับไม่ได้รู้สึกรังเกียจมากเท่าไหร่

ลูกพี่ลูกน้องนอกตระกูลก็ดี ในตระกูลก็ช่าง ยังไงชาตินี้ก็หลุด

ออกจากความเป็นญาติไม่ได้อยู่ดี แต่ว่านงลักษณ์คนนั้น……. หัวคิ้วของเธอขมวดขึ้นมาเล็กน้อย ในดวงตามีแววไม่ชอบใจ

เสี้ยวหนึ่งพาดผ่าน

ธรณีไม่รู้ว่านรมนกำลังคิดอะไรอยู่ พอเห็นนรมนมีท่าทางที่ ขมวดคิ้วขึ้น เขาก็นึกว่าเธอจะโกรธ ก็เลยรีบพูดขึ้นว่า “ก็เธอให้ ฉันไปดูตัวไม่ใช่เหรอ? ช่วงนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ลองคิดเรื่องนี้ดู แต่ว่าก็แค่รู้สึกว่าไม่ต้องรีบร้อนมากก็เท่านั้น

“ยังไม่รีบร้อนอีกเหรอคะ? อาเล็กอายุตั้งเท่าไหร่แล้ว? ถ้ายัง ไม่รีบร้อนอีกก็จะกลายเป็นผู้ชายแก่แล้วนะคะ เด็กสาวที่แรกรุ่นที่ เหมือนกับดอกไม้ที่ไหนยังจะชอบแต่งงานกับผู้ชายแก่คะ? และ อีกอย่างถ้าอายุเยอะแล้วจะเอาลูกก็ค่อนข้างยากด้วยค่ะ ตระกูลทวีทรัพย์ธาคารุ่นก่อน ๆ มีลูกหลานมากมาย จะ มาขาดตอนไปที่อาเล็กไม่ได้นะคะ”

คำพูดของนรมนนี้ทำให้มุมปากของธรณีกระตุกขึ้นเล็กน้อย

นี่เป็นหลานสาวคนโตของเขาจริง ๆ เหรอ?

ทำไมถึงรู้สึกว่าเป็นตัวก๊อบปี้ของมารดาเลย นี่จะมาบีบบังให้ เขาแต่งงานแล้วเหรอ?

“แค่ก แค่ก!”

ธรณีไอขึ้นสองคำอย่างไม่เป็นธรรมชาติแล้วพูดขึ้นว่า “คือว่า ถ้าจะนับจากอายุเยอะ ก็ควรจะนับจากอาสามของเธอให้แต่งก่อ นมั้ง?”

“อืม มันก็ใช่อยู่ ว่าแต่ช่วงนี้อาสามยุ่งเรื่องอะไรอยู่คะ?”

ดูไปแล้วเหมือนนรมนจะถามขึ้นอย่างไม่ร้อนใจอะไร แต่ที่จริง แล้วในดวงตามีปฏิกิริยาเสี้ยวหนึ่งพาดผ่านไป

ธรรครับหน้าที่การงานทั้งหมดแทนครชนะไป ตอนนี้งามสุดา ก็โดนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ และพวกเขาแค่ออกจากบ้านมาก็โดน สะกดรอยตาม นรมนไม่รู้ว่าเรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาสามหรือ เปล่า จึงได้แต่ลองสืบหาดูจากอีกด้านหนึ่งไป
อยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าการอยู่กับคนอื่นด้วยวิธีแบบนี้ช่างเหนื่อยจริง ๆ แถมยังไม่เป็นตัวของตัวเองอีก ในใจของนรมนมีความทุกข์ใจ เสี้ยวหนึ่งพาดผ่านไป

ธรณีนึกไม่ถึงว่าคำพูดของนรมนจะเปลี่ยนได้เร็วขนาดนี้ แต่ว่า ก็ยังรีบพูดขึ้นว่า “ช่วงนี้อาสามของเธอไปต่างประเทศแล้ว เห็น บอกว่าไปปฏิบัติหน้าที่อะไรสักอย่าง พออวยพรวันตรุษจีน ให้คุณ ท่านตนวรเสร็จก็ไปเลย”

“อาสามไปต่างประเทศแล้วเหรอคะ?”

ในจุดนี้ทำให้นรมนรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากเลย

“อืม เรื่องของกองทัพล้วนเป็นความลับทั้งนั้น ถ้าพูดตามหลัก แล้วก็ไม่ควรบอกเธอนะ”

คำพูดที่แอบแฝงอยู่ในคำพูดของธรณีนั้นนรมนฟังออกได้

เรื่องนี้ไม่ควรบอกเธอจริง ๆ ยิ่งไม่ควรพูดกับใครทั้งนั้น ไม่งั้น การรักษาความปลอดภัยของธรรศก็จะมีอันตรายแล้ว แต่ว่าตอน นี้ธรณีบอกไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าอยากจะเอาใจเธอ เป็นเพราะ เรื่องของนงลักษณ์เหรอ?

ในใจของนรมนรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้างแล้ว
นงลักษณ์คนนี้เป็นคนที่ซับซ้อนมาก จิตใจก็เจ้าเล่ห์มาก ถ้า หากเป็นไปได้ละก็ นรมนไม่อยากจะให้ธรณีไปมีส่วนเกี่ยวข้อง อะไรกับเธอมาก ๆ เลย และยิ่งไม่อยากจะให้ตระกูลทวีทรัพย์ ธาดาไปเกี่ยวข้องกับเธอ ถึงแม้ว่าผู้หญิงคนนี้จะมีสายเลือดที่ เหมือนกันกับเธออยู่ก็ตาม

ยังไงสีหน้าของนรมนมีความเคร่งขรึมขึ้นมาบ้าง

“อาสามไปที่ไหนเหรอคะ?”

“ไม่รู้ เขาไม่ได้บอก”

คำพูดของธรณีไม่ได้โกหก ในเมื่อตอนนี้เขาปลดประจำการ แล้ว มีเรื่องมากมายถ้าเอาตามกฎของการปิดเป็นความลับนั้น เขาไม่ควรต้องรู้ เพราะฉะนั้นเขาเองก็ไม่ได้ถาม

แน่นอนว่านรมนเองก็รู้ แล้วจ้องมองธรณีที่หนึ่งแล้วพูดขึ้นว่า “หน้าที่การงานของอาสามค่อนข้างพิเศษ เรื่องแต่งงานเรื่อง ใหญ่แบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะจัดการได้ง่าย ๆ ยังไงอาเล็กก็รีบจัดการ ปัญหาของตัวเองไปเถอะ บ้านตระกูลทวีทรัพย์ธาดา ยังไงก็ต้อง มีนายหญิงและลูกหลานอยู่ด้วย ไม่งั้นก็จะเงียบเหงาจนเกินไป

คําพูดนี้ฟังอยู่ในหูของธรณีก็คือหมายความว่า นรมนรังเกียจ ที่พอกลับบ้านมาก็ไม่มีใครพูดคุยเป็นเพื่อน เขาก็เป็นผู้ชายอกสามศอกไม่สามารถพูดคุยเรื่อง ที่เป็นส่วนตัวได้

ธรณีรีบถามขึ้นว่า “เธอชอบอาสะใภ้แบบไหนล่ะ?”

นรมนนิ่งอึ้งไปทันทีเลย

“อาเล็ก อาเป็นคนหาเมียจะมาถามหนูทำไมคะ? แค่อาชอบก็ พอแล้ว”

“แบบนั้นจะไม่ได้ได้ยังไง ถ้าเธอไม่ชอบ ฉันจะแต่งเข้าบ้านมา ทําไม?”

คำพูดนี้ทำให้ในใจของนรมนมีความรู้สึกหลากหลาย มากมาย

ขอร้องล่ะ อย่าดีกับเธอมากขนาดนี้ได้ไหม?

และที่สำคัญก็เป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต มีความเกี่ยวข้องกับเธอ ตรงไหน? ในเมื่อคนที่จะนอนบนเตียงเดียวกับธรณีไม่ใช่เธอสัก หน่อย

แต่ว่าพอเห็นสายตาที่คาดหวังของธรณีแล้ว คำพูดพวกนี้ของ นรมนก็รู้สึกจะพูดไม่ออกขึ้นมาแล้ว

“คือว่าอาดูเอาเองเถอะค่ะ ช่วงนี้หนูกับบริศร์กะว่าจะพาพวก

เด็ก ๆ ออกไปท่องเที่ยว

ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะบอกธรณี ในเมื่อจากปัญหาเรื่องที่ นงลักษณ์มาหาเขานั้น นรมนรู้สึกว่ายังไงธรณีก็ยังมีการปิดบังอยู่ แต่ว่าวินาทีนี้ยังไงเธอก็ยังทนเห็นธรณี ทุกข์ใจไม่ได้

ในเมื่อญาติของเธอก็มีไม่มากจริง ๆ

พอได้ยินว่านรมนและบริศร์จะออกไปท่องเที่ยว ธรณีก็อึ้งไป เล็กน้อย แต่ก็เห็นด้วยเป็นอย่างมาก

“ออกไปเที่ยวเล่นสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน เธอแต่งานกับบริศร์ มาตั้งหลายปีแล้ว ก็ยังไม่เคยออกไปเที่ยวเล่นกันดี ๆ สักครั้งเลย แล้วอีกย่างตอนนี้พวกเด็ก ๆ ก็อยู่บ้านกันทุกคน การออกไปท่อง เที่ยวอะไรพวกนี้เป็นวิธีหนึ่งที่จะเพิ่มความสัมพันธ์ให้กันคนใน บ้านได้ แล้วเงินพอใช้ไหม? ฉันกับอาสามของเธอได้ปรึกษากัน หน่อยแล้ว ทรัพย์สินของตระกูลทวีทรัพย์ธาดาตอนแรกพวกเรา กะว่าจะเก็บไว้ให้เธอทั้งหมดเลย เธอดูซิว่าเมื่อไหร่จะ…….

“อย่าคะ หนูไม่ได้ขาดเงิน”

นรมนฟังความหมายของธรณีออกแล้ว จึงรีบปฏิเสธขึ้นมา

ทันที

เธอเป็นลูกหลานของตระกูลทวีทรัพย์ธาดาจริง แต่ว่าเธอก็ไม่ ได้เป็นลูกหลานเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลทวีทรัพย์ธาดา

ทั้งอาสามและอาเล็กช้าเร็วยังไงก็ต้องแต่งงานมีลูก เธอจะมา ยึดครองทรัพย์สินของตระกูลทวีทรัพย์ธาดาไม่ได้ แล้วอีกอย่าง สามีเธอก็จน จนเหลือแต่เงินแล้ว ไม่มี ความจําเป็นที่จะต้องมาแย่งมรดกกับลูกพี่ลูกน้องในอนาคต หรอก?

แต่ว่าธรณีกลับยังยืนยันหนักแน่น

“ฉันรู้ว่าเธอไม่ขาดเงิน แต่ว่าสิ่งที่บ้านแม่ให้กับที่บ้านสามีให้ มันต่างกัน ผู้หญิงที่แต่งออกไปแล้วยังไงก็จะต้องมีบ้านแม่ที่มี อำนาจไว้หนุนหลังถึงจะได้ไม่โดนคนอื่นรังแกเอา ถ้าบุริศ เกิด ไม่ดีกับเธอขึ้นมา เธอก็สามารถกลับมาได้อย่างมั่นใจ ฉันกับอา สามของเธอจะเป็นหลัก ให้เธอเอง

คำพูดพวกนี้ของธรณีฟังดูจริงใจเป็นอย่างมาก ทำให้ใจของ นรมนอบอุ่นขึ้นมาทันที ความไม่พอใจที่มีต่อเขาตั้งแต่แรกโดน ขจัดออกไปแล้ว

ช่างเถอะ อาเล็กดีกับเธอซะขนาดนี้ คงจะไม่ทำร้ายเธอหรอก นะ ถึงแม้ว่านงลักษณ์พูดอะไรมาแล้วเขาจะไม่ได้บอกกับเธอ ทั้งหมด แต่เธอก็จะตัดสินใจให้อภัยเขาก็แล้วกัน

แต่ว่านรมนก็ยังต้องถามอีกประโยคหนึ่ง

“อาเล็กคะ อารองเป็นคนยังไงเหรอคะ?”


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ