วิวาห์หวาน นายซาตาน ที่รักของฉัน

บทที่ 1014 เพื่อนเก่ามารวมตัวกัน



บทที่ 1014 เพื่อนเก่ามารวมตัวกัน

เขาพยายามค่อยๆออกมาจากอ้อมกอดของหัวเหยา

พลางโบกมืออย่างใจกว้าง “ผมเป็นแมว พี่ไปซ่อนแล้วกัน”

อานอนพยักหน้า แล้วหันกลับมาจูงมือจิ้งเจ๋อน้อย “แล้วน้องชายของพี่จะขอเล่นกับพวกเราด้วยได้ไหมคะ? ครั้งแรกเสียวลี่หลินไม่พูดไม่จา

เขาเม้มริมฝีปากเล็กน้อย แล้วใช้สายตาของศัตรูมองไปยังจิ้ง เจ๋อน้อย

เมื่อสักครู่นี้ที่จิ่งหนิงได้อธิบายไป จึงเจ๋อน้อยก็พอที่จะเข้าใจ

อยู่บ้าง เด็กชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ไม่ได้ทำร้ายพี่สาว พวกเขาแค่

กําลังเล่นสนุกกัน

แต่ว่าเขาเป็นคนรักศักดิ์ศรีตั้งแต่เด็ก ต่อหน้าคนในครอบครัว ยังพอไหว แต่ต่อหน้าคนนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจอกันครั้งแรก เขาจะยอมรับผิดไม่ได้อย่างเด็ดขาด

ดังนั้น เด็กน้อยทั้งสองจึงได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้น มองซึ่งกันและ กันอย่างดื้อดึง สีหน้าของเด็กน้อยแดงไม่มีใครยอมให้ใคร

จึงหนิงและหัวเหยาอดไม่ได้ที่จำทำหน้าเลื่อน

ท้ายที่สุด ก็จนปัญญา ไม่สามารถที่จะเล่นซ่อนแอบกันได้ สําเร็จ
ถึงยังไงเด็กทั้งสองต่างก็เป็นเด็กฉลาดและดื้อรั้น และกล้า หาญ พวกหล่อนเกรงว่าจะเล่นกันจนเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้น

ดังนั้นจึงมอบให้พี่เลี้ยงเป็นคนดูแล ให้พวกเขาแยกกันพาไป เล่นเกมอะไรที่เบาๆง่าย เช่นการเล่นฟองสบู่หรือหุ่นยนตร์จับ ตุ๊กตา

เมื่อมอบเด็กๆ ให้กับพี่เลี้ยงแล้ว หัวเหยาก็ได้พาจึงหนึ่งไปยัง

ห้องนอนที่อยู่ชั้นบนของหล่อน

“หนิงหนิง เรื่องของเฉียวฉันพอได้ยินมาบ้าง เมื่อวานพวก เขามาถึงแล้ว และได้โทรศัพท์หาฉันแล้วด้วย อีกสักพักหลังรับ ประทานอาหารเย็นเสร็จ พวกเราไปเจอพวกเขากันดีไหม

จิ่งหนิงพยักหน้า

ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พลางถามขึ้นว่า “เฉินซื้อโป๊ที่คุณเคยพูด ถึงก่อนหน้านี้ ก็เป็นแขกคนหนึ่งในวันนี้ใช่ไหม? ”

หัวเหยาส่ายหน้า

“เปล่า เขาเป็นญาติห่างๆของตระกูลจิ้น ตัวเขาเองก็มีธุรกิจที่ นี่ การมาในครั้งนี้ประการแรกก็เพื่อมาอวยพรวันเกิดให้ท่านย่า ประการที่สองก็เพื่อมาจัดการธุรกิจที่นี่

“วันนี้เป็นงานเลี้ยงส่วนตัวของครอบครัว และเป็นการต้อนรับ การมาเยือนของพวกคุณ หลักๆก็คือต้องการให้ท่านย่าทั้งสอง ได้คุยเรื่องเก่าๆกัน ส่วนงานเลี้ยงจริงๆนั้นคือวันพรุ่งนี้ตอนกลาง คืน ในเวลานั้นเฉินชื่อโป๊ก็น่าจะมาด้วย”
จิ่งหนึ่งพยักหน้า

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นก็ไม่ต้องรีบ วันนี้อีกแล้ว วันพรุ่งนี้ตอน เช้าถ้ามีเวลา พวกเราก็ไปเจอเฉียวกันก่อนเถอะ”

หัวเหยาไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไร หล่อนจูงมือวิ่งหนึ่งมานั่งที่โซฟา

พลางมองหล่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “อ้วนไปหน่อย”

จิ่งหนิงตกตะลึง รีบหันไปส่องกระจก

“จริงเหรอ? อ้วนขึ้นเยอะเลยเหรอ? ”

เธอส่องกระจกดูตัวเองทุกวัน ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ที่สำคัญคือช่วง นี้ ลู่วิ่งเซินได้เปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับเธอ ทำให้เธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ของเมื่อก่อน ดังนั้นเธอจึงไม่ได้รู้สึกว่าตนอ้วนหรือผอม

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น โดยปกติเธอดูแลรูปร่างของตนอย่างเข้ม

งวด

แต่คิดไม่ถึงเลยว่า กลับอ้วนขึ้นได้

เมื่อหัวเหยาเห็นท่าที่เคร่งเครียดของเธอ ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม ออกมา

“ไม่ได้มากมายอะไร ก็แค่มีน้ำมีนวลขึ้นนิดหน่อย แต่ว่าคุณ วางใจเถอะ เมื่อก่อนคุณผอมเกินไป มีน้ำมีนวลขึ้นหน่อยดีแล้ว ขณะที่หล่อนพูด ก็พยายามดึงวิ่งหนึ่งกลับมา
เมื่อได้ยินหล่อนพูดเช่นนี้ ในใจของสิ่งหนึ่งก็สงบลงเล็กน้อย

หัวเหยาถามขึ้นอีกว่า “ได้ยินมาว่าคุณตั้งครรภ์? ที่เดือน แล้วเหรอ? ”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ริมฝีปากของจิ้งหนึ่งก็เผยรอยยิ้มออกมาเล็ก

น้อย

“ใกล้จะสี่เดือนแล้ว”

*เร็วมากเลย?

ดวงตาของหัวเหยาเบิกกว้าง จ้องมองไปยังท้องของเธอ มอง ดูพลางยกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย

“อ่า ท้องของคุณ ใหญ่กว่าปกติ ไปตรวจครรภ์แล้วหรือยัง? จิ่งหนึ่งพยักหน้า”ตรวจแล้วค่ะ คุณหมอบอกว่าเป็นลูกแฝด”

แววตาของหัวเหยาเปล่งประกายขึ้นทันที

“ลูกแฝดเหรอคะ? ดีจริงๆ น่าอิจฉาคุณจริงๆเลย

จิ้งหนิงฉือ ๆสองครั้งจะอิจฉาฉันทำไม? ถ้าอยากได้ก็ท้องได้ ตลอด จี๋หลินยวนก็ไม่ได้ห้ามให้คุณท้องสักหน่อย

เมื่อพูดประโยคนี้ออกไป สีหน้าของหัวเหยาจู่ๆก็แดงขึ้นใน ทันที

หล่อนเหลือบมองวิ่งหนึ่งครู่หนึ่ง พลางพูดขึ้นว่า “คุณหยอก ล้อฉันให้มันน้อยๆหน่อย ตอนนี้ฉันไม่ได้มีความคิดนั้นเลย
หัวเหยาเป็นคนเกียจคร้าน แค่เสี่ยวหลินคนเดียว หล่อนก็ รู้สึกรำคาญ หากมีอีกคน หล่อนคงยิ่งรังเกียจเข้าไปใหญ่

เมื่อจิ่งหนิงเห็นสภาพเช่นนั้น ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

ทั้งสองต่างพูดคุยเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนในช่วงนี้สักพักหนึ่ง กระทั่งถึงเวลารับประทานอาหารเย็นจึงได้ลงมา เนื่องจากมีคน จํานวนมาก ทำให้การรับประทานอาหารเย็นค่อนข้างครึกครื้น

ตอนบ่ายจึงเป็นได้ไปพบกับหลินยวน ไม่รู้เหมือนกันว่า ผู้ชายทั้งสองคุยอะไรกัน เมื่ออยู่บนโต๊ะอาหาร ซึ่งหนึ่งรู้สึกอย่าง เห็นได้ชัดว่าหลินยวนอ่อนโยนและดูร่าเริงกว่าเมื่อก่อน

หากเมื่อก่อน หลินยวนเป็นก้อนน้ำแข็งก้อนหนึ่ง ตอนนี้ก็ ถือว่าเขาเป็นน้ำแข็งก้อนหนึ่งที่ละลายแล้ว

ที่ทั้งปลิ้นปล้อนและรอบคอบมากยิ่งขึ้น

แต่ว่านี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี

ในเมื่อต่อไปเขาจะต้องเป็นคนสืบทอดกิจการของตระกูลจิ้น การทำธุรกิจไม่ว่าคุณจะมีความสามารถมากแค่ไหน แต่บางครั้ง ก็จําเป็นต้องดูแลในภาพรวม

เมื่อรับประทานอาหารเย็นเสร็จ ท่านย่าจิ้นก็ได้จัดเตรียม ที่นอนให้กับพวกเขา ลู่วิ่งเซินและคนอื่นๆก็ไม่ได้เกรงใจ และ ตัดสินใจที่จะนอนค้างที่ตระกูลจิ้น

อานอานได้กลับเข้าไปในห้องนอนของตนเองและนอนหลับ แล้ว ส่วนจิ้งเจ๋อน้อยเนื่องจากอายุยังน้อย จำเป็นต้องให้วิ่งหนึ่งกล่อมนอน

จิ้งหนึ่งนอนอยู่ข้างๆ เล่านิทานให้เขาฟัง

เมื่อเห็นศีรษะเด็กน้อยค่อยๆ โน้มต่ำลง เธอจึงค่อยๆวางหมอน ให้กับเขา และห่มผ้าให้กับเขา จากนั้นก็ค่อยๆเดินกลับไป

เมื่อออกจากห้องก็เจอกับลู่จึงเป็นที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน

ในมือของลู่วิ่งเป็นมันมอยู่แก้วหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเธอออกมา จากห้องนอนของจิ้งเจ๋อน้อย จึงถามขึ้นว่า “นอนแล้วเหรอ? ”

จิ่งหนิงพยักหน้า

เนื่องจากกลัวว่าเขาจะทำให้เด็กๆตื่น จึงจูงมือของเขา แล้ว เดินไปยังห้องของตนเอง

เมื่อเข้าห้อง เธอถึงคลายความกังวลลง หลังจากที่ปิดประตู

จึงถามขึ้นว่า “เมื่อคุณไปไหนมาเหรอคะ?

“ไปรับโทรศัพท์เขานิ่งครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นว่า “ลูกน้องของ

ผมพบแผ่นหยกคัมภีร์สวรรค์อยู่ก้อนหนึ่ง”

จิ่งหนิงตะลึงงัน รู้สึกตะลึงงันเล็กน้อย

“เร็วจังเลย? เจอที่ไหนเหรอคะ? ”

“เหมืองหินแห่งหนึ่งที่เขียนหนาน เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ลู่วิ่งเซินก็ดูกังวลเล็กน้อย “หนิงหนิง มีเรื่องๆหนึ่งคุณรู้สึกไหมว่ามันแปลกๆ? ”
จิ่งหนิงงงงวย พลางนั่งลง “เรื่องอะไรเหรอคะ?

คิ้วของลู่จึงเป็นกระดกขึ้น พลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม ว่า “ตลอดระยะเวลาที่พวกเราช่วยกู้ซื้อเฉียนตามหาแผ่นหยก คัมภีร์สวรรค์แม้ว่าจะไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ถึงกลับยากเย็นแสนเข็ญ หากพิจารณาจากวิธีการของหนานกงจีน และข่าวที่มี

ประสิทธิภาพของตระกูลหนาน ผมไม่ได้รู้สึกว่าหากพวกเขาไม่มี พวกเรา แล้วจะหาไม่เจอ คุณเคยคิดไหมว่า ในเมื่อเขาสามารถ หาให้เจอได้ด้วยตนเอง แล้วทำไมจะต้องยืมมือคนอื่น โดยการ บังคับให้กู้ซื้อเฉียนตามหาด้วยล่ะ?

จิ่งหนีงงงงันอยู่ตรงนั้น

พูดตามตรง ข้อสงสัยที่จึงเป็นพูดถึง ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้ ครุ่นคิดมาก่อนเลย

ใช่แล้ว ตระกูลหนานมีอำนาจขนาดนั้น?

นั้นเป็นเรื่องที่ยากที่จะคาดเดาจริงๆ แม้ว่าจะเป็นลุงแท้ๆของ เธอ ทางฝั่งของตระกูลจื่อจินก็ยากที่จะเคียงบ่าเคียงไหล่

อีกทั้งหนานกงจีนยังเป็นคนที่ชอบวางแผนกลยุทธ์ ทำไมเขา ไม่หาเองล่ะ?

คิ้วของเธอขมวดกันแน่น


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ