แค้นรักสามีตัวร้าย

บทที่ 452 ผมมาหานรมน มีธุระนิดหน่อย



บทที่ 452 ผมมาหานรมน มีธุระนิดหน่อย

ในสายมีเสียงเย็นชาของผู้หญิงดังมาจริง นรมนฟังซ้ำๆอยู่หลาย รอบ รู้สึกเหมือนตัวเองถูกสะกด

เมื่อก่อน บุริศร์ก็เคยออกไปทำงานที่อื่นมาก่อน ตัวเองก็ไม่ เคยสําออยขนาดนี้ ตอนนี้ เธอเป็นอะไรแล้วเนี่ย?

นรมนวางโทรศัพท์ลง แล้วมองดูมือถือ เธอใช้โทรศัพท์บ้าน โทรหาบุริศร์ พอตอนนี้ เห็นมือถือก็นึกถึงเรื่องวุ่นๆของตระกูลทวี ทรัพย์ธาดา ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด

แล้วโยนมือถือไปไกลๆ นรมนดึงผ้าห่มมาคุมหัวแล้วนอนต่อ แม่นรมนเห็นว่านรมนขังตัวเองไว้ในห้อง แล้วรู้สึกเป็นห่วง อยากจะขึ้นไปพูดอะไรสักหน่อย กลับถูกพ่อนรมนห้ามเอาไว้

“ลูกเราโตแล้วนะ เรื่องบางเรื่องเธอจัดการเองได้ คุณอย่าขึ้น ไปสร้างความวุ่นวายเลยนะ

“ฉันก็แค่จะไปถามว่าบริศร์จะกลับมาทานข้าวเย็นด้วยหรือ เปล่า? ฉันจะได้เตรียมอาหารเพื่อเอาไว้

แม่นรมนหาข้ออ้างอย่างดีให้ตัวเอง

พ่อนรมนมองประตูที่ปิดสนิทบนนั้นแล้วพูด: ปล่อยให้เธอ พักผ่อนไปก่อนเถอะ ช่วงนี้เธอก็ไม่ได้พักผ่อนดีๆมานานแล้ว ยัง ไงก็รอให้บริศ กลับมาแล้วค่อยเตรียมก็ยังได้ อีกอย่าง ที่บ้านก็ไม่ใช่ว่าไม่มีของกินเลย ช่วงระยะเวลานี้ บรมนต้องทนกับอะไร มาบ้างที่ข้างนอกนั่น คุณกับผมต่างก็ไม่รู้ เด็กคนนึกตัญญูมาก ไม่ว่าเรื่องอะไรก็เอาแต่รับไว้คนเดียว ก็ขนาดเรื่องของตระกูลทวี ทรัพย์ธาดา ยังไม่ยอมบอกกับพวกเรา ถ้าไม่ใช่ผมไปได้ยินอะไร มา ผมก็คงไม่รู้ว่าเธอต้องกล้ำกลืนฝืนทุนขนาดนี้

“เฮ้อ ตระกูลทวีทรัพย์ธาดานี่ก็จังเลย ทั้งๆที่ตอนแรกยังแย่ง นรมนกับพวกเราแทบเป็นแทบตาย ตอนนี้เป็นไง ลงมือทำกับลูก แท้ๆตัวเองแบบนี้ได้ คนเราเนี่ยนะ ก็ไม่รู้เป็นอะไร ยิ่งแก่ยิ่งเลอะ เลือนไปแล้วใช่มั้ยเนี่ย? ต่อไปถ้าฉันแก่แล้ว ฉันจะไม่ทำแบบนี้ กับมรมนเด็ดขาด”

พ่อแม่นรมนคิดถึงนี้แล้ว ก็รู้สึกเจ็บแทนนรมน

“พอแล้วๆ รอให้เราแก่แล้วค่อยว่ากันเถอะ คุณไปต้มอะไรให้ เธอทานหน่อย รอเธอตื่นแล้วจะได้ทาน ดูลูกผอมเหมือนอะไรก็ ไม่รู้แล้ว”

คําพูดของพ่อนรมน เอาแม่นรมนถอนหายใจยาวหนึ่ง จาก นั้นก็กลับเข้าไปที่ห้องครัวอีก

นรมนกลับไม่รู้เลยว่าคนแก่ทั้งสองกำลังถอนหายใจเพราะ เธออยู่ นอนไปสักพัก ท้องก็ยังคงปวดมาก เธอตื่นขึ้นมาอยากจะ ดื่มน้ำร้อนเพื่อบรรเทาหน่อย แต่ในห้องไม่มีน้ำร้อนเหลือแล้ว

เธอเลยจําเป็นต้องลงมาชั้นล่าง

กมลยังนอนอยู่ ส่วนพ่อนรมนอยู่ห้องทำงาน และแม่นรมนอยู่ ในห้องครัวกำลังต้มอะไรอยู่
นรมนเห็นครอบครัวที่เงียบสงบกลมกลืนแบบนี้แล้ว อดไม่ได้ แล้วยิ้มขึ้นมา

“แม่คะ ทําอะไรอร่อยๆอยู่หรอคะ? ”

บรมนเดินเข้าไปในครัว แล้วริเริ่มเดินเข้าไปหาแม่นรมน แม่นรมนเห็นเธอสีหน้าไม่ค่อยดีเลยรีบถาม : “นี่เธอเป็นอะไร

ไป? สีหน้าทำไมดูไม่ดีเลย? ”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็แค่ประจำเดือนมา รู้สึกปวดท้องหน่อย

คำพูดของนรมนยิ่งทำให้แม่นรมนเป็นห่วง

“นี่มาครั้งแรกหลังแท้งลูก ใช่มั้ย?

“ใช่ค่ะ”

“นั้นรีบขึ้นไปนอนที่เตียงเลยนะ เดี๋ยวแม่ชงน้ำตาลอ้อยให้หนู แก้วนึง นี่ทำเป็นเล่นๆไม่ได้นะ เดี๋ยวถ้ายังรู้สึกไม่สบายอยู่ บอก แม่กับพ่อนะ ไม่ไหว เราจะได้ไปหาหมอกัน

แม่นรมนเป็นห่วงมาก

“หนูไม่เป็นอะไรหรอกคะ แม่คะ หนูไม่ได้เปราะบางขนาดนั้น นะคะ หนูแค่หิวน้ำ เลยลงมาหาน้ำดื่มหน่อย

ที่จริงแล้ว นรมนยังรู้สึกปวดท้องอยู่ แต่ไม่อยากให้แม่นรมน เป็นห่วง เลยพูดว่าไม่เป็นอะไร

“ลูกเนี่ยจริงๆเลยนะ ไม่รู้จักดูแลตัวเองดีๆ ใช่แล้ว บุริศร์กลับ มาทานข้าวเย็นมั้ย? ลูกได้โทรคุยกับเขาหรือยัง?
ได้ยินชื่อบริศร์แล้ว นรมนอดไม่ได้ทิ้งไปครู่นึง

“เขาไปทํางานที่ต่างประเทศแล้วค่ะ บริษัทต่างประเทศเกิด เรื่องนิดหน่อย ต้องให้เขาไปจัดการ เพราะฉะนั้นเขาไปแล้วค่ะ คงไม่มีบุญปากได้ทานอาหารฝีมือแม่แล้วนะคะ”

“ไปทํางานต่างประเทศ? ”

แม่นรมนขมวดคิวนมา

“ไปทำงานต่างประเทศ เวลาแบบนี้เนี่ยนะ? ”

“แม่คะ บริษัทมีเรื่องจะเลือกเวลาได้หรอคะ ! เอาน่ะ เขาไม่ กิน หนูกินเองก็ได้นี่คะ” นรมนคล้องแขนของแม่นรมนเอาไว้ แล้วพูดอ้อนเธอ เธอใน

ตอนนี้ เหมือนสาวน้อยที่ยังไม่โตอย่างไรอย่างนั้น

แม่นรมนเห็นนรมนเป็นแบบนี้แล้ว ใจละลายไปหมด

“ลูกเนี่ย เอาแต่พูดให้แม่ดีใจ รีบกลับไปพักผ่อนที่ห้องได้แล้ว รอแม่ชงน้ำตาลอ้อยเสร็จจะเอาขึ้นไปให้ ตอนนี้ ร่างกายของลูก ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ จะปล่อยปละละเลยไม่ได้เลยนะ ของ อะไรเย็นๆก็อยากไปจับ หลายวันนี้ นอนพักผ่อนอยู่ที่เตียงดีที่สุด อย่าไปคิดอะไรรู้มั้ย?

แม่นรมนเป็นห่วงนรมนอย่างมาก

“รู้แล้วคะ แม่คะ หนูแค่ประจำเดือนมานะคะ ดูแม่ ทำอย่าง กับว่าหนูป่วยเป็นโรคอะไรอย่างไงอย่างนั้น แม่อยากทำหนูตกใจตายหรอคะ?”

นโมนพูดจาไม่เป็นมงคลชะเลย เอาแม่นรมนรีบถุยๆๆไป สามที

“ยัยเด็กคนนี้ พูดจาไม่เป็นมงคลเอาซะเลยนะ แม่กับพ่อหวัง แต่อยากให้ลูกปลอดภัยไม่เป็นอะไรก็พอ รีบกลับไปพักผ่อนชะ เรื่องของกมล มีแม่กับพ่ออยู่ ไม่มีอะไรได้หรอก”

“ได้ๆๆ หนูกลับไปพักผ่อนก็ได้คะ! ”

นรมนโต้ไม่ไหวกับการห้ามปรามของแม่นรมนจริงๆ ก็เลยขึ้น

ชั้นบนไป

หลังจากขึ้นไปถึงชั้นบน เธอก็รู้สึกมึนหัวและตัวเบามาก ร่างกายรู้สึกเพลียเป็นพิเศษ

น้อยครั้งมากที่ประจำเดือนจะมาเยอะขนาดนี้ ก็ไม่รู้ว่าครั้งนี้ เป็นเพราะผลหลังจากการแท้งลูกหรือเปล่า รู้สึกทรมานมาก จริงๆ

นรมนเข้าไปที่ห้องน้ำ จากนั้นก็เปิดเครื่องเพื่อจะโทรหาคม ทิพย์ ดูว่าเธอจะสามารถหาหมอมาให้ได้มั้ย

เธอไม่อยากจะให้พ่อแม่นรมนเป็นห่วงจริงๆ เพิ่งจะเปิดเครื่อง ข้อความของธรณีก็เด้งขึ้นมาทันที

เขาบอกกับเธอว่า ตุลยาได้ทำอะไรกับคุณนายทวีทรัพย์ธาดา จริงๆตอนนี้ถูกคนของตระกูลทวีทรัพย์ธาดาควบคุมตัวเอาไว้แล้ว แล้วยังบอกว่าที่จริงแล้ว ตุลยาไม่ได้ลักพาตัวกมลจริง ก็ไม่รู้ ว่ากมลเป็นยังไงบ้าง ? สุดท้ายถึงพูดว่าคุณนายทวีทรัพย์ธาดา ร่างกายไม่ค่อยดี จะถูกส่งไปสถานพักฟื้นหวังว่าก่อนไปอยากจะ ได้พบเธอ

นรมนดูของความพวกนี้แล้ว ลังเลอยู่พักนึง จากนั้นก็ตอบ “ค่ะ รู้แล้วค่ะ ขอให้คุณนายทวีทรัพย์ธาดาทุกอย่างราบรื่นนะคะ

พอข้อความนี้ถูกส่งออกไป ธรณีก็รู้ว่านรมนไม่มาแล้วแน่นอน ถึงเธอจะไม่ได้พูดโดยตรง แต่ว่าคนฉลาด ใครจะดูไม่ออก

คุณนายทวีทรัพย์ธาดาก็รออยู่อย่างนั้น เวลารอคอยมัน เหมือนถูกทรมานเลย ทำให้เธอคิดถึงสิ่งที่เธอทำกับนรมน ใน อดีตทั้งหมดรอบนึง ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่อาจให้อภัยได้ และยิ่งคิดก็ยิ่งไม่มั่งใจ

รอจนตอนทีข้อความของธรณีเข้ามา เธอจ้องมองธรณีอย่าง กับเด็ก หวังว่าจะได้ข่าวดีอะไรจากเขา เสียดาย พอเห็นสีหน้า ของธรณีแล้ว เธอก็รู้ว่าตัวเองไม่มีหวังแล้ว

“เธอไม่มา? ”

“แม่ครับ พวกเราไปสถานพักฟื้นก่อนเถอะครับ ร่างกายของ ท่านจะยื้อเวลาไปอีกไม่ได้แล้วนะครับ อีกอย่างจะว่าไปแล้ว เรื่อง บ้างเรื่อง นรมนเธอก็ต้องค่อยๆปรับตัวก่อน พวกเราให้เวลาเธอ หน่อยนะครับ? ”
ธรณีหดร้ายกับคุณนายทวีทรัพย์ธาดาไม่ลง อายุมากขนาดนี้ แล้ว บางครั้ง ให้เธอยังมีความหวังเชี่ยวนึง อาจจะดีกว่า

คุณนายทวีทรัพย์ธาดาเป็นคนที่เข้าใจความจริงดี เธอยิ้ม อย่างเศร้าทิ ง : “นายไม่ต้องมาปลอบใจฉันหรอกนะ ฉันทำ เรื่องเลวร้ายอะไรลงไป ฉันรู้ดี นายอย่าว่าแต่หนูนรมนเลย ถึง เป็นฉันเอง ฉันก็อาจจะไม่มีวันให้อภัยฉันได้ ชาตินี้ ฉันกับเธอคง ไม่มีบุญวาสนาได้เป็นย่าหลานแล้ว”

“แม่ครับ……

คุณนายทวีทรัพย์ธาดาโบกมือแล้วพูด “ไม่ต้องพูดอะไรอีก แล้ว กรรมที่ฉันก่อ ก็ต้องให้ฉันมาชดใช้เอง วันนี้ ที่ตกอยู่ใน สภาพแบบนี้ ก็เป็นบาปกรรมที่ฉันสร้างเอง ในยามที่เธอต้องการ ความช่วยเหลือและกำลังใจจากคนที่บ้านนั้น ฉันที่เป็นย่า กลับ ช่วยคนนอกไปขาดขวางเธอเพิ่มภาระให้เธอครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ เพียงแต่ไม่ช่วยเหลือเธอ ยังทําให้เธอต้องเจ็บช้ำน้ำใจอีก เป็น ฉันเองที่แก่แล้วเลอะเลือน ฉันเป็นคนผลักลูกหลานของตระกูลทวี ทรัพย์ธาตาออกด้วยมือของฉันเอง ตอนนี้พูดอะไรก็สายไปแล้ว ฉันหวังแค่ต่อจากนี้เธอจะมีความสุขตลอดไป”

“ครับ แม่ ผมเข้าใจครับ” จนถึงขั้นนี้แล้ว คุณนายทวีทรัพย์ธาดาถือว่าเข้าใจทุกอย่าง แล้ว

“ธรณี นายต้องช่วยนมนตามหากมลให้เจอนะ เด็กคนนั้น เป็นเหมือนชีวิตของเธอ เพื่อฉันแล้ว เธอได้สูญเสียลูกไปคนนึงแล้ว ตอนนี้จะให้เธอเป็นอะไรไปอีกไม่ได้โดยเด็ดขาด ทุกอย่าง

ของตระกูลทวีทรัพย์ธาดายังไงแล้วก็ต้องฝากไว้ในมือของนาย

แต่ในนี้มีของนรมนอยู่ครึ่งนึง นายอย่าลืมเชียวนะ ถ้าตระกูลโต

เล็กไม่ยอมปล่อยตระกูลทวีทรัพย์ธาดาจริง นายก็ไปบอกกับ

พวกเขาเลย ว่าพวกเรายอมยกทุกอย่างของทวีทรัพย์ธาดาให้

บนรมนไป”

คำพูดตอนนี้ของคุณนายทวีทรัพย์ธาดาทำให้ธรณีรู้สึกเศร้า

ใจ

เขารีบพยักหน้า

“เอาล่ะ ฉันเหนื่อยแล้วอยากจะพักผ่อน รอๆแล้วเราค่อยไป ที่ศูนย์ฟื้นฟูกายภาพบำบัดกัน ฉันอยากจะสารภาพความผิดกับ พ่อและพี่ๆของนายในห้องโถงบรรพบุรุษของตระกูลทวีทรัพย์ ธาดาเราก่อน ฉันเป็นคนทำให้ตระกูลทวีทรัพย์ธาดาต้องทนกับ ความอัปยศซะแล้ว”

คุณนายทวีทรัพย์ธาดาเวลานี้ดูแก่ไปมาก เหมือนสูญเสียจิต วิญญาณภายในพลิบตาเดียวเลย ทำให้คนเห็นแล้วรู้สึกสงสาร มาก

ธรณีให้คนพาคุณนายทวีทรัพย์ธาดาเข้าห้อง ส่วนตัวเองยังไม่ ตายใจ ตอนที่โทรไปหานรมนอีกครั้งนั้น สายของนรมนไม่ว่าง

“คุณชายธรณีครับ คุณนรมนคงไม่อยากรับสายของพวกเรา แล้วจริงๆนะครับ”

คนใช้ที่อยู่ข้างๆได้พูดความในใจของนรมนออกมา
ธรณีมองประตูห้องของคุณนายทวีทรัพย์ธาดาที่ปิดสนิทแล้ว พูด “ดูแลคุณนายทวีทรัพย์ธาดาให้ดีๆ ฉันจะไปบ้านตระกูลโต เล็กสักหน่อย”

พูดจบ เขาก็พาคนออกจากตระกูลทวีทรัพย์ธาดา

เขารู้ว่าที่เขาทําแบบนี้ เหมือนจะไปบีบบังคับคนอื่นเกินไป แต่ คุณนายทวีทรัพย์ธาดาแก่มากแล้ว หลังจากครั้งนี้ ไม่รู้ว่าจะยังมี ชีวิตออกมาได้หรือเปล่า นี่อาจเป็นการพบหน้าครั้งสุดท้ายของ นรมนกับคุณนายทวีทรัพย์ธาดาก็เป็นได้

เรื่องความคับข้องใจในอดีต ธรณีไม่อยากเห็นคุณนายทวี ทรัพย์ธาดาจากไปด้วยความเสียใจ

เขาเร่งรีบไปถึงที่บ้านใหญ่ตระกูลโตเล็กแต่ได้รับคำตอบมา

ว่านโมนไม่อยู่

ธรณีก็ได้ไปที่วิลล่าริมทะเลของตระกูลโตเล็กได้คำตอบมา เหมือนเดิม

สุดท้าย เขาได้ข่าวว่านรมนอยู่ที่บ้านตระกูลธนาศักดิ์ธน แล้ว ถึงจึงขับรถไป

ตอนที่มาถึงที่ประตูใหญ่ของตระกูลธนาศักดิ์ธนนั้น ธรณีได้ เจอกับคมทิพย์ที่กำลังมาถึงพอดี และผอโพนี่ของโรงพยาบาล

ทหาร

ธรณีหัวใจเต้นเร็วขึ้น

“นี่มันอะไร? ใครเป็นอะไรครับ ? ทำไมผอโพนี่มาเองเลยครับ? –

โพนี่เป็นภรรยาของป้อง หลายปีมานี้ เพราะป้องเป็นห่วง ภรรยามาก นานมากแล้วที่เธอไม่ออกตรวจ แม้กระทั่งงานในโรง พยาบาลยังถูกป้องเอาไปทำแทนเกือบครึ่ง วันนี้จู่ๆมาถึงที่นี่ จะ ให้ธรณีไม่แปลกใจไม่เป็นห่วงได้ยังไง?

คมทิพย์เห็นธรณีแล้ว กลับขวางอยู่ที่หน้าของโพนี่โดยตรง แล้วพูดอย่างเย็นชา : “คุณชายธรณี คุณมาที่นี่ทำไมคะ? ”

สำหรับคมทิพย์ ธรณีพอรู้จักบ้าง ตอนนี้ เห็นสีหน้าเธอไม่เป็น มิตรเอาซะเลย แน่นอน ก็รู้ว่าเธอออกหน้าแทนนรมน

เขาพูดอย่างใจเย็น : “ผมมาหานรมน มีธุระนิดหน่อย

“ขอโทษนะคะ นรมนเพื่อนฉันไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับ ตระกูลทวีทรัพย์ธาดาเลยนะคะ ตอนนี้ คุณบุริศร์ก็ไปทำงานอยู่ที่ ต่างประเทศ อาจจะทำให้เข้าใจผิดกันได้นะคะ ฉันว่าคุณชาย ธรณีอย่าเข้าไปรบกวนนรมนจะดีกว่านะคะ

คำพูดของคนทิพย์ทำให้ธรณีอึ้งไปชั่วครู่

“คุณบุริศร์ไปทำงานที่ต่างประเทศ? เวลาแบบนี้? ทำไมถึง ได้? “


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ