แค้นรักสามีตัวร้าย

บทที่ 1318 ตรวจดีเอ็นเออีกครั้ง



บทที่ 1318 ตรวจดีเอ็นเออีกครั้ง

“ฉันจะมีวิธีอะไร? ตอนนี้คนที่นี่ต่างเป็นบอดี้การ์ดของคุณ จะ มีสักกี่คนที่จําเงาของคุณไม่ได้? บุริศร์ อย่าก่อเรื่อง

นรมนรู้ดีว่าบริศ มีความคิดที่จะออกไปด้วยตนเอง ในเวลานี้

พูดแบบนี้แค่เพื่อให้เธอลำบากใจเท่านั้นเอง

บุริศร์หัวเราะ ใบหน้ามีความอ่อนโยน

“ได้ ไม่ก่อเรื่อง เมื่อกี้ผมคุยโทรศัพท์กับพี่ใหญ่ เขาให้พวกเราไปหา”

บรมนพยักหน้ากับคำพูดของบุริศร์

เธอไปเตรียมตัว จากนั้นเมื่อออกมาก็ไม่เห็นเงาของบุริศร์แล้ว ภายในห้องเหลือเพียงกิจจาคนเดียว

“แด๊ดดี้ของลูกล่ะ? ”

“ออกไปแล้วครับ แด๊ดดี้บอกว่าหม่ามีขับรถออกไปได้เลย”

วันนี้กิจจามีความสุขมาก

บุริศร์ขอหนังสือโบราณจากเขามาอ่านสักพัก และยังร่วม ปรึกษาหารือในความรู้เกี่ยวกับหนอนกเล็กน้อย กิจจารู้สึกว่า ประตูความรู้ของตนเองเปิดออกอย่างมาก เขาต้องรีบกลับห้อง

ไปทําความเข้าใจ

“หม่ามี้ ผมขอตัวกลับห้องก่อนนะครับ
ถึงนรมนจะไม่รู้ว่าทำไมกิจจาถึงตื่นเต้นแบบนี้ แต่คิดว่าน่าจะ เกี่ยวข้องกับบุริศร์ จึงไม่ได้สนใจ

เธอเก็บห้องง่ายๆ และออกไป

รถจอดอยู่ที่โรงจอดรถ

นรมนมองระยะห่างระหว่างห้องกับโรงจอดรถ มีระยะห่างอยู่ บ้าง แต่ถ้าฉวยโอกาสที่คนไม่สนใจ ออกไปทางหน้าต่าง จากนั้น ก็หาที่กำบัง ก็สามารถหลีกเลี่ยงความสนใจจนไปถึงโรงจอดรถ ได้

นึกถึงบุริศร์ประธานบริศที่สง่าผ่าเผย อยู่บนอาณาเขตของ บ้านตนเองยังต้องระมัดระวังเช่นนี้ นรมนอดทอดถอนใจไม่ได้

ตอนนี้เรื่องน่ารำคาญเหล่านี้เล่นเอาซะจนเธอไม่รู้จะเชื่อใคร

และไม่ควรเชื่อใคร

ชัดเจนว่ามิลินเป็นคนของหมู่บ้านดารายน ทำไมถึงทรยศ หมู่บ้านดารายนกับบุริศร์?

ตอนแรกที่เธอถอนพิษให้บริศร์ทำไมต้องใช้หนอนใยทอง

อีก?

วันนี้ความสงสัยทั้งหมดยังหาคำอธิบายไม่ได้ เพราะมิลินหนี

ไป

ทําไมต้องหนี?
เธอข่ายชีวิต ให้ใคร?

พระราชาของประเทศ E?

ตอนนี้มิลินอยู่ในความเงียบ เธอมีจุดอ่อนอะไรอยู่ในมือพระ ราชา? คิดไม่ถึงว่าจะยินดีทรยศหมู่บ้านของตนเอง ทรยศคนใน ตระกูลของตนเอง?

นรมนไม่เข้าใจ

ปริศนาทั้งหมดที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขเกรงว่าเมื่อตามหามิลิน เจอถึงจะเข้าใจ

ตอนแรกมิลินบอกว่ารู้เบาะแสของคุณอาบุญทิวา ก็ไม่รู้ว่าจริง หรือหลอก เรื่องทั้งหมดแวบขึ้นมาในสมองของนรมน จากนั้นเธอมาถึง

โรงจอดรถอย่างรวดเร็ว

เมื่อเปิดประตูขึ้นรถพบว่าบริศร์อยู่บนรถแล้ว

“อีกสักพักตอนออกไปเกรงว่าประธานบริศร์จะต้องหมอบลง ไม่อย่างนั้นจะถูกเห็นเข้า

มุมปากนรมนยกขึ้น ท่าทางหยอกล้อทำให้คนหลงใหลมาก

บุริศร์ไม่ได้ใส่ใจ พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

ทั้งสองคนออกจากหมู่บ้านดารายนอย่างไร้สิ่งกีดขวาง

ถือว่าตอนนี้บุณพจน์รับช่วงอำนาจของฉัตรพลอย่างสมบูรณ์ ในฐานะลูกชายของเขา ส่วนฉัตรพลตอนนี้หายสาบสูญไร้ร่องรอย การรับช่วงต่อของเขาเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ก็รู้ดีว่า ใน กรณีที่ฉัตรพลปรากฏตัวขึ้น บรรดาผู้จงรักภักดีต่อฉัตรพลจะก่อ กบฏอย่างแน่นอน

ด้วยเหตุนี้ เมื่อคืนหลังจากบริศร์กลับไปจากที่นี่บุณพจน์จึง ทําการนองเลือด

ขอเพียงแค่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาผู้จงรักภักดีต่อฉัตรพลก็จะถู

กบุณพจน์ฆ่าทิ้ง

ตัวของบุณพจน์ไม่ใช่คนที่นับถือศาสนาพุทธ และยิ่งไม่รู้จัก ความเห็นอกเห็นใจอะไร สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้คือคุ้มครองความ ปลอดภัยของตนเองกับพรวลัย จนกระทั่งสามารถให้ความช่วย เหลือปริศ อย่างวางใจได้

คืนนี้ถูกลิขิตไว้ให้ไม่สงบสุข

บรรยากาศตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือด มันช่างฉุนมาก เลือดบนพื้นหลั่งไหลกลายเป็นสายธารเล็กๆ ย้อมพื้นเป็นสีแดง

บุณพจน์ไม่มีทางไม่เหลือคนสนิทของฉัตรพลจำนวนหนึ่งเอา ไว้ ในเมื่อต้องติดต่อคนทางฝั่งนั้นของฉัตรพล แต่คนที่ฆ่าก็นับว่า เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู ทำให้ทุกคนหวาดกลัวสุดขีด

แต่ก่อนมีฉัตรพลอยู่ บุณพจน์เก็บทุกอย่างไว้ในใจ ถึงแม้จะ เย็นชาไร้น้ำใจ ที่สุดแล้วก็มีการควบคุมของฉัตรพล วันนี้บุญ พจน์กลายเป็นผู้แข็งแกร่งของที่นี่ ทุกคนจำเป็นต้องยอมรับ

คนสนิทของฉัตรพลก็แต่งเมียมีลูกในหลายปีที่ผ่านมา มีจุดอ่อนของตนเองและคนในครอบครัวที่เป็นห่วงอยู่ในมือของบุณ พจน์ จึงไม่กล้าไม่ปฏิบัติตามไปโดยปริยาย ส่วนพวกที่ดื้อด้าน ต้องการจงรักภักดี บุณพจน์ก็ไม่ใจอ่อนเด็ดขาด

เมื่อนรมนกับบริศร์มาถึง ฉากตรงหน้ากระทบกระเทือนการ มองเห็นของนรมนค่อนข้างมาก

บุริศร์ปิดตานรมน กล่าวเสียงเบา “ไม่อยากมองก็อย่าไปมอง

“ไม่เป็นไร”

ความรู้สึกเศร้าโศกไหลเชี่ยวอยู่ในทรวงอก แต่นรมนยังดึงมือ ของบริศ ออก

เธอติดตามบุรีศร์ไป เส้นทางต่อจากนี้ไม่รู้จะเป็นอย่างไร แต่ ก่อนที่เรื่องของฉัตรพลกับพระราชาจะคลี่คลาย เธอต้องเผชิญ หน้ากับการเข่นฆ่าอย่างทารุณและความโหดร้าย

ในวินาทีนี้เธอจึงได้เข้าใจความหมายของทหารอย่างลึกซึ้ง

เพราะมีพวกเขา ดังนั้นนรมนคนธรรมดาเหล่านี้ถึงมีชีวิตอย่าง มั่นคงปลอดภัย ไม่อย่างนั้นฉากตรงหน้าใครจะขวางกั้นการเข่น ฆ่าอย่างโหดร้ายป่าเถื่อนนี้ให้คนธรรมดา

นรมนไม่เคยรู้สึกว่าการที่ตนเองเป็นเมียทหารมีอะไรภาค ภูมิใจ แต่วินาทีนี้เธอภาคภูมิใจจริงๆ เพราะอาชีพของบุริศร์ เพราะความยอดเยี่ยมของบุริศร์

บุริศร์มองเห็นความหนักแน่นในแววตาของนรมน จึงอดยื่น มือออกไปจับมือของเธอและกล่าวเสียงเบาไม่ได้ “ตามผมมา”อืม”

หลังจากทั้งสองลงรถ บุณพจน์ก็ได้รับข้อความ รีบออกมาทันที “มาเช้าจังเลยนะ”

แววตาของเขาซ่อนความเหนื่อยล้า แต่กลับยังเหมือนสัตว์ร้าย ที่ออกมาจากป่า กลิ่นอายขึงขังทั่วร่างกายทำให้คนยอมถอย

บางทีนี้อาจเป็นบุณพจน์ที่แท้จริง

เป็นครั้งแรกที่นรมนตระหนักถึงความน่ากลัวของบุณพจน์ อย่างชัดเจน

เธอคิดในใจ โชคดีที่พวกเขาเป็นญาติกับบุณพจน์ ไม่ใช่ศัตรู

นึกถึงตอนที่วินเซนต์ได้รับบาดเจ็บ เธอยังคิดจะเป็นศัตรูกับ บุณพจน์ จนแม้แต่มีความคิดจะฆ่าผู้ชายคนนี้ด้วยซ้ำไป นรมน คิดว่าเพราะตนเองไม่รู้จึงไม่หวาดกลัวจริงๆ

“พี่ใหญ่”

นโมนหน้าซีด

บุณพจน์ก็รู้ว่าเรื่องแบบนี้มีผลกระทบต่อผู้หญิง โดยเฉพาะเห็น ตอนนี้แววตาของบุริศร์มีความสงสาร จึงอดกล่าวด้วยรอยยิ้มไม่ ได้ “ไม่คิดว่าพวกนายจะมาเช้าแบบนี้ ไม่อย่างนั้นฉันคงเก็บ กวาดสะอาดไปแล้ว

“ไปเถอะ”

บุริศร์ก็รู้ว่าเรื่องนี้ไม่อาจโทษบุณพจน์ได้ ดึงมือนรมนเข้าไปในบ้าน

เนื่องจากพรวลัยแท้งลูก ร่างกายจึงค่อนข้างอ่อนแอ ตอนนี้ยัง คงพักผ่อน พิธีล้างบาปครั้งใหญ่เมื่อคืนพรวลัยเองก็รู้ แต่ไม่ได้ ไปดู ตรงกันข้ามกลับสบายใจสุดๆ หลับสนิทกว่าตอนไหนๆ บุณพจน์ไม่อนุญาตให้ใครรบกวนพรวลัย พานรมนกับบริศร์

ไปที่ห้องทํางาน

พื้นที่ห้องทำงานกว้างมาก

บุณพจน์ให้คนนำอาหารและเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ ถึงจะเอนหลัง พิงเก้าอี้นวดขมับอย่างเหนื่อยล้า

คืนนี้ สำหรับเขาช่างเหนื่อยล้ามาก

การฆ่าเป็นเพียงก้าวแรกที่จะยึดอำนาจ ต่อจากนี้เขายังมีเรื่อง มากมายต้องจัดการ เกรงว่าจะยุ่งไปพักหนึ่ง

บริศ เห็นท่าทางเหนื่อยล้าเช่นนี้ของบุณพจน์ กล่าวเสียงเบา “ถ้ามีตรงไหนอยากให้ช่วย ให้บอกมาได้เลย

“ไม่ต้องหรอก บางอย่างฉันจำเป็นต้องลงมือเอง เกรงว่าเสี้ยน หนามที่ขึ้นมาเหล่านี้ ฉันต้องคุกเข่าเดินไปด้วยตนเอง เพราะนี้ คือชีวิตของฉัน”

นัยน์ตาของบุณพจน์มีความหนักแน่นขึ้นมาแวบหนึ่ง

เขาเองรู้ดีว่าถ้าใช้คนของบุริศร์จะเข้าควบคุมได้ค่อนข้างเร็ว แต่แบบนั้นไม่มั่นคง สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่แค่การรับช่วงต่อชั่วคราว แต่เป็นการครอบครองทั้งหมด

แน่นอนว่าบุริศร์เข้าใจ

เขาไม่พูดเรื่องนี้ต่อ แต่มองบุณพจน์ กล่าวอย่างลำบาก “พวก เราสืบตัวตนของพิรุณเจอแล้ว”

“ต๊ะ?”

บุญพจน์ชะงักไปเล็กน้อย เคร่งขรึมทันที

นรมนคิดว่าเรื่องนี้โหดร้ายสำหรับบุณพจน์เกินไป แต่เขามี สิทธิ์รับรู้ความจริง

บางทีตั้งแต่แรกเริ่ม ฉัตรพลก็ไม่ได้คิดที่จะมีความยุติธรรมต่อ บุณพจน์

นรมนเล่าทุกสิ่งที่ตนเองรู้ให้บุณพจน์ฟัง

นัยน์ตาของบุณพจน์ประหลาดใจ มีความเจ็บปวดขึ้นมาแวบ หนึ่งโดยพลัน เรื่องแต่ก่อนที่ไม่เข้าใจในที่สุดก็คิดออก ค่าตอบที่ แต่ก่อนไม่ได้รับตอนนี้ก็ได้รับ แต่คำตอบนี้ทำให้เขาไม่อาจรับได้

บริศ เห็นท่าทางเจ็บปวดของบุณพจน์ กล่าวเสียงเบา “อย่า เสียใจไปเลย อันที่จริงมีสิ่งหนึ่งที่นายควรจะดีใจ อย่างน้อยนาย ยังเป็นลูกชายของเจ้าชายประเทศ F สิ่งนี้อาจจะทำให้นายรู้สึกดี ขึ้นมาบ้าง?

“ลูกชายของเจ้าชาย? เหอๆ นายคิดว่าเป็นไปได้เหรอ? ” รอยยิ้มของบุณพจน์มีความถากถาง
บรมนไม่ค่อยเข้าใจ แต่บุริศร์เข้าใจ แต่กลับไม่พูดอะไร

บุญพจน์พูดอย่างเย็นชา “เขาไม่เคยมีความผูกพันและความ สนิทสนมระหว่างพ่อลูกกับฉันเลย แต่ก่อนฉันสงสัยด้วยซ้ำว่าฉัน ไม่ใช่ลูกชายของเขา ดังนั้นจึงแอบตรวจดีเอ็นเอ ถึงแม้ผลตรวจ จะออกมาว่ามีความสัมพันธ์เป็นพ่อลูกกัน แต่เขาควบคุมที่นี่มา นานหลายปี ถ้าอยากบิดเบือนสัญญาส่วนตัวทำไมจะทำไม่ ได้? ”

“อะไรนะ?

นรมนแปลกใจทันที

“เป็นไปไม่ได้? เขาทำแบบนั้นไม่ได้

“ทำไมจะไม่ได้ ถ้าฉันเป็นลูกชายของเขาจริง ทำไมเขาถึงทำ แบบนี้กับฉัน ไอ้กล้าณรงค์นั้น เขาไม่เคยเจอหน้าสักครั้ง กลับ วางแผนเพื่อเขามากมาย จนแม้แต่ส่งเขาไปประเทศ F ส่งไปอยู่ ข้างกายพระราชา เกรงว่าจะเป็นการคิดไตร่ตรองอนาคตของ กล้าณรงค์ ถ้าฉันเป็นลูกชายของเขาจริง เติบโตข้างกายเขามา สามสิบปี เขาวางแผนอะไรเพื่อฉันบ้าง? ไม่เหลืออะไรไว้ให้ฉัน เลย จนแม้แต่ใช้มาฝึกมาทดลองกับฉันด้วยซ้ำไป นี่คือสิ่งที่พ่อ ควรทํากับลูกชายเหรอ? ”

นัยน์ตาของบุณพจน์เยือกเย็นลงอย่างยิ่ง

บริศ เงียบไม่พูดจา

หลังจากเขาได้รู้สถานการณ์ของบุณพจน์ก็คาดเดาเช่นนี้ แต่เขาคิดว่าเขาสามารถคิดปัญหานี้ได้บุณพจน์ก็ต้องคิดออกโดย ปริยาย กลับไม่สนใจความเที่ยงตรงของผลตรวจดีเอ็นเอ

จริงด้วย!

กล้าณรงค์ไม่ใช่ลูกชายของพระราชา ผลตรวจดีเอ็นเอ สามารถถูกพระราชาบิดเบือน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงบุณพจน์กับฉัตร พล?

“นายคิดจะทําอะไร? ”

บุริศร์มองบุณพจน์ เห็นเขากำมือแน่น เส้นเลือดดำบนหลังมือ ปูดขึ้นก็รู้ว่าในใจของเขาโมโหและเจ็บปวดอย่างยิ่ง

แต่พวกเขาเป็นผู้ชาย บางครั้งความโมโหของผู้ชายสามารถ เป็นแรงผลักดันอย่างหนึ่ง

บุณพจน์มองบุริศร์ ตอบอย่างเรียบเฉย “ตรวจดีเอ็นเออีกครั้ง

และครั้งนี้ฉันหวังว่านายจะช่วยฉัน

เขาไม่รู้ว่าข้างกายตนเองยังมีคนของฉัตรพลที่ยังไม่ได้กำจัด หรือเปล่า และยังมีความเกี่ยวพันอย่างอื่นของฉัตรพลที่ยังไม่ได้ รับช่วงต่อหรือเปล่า ดังนั้นการตรวจดีเอ็นเอภายใต้สถานการณ์ เช่นนี้สิ้นเปลืองความพยายามอย่างไม่แปลกใจ แต่ให้บุริศร์ช่วย ก็ไม่แน่

บุริศร์มีอำนาจของตนเอง มีเส้นสายของตนเอง การตรวจ ดีเอ็นเออย่างน้อยที่สุดสามารถรับประกันความเที่ยงตรงได้

เห็นแววตาคาดหวังของบุณพจน์ บุริศร์พยักหน้า


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ