วิวาห์หวาน นายซาตาน ที่รักของฉัน

บทที่ 392 ไม่เจอกับเขาอีก



บทที่ 392 ไม่เจอกับเขาอีก

ในทันใดนั้น ทุกสายตาจับจ้องไปที่เขา และแสงแฟลชมากมายก็ ส่องมาทางเขา

มู่ยั่นเจ๋อถึงกับตกตะลึง รอจนทุกคนนั้นถ่ายภาพเสร็จ และพบ

ว่าคือเขาจริงๆ ในตอนนั้นทุกคนก็เดือดพล่านขึ้นมา

“คุณมู่ยั่นเจ๋อ ได้ข่าวว่าคุณกับจิ้งหนึ่งซึ่งแฟนเก่าของคุณมา พบกันที่นี่ในวันนี้ เป็นเรื่องจริงเหรอคะ? ”

“พวกคุณเลิกกันมานานแล้วนะ ตอนนี้ถ่านไฟเก่ามันร้อน จน ต้องกลับมารีเทิร์นกันเหรอ?

“คุณรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้เธอแต่งงานกับลู่วิ่งเซ็นแล้ว? คุณคิด

ว่าเรื่องระหว่างพวกคุณสองคนนั้นจะเป็นไปได้ไหม?

ขอสอบถามหน่อยค่ะ พวกคุณแอบมาเจอกันเป็นการส่วนตัว แบบนี้กี่ครั้งแล้ว? ”

11

คำถามนับไม่ถ้วนถาโถมเข้ามา ทุกคนกำลังดำดิ่งกับความ ตื่นเต้นที่จะได้ซุบซิบนินทา และจะได้ข่าวใหม่ จนลืมไปเลยว่าใน ตอนนี้มมั่นเจ๋อกำลังถูกมัดตัวไว้อยู่ มากไปกว่านั้นที่ปากก็ยังมี ผ้ายัดไว้อยู่เช่นกัน จนทำให้เขานั้นไม่สามารถที่จะพูดอะไรได้ เลย
จนในที่สุดก็มีนักข่าวคนหนึ่งพบว่าลักษณะท่าทางของเขานั้น ผิดปกติ

เขารีบเดินไปข้างหน้าและเอาผ้าที่อยู่ในปากเขาออกมา

ในทันใดนั้น เมื่อเขาได้เปิดตาออก ก็ได้ยินเสียงมั่นเจ๋อพูด ออกมาด้วยความโมโห “พวกเธอกำลังพูดเรื่องบ้าบออะไรกัน อยู่? ฉันถูกคนจับตัวมา! ฉันไม่ได้เจอกับจิ้งหนิงเลยสักนิด เดียว! ”

นักข่าวทั้งหมด

พนักงานโรงแรม

มู่ยั่นเจ๋อก็ไม่ใช่คนโง่ เพราะตอนนี้สถานะของสิ่งหนึ่งนั้น ไม่ใช่คนที่เขาควรจะไปทำให้โกรธหรือไม่พอใจ

อีกอย่างเรื่องของพวกเขาสองคนนั้นมันก็เป็นเพียงแค่อดีต ถ้า หากยอมรับว่าตนเองและวิ่งหนึ่งมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกัน ก็ คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีต่อเขาแน่ๆ

เพราะว่าเขาเป็นคนเช่นนี้ ทำให้สิ่งหนึ่งวางใจที่จะปล่อยให้ เขานั้นรับมือกับสถานการณ์นี้เพียงคนเดียว

ส่วนทางอีกด้านหนึ่งนั้น

จึงหนิงได้ลากกู้ซื้อเฉียนกระโดดเข้าไปในระเบียงของอีกห้อง หนึ่ง และข้างนอกนั้นก็ไม่ได้มีใคร ในที่สุดพวกเขาก็สามารถ ออกมาจากโรงแรมได้
จากที่กู้ซือเฉียนคิดเผื่อไว้ข้างล่างก็น่าจะยังมีนักข่าวล้อมรอบ อยู่ พวกเขาทั้งสองคนจึงตัดสินใจออกทางประตูหลัง

คิดไม่ถึงว่าเมื่อออกมาจากประตู ก็เห็นรถไม่บัดคันสีดำมา จอดอยู่ที่ด้านหน้าพวกเขาทั้งสองคน

กู้ซือเฉียนขมวดคิ้ว

“Sevenน้อย ถ้าหากว่าเธอบอกสามีของเธอ ว่าคนที่เธอมี ความสัมพันธ์ส่วนตัวด้วยไม่ใช่ผู้ชายคนนั้นที่ชื่อว่ามมั่นเจ๋อ แต่ เป็นฉัน เขาจะว่าอย่างไรเหรอ?

วิ่งหนึ่งจ้องเขม่นไปที่เขาอย่างไม่สบอารมณ์ พูดด้วยน้ำเสียง ดุดัน “หยุดโวยวายได้แล้ว! ”

เธอพูดจบก็ปล่อยมือเขา และเดินตรงไปที่รถ

กระจกรถคันนั้นลดลงมาครึ่งหนึ่ง ใบหน้าบึ้งตึงของชายคน

นั้นถูกเปิดเผยขึ้นมา

เขาไม่ได้มองไปทางพวกเขา แต่สีหน้าและบรรยากาศที่ล้อม รอบนั้นก็สามารถอธิบายทุกอย่างได้หมดแล้ว

จิ่งหนิงเม้มปาก และพูดออกมา “ลู่วิ่งเซิน เรื่องนี้มันอธิบายได้

ลู่วิ่งเงินกลับไม่พูดอะไรออกมา

จากนั้นจึงหนิงก็เปิดประตูรถขึ้นไป เพียงชั่วพริบตารถคันนั้นก็ จากหายไปจากสายตาของกู้ซื้อเฉียน
เขามองรถคันนั้นจากไป สุดท้ายก็ยิ้มออกมาที่มุมปาก และ หัวเราะออกมาเบาๆ

ขณะเดียวกันที่บนรถ

บรรยากาศนั้นก็กดดันมากจนทำให้คนนั้นยากที่หายใจเข้า ออก

ลู่วิ่งเงินไม่พูดอะไรออกมาเลยสักคำ รัศมีของความเยือกเย็น ในตัวเขานั้นแผ่ออกมา จนสามารถทำให้คนอื่นหนาวสั่นได้เลยที่ เดียว

แม้แต่ซูมู่ที่นั่งอยู่ด้านหน้าเงียบๆ ก็รู้สึกเย็นวูบวาบไปทั้งหลัง จนทำให้เจ้าตัวนั้นสั่นออกมา

จิ่งหนิงเม้มปาก ผ่านไปสักพักเธอถึงจะเปิดปากพูดออกมา

“มีคนคิดร้ายกับฉัน มีคนใช้คลิปเสียงของหัวเหยามาหลอก ฉัน ฉันคิดว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตรายก็เลยรีบมาช่วย จากนั้น ก็ถูกวางยาสลบ พอตื่นขึ้นมาก็พบกับกู้ซือเฉียน และมั่นเพื่อที่ ถูกมัดตัวเอาไว้ ฉันคิดว่ามีคนต้องการที่ใช้เหตุการณ์ครั้งนี้ใน การเขียนข่าวที่ไม่ดีออกไป เพื่อทำลายชื่อเสียงของฉัน แต่ เหตุผลอื่นฉันก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ฉันไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน แต่ พอฉันตื่นขึ้นมา ฉันก็รีบหนีออกมาทันแผนของพวกเขาเลยไม่ สําเร็จ”

เธอคิดว่าตัวเองก็อธิบายอย่างชัดเจนแล้ว แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด ลู่วิ่งเซินยังคงถามออกมา “อย่างนั้นความหมายของเธอก็คือ ทุกอย่างเป็นเรื่องเข้าใจผิดอย่างนั้นเห รอ?

เธอเงยหน้าขึ้น มองไปที่ดวงตาของเขา

ดวงตาของเขานั้นช่างเย็นชาเหลือเกิน ช่างหนักหน่วงราวกับ น้ำแข็งที่ทิ่มแทงเข้าไปในกระดูกของคน

“เธอได้ยินอะไรไหม? ”

ลู่วิ่งเซินเม้มปากลงอย่างเย็นชา

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วมืออันเรียวยาวของเขากดเข้าไป ยังรายการที่บันทึก และกดเล่นเสียงโดยอัตโนมัติ

“ซือเฉียน เบากว่านี้หน่อย….โอ้ยยยยยย……………..

ในทันใดนั้นสีหน้าของจึงหนึ่งก็เปลี่ยนไปทันที

คลิปเสียงสั้นมา แต่มันชัดเจนเหลือเกิน ถ้าหากเป็นคนที่บรรลุ นิติภาวะแล้วยังไงก็ต้องเข้าใจว่าคลิปเสียงนี้คืออะไร

ลู่จึงเป็นยิ้มออกมาอย่างเย็นชา

“จนถึงตอนนี้ เธอก็ยังจะบอกฉันว่าทุกอย่างเป็นเรื่องเข้าใจผิด อย่างนั้นเหรอ?

จึงหนิงตัวเริ่มสั่น สีหน้าเริ่มซีดเผือด

เธอมองเขาไปที่เขาด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อตัวเอง “คุณ ไม่เชื่อฉันเหรอ? ”
ลู่จิ้งเซินไม่พูดอะไรออกมา

วิ่งหนึ่งยิ้มแสยะยิ้มออกมา “ลู่วิ่งเซิน คลิปเสียงนี้มันถูกตัดต่อ มา ไม่ใช่ว่าคุณจะฟังไม่ออก! เมื่อถึงจุดนี้สีหน้าของเขาก็ค่อยๆผ่อนคลายลง

เขามองไปทางเธอด้วยสายตาที่เย็นชา และพูดออกมาวันนี้ เขามาปรากฏตัวที่นี่ ก็เป็นเรื่องบังเอิญอีกเช่นกัน?” คราวนี้จิ้งหนึ่งไม่รู้จะพูดอะไรออกมา

ลู่วิ่งเซินเผยท่าทีเย้ยหยันและดุดันอีกครั้ง

“เธอบอกว่ามีคนคิดจะจัดฉากเรื่องของเธอกับมู่ลั่นเจ๋อฉันก็ พอจะเชื่ออยู่ แต่คลิปเสียงอันนี้มันคืออะไรกัน? คนที่คิดจะ วางแผนนั้นจะใช้เรื่องเธอกับมู่ลั่นเจ๋อ แต่คลิปเสียงกลับเป็นชื่อ ของกู้ซื้อเฉียน เธอสามารถอธิบายเรื่องนี้ได้ไหมล่ะ?”

จิ่งหนิงหยุดนิ่ง จากนั้นก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว

“คุณโทรมาหาฉันตอนไหน?

ลู่วิ่งเซินไม่ได้พูดอะไรออกมา

จิ้งหนึ่งไม่อยากที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเขา จึงหยิบโทรศัพท์ตัว เองออกมาดูเวลา มันคือห้านาทีก่อนหน้านี้

จากสนามบินมาที่นี่เร็วสุดก็ต้องใช้เวลา15นาที พูดง่ายๆก็คือ เมื่อลู่จิ่งเซินลงจากเครื่องบินก็รีบโทรหาเธอทันที ได้ยินคลิป

เสียงนี้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ จึงหนึ่งก็เหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด

ก็รู้สึกปวดหัวอย่างบอกไม่ถูก

“ขอโทษจริงๆ เรื่องนี้เป็นเพราะตัวฉันคิดไม่ถี่ถ้วนเอง จน ทำให้คุณเป็นห่วง ฉันมั่นใจว่าคลิปเสียงอันนี้ซื้อเฉียนเป็นคน ส่งมา เขาไม่ต้องการทำลายความสัมพันธ์ของเราสองคน คุณ อย่าโดนเขาหลอกนะ”

จึงเป็นยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น

“อ้อ? เขาชอบเธอขนาดนั้นเลยเหรอ? ”

จิ่งหนิงนิ่งเงียบ

“ที่ผ่านมาฉันก็แอบเก็บไว้ในใจมาตลอด ว่าความสัมพันธ์ ระหว่างเธอกับเขานั้นมันคงจะไม่ธรรมดาจริงๆ แต่เมื่อคิดไปคิด มา ก็ไม่ได้คิดมาก่อนว่าพวกเธอนั้นจะมีความสัมพันธ์อะไรกัน แต่ตอนนี้จากที่ดูๆแล้ว ฉันคิดว่ามันคงไม่ใช่ความรู้สึกลอยๆของ ฉันแล้วแหละ”

จิ่งหนึ่งไม่ได้พูดอะไรออกมา ในตอนนี้เธอไม่รู้จริงๆว่าต้องพูด อะไร

ลู่วิ่งเซินย้อนถาม “แล้วทำไมวันนี้เธอถึงไม่พาไม่หนานมา ด้วย?”

“ฉัน…..” เธอลังเลสักครู่หนึ่ง จากนั้นก็ฝืนยิ้มออกมา “ขอโทษ นะ ฉันลืมจริงๆ”
สายตาของลู่จิ่งเซินมืดลงอย่างชัดเจน

“เธอลืมหรือเธอจงใจกันแน่? จึงหนึ่งตอนนี้เธอเรียนรู้ที่จะ โกหกฉันอย่างนั้นเหรอ”

จิ่งหนิง”……”

ฝ่ายชายมองเธอด้วยสายตาที่มืดลง มองด้วยความตั้งใจ แต่ ก็ยังคงมีร่องรอยของความผิดหวังแอบแฝงไว้ด้วย

“เธอรู้ไหม? ฉันคิดมาโดยตลอดว่าที่เราสองคนสามารถเดิน ด้วยกันมาจนถึงวันนี้ได้ มันก็คงทำให้เราสองคนสามารถเชื่อใจ กันและกันได้ แต่ตอนนี้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเธอไม่ได้คิดอย่าง นั้น จึงหนิง เธอเลือกได้นะว่าจะปิดบังฉันต่อไป แต่ฉันเป็นสามี ของเธอ ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องให้เธอนั้นซื่อสัตย์กับสามีของ ตัวเองเช่นกัน ดังนั้น ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ฉันไม่อนุญาตให้เธอพบ เจอกับเขาอีก ได้ไหม?

จึงหนิงเงียบ เธอรู้สึกลำบากใจ

“ลู่จิ้งเซิน….…..”

“ฉันไม่ต้องการคำตอบปฏิเสธ

เป็นครั้งแรกที่เขาแสดงสีหน้ายืนยันชัดเจน จนไม่สามารถที่จะ ปฏิเสธได้


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ