วิวาห์หวาน นายซาตาน ที่รักของฉัน

บทที่ 984 สำรวจเหมือง



บทที่ 984 สำรวจเหมือง

ทุกคนเดินเล่นกันจนถึงตอนเย็น ก่อนจะไปแวะทานข้าวที่ ภัตตาคารชั้นสูงอีกแห่งหนึ่ง

หลังจากทานเสร็จเจ้านายหยู ก็ถามทุกคนว่ายังอยากจะไป เดินถนนคนเดินในตอนกลางคืนต่อไหม หรืออยากจะไปเที่ยว เล่นในสถานบันเทิง

แต่เพราะวิ่งหนิงรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย เธอจึงบอกปฏิเสธไป

เจ้านายหยูเห็นดังนั้น ก็ไม่ได้บังคับอะไร เพียงแค่พาพวกเขา มาส่งที่โรงแรมเท่านั้น ส่วนตัวเขาไม่ได้พักอยู่ที่นี่ เพราะว่าต้องออกไปข้างนอกบ่อย

ๆ และเขาเองก็มีบ้านอยู่ที่ประเทศ T ด้วย ตอนเย็นเลยต้องกลับ

ไปพักที่นั่น

ก่อนจากไป จิ่งหนึ่งจึงเอ่ยถามเขาด้วยความสงสัยว่า “พวก เราจะได้ไปสำรวจเหมืองทางนั้นเมื่อไรเหรอ?”

เจ้านายหยูตอบพร้อมรอยยิ้มว่า “พรุ่งนี้ก็ไปได้แล้วครับ เพราะว่าเหมืองอยู่ห่างจากตัวเมืองค่อนข้างมาก ถ้าวันนี้ไปอาจ จะกลับมาไม่ทัน อีกอย่างที่นั่นก็ค่อนข้างลึกลับ แถมความสงบ เรียบร้อยก็ไม่ค่อยดี ถ้าตอนเย็นไปพักที่นั่นเกรงว่าจะไม่ ปลอดภัยสักเท่าไร เพราะงั้นไว้พรุ่งนี้รีบไปแต่เช้าตอนเย็นก็กลับ มาน่าจะพอดีครับ
จึงหนิงได้ฟังดังนั้น ก็พยักหน้ารับ

รอจนเจ้านายหยู เดินจากไป เธอถึงได้กลับขึ้นห้องพัก พร้อม กับทําความสะอาดตัวเอง จากนั้นก็เอนตัวลงบนเตียงเพื่อพัก ผ่อน

เช้าตรู่ของวันต่อมา เจ้านายหยูก็ขับรถมารับพวกเขา

ครั้งนี้ เขาขับรถลินคอร์น รุ่นเอกซ์เทนด์มาคันหนึ่ง

รถคันนี้ทุกคนสามารถนั่งกันได้พอดี ด้านในยังมีตู้เย็นขนาด เล็กพร้อมกับไวน์แดงอีกด้วย และเพราะต้องใช้เวลาเดินทางกว่า สามชั่วโมง จึงสามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้นิดหน่อย เพื่อเป็นการ ฆ่าเวลาแก้เบื่อ

ด้านจึงหนิงนั้นกำลังตั้งครรภ์ แน่นอนว่าดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ ส่วนลู่วิ่งเซินเองก็ไม่ดื่มอยู่แล้ว ไม่ไฉ่เวยกับเซา ก็ยิ่งไม่แตะ

เลย

ดังนั้น สุดท้ายแล้วก็เหลือเพียง เจ้านายหยูกับลู่หลั่นลือเพียง สองคนที่นั่งชนแก้วกันอยู่

ทุกคนพูดคุยกันสนุกสนานตลอดทาง เจ้านายหยูนั้นเป็นนคน ช่างพูด แถมยังแสดงสีหน้าเก่ง ขณะที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับ ขนบธรรมเนียมให้ทุกคนฟัง ก็หันไปคุยเล่นกับลู่หลินจือด้วย ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น

พอถึงช่วงเที่ยง ในที่สุดรถก็ขับมาถึงที่หมาย
พอทุกคนลงรถ ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือพื้นที่ทุรกันดารแห่ง หนึ่ง โดยรอบไร้ซึ่งผู้อยู่อาศัย แสงอาทิตย์สาดส่องลงมากลาง หัวพอดี ราวกับว่าพวกเขาเข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่ถูกตัดขาดจากโลก ภายนอก โดยสิ้นเชิง

ลู่หลันจือเพิ่งจะเคยมาสถานที่แบบนี้เป็นครั้งแรก ในใจก็อด รู้สึกกลัวไม่ได้

เธอหดตัวเข้าไปอยู่ข้างล่จึงเป็น ก่อนจะถามขึ้นว่า “เจ้านายหยู เหมืองที่คุณบอกอยู่ไหนล่ะ? คุณคงไม่ได้หลอกพวกเราหรอกใช่ ไหม?”

เจ้านายหยูตอบพร้อมรอยยิ้มว่า “ดูคุณลู่พูดเข้าสิครับ ผมจะ ไปหลอกพวกคุณได้ยังไง? ปกติแล้วสถานที่ที่เป็นเหมือง ก็ต้อง อยู่ห่างไกลอยู่แล้ว ถ้าตั้งอยู่รอบ ๆ เมือง คงถูกเจอว่ามีการขุด เจาะไปตั้งแต่แรก ตั้งอยู่ที่นี่ก็ไกลหน่อย แต่จากตรงนี้เข้าไปก็ ถือว่าใกล้แล้วครับ แค่ข้ามเนินเขาเล็ก ๆ ตรงหน้าไปก็ถึงแล้ว

ขณะพูด เขาก็ชี้ไปทางเนินเขาเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างหน้า

และเนื่องจากเนินเขานี้ยังไม่มีการทำถนน ดังนั้น เลยมีแค่ ทางเท้าเล็ก ๆ ที่เอาไว้ให้คนเดินเข้าเท่านั้น รถยนต์ไม่สามารถ ขับเข้าไปได้ จึงต้องจอดไว้อีกฟาก

ลู่หลั่นคือเห็นดังนั้น ก็เงยหน้าเหลือบตามองจึงเป็นแวบหนึ่ง ด้านลู่วิ่งเซินก็หันหน้าไปถามวิ่งหนึ่งว่า “จะเหนื่อยไหม?”

จิ่งหนิงส่ายหน้าเบา ๆ
“งั้นพวกเราก็ลองเข้าไปดู

หญิงสาวพยักหน้ารับ

ดังนั้น คนทั้งหมดจึงเริ่มเดินข้ามเนินเขาเล็ก ๆ เพื่อไปยังจุดมุ่ง หมายที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

หลังจากที่ข้ามเนินเขามาได้แล้ว เบื้องหน้าก็เป็นเหมืองจริง ๆ ด้านล่างถูกระเบิดให้เป็นช่องไว้ โดยมีคนงานประมาณสิบกว่า คนกำลังทํางานกันอยู่พอดี

ชายวัยกลางคนคนหนึ่งสังเกตเห็นเจ้านายหยู จากหางตา เขา จึงรีบวิ่งเข้ามาหาอย่างร้อนรนทันที

“เถ้าแก่ กลับมาแล้วเหรอครับ”

เจ้านายหยูยิ้มพร้อมกับพยักหน้า “ฉันขอแนะนำหน่อย ท่านนี้ คือเจ้านายส่วนอีกท่านคือภรรยาของเจ้านาย ประธานจึงส่วน ท่านนี้คือคุณเชว คุณนายเชวแล้วก็คุณลู่”

เจ้านายหยูเองก็ฉลาดมาก เขารู้ดีว่าตำแหน่งของลู่วิ่งเงินนั้น ไม่ธรรมดา บางทีชายหนุ่มอาจจะไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขามาที่นี่

เพราะงั้น ในตอนที่แนะนำตัว เขาจึงไม่ได้เปิดเผยสถานะของ จึงเชินออกไป เพียงแค่เรียกว่าเถ้าแก่เท่านั้น

เมื่ออีกฝ่ายได้ยินดังนั้น ก็พยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะ กล่าวทักทายทีละคน

จากนั้น เจ้านายหยูก็โบกมือเบา ๆ “เอาล่ะ คุณไปทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวผมพาพวกเขาไป

อีกฝ่ายพยักหน้ารับนายหยูผายออกไปด้านหน้า ท่านประธานลู่ เชิญครับ” ลู่เซ็นค่อย พา

จริง ๆ แล้วเหมืองก็ไม่ได้อะไรน่าสักเท่าไร นอกจะได้ เก็บข้อมูลส่วน ดูสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ๆ และ สิ่งถูกขุดมา ที่เหลือก็ธรณีวิทยาเท่านั้น

ก่อนที่ลู่วิ่งเซินมาเขาได้แล้ว แต่เพราะนี้อีกฝ่ายว่างพอดี หลังที่วิ่งเซินบอกเรื่องกับเจ้านายอีกฝ่ายพยัก

หน้าด้วยความสบายใจ

“ไม่มีปัญหาครับ เพราะถึงยังไงนี่ก็เป็นประธานหาคนมาสำรวจชัดเจนเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แล้วครับ วันพรุ่งเขากันแล้ว คุณติดต่อผมโดยตรงได้เลย พวกเหมือนกันครับ เพราะยังไงผมก็ต้องขับมาเช้าอยู่ แล้ว”

จิ่งเซินพหน้ารับเซินเข้าไปในดูหินวันเพิ่งจะขุดออกมา
มีหลายชิ้นที่ยังไม่ถูกเปิดออกเลยยังไม่เห็นสีด้านใน แต่จาก การคาดคะเนด้วยสายตา ก็พอจะรู้แล้วว่าสิ่งที่อยู่ด้านในนั้นต้อง มีมูลค่าไม่น้อยแน่ ๆ

หลังจากที่สำรวจเสร็จ ในใจเขาก็พอจะมีแผนไว้แล้ว

เขาจึงบอกกับเจ้านายหยู ว่า “พรุ่งนี้รอให้คนของผมเข้ามา ตรวจสอบก่อน ถ้าไม่มีปัญหาอะไร คุณก็มาหาผมเพื่อเซ็นสัญญา ได้เลย”

เจ้านายหยูได้ฟังดังนั้น ก็ชะงักไปด้วยความยินดี ก่อนจะพยัก หน้ารับอย่างแรง “ตกลง ผมเข้าใจแล้วครับ”

ที่เขายินดีนั้น ไม่ใช่แค่การได้หุ้นส่วนมาทำธุรกิจด้วยกัน แต่ ยังเป็นการขึ้นรถด่วนร่วมกับตระกูลอีกด้วย

คนฉลาด ๆ ต่างก็รู้ดี ว่าการได้ทำธุรกิจกับคนที่มีความ

สามารถอย่างลู่วิ่งเซิน ไม่ได้หมายถึงประโยชน์ทางธุรกิจอย่าง

เดียวเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการทํางานในระยะยาวอีกด้วย

ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่นเลย แค่คนอื่นรู้ว่าเขาได้ทำธุรกิจร่วมกับ ลู่วิ่งเซิน ฐานะและความน่าเชื่อถือของเขาคงจะเพิ่มขึ้นไม่น้อย

ลู่วิ่งเซินเองก็ใช่ว่าจะไม่รับรู้ถึงความคิดนี้

แต่จากตำแหน่งของเขาที่ค่อนข้างสูง ชายหนุ่มจึงคุ้นชินกับ การที่มีคนมาคอยจับจ้องและพึ่งพาอาศัยแบบนี้ตั้งนานแล้ว

แม้แต่การที่มีคนอยากจะหาผลประโยชน์จากตัวเขา นี่ก็ถือ เป็นเรื่องปกติเช่นกัน
เพียงแค่ว่าหากอีกฝ่ายสามารถให้ผลประโยชน์ที่เหมือนกับ

เขาได้ เขาก็ไม่รังเกียจที่จะทำความร่วมมือด้วย ดังนั้น หลังจากที่ เจ้านายหยูพาพวกเขากลับมาส่งที่โรงแรม

เรียบร้อย ชายหนุ่มก็ไม่ได้พูดอะไรอีก กลับเป็นลู่หลันจือ ที่วันนี้ไปเดินวนกับพวกเขาอยู่ยกใหญ่

อะไร ๆ ก็ดูไม่รู้เรื่องสักอย่าง หัวของเธอเลยมึนงงไปหมดจนถึง

ตอนนี้

เธอเห็นลู่จิ่งเซินกับจิ่งหนึ่งเดินอยู่ข้างหน้า หญิงสาวจึงรีบเร่ง ฝีเท้าเพื่อตามให้ทัน ก่อนจะถามขึ้นว่า “จิ้งหนึ่ง เหมืองนั่นเธอดู แล้วใช่ไหม? มีปัญหาอะไรรึเปล่า?”

ลู่จิ่งเซินจึงตอบกลับเสียงเรียบว่า “น่าจะไม่มีปัญหาอะไร พรุ่ง นี้รอให้คนของนักสำรวจธรณีวิทยาเข้าไปตรวจสอบก่อน ถ้า ยืนยันแล้วว่าหินในเหมืองนั้นเป็นของจริง ก็เซ็นสัญญาได้เลย”

ลู่หลินจือค่อย ๆ วางใจลง หญิงสาวถอนหายใจออกมายาว ๆ หนึ่งที “เหรอ งั้นก็ดี”

ขณะที่พูด อยู่ ๆ เธอก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา

“จิ้งเซิน ดูสิ งั้นก็ถือว่าป้าช่วยให้ได้เงินก้อนโตจากธุรกิจครั้งนี้ ใช่ไหม? คงต้องขอบคุณป้าสักหน่อยรึเปล่า?”

ลู่จิ่งเซินเหลือบมองเธอเล็กน้อย วิ่งหนึ่งยิ้มก่อนจะพูดขึ้นว่า “คุณป้าอยากได้อะไรคะ?”
ลู่หลินจือหรี่ตาลง “ได้ยินว่าที่ประเทศ T มีสถานที่หนึ่งเรียกว่า เนเวอร์สลีฟ ดูน่าสนุกดี คืนนี้ฉันอยากจะไปเที่ยวเล่นสักหน่อย


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ