วิวาห์หวาน นายซาตาน ที่รักของฉัน

บทที่ 753 คิดเข้าข้างตัวเองฝ่ายเดียว



บทที่ 753 คิดเข้าข้างตัวเองฝ่ายเดียว

ดังนั้นเมื่อคืนหล่อนจึงตัดสินใจแล้วว่า ถ้าหากว่าวันนี้มีโอกาส หล่อนจะมาตามหาลุงโอและขอโทษเขาแบบซึ่งๆ หน้า

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หลินเยว่เอ๋อร์กระตุกยิ้มมุมปากเบา ๆ หล่อนรีบตอบกลับไปอย่างรีบร้อนว่า “ลุงโอฉันไม่ได้มาหา คุณหรอกค่ะ แต่ฉันมาหาคุณต่างหากล่ะคะ”

ลุงโอถึงกับตกตะลึง

เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาไม่คาดคิด

“มาหาผม?”

“ใช่ค่ะ ใช่ค่ะ”หลินเยว่เอ๋อร์ตอบกลับไป จากนั้นหล่อนก็เอื้อม มือออกไปเพื่อที่จับแขนของ ลุงโอตามความเคยชิน แต่เขาก็ หลีกเลี่ยงการกระทำนั้นอย่างเงียบๆ

ลุงโอก้าวถอยหลัง โค้งคำนับเล็กน้อย แล้วพูดออกไปว่า “คุณ หลิน ผมเป็นแค่คนรับใช้ แต่คุณเป็นแขกของที่นี่ เพราะฉะนั้น โปรด ให้เกียรติตัวเอง และอย่าทำให้ผมต้องลำบากใจเลยครับ” มือของ หลินเยว่เอ๋อร์ที่ยื่นออกไปก็ถึงกับแข็งที่ออยู่กลาง

อากาศ

เดิมทีแล้วหล่อนก็ไม่ได้คิดอะไร เพียงเพราะหล่อนเห็นว่าลุงโอ เป็นผู้ชายที่มีอายุแล้ว หล่อนจึงอยากจะเอาอกเอาใจเขา หล่อนจึงได้ทำสิ่งที่หล่อนมักจะทำกับปู่ย่าตายายของตัวเองออกไป โดยที่ไม่รู้ตัว

หล่อนอยากจะใช้ความใกล้ชิดทางกาย เชื่อมความสัมพันธ์ ของหล่อนและเขาให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

ในความคิดของหล่อน ลุงโอมีสถานะและตำแหน่งหน้าที่ที่สูง เช่นนี้ เพราะอย่างนั้นเขาน่าจะแต่งงานแล้ว และหลานๆ ของเขา ก็น่าจะอายุไม่ต่างกับหล่อนสักเท่าไหร่นัก เพราะฉะนั้นถ้าหล่อน ปฏิบัติตัวกับเขาดีๆ พูดจาอ่อนหวานกับเขาหน่อย บางทีเขาอาจ จะให้อภัยหล่อนก็ได้

แต่หล่อนก็คิดไม่ถึงเลย เมื่อเมื่อสักครู่นี้หล่อนแค่อยากจะยื่น

มือออกไปจับแขนของเขา เพื่อช่วยประคองเขาลงไปที่ชั้นล่างก็ เท่านั้น ถึงแม้ว่า ลุงโอจะดูมีกำลังวังชา แต่เขาก็อายุ 60 กว่า เกือบจะ

70 ปีแล้ว เพราะอย่างนั้นใครจะไปรู้ล่ะว่าคนเราจะตกบันไดตอน

ไหน?

แต่ปฏิกิริยาของเขาตอนนี้มันคืออะไร?

การถอย 90 ลี้แบบนี้ ราวกับว่าหล่อนเป็นโรคระบาดร้ายแรง อย่างไรอย่างนั้น เขารังเกียจหล่อนอย่างนั้นหรือ?

เขาดูถูกหล่อน หรือเขาคิดว่าหล่อนจะทำอะไรเขากันแน่?

ให้ตายเถอะ! ตาเฒ่าคนนี้ สมองมีปัญหารึไง? แม้ว่าคนอย่าง หลินเยว่เอ๋อร์จะไร้ประโยชน์ และแม้ว่าหล่อนจะไม่สามารถออยกู้ซื้อเฉียนได้ แต่หล่อนก็ไม่ค่อยตาเฒ่าอย่าง เขาหรอก!

เขานี่มันคิดเองเออเองฝ่ายเดียวจริงๆ แล้วยังทําท่าทางถือตัว สูงส่งแบบนี้อีก จะทำให้ใครดูไม่ทราบ หลินเยว่เอ๋อร์รู้สึกโกรธมาก แต่หล่อนก็ไม่กล้าที่จะแสดงออก

ไป

หล่อนทำได้เพียงแค่ดึงมุมปากของตัวเองเพื่อให้ตัวเองยิ้ม จากนั้นก็พูดออกไปว่า “ลุงโอคุณกำลังคิดอะไรอยู่คะ? ฉันแค่ เห็นว่าคุณอายุมากแล้ว และฉันก็รู้สึกเสียใจที่คุณทำงานหนักจน เกินไป เพราะอย่างนั้นฉันก็เลยอยากจะประคองคุณลงไปชั้นล่าง หรือว่าคุณจะไปที่อื่นอย่างนั้นหรือคะ?”

แม้ว่าจะมีรอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าของหล่อน แต่ในแวว ตาของหล่อนมันก็แฝงไปด้วยความร้ายกาจ

เหอะ ไอ้เฒ่าไปตายซะเถอะ! กล้าดูถูกฉันอย่างนั้นหรือ? ดูสิว่าฉันจัดการกับแกอย่างไร?

หล่อนจงใจพูดเน้นข้อความนี้ เห็นได้ชัดเลยว่า หล่อน ต้องการทําให้ ลุงโอรู้สึกอับอาย

จากวิธีการพูดของหล่อน มันเหมือนกับว่าหล่อนนั้นใจคอ กว้างขวางและตรงไปตรงมา อีกทั้งยังดูเป็นคนเปิดเผยไม่มีเล่ห์ เหลี่ยมใดๆ ตรงข้ามกับ ลุงโอที่ดูมีจิตใจไม่ชอบธรรม เธอจึงทำ เป็นโกรธกลบเกลื่อนเพื่อหลีกเลี่ยงความสงสัย และทำให้ลุงโอดูเป็นคนใจแคบและหลงตัวเอง

แต่กลับกลายเป็นว่าลุงโอ เพียงแค่พยักหน้ารับเบา ๆ และพูด ออกไปว่า “คุณหลินมีความเมตตากรุณาจริงๆ ผมอยู่ที่ปราสาท แห่งนี้มาหลายสิบปีแล้ว แม้แต่ตอนที่ผมหลับตาผมก็ยังรู้เลยว่า บันไดขั้นไหนสูง หรือบันไดขั้นไหน เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องที่ คุณหลินจะต้องกังวลเลย

“แต่คุณหลินถึงแม้ว่าคุณจะเป็นแขกของที่นี่ แต่โดยปกติแล้ว ถ้าคุณไม่มีเรื่องอะไร ทางที่ดีคุณอย่าออกมาเดินเพ่นพ่านไปมา เลยจะดีกว่านะครับ

“อันที่จริง ผมก็ได้ยินมาว่าคุณมาจากครอบครัวใหญ่ เพราะ ฉะนั้นคุณก็ควรจะรู้กิริยามารยาทเมื่อมาเป็นแขกบ้านคนอื่นนะ ครับ อย่าทำให้ตระกูลหลินของพวกคุณต้องอับอายเลย

ทันทีที่ ลุงโอพูดประโยคนี้ออกมา ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ของ หลินเยว่เอ๋อร์ก็แข็งทื่อในทันที

แม้ว่าน้ำเสียงของ ลุงโอจะอ่อนโยนอย่างมาก และทัศนคติ ของเขาก็ดูใจดี แต่ก็มีแค่หล่อนเท่านั้น ที่ฟังออกว่ามันมีการเยาะ เย้ยถากถางแฝงอยู่ในนั้น

เขาเหน็บแนมหล่อนที่เป็นแขกแบบนี้ กินหัวไช้เท้าแล้วยังจะ มาพะวงหลังอีกหรือ?

แล้วยังจะมาตำหนิหล่อนว่าไม่ควรเดินเพ่นพ่านไปมาอีกอย่าง นั้นหรือ?
ถ้าไม่ใช่เพราะหล่อนจะมาขอโทษเขา หล่อนจะมาที่นี่ทำไม ล่ะ? หรือว่าเมื่อวานซือเฉียนยังโกรธไม่พออีกรึไง?

เขาเป็นคนแบบไหนกัน!

จู่ๆหลินเยว่เอ๋อร์ก็รู้สึกหายใจไม่ออก

แต่เมื่อหล่อนต้องมาเผชิญกับท่าทีน้ำนิ่งไหลลึกของ ลุงโอมัน ก็เป็นเรื่องยากที่จะพูดอะไรออกไป

สุดท้าย หล่อนก็ทำได้เพียงแค่สูดอากาศหายใจเข้าไปด้วย ความขับแค้นใจ

“แน่นอนว่า ฉันแค่อยากมาจะขอโทษคุณเพราะเรื่องการกระ ทำของฉันเมื่อวาน ในเมื่อตอนนี้คุณได้รับคำขอโทษของฉันแล้ว ฉันก็จะกลับแล้วล่ะค่ะ

เมื่อพูดจบ หล่อนก็หมุนตัวและเดินออกไปทันที

ลุงโอไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน สายตาของเขาจับจ้องมองดู หล่อนเดินจากไป พร้อมกับใบหน้าที่สงบนิ่งตลอดเวลา

เมื่อเห็นว่าหล่อนเดินออกไปจากที่แห่งนี้แล้ว เขาก็ส่ายหัว และ

ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้

หลินเยว่เอ๋อร์คนนี้…นี่จริงๆ เลย…

ถ้าจะบอกว่าหล่อนโง่ ความจริงหล่อนก็ไม่ได้โง่ อย่างน้อยห ล่อนก็รู้ว่าหล่อนต้องมาขอโทษเขา ที่หล่อนทำให้เขาขุ่นเคือง

และหล่อนก็รู้ว่า กู้ซือเฉียนเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยชีวิตหล่อนเอาไว้ และเขาก็เป็นคนที่จะทำให้หล่อนอยู่ต่อไปได้ แต่ถ้าจะบอกว่าหล่อนฉลาด หล่อนก็ไม่ได้ฉลาดมากขนาดนั้น สุดท้าย คนที่มีความรอบรู้มากมายก็คือลุงโอ เพราะหลายปี ที่ผ่านมานี้ เขาก็ได้เห็นคนที่เห็นแก่ตัวมากกว่าหลินเยว่เอ๋อร์มา นักตกนักแล้ว

แต่เขาไม่เคยเห็นคนแบบนี้มาก่อน หล่อนกล่าวคำขอโทษ ออกมาราวกับว่ามันน่าภาคภูมิใจ อีกทั้งยังมีอารมณ์ฉุนเฉียว เล็กน้อยของหล่อน

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

เมื่อเขาคิดไปถึงภูมิหลังครอบครัวของ หลินเยว่เอ๋อร์เขาก็ เข้าใจได้

หล่อนคงจะเป็นคุณหนูที่ถูกครอบครัวตามใจจนเคยตัว และมี

ความฉลาดไม่น้อย

ตั้งแต่เล็กจนโต คนรอบข้างหล่อนก็มักจะตามใจหล่อนอย่าง ไม่ขัดขืน หล่อนอยากจะให้ลมพัด ลมก็ต้องพัด หรือหล่อนอยาก จะให้ฝนตก ฝนก็ต้องตก

แม้ว่าหล่อนจะทำอะไรผิด หล่อนก็จะไม่ขอโทษคนอื่น

มันไม่มีทางเป็นไปได้เลยจริงๆ เพราะตอนที่หล่อนขอโทษ หล่อนก็แค่พูดออกมาส่งๆ อีกทั้งมันยังเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง ไม่สำคัญเลยว่าคนอื่นจะฟังหรือไม่ เพราะนั้นก็ถือว่าหล่อนได้พูด ออกไปแล้ว และถึงแม้ว่าคนอื่นจะไม่ให้อภัย หล่อนก็จะถือว่านั่นเป็นความผิดของคนอื่น

หล่อนก็เป็นเหมือนกับดอกไม้ในเรือนกระจกที่ถูก ประคบประหงมและตามใจ

ลุงโอเป็นคนที่เห็นคลื่นลมมามาก และปกติแล้วเขาก็ไม่ได้ สนใจหล่อนเท่าไหร่นัก

เพราะอย่างนั้น เขาจึงถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ และ

เตรียมพร้อมที่จะเดินออกไป

แต่ทันใดนั้นเอง จู่ๆ ประตูห้องหนังสือที่อยู่ด้านหลังเขาก็เปิด ออก

เขาสะดุ้งตกใจ เมื่อเขาหันหลังกลับไป เขาก็เห็นว่ากู้ชื่อเฉีย นออกมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วก็ไม่รู้

กู้ซือเฉียนมีรูปร่างสูงใหญ่ เขาสูงประมาณ 1.87 เมตรเห็นจะ

ได้ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำและกางเกงขายาว โครงหน้าของเขาคม

เข้มเป็นสันชัดเจน มันดูแข็งแกร่ง อีกทั้งยังหล่อเหลา

ลุงโอสะดุ้งตกใจ เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงสายตาของผู้ซื้อเนียน เขาขมวดคิ้วมุ่น จากนั้นเขาก็รีบเดินเข้าไปหาซื้อเฉียนทันที

“คุณชาย”

กู้ซื้อเฉียนเหลือบตามามองที่เขา

หลังจากนั้นเขาก็มองตรงไปที่บันได และถามออกไปว่า “คน เมื่อกี้เป็นใคร?”
เมื่อได้ยินคำถามนั้น สีหน้าของลุงโอก็เปลี่ยนไปทันที

ลุงโอคิดว่าเพราะหลินเยว่เอ๋อร์มาส่งเสียงดังที่นี่เมื่อสักครู่นี้ เสียงของหล่อนลอยดังไปมา นั่นจึงไปรบกวนเขา

ดังนั้นลุง โอจึงรีบพูดอธิบายออกไปว่า “คุณชายครับ ผู้หญิง คนเมื่อกี้คือคุณหลินหล่อนบอกว่าเมื่อวานหล่อนทำให้ผมขุ่น เคืองใจ เพราะอย่างนั้นวันนี้หล่อนจึงมาขอโทษผม

กู้ซือเฉียนขมวดคิ้วเป็นปมอย่างนึกไม่ถึง

เมื่อเขาคิดเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น ความรังเกียจและการดูถูก มันก็เพิ่มมากยิ่งขึ้น ในสายตาของเขา

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีกต่อไป เพียงแค่พูดออก คำสั่งไปว่า “หลังจากนี้ถ้าฉันไม่ได้สั่ง ก็อย่าให้หล่อนมาที่นี่อีก

“ครับ”

“แล้วก็ บอกหล่อนด้วยว่า ถ้าหล่อนต้องการที่จะอยู่ที่นี่ต่อ ทาง ที่ดีหล่อนก็ควรที่จะอยู่เงียบๆ ไม่อย่างนั้นก็อย่ามาโทษที่ฉันเสีย มารยาท!”


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ