วิวาห์หวาน นายซาตาน ที่รักของฉัน

บทที่ 917 คนที่อยู่เบื้องหลัง



บทที่ 917 คนที่อยู่เบื้องหลัง

ข้าง ๆ เขามีโต๊ะไม้พะยูงตัวเตี้ยตั้งอยู่บนโต๊ะมีกระถางธูปที่ ถูกจุดไว้ ไม้กฤษณาชั้นเลิศกำลังถูกเผาไหม้อย่างเงียบเชียบ เกิด เป็นกลิ่นที่ทั้งหอมทั้งเศร้าโชยออกมา

หลังจากที่รอให้ลูกน้องของเขารายงานสถานการณ์เสร็จ เขาก็

หยุด โบกพัดอยู่ในมือ

ก่อนจะพูดขึ้นอย่างราบเรียบว่า “เพราะงั้น อาณาเขตของ กลุ่มชาวจีนก็เลยถูกพวกเขาแบ่งกันจนเสร็จแล้วเหรอ?”

ลูกน้องของเขาก้มหน้าลงเล็กน้อย พร้อมกับตอบกลับด้วย ความเคารพว่า “ครับ”

ขณะที่ตอบ เขาก็เหลือบมองไปที่เจ้านายของตัวเองด้วยความ

ไม่เข้าใจเล็กน้อย

“คุณท่าน พวกเราไม่เข้าใจมาตลอด ในเมื่อท่านลงมือต่อกร

กับ กลุ่มชาวจีนทำไมไม่…..

ชายหนุ่มยิ่งออกมาเบา ๆ

ใบหน้าที่หล่อเหลาไร้ที่ติ มีประกายที่ยากจะคาดเดา ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นว่า “ฉันขัดสนเรื่องเงินงั้นเหรอ?”

ลูกน้องของเขาชะงักไป

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าเจ้านายเขามีเงินเท่าไร แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้ขัดสนอย่างแน่นอน

เพราะงั้น เขาจึงส่ายหน้าเบา ๆ

ชายหนุ่มถามขึ้นอีกครั้งว่า “แล้วตระกูลหนานต้องการสิ่งของ ภายนอกเพื่อเป็นหลักประกันพลังอำนาจของพวกเขารึเปล่า?”

ลูกน้องก็ส่ายหน้าอีกครั้ง

ในเมื่อไม่ได้ต้องการอะไร แล้วจะให้ฉันไปแก่งแย่งกับพวก

เขาทําไม” พอเขาพูดแบบนี้ ลูกน้องคนนั้นคล้ายจะเข้าใจแล้ว แต่ก็ยังดู

เหมือนไม่เข้าใจ

“งั้นที่ท่านลงมือครั้งนี้…..

“ฉันมีเหตุผลของฉัน”

พอชายหนุ่มพูดจบ เขาก็โบกมือเบา ๆ ลูกน้องเห็นดังนั้น เขาก็ ไม่กล้าถามอะไรเพิ่ม จึงค่อย ๆ ถอยออกไป

รอจนเขาออกไปแล้ว ชายหนุ่มก็ยังนั่งอยู่ตรงนั้นไปอีกสักพัก จนกระทั่งมีคนรับใช้จากด้านนอกเข้ามากระซิบบอกเขาว่า คุณชายรอง มาแล้วครับ”

เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะยืดตัวขึ้นแล้วเดินออกไป ภายในห้องอันเงียบสงบ พร้อมกับการตกแต่งที่เรียบง่าย ขณะที่ชายหนุ่มเดินเข้าไปภายในห้องก็มีอีกคนหนึ่งนั่งคอย อยู่ก่อนแล้ว
ชายคนนั้นสวมชุดสูทสีเข้ม ดูเหมือนอายุประมาณห้าสิบหรือ หกสิบปี พอเห็นเขาเดินเข้ามา ก็รีบโค้งตัวทำความเคารพทันที ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “คุณท่าน มาแล้วเหรอครับ”

หนานกงจีน มองไปยัง หนานกงยว ที่อยู่เบื้องหน้า

เขาถือสายประคำพร้อมกับใช้นิ้วลูบทีละเม็ด พร้อมพูดว่า “นั่ง ลงเถอะ”

หนานกงยว จึงนั่งลงอย่างร้อนรน

เป็นเรื่องที่ยากจะจินตนาการ ผู้อาวุโสอันสูงส่งของตระกูล หนานในสายตาคนภายนอก ตอนนี้กำลังก้มหัวอย่างนอบน้อม ให้ชายหนุ่มอีกคนที่ดูอ่อนกว่าเขาอย่างน้อยก็ยี่สิบปี

ทั้งสองนั่งตรงข้ามกัน เบื้องหน้ามีชุดถาดน้ำชาโบราณตั้งอยู่ หนานกงจิ่น เอื้อมมือออกไป ก่อนจะเริ่มชงชาอย่างละเอียด ละไม

หนานกงยว สังเกตเห็นว่ามือที่อยู่เบื้องหน้า นั้นเรียวยาวขาว สะอาด ราวกับหยกอันสมบูรณ์แบบ ไม่เหมือนมือผู้ชายเลยสัก

เขาเกือบจะลุ่มหลงไปกับมันแล้ว จนกระทั่ง หนานกงจิ่น เริ่ม พูดขึ้น อีกฝ่ายถึงได้ดึงสติกลับมา

“เรื่องทั้งหมดในตระกูลเรียบร้อยดีใช่ไหม?” หนานกงยว ตอบกลับอย่างลนลานว่า “ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ เรื่องที่คุณท่านสั่งผมก่อนหน้านี้ ผมแจ้งลงไปแล้ว ทุกอย่าง จัดการตามที่คุณท่านสั่งทั้งหมดเลยครับ

หนานกงจีน พยักหน้ารับ

เขายกมือขึ้น พร้อมกับรินซาจอกหนึ่งให้ หนานกงยว ด้วยตัว

เอง

หนานกงยว รับมาอย่างประจบสอพลอ แต่ใบหน้าของเขา

กลับซีดเผือดด้วยความกลัว

“คุณท่าน ผมไม่กล้ารบกวนคุณท่านหรอกครับ ผมจัดการเอง ก็ได้”

หนานกงจีน ยิ้มออกมาเล็กน้อย “คนกันเองทั้งนั้น จะเกรงใจ อะไร”

คำพูดของเขา ทำให้หนานกงยว ชะงักไป ไม่รู้เหมือนกันว่า

เพราะอะไร แต่อยู่ ๆ ในใจก็รู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาอย่างบอก

ไม่ถูก

ขณะที่กำลังสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงต้องปฏิบัติกับตนด้วย ความสุภาพขนาดนี้ เขาก็ได้ยิน หนานกงจีน พูดขึ้นว่า “หลายปี มานี้ต้องให้คุณจัดการเรื่องในตระกูลตลอด ลำบากคุณแล้ว

พอคำพูดนี้หลุดออกมา ทันใดนั้น หนานกงย ก็เบิกตากว้าง

ด้วยความตื่นตระหนก

ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างร้อนรน
“คุณท่านครับ ผม ผมไม่ลำบากเลย ผมจัดการตามแนวทางที่ คุณท่านต้องการตลอด เรื่องที่คุณท่านบอกทำไม่ได้ผมก็ไม่ทำ ผม….……

เขาตื่นตระหนกจนเหงื่อซึมออกมาเต็มใบหน้า

หนานกงจีน พูดพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อยว่า “ฉันรู้ คุณไม่ ต้องกลัว ฉันแค่ถามเฉย ๆ ตราบใดที่คุณยังทำงานได้ดี ฉันก็ ไม่มีความคิดที่จะทำอะไรคุณหรอก”

หนานกงยว มองเขาด้วยใบหน้าซีดเซียว เพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่ เขาพูดนั้นจริงหรือเท็จ

หนานกงจั่น ยิ้มพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “นั่งลง” เขาไม่มีทางเลือกอื่น จึงทำได้แค่ค่อย ๆ นั่งลงอีกครั้ง บรรยากาศภายในห้องนั้นอึมครึมเล็กน้อย

หนานกงยว ถามขึ้นอย่างระมัดระวังว่า “ไม่ทราบว่านายท่าน

เรียกผมมาวันนี้ มีอะไรจะสั่งรึเปล่าครับ”

หนานกงจีน ตอบกลับว่า “ไม่ต้องรีบ คุณลองชิมชาดูก่อน

สีหน้าของเขาดูเฉยเมย ท่าทางในการชงชานั้นดูไม่รีบร้อน มองดูแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเขากำลังเดินออกมาจากภาพวาด ก็ไม่ปาน ทำให้คนที่เห็นรู้สึกเพลินตาเวลามอง

หนานกงยวไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยกขาขึ้นมาจิบเบา ๆ รสชาติที่เข้าไปในปากนั้นขมเล็กน้อยก่อนจะมีรสหวานตามมา ทำให้เกิดความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที

นัยน์ตาของเขาอดเป็นประกายไม่ได้

“ชาติ ๆ”

หนานกงจั่น ยิ้มออกมาเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นมันประดับอยู่ใน ดวงตาเขา ราวกับว่าในใจของเขานั้นมีความสุขจริง ๆ

เขาพูดพร้อมรอยยิ้มว่า “นี่คือ เซียนเหรินจุ้ย ที่ ซูลั่ว ส่งมาให้ ใหม่ ปีนี้รวบรวมมาได้แค่นิดหน่อย ทั้งหมดล้วนอยู่ที่ฉัน ถ้าคุณ ขอบคุณเอากลับไปบ้างก็ได้นะ

หนานกงยว ตกตะลึงไปชั่วขณะ

ทว่าครั้งนี้ กลับไม่กล้าปฏิเสธ จึงตอบกลับอย่างร้อนรนว่า “ขอบคุณครับคุณท่าน

หลังจากดื่มชาเสร็จ หนานกงจีน ก็พูดขึ้นว่า “ครั้งนี้ที่ฉันขอให้ พวกคุณจัดการ กลุ่มชาวจีนแม้ว่าพวกคุณจะทำสำเร็จ แต่หลัง จากเกิดเรื่อง ฉันก็ไม่ได้ให้พวกคุณเข้าไปมีส่วนร่วมในการแบ่ง ผลประโยชน์ คนข้างล่างคงจะเกิดข้อข้องใจกับคุณมากทีเดียว”

หนานกงยว ยิ้มออกมาอย่างรอบคอบและระมัดระวัง “พวกคน ข้างล่างไม่เข้าใจความพยายามของคุณท่าน ต่อให้มีข้อข้องใจก็ เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ต่อไปเมื่อพวกเขารู้ว่าที่คุณท่านทำไป ทั้งหมดก็เพราะหวังดี เดี๋ยวพวกเขาก็จะหายข้องใจไปเองล่ะ ครับ”

หนานกงจิ่น หรี่ตาลงเล็กน้อย
“แต่พวกเขาไม่ได้รู้ว่าคนที่ตัดสินใจเรื่องนี้ คือฉันที่อยู่เบื้อง หลังคุณ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเบื้องหลังคุณมีฉันอยู่ คุณจะ อธิบายเรื่องนี้ให้พวกเขาฟังยังไง?”

ใบหน้าของ หนานกงยว นั้นแข็งทื่อขึ้นมาทันที

หนานกงจีน พูดต่ออย่างเฉยเมยว่า “ตระกูลหนานได้รับการ สืบทอดมาเป็นเวลาหลายพันปี และผู้อาวุโสทุกคนมีเป้าหมาย ร่วมกันเพียงหนึ่งเดียวคือการมุ่งมั่นและพัฒนาตระกูล ให้มั่นคง ไม่ว่าจะแข็งแกร่งสักแค่ไหน หรือมีพลังอำนาจลึกลงไปเท่าไร แต่ สุดท้ายแล้วมันก็ยังมีขีดจำกัด อาณาเขตของ กลุ่มชาวจีนอยู่ไกล จากพวกเราเกิ หากยึดมาได้ ไม่เพียงแค่จะได้ประโยชน์น้อย นิด แต่มันยังเป็นการกระจายกำลังของพวกเราอีก ซึ่งมันอาจจะ ก่อให้เกิดการแบ่งแยก ในกลุ่มด้วย ในท้ายที่สุดตระกูลที่ดี ๆ อยู่ แล้ว ก็อาจจะต้องลงเอยด้วยการแบ่งแยก จนสุดท้ายก็ต้องล่ม สลายลงไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

น้ำเสียงของเขานิ่งเรียบ เป็นจังหวะ หนานกงย ได้ฟัง หัวใจ ของเขากระตุกขึ้นมาทันที

เขาลุกขึ้นยืนอย่างร้อนรน ก่อนจะโค้งคำนับชายหนุ่มแล้วพูด ขึ้นว่า “ขอบคุณ คุณท่านที่ตักเตือนครับ ผมเข้าใจแล้ว

หนานกงจีน ยกถ้วยชาขึ้นมาจิบอีกครั้ง พร้อมกับพูดขึ้นว่า “ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมต้องส่งตัวพวกคุณไปจัดการกับ กลุ่มชาวจีน นั้นก็แค่เพราะว่ากลุ่มนี้มันไม่เข้าใจกฎเกณฑ์เกินไป เดิมทีความ เป็นระเบียบของวงการใต้ดินก็ดีมาตลอดอยู่แล้ว แต่พวกเขากลับจงใจที่จะกวาดล้างกลุ่มอื่น ๆ ทั้งหมด พวกเขาอยากกินค่า ใหญ่เกินไป”

และเนื่องจากเรายึดถือความมั่นคงและความเป็นระเบียบมา โดยตลอด เมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้เราจึงเพิกเฉยต่อมันไม่ได้ ไม่ต้องพูดว่าเคยมีคนทำมาเยอะแล้ว เราก็เหมือนแค่มาแต่งหน้า เค้กเพิ่ม ซึ่งมันก็ไม่ติดอะไรอยู่แล้ว แถมยังได้ขายประโยชน์ให้ กับฝ่ายอื่นอีก ทำไมเราจะไม่ทำล่ะ?”

หนานกงยว ก้มหน้ารับ “ครับ ผมเข้าใจแล้ว


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ