วิวาห์หวาน นายซาตาน ที่รักของฉัน

บทที่ 470 หมดสิ้นหนทาง



บทที่ 470 หมดสิ้นหนทาง

จึงเป็นโมโหจนหน้าคร่ำเครียด ในขณะที่กำลังจะผลักเธอ ออกไปประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกและมีเสียงของผู้หญิงดังขึ้น อย่างประหลาดใจว่า

“พวกคุณทำอะไรกันนะ? ”

หลังจากนั้น 5 นาที ณ ห้องนั่งเล่นชั้นหนึ่ง

จิ่งหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟา โดยมีลู่วิ่งเป็นนั่งอยู่ข้างๆเธอด้วย สีหน้าเคร่งเครียด ส่วนตรงข้ามเป็นเซ่เซียงหลิงที่นั่งทำหน้าเศร้า สร้อย

ป้าหลิวรีบวิ่งออกมาจากสวนหลังบ้าน ในตอนแรกเธอไม่รู้ว่า

เกิดอะไรขึ้น เมื่อได้ยินเรื่องที่สาวใช้ในบ้านเล่าให้ฟัง สีหน้าของ

เธอก็ไม่สู้ดี

คนรับใช้น้ำชาเข้ามาเสิร์ฟด้วยความนอบน้อม วิ่งหนึ่งยกแก้ว ขึ้นมาดื่มแล้วจึงพูดขึ้นอย่างช้าๆว่า “พูดมาสิคะเกิดอะไรขึ้น?

เดิมที่เธอกำลังนอนกลางวัน ในขณะที่เธอกำลังงัวเงียก็คล้าย กับได้ยินเสียงดังออกมาจากข้างนอก

ช่วงนี้เธอเผชิญหน้ากับเรื่องราวหลายอย่าง อีกครั้งกำลังตั้ง ครรภ์ เธอนอนไม่ค่อยหลับอยู่แล้ว เมื่อได้ยินเสียงคนทะเลาะกันจึงได้ลุกขึ้นมาดู

คาดไม่ถึงว่าจะเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้า

เมื่อนึกถึงภาพที่เธอเห็นเมื่อสักครู่สายตาของเธอก็มองไปยัง ทั้งสองคนยิ้มเบาๆแล้วพูดว่า “ฉันคิดไม่ถึงจริงๆ ฉันนอนกลับ กลางวันอยู่ที่บ้านแท้ๆ แต่ยังไม่ทันไรก็ลุกขึ้นมาจับได้ พวกคุณ คิดว่าฉันเป็นคนใจดีเกินไปหรือเห็นฉันเป็นเหมือนอากาศกัน?!

ลู่จิ้งเซินเบ้ปากแล้วมองไปทางเธอด้วยท่าทางเสียใจ

“ผมเปล่า”

จิ่งหนึ่งยกมือขึ้นเป็นความหมายว่าให้เขาหยุดพูด

“คุณเซ่ คุณมาเป็นแขกที่บ้านของฉัน ฉันไม่ได้ทำให้คุณ ลำบากใจแม้แต่น้อย แม้ว่าการกระทำบางอย่างของคุณจะทำให้ ฉันไม่รู้สึกสบายใจแต่ฉันก็สามารถทนมันได้เมื่อนึกถึงหน้าคุณ หญิง จึงทำให้คุณคิดว่าฉันรังแกง่ายและคุณจะทำอย่างไรฉัน ก็ได้อย่างนั้นเหรอ? ”

สีหน้าเซ่เซียงหลิงซีดลงไปทันทีผ่านไปสักพักเธอจึงพูด ออก มาเบาๆว่า “ขอโทษค่ะพี่สะใภ้ฉันไม่ได้ตั้งใจ

“ไม่ได้ตั้งใจอะไร? ”

สายตาของจิ้งหนึ่งมองไปที่เธออย่างเยือกเย็นไม่มีความ อบอุ่นเหลือแม้แต่น้อย

“ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำอาหารเป็นยาโด๊ป หรือไม่ได้ตั้งใจที่จะอ่อยผู้ชายของฉันลับหลัง

เซ่เซียงหลิง ……….

ค่าพูดของจิ้งหนึ่งเมื่อสักครู่ คำว่าผู้ชายของฉันนั้นทำให้คน

บางคนรู้สึกพอใจและยิ้มขึ้นมา ใบหน้าที่ราวกับมีพายุเข้าของ เขาคลี่คลายลงมาก

“ที่รักครับ คุณอย่าโมโหไป ไม่ดีต่อลูกน้อยของเราที่อยู่ใน

ท้องนะครับ”

เขาเอามือขึ้นไปลูบที่หลังเธอ 2 ครั้ง แต่คิดไม่ถึงว่าจะถูกวิ่งหนึ่งจ้องตาเขม็ง เขาทำผิดอะไรกัน?

ลู่จิ่งเซิน ..………….

จิ่งหนึ่งไม่มีอารมณ์มาสนใจเขา เธอพูดออกมาเพียงว่า “คุณ เซ่ ฉันไม่ต้องการคำอธิบายจากคุณ พูดไปพูดมาสุดท้ายก็ได้ เหตุผล

หลายปีมานี้พวกผู้หญิงที่ต้องการจะมาอ่อยผู้ชายของฉัน มากมายจนนับไม่ถ้วน ถ้าฉันจะต้องมาจัดการทีละคนก็คงจัดการ ไม่หมด เห็นแก่ความเป็นญาติกัน เรื่องนี้ฉันจะไม่ประกาศออกไป

อย่างน้อยก็ถือว่าฉันไว้หน้าคุณ แต่ในเมื่อเรื่องดำเนินมาถึง ตรงนี้คาดว่าต่อไปคงนับญาติกันไม่ได้อีก ต่อไปนี้ตระกูลของ เรา ไม่ต้อนรับคุณอีกต่อไป คุณมาทางไหนเชิญกลับไปทาง
เมื่อจิ่งหนิงพูดจบก็เรียกป้าหลิวออกมาให้ส่งแขก เซ่เซียงหลิงเห็นดังนั้น สีหน้าของเธอที่เดิมก็ซีดเผือดอยู่แล้วก ลับซีดลงกว่าเดิม

“ไม่ค่ะ ฉันไม่ไป! พี่สะใภ้ ฉันผิดไปแล้ว ยกโทษให้ฉันได้ ไหม! ต่อจากนี้ฉันไม่กล้าอีกแล้ว เมื่อสักครู่ฉันหลงผิดไปชั่ว ขณะฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้น

จิ่งหนึ่งมองไปที่เธออย่างเย็นชา

“ไม่ได้ตั้งใจอย่างนั้นเหรอ เหอะๆจากที่ฉันมองดูเธอวางแผน มานานแล้วสิ”

ตอนนี้ในที่สุดเธอก็เข้าใจเสียทีว่า ทำไมลูกพี่ลูกน้องที่พบเจอ กันไม่กี่ครั้งจึงได้กระตือรือร้นมาเยี่ยมเธอ

มาเยี่ยมเธอที่ไหนกัน มาหาลู่วิ่งเซ็นชัดๆ!

อีกทั้งยังทําอาหารมากมาย มองจากภายนอกอาจเห็นว่าทำ อาหารบำรุงกำลังให้เธอ แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เธอทำให้ลู่จึงเป็น ต่างหาก

ต้องการอาศัยโอกาสตอนที่เธอตั้งท้องแทรกเข้ามาตรงกลาง

หึๆ……วางแผนมาได้ถึงขั้นนี้ช่างหน้าด้านจริงๆ

จึงหนิงไม่อยากจะพูดคำที่เธอคิดอยู่ในใจนี้จึงได้พูดออกมา เพียงว่า “คุณไม่ใช่คนโง่ ในใจของคุณคิดวางแผนอะไรไว้ คุณไม่พูด ฉันไม่ถาม ทุกคนก็คงรู้ดี คุณต้องบีบบังคับให้ฉันพูด ความจริงเหล่านั้นออกมาด้วยเหรอคะ? ฉันคิดว่ามันคงไม่ส่งผล ดีต่อคุณสักเท่าไหร่ คุณแน่ใจเหรอว่าจะให้ฉันพูดต่อไป?

ตอนนี้เซ่เซียงหลิงจึงได้เข้าใจว่า ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ ตอนแต่งงานกับ ลูกพี่ลูกน้องของเธออายุยังไม่เท่าเธอด้วยซ้ำ แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนโง่จริงๆ

เธอกัดฟันแล้วพูดออกมาเบาๆว่า “อย่างไรเสียพวกเราเป็น ลูกพี่ลูกน้องกัน ฉันก็แค่ถูกอารมณ์ชั่ววูบครอบงำ คุณต้องทำถึง ขนาดนี้เหรอ? ”

“เหอะๆ! ” จึงหนิงโมโหจนหัวเราะออกมา

“ในเมื่อรู้ว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกันคุณยังโผมาในอ้อมกอดของ เขา? ต่อให้มีความสัมพันธ์กันทางสายเลือด แต่ผิวหน้าของคุณ หนายิ่งกว่าเปลือกไม้เสียอีก เรื่องแค่นี้ไม่เข้าใจหรือไง? ”

จิ่งหนึ่งพูดออกมาตรงๆ โดยไม่เว้นที่วางไว้ให้ใคร เซ่เซียง หลิงรู้สึกอับอายมาก

เธอกัดฟันแน่นคล้ายกับอยากจะพูดอะไรออกมาแต่สิ่งหนึ่งไม่ อยากฟังอีกต่อไป เรียกป้าหลิวอีกครั้งว่า

“ส่งแขก!

ป้าหลิวก้าวขึ้นมาด้านหน้าแล้วพูดเบาๆว่า “คุณเซ่เชิญเถอะ

เซ่เซียงหลิงยืนอยู่กับที่ไม่ขยับ
ในขณะที่ป้าหลิวกำลังค้นคิดว่าจะเรียกคนใช้เข้ามาอีกสอง คนพาตัวเธอออกไปดีหรือไม่ ก็ได้ยินเสียงดัง “ตุ๊บ”เธอคุกเข่าลง ไปที่พื้น

ทุกคนต่างตกตะลึงกับการกระทำอันกะทันหันของเธอ

จิ่งหนิงตกใจเสียจนลุกขึ้นยืน ส่วนลู่วิ่งเซินก็รีบเข้ามาประคอง เธอไว้กลัวว่าเธอจะตกใจเสียจนลื่นล้ม สีหน้าของเขาก็เคร่งขรึม ลงทันที

แม้ว่าเซ่เซียงหลิงจะทำผิดและจิตใจของเธอไม่บริสุทธิ์ แต่ อย่างไรเสียทั้งสองคนก็นับว่าเป็นรุ่นเดียวกัน จะปล่อยให้เธอทำ อย่างนี้ได้อย่างไร

จิ่งหนึ่งสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เธอรีบพูดขึ้นว่า “คุณต้องการ อะไร?”

เซ่เซียงหลิงเงยหน้าขึ้นน้ำตานองสองข้าง สีหน้าของเธอ

ราวกับกำลังพยายามคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้

“พี่สะใภ้คะฉันขอร้องเถอะ ช่วยฉันด้วย ฉันไม่มีทางไปแล้ว จริงๆถ้าวันนี้ฉันออกไปจากที่นี่พรุ่งนี้ศพฉันคงจะลอยอยู่ในทะเล

พี่สะใภ้คะ ฉันยอมรับว่าเรื่องในวันนี้ฉันทำผิดไปจริงๆ ขอร้อง ให้คุณเห็นแก่ที่เราเป็นลูกพี่ลูกน้องกันช่วยฉันหน่อยได้ไหม?

หากว่าฉันยังพอมีทางออกอยู่บ้างฉันคงไม่คิดที่จะทำแบบนี้ และเดินทางมาแสดงความอัปยศอดสูของตัวเองให้คนอื่นดู

จิ่งหนิงขมวดคิ้วขึ้น
ต่อให้โง่ขนาดไหนเธอก็รู้สึกถึงความผิดปกติ

เธอหันหน้าไปมองลู่จิ้งเซิน และพบว่าเขาเองก็รู้สึกประหลาด

ใจเล็กน้อย

เธอจึงพูดขึ้นอย่างเคร่งขรึมว่า “ลุกขึ้นมาก่อนเถอะอย่าทำ แบบนี้ คุณคุกเข่าอยู่แบบนี้จะให้ฉันฟังอะไรได้ ลุกขึ้นมาก่อน แล้วค่อยว่ากัน”

ดังนั้นคนใช้จึงเข้าไปพยุงเซ่เซียงหลิงขึ้นมา

จิ่งหนึ่งขมวดคิ้วขึ้นอย่างอ่อนล้าแล้วพูดว่า “พูดมาสิ มีเรื่อง อะไรกัน?”

เซ่เซียงหลิงจึงได้ร้องไห้และพูดว่า “ตอนแรกฉันไม่คิดอยากจะ มารบกวนพวกคุณหรอก แต่ฉันไม่มีที่ไปจริงๆ นอกจากขอความ ช่วยเหลือจากพี่ชายแล้วฉันไม่มีวิธีอื่นจริงๆ

จิ่งหนึ่งได้ยินดังนั้นยิ่งขมวดคิ้วเข้าหากันและมองไปที่เธอด้วยสายตาเย็นชา


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ