แค้นรักสามีตัวร้าย

บทที่ 693 เป็นผู้ชาย งกจริงๆ



บทที่ 693 เป็นผู้ชาย งกจริงๆ

ด้านหน้ามารถมา เธอจะขับไปไหนนะ?

เจตต์รีบประคองพวงมาลัย

นิตาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ไม่เป็นไร ครั้งแรกขับได้ขนาดนี้ ก็ไม่เลวแล้ว”

“เธอว่าอะไรนะ? ขับรถครั้งแรก? เธอไม่มีใบขับขี่เหรอ?”

“ยังไม่ได้ไปสอบหนิ แพงเกินไป รอให้ถูกลงหน่อยค่อยไป สอบ”

นิตาพูดอย่างไม่รู้สึกอะไร แต่ในใจของเจตต์นั้นแทบคลั่ง

“จอดรถ! จอดรถ!”

เจตต์ไม่เคยรู้สึกกลัวเท่าวันนี้มาก่อน!

เขาวางชีวิตไว้ในกำมือของผู้หญิงที่ขับรถไม่เป็น แล้วยัง เหยียบคันเร่งถึง 160กว่า

เขาคิดว่าเขาคงบ้าไปแล้ว

นิตาไม่รู้สึกตื่นเต้นซักนิด แล้วถามขึ้น “อันไหนคือเบรค?” เจตต่ไม่อยากจะพูดอะไรอีกต่อไปแล้ว

เขารีบขยับไปเหยียบเบรค
รถพลันหยุดลงทันที ด้วยแรงนั้น ทำให้เจตต์ชนกับกระจกกัน ลม และนิดาชนเข้ากับตัวของเจต

เจตต์ถูกนิตาชน กระดูกของเขากระแทกเข้ากับพวงมาลัย เขา คิดว่าถ้ากระดูกไม่หักก็คงเกือบหัก

เขาไม่เคยย่ำแย่ขนาดนี้มาก่อน เจ็บเสียจนอธิบายไม่ถูก จน รู้สึกโมโห

“เธอไม่มีสมองยังไง? ไม่มีใบขับขี่ยังกล้าขับรถอีก? แล้วยัง กล้าขับถึง160? แล้วยังมาท้าทายฉัน? ในสมองเธอมีอะไรบ้าง? ต่อให้เธออยากตาย ฉันก็ยังไม่อยากตายกับเธอซักหน่อย

เจตต์ตะคอกใส่นิตา เสียจนเธอหูชา

เธอมองหน้าเจตต์ แล้วพูดด้วยความไม่ใยดี “แล้วจะทำไม? ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยขับ แค่เคยขับรถแบบนี้แค่นั้น! ที่บ้านฉันมีรถ สามล้อไฟฟ้า ฉันเคยขี่แล้ว มันจะต่างกันตรงไหน?”

เจตต่ไม่อยากจะคุยกับเธอแล้วจริงๆ รถสามล้อไฟฟ้ากับรถยนต์เหมือนกันเหรอ?

นี่มันทฤษฎีตรรกะอะไรกัน?

“ลงรถ!”

เจตต์รู้สึกว่าถ้าเขายังอยู่กับนิตาต่อไป คงจะโมโหขึ้นเรื่อยๆ

นิตาคิดว่าเจตต์จะขอเปลี่ยนที่นั่ง จึงลงจากรถอย่างเชื่อฟัง แต่ เมื่อเจตต์นั่งบนที่คนขับปั๊บ เขาก็เหยียบคันเร่งออกไปทันที
นิตาตะโกนตามด้านหลัง เจตต์ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น เขาขับ ย้อนกลับทางเดิม

เขาเปลี่ยนความคิดแล้ว

เขาจะไปหานรมน ให้เธอเอายัยแปลกนี่กลับไป งานนี้เจตคงช่วยเธอไม่ได้จริงๆ

นิตามองเจตต์ที่ไม่มีทางย้อนกลับมา ก็รู้ว่าตัวเองได้ทำให้เขา โกรธจริงๆแล้ว

แต่เธอไม่ได้รู้สึกผิดจริงๆ ทำไมเขาต้องมีปฏิกิริยาขนาดนั้น ด้วย?

นิตานั่งลงข้างทางด้วยความสับสน มองดูเส้นทางที่ยาวไกล

เธอควรจะไปสิบสองปันนา หรือกลับไปดี?

ไม่ว่าจะไปทางไหน คิดว่าต้องรออีกนานกว่าจะมีรถผ่านมา เธอพลันรู้สึกหิวขึ้นมา

ผู้ชายคนนี้ขี้งกจริงๆเลย

แค่ขับรถเอง ทำไมต้องเอาเธอมาทิ้งไว้ตรงนี้ด้วย?

นิตาเบ้ปาก จากนั้นดูแผนที่ในโทรศัพท์ ดูเหมือนตรงนี้จะห่าง จากป้ายรถประจําทางประมาณ 10 กม.

เธอดูอากาศ อากาศดีอยู่
นิตาลุกขึ้นมา ปัดก้น แล้วเดินไปทางป้ายรถประจำทาง

ไม่ว่าอย่างไร เธอก็ต้องไปดูที่นั่น ไม่อย่างนั้นงานจะไม่เดิน หน้า

เดิมเธอเป็นเพียงพนักงานตำแหน่งเล็กๆคนหนึ่ง ที่ถูกนรมน ดึงมาเป็นผู้จัดการ เธอดีใจมาก และคิดว่าไม่ว่าอย่างไรจะต้อง ตอบแทนที่นรมนดีกับเธอขนาดนี้

นิตารวบรวมสติ แล้วเดินฮัมเพลงไปข้างหน้า

เจตต์ขับรถออกมาได้ 5-6 กม.แล้ว จากนั้นจอดรถลงที่ข้าง ทาง

ถึงแม้ว่าจะไม่ชอบนิตา และโมโหเธอจนแทบจะเผาให้เป็นจุล ได้ แต่เธอก็ยังเป็นลูกน้องของนรมน เป็นคนที่นรมน ให้ความ สำคัญ ถึงว่าเขาจะมองไม่เห็นว่าเธอควรค่าแก่ที่นรมนให้ความ

สําคัญตรงไหนก็ตาม

นิตาหลังจากที่จบมอปลาย เธอก็เลิกเรียนแล้วออกมาทำงาน ทำเป็นพนักงานเล็กที่บริษัทท่องเที่ยวมาตลอด เขาไม่เห็นว่านิตา จะมีความสามารถพิเศษตรงไหน ทำไมนรมนถึงดึงให้เธอขึ้นมา เป็นถึงผู้จัดการ?

และสิ่งที่พิเศษในตัวของผู้หญิงคนนี้ คือถ้าหากตัวเธอตั้งใจจะ ทําอะไรแล้ว ก็ต้องทําให้สําเร็จ

เมื่อเจตต์ไม่รู้ว่าเธอนั้นควรจะอยู่ในจุดไหน ทำให้เขาทำอะไร ไม่ถูกเหมือนกัน
“ช่างเถอะ ฉันจะไม่เอาเรื่องเธอแล้วกัน ถ้าไม่ไหวจริง วันหลัง ไม่ให้เธอแตะรถอีก อย่างไรซะนรมนก็ฝากฝังมาแล้ว”

เจตต์พูดกับตัวเอง เขารู้ว่าตัวเองเสียเปรียบมาก

ต้องกลับไปเล่าให้นรมนูฟัง

เจตต์คิดเช่นนั้น แล้วจึงกลับหัวรถ ขับไปยังที่ที่จากมา แต่พบ ว่านิตาหายไปแล้ว

“คงไม่ใช่หมาป่าคาบไปไปแล้วนะ?”

เจตต์มองดูทางที่เป็นพูเขารอบๆ แล้วพูดกับตัวเองอีกครั้ง “ไม่มีทาง ผู้หญิงแกร่งแบบนั้น หมาป่าเจอก็ต้องกลัว แล้วเธอไป ไหนกันนะ?”

ในทางที่เขาขับย้อนกลับมาไม่เจอนิตา คงมีเหลือทางเดียวคือ

เธอเดินต่อไปด้านหน้า

แล้วเธอเดินไปอย่างไรกันนะ?

เดินเหรอ?

เจตต์คิดว่าเป็นไปไม่ได้ จึงค่อยๆขับรถไปด้านหน้า

ขับไปสิบกว่านาที เจตต์ก็เจอนิตากำลังเดินร้องเพลง ผู้หญิงคนนี้เดินเท้าจริงๆด้วย?

เธอคงไม่คิดจะเดินไปถึงสิบสองปันนาหรอกใช่ไหม?

เจตต์รู้สึกว่าผู้หญิงอย่างนิตาเข้าใจยากมาก
เขาตะโกนเรียกเธอ แต่ได้ยินเสียงที่เธอร้องเพลง ไพเราะมาก ผู้หญิงคนนี้มีผิวคล้ำ แต่เสียงไพเราะมาก และร้องเพลงพื้น บ้านนี้ได้เหมือนกับเสียงนกที่กำลังร้องเพลง

เจตต์อดไม่ได้ที่จะนึกถึงนรมน

นรมนก็เคยร้องเพลงได้เพราะขนาดนี้ แต่ตอนนี้ที่กลายมาเป็น เช่นนี้ พอจะมีทางไหนที่ทำให้เสียงเธอกลับมาเป็นแบบเดิมบ้าง ไหม?

เขาตามหาคนมากมาย แต่ในอาการแบบนรมนนี้ ไม่มีใคร

รักษาได้

เจตต์จึงสิ้นหวัง

หรือเขาจะต้องเห็นนรมนพูดไม่ได้ไปตลอดชีวิตเหรอ? หรือว่า

เขาจะไม่มีสิทธิ์ได้ยินเสียงเธอแล้วเหรอ?

ออกจากบ้านต้องอาศัยโทรศัพท์ในการพิมพ์คุย เจอ เหตุการณ์ฉุกเฉิน ต่อให้ต้องแจ้งตำรวจก็พูดอะไรไม่ได้ ชีวิตแบบ

นี้ไม่ควรเป็นชีวิตของนรมน

เจตต์คิดจนเขาเหม่อลอย

จนเขาได้สติคืนมา ก็พบว่านิตาหายไปเสียแล้ว

“เอ๊ะ? ยัยนี่หายไปไหนอีกแล้ว?”

เจตต์จอดรถ แล้วเดินลงจากรถ เดินไปดูด้านหน้า แต่ก็ไม่พบนิตา
“ยัยบ้านสรุปออกมาจากหินก้อนไหนกันแน่?

เจตต์พูดพึมพำกับตัวเอง แล้วเดินขึ้นรถ จังหวะนั้นได้ยินเสียง ลอยมาพอดี

“นายสิออกมาจากก้อนหิน

เจตต์ตก ใจ

“นี่! เธอขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่? เธอเป็นผีเหรอ? ทำไมมีให้ม ให้เสียง?”

“ถ้าฉันเป็นผี ก็คงจะมากัดนายตายคนแรกเลย เสียแรงจริงๆ ที่เป็นลูกผู้ชาย กล้าทิ้งฉันไว้ที่ข้างทาง คนแบบนายไม่มีใครมา ชอบหรอก ถ้าฉันเป็นประธานนรมน ก็ไม่มีทางชอบนาย ไม่มี ความเป็นลูกผู้ชายเลยซักนิด”

สิ่งที่นิตาพูด ทำให้เจตต์ฉุนขึ้นมาทันที

“เธอพูดอะไร? เธอเชื่อไหม…”

“นายกล้าทิ้งฉันไว้กลางทาง แล้วจะมีอะไรที่นายไม่กล้าอีก? ฉันจะบอกให้นะว่าประธานนรมนไม่ชอบคนอย่างนายหรอก”

เจตต์ได้ยินใจความสำคัญอย่างชัดเจน

“เดี๋ยวก่อน เธอว่ายังไงนะ? เธอบอกว่าประธานนรมนไม่มีทาง ชอบฉัน? เธอดูอะไรออก?”

“ยังต้องใหเพูดอีกเหรอ? นายคงชอบประธานนรมนสินะ นาย คิดว่าคนอื่นเค้าตาบอดกันรึไง”
ค่าพูดของนิตา ทำให้เจตต์รู้สึกดีใจขึ้นมา

“แม้แต่เธอยังดูออกเลยเหรอ คนอื่นก็ต้องดูออก เธอว่านรมน คิดยังไงกับฉัน…”

“เป็นไปไม่ได้! ประธานนรมนไม่มีทางชอบผู้ชายที่ชอบรังแกผู้ หญิงอย่างนายหรอก

เจตต์เบ้ปากอีกครั้ง

“ตั้งแต่ตอนนี้ เธอหุบปากซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะเอาสก็อตเทป มาปิดไว้

เขารู้สึกไม่ชอบนิตามากๆเลยจริงๆ”

ไม่!

เธอไม่ใช่ผู้หญิง!

นิตาก็ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงกับเขา เห็นแก่ที่เขากลับมาตา มหาเธอ จึงปล่อยเขาไป

เธอเห็นที่ข้างมือของเจตต์มีน้ำแร่ขวดหนึ่ง น่าจะเพิ่งซื้อมา เหมือนดื่มไปแค่นิดเดียว

นิตาเดินเหนื่อยมาก จึงเอื้อมไปหยิบมา กรอกเข้าปาก

เจตต์อยากจะห้ามก็ไม่ทันเสียแล้ว ได้แต่มองน้ำแร่ขวดนั้น ของเขา ถูกกรอกลงท้องนิตาไปจนหมด

นิตาเห็นว่าเจตต์จ้องเธอเขม็ง จึงพูดด้วยความไร้เดียงสา “แค่ ดื่มน้ำนายเองไม่ใช่เหรอ? เดี๋ยวถึงจุดพักรถแล้วฉันจะซื้อคืนให้
“คุณพี่ มันไม่ใช่เรื่องของน้ำขวดเดียว แต่เธอไม่เห็นเหรอว่า ฉันดื่มแล้ว? แค่เรื่องอนามัยแค่นี้เธอก็ไม่รู้เหรอ?”

เจตต์เริ่มไม่สบอารมณ์อีกครั้ง

นิตาพูดโพล่งขึ้นมา “อ้าว ที่บ้านนอกพวกเราไม่ได้พิถีพิถันกัน ขนาดนั้น ตอนเรากระหายก็ดื่มได้หมดไม่ใช่เหรอ? ไม่เป็นไร หรอก ฉันไม่รังเกียจนาย แล้วอย่างนายนี้ ก็ไม่น่าเป็นโรคอะไร หรอกมั้ง?”

เธอเห็นเจตต์ไม่ตอบโต้ จึงเริ่มรู้สึกกลัว

“นี่ นายคงไม่ได้มีโรคจริงๆหรอกใช่ไหม?”

“ฉันมีโรค!”

เจตต์รู้สึกว่าตัวเองป่วยจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่ตกลงนรมนไป สำรวจตลาดกับผู้หญิงคนนี้หรอก?

พูดจบเขาก็เหยียบคันเร่งออกไปทันที แต่ในใจยังคงหงุดหงิด

น้ำที่เขาดื่มถูกนิตาดื่มไปแล้ว นี่มันเรื่องอะไรกัน?

ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด แล้วนิตายังมีท่าทีไม่สนใจ พูดกับคนเขลา อย่างไรก็ไม่มีทางรู้เรื่อง

ในที่สุดก็ถึงจุดพักรถ นิตารีบตะโกน “จอดรถๆ!”

เจตต์คิดว่าเธอเป็นอะไรไป จึงรีบจอดรถ นิตารีบวิ่งลงไปซื้อน้ำแร่ขึ้นมาสองขวด แล้วส่งให้เจตต์
“นี่ คืนให้นาย ดื่มของนายไปขวดนึง ต้องซื้อคืนสองขวด ถือว่าหมดหนี้กันแล้ว นายไปได้”

“ฉันไปต่อ? เธอจะไปไหนล่ะ?”

เจตต์ไม่ค่อยเข้าที่ความหมายที่นตาต้องการจะสื่อ

นิตาชี้ไปทางป้ายรถ แล้วพูด “ฉันนั่งรถประจำทางไป อย่าคิด ว่าฉันดูไม่ออก ว่านายไม่ชอบอยู่กับฉัน คิดว่าฉันเป็นผู้หญิงที่ หยาบคายมากใช่ไหม? ฉันยังดื่มน้ำของนายอีก ดูหน้านาย ช่างเถอะ ยังไงซะฉันก็ไม่ชอบอยู่กับนายเหมือนกัน นายขับรถไป เถอะ ฉันนั่งรถประจำทางไป ถึงแม้จะช้าหน่อย แต่ไม่กระทบการ สํารวจตลาด”

พูดจบ นิตาก็เดินไปรอรถที่ป้ายรถประจำทาง

เจตต์ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี

เป็นครั้งแรกที่ผู้หญิงปฏิเสธการขึ้นรถของเขา ถึงแม้ว่าจะไม่ ค่อยยอมรับว่านิตาเป็นผู้หญิงซักเท่าไหร่ แต่ตอนนี้เขาก็รู้สึกไม่ดี เท่าไหร่เลย

ที่จริงนิตาก็เป็นคนค่อนข้างซื่อ ร่าเริง ตรงไปตรงมา โผงผาง คิดอะไรก็พูดออกมาอย่างนั้น จิตใจดี เพียงแต่เขารับไม่ได้กับ ความปากร้ายของเธอ

ถ้าหากนรมนรู้ว่าเขาให้นิตานั่งรถประจำทางไปที่สิบสองปัน นาเอง เธอคงได้ตามมาถลกหนังเขาแน่นอน

คิดเช่นนั้น เขาจึงขับรถไปจอดยังท่ารถประจำทาง


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ