พลิกชีวิต ผมเป็นคนรวยแล้ว

บทที่350 ต้องไปนอนที่บ้านฉัน



บทที่350 ต้องไปนอนที่บ้านฉัน

ในห้องวีไอพีที่ดีที่สุดของโรงแรมเคเอสโอ

รพีพงษ์นั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกับธีรศานติ์จารุณีทั้งสองคน บน โต๊ะนั้นเต็มไปด้วยอาหารชั้นเลิศ กรภัทร์ให้เชฟเตรียม อาหารเหล่านี้เป็นพิเศษ แม้ว่าเขาจะไม่พอใจกับรพีพงษ์มาก ก็ตาม แต่เห็นแก่หน้าธีรศานติ์ เขาต้องต้อนรับทั้งสามคน เป็นอย่างดีที่สุด

“อาหารเหล่านี้ทำโดยเชฟชั้นนำของโลกที่โรงแรมเราเพิ่ง ได้เชิญกลับ รสชาติดีมาก ลองดูสิครับ”หลังจากที่กรภัทร์ จัดการสั่งเซฟเสร็จ เดินเข้ามาที่ห้องวีไอพี และไม่เกรงใจ นั่ง ลงที่โต๊ะอาหาร

เมื่อจารุณีเห็นว่ากรภัทร์กำลังจะนั่งลงมา เบิกตากว้างจ้อง ไปที่เขา แล้วพูดว่า: “ใครให้นายนั่งลง รพีพงษ์มาหาพ่อฉัน เพื่อคุยธุระ นายนั่งลงทำไม นายไม่เกรงใจกันบ้างเลยจริงๆ ไม่ละอายใจเลย”

กรภัทร์ยังไม่ทันนั่งลงบนเก้าอี้ หลังจากที่ได้ยินคำพูดของ จารุณี ร่างกายก็แข็งที่อขึ้นมา ตอนแรกเขาคิดว่ารพีพงษ์ และธีรศานติ์สองพ่อลูกก็แค่มาทานอาหาร ในเมื่อรพีพงษ์ เป็นคนธรรมที่ไม่ชื่อเสียงยังสามารถนั่งโต๊ะเดียวกันกับธีร ศานต์พวกเขาได้ ถ้าอย่างนั้นเขานั่งลงมาก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร

ที่สำคัญแม้ว่าพวกเขาจะคุยธุระกัน ธีรศานต์ก็คงจะให้ เกียรติเขาบ้าง อย่างน้อยก็ให้เขานั่งลงทานอาหารด้วยกัน ค่อยเชิญเขาออกไป แต่ว่าตอนนี้จารุณีไม่ให้เกียรติเขาเลย แต่กลับที่มแทงเขา ยังบอกว่าเขาไม่ละอายเลย ทำให้เขา ค่อนข้างละอาย ใบหน้าของเขาเหมือนกับกินอุจจาระเข้าไป

“ขอ….ขอโทษด้วย ในเมื่อพวกคุณมีเรื่องจะคุยกัน ถ้า อย่างนั้นผมก็จะไม่อยู่เกะกะที่นี่ พวกคุณทานได้อย่างเต็มที่ เลยครับ ต้องการอะไรก็เรียกผมได้ ผมออกไปก่อน”กรภัทร์ รีบพูดอย่างรวดเร็ว และจากนั้นก็รีบเดินออกห้องวีไอพีไป

ข้างนอก

ถึงด้านนอกห้องวีไอพี กรภัทร์ก็ถอนหายใจด้วยความโล่ง อก ความลำบากใจเมื่อกี้ทำให้ใบหน้าของเขาแดงก่ำ ใน เวลาสักพักไม่สามารถจะหายลงไปได้

เขากำหมัดของตัวเองแน่น ดวงตาของเขาแสดงสีหน้า โหดเหี้ยม เห็นได้ชัดว่าเขาเอาเหตุผลที่ทำให้ตัวเองขาย โยนไปที่รพีพงษ์ทั้งหมด ถ้าไม่ใช่รพีพงษ์ เขาจะขายหน้าได้ มากขนาดนี้ได้อย่างไร

ที่สำคัญจารุณียังสนิทสนมใกล้ชิดรพีพงษ์มากขนาดนี้ จน บอกว่ารพีพงษ์เป็นผู้ชายของเขา ซึ่งทำให้กรภัทร์ถือว่ารพี พงษ์เป็นศัตรูที่เกลียดมากที่สุดของตัวเอง
“ไม่ได้ล่ะ ต้องตรวจสอบว่าไอ้หมอนี่เป็นใครมาจากไหน ถ้าหากว่ามีภูมิฐานบ้างก็ช่างมันเถอะ ถ้าหากว่าไม่มีภูมิฐาน อะไร กูไม่ปล่อยมึงไว้แน่น!”ตะคอกด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น กรภัทร์จึงเดินไปที่ประตูทางเข้า

ในห้องวีไอพี

“กรภัทร์นั้นน่ารำคาญจริงๆ ยังอยากนั่งที่นี่ฟังพวกเราพูด คุยกัน ที่สำคัญเขายังกล้าดูถูกรพีพงษ์ด้วย ถ้ามีโอกาสจะ ต้องจัดการเขาซะหน่อย” หลังที่จารุณีเห็นกรภัทร์เดินออกไป ก็บ่นขึ้นมา

รพีพงษ์มองไปที่จารุณีแล้วยิ้มเล็กน้อย คิดในใจเด็กคนนี้ ไม่ได้ซ่อนความคิดของตัวเองไว้ในใจเลย คิดอะไรก็พูดอะไร ถือเป็นผู้หญิงที่มีอารมณ์อย่างแท้จริง

เมื่อจารุณีเห็นรพีพงษ์แล้วยิ้มให้เธอ บนใบหน้าก็แสดง ความโกรธและความเสียใจขึ้นมาทันที สีหน้าเต็มไปด้วย ความไม่พอใจ: “นายยังจะมายิ้มให้ฉันอีก เรื่องครั้งก่อนฉัน ยังไม่ได้คิดบัญชีกับนายเลย ทำไมนายต้องให้พ่อของฉันพา ฉันกลับมาที่เกี่ยวโตด้วย นายไม่ต้องการฉันแล้วใช่มั้ย นาย คิดว่าแบบนี้ก็สามารถหลุดพ้นจากฉันได้เหรอ?”

รพีพงษ์ไปพักหนึ่ง แล้วพูดอย่างช่วยไม่ได้ “นี่ ความจริง แล้วฉันคิดว่าเธอเป็นน้องสาวของฉันเสมอมา ฉันก็เป็นคนที่แต่งงานแล้ว จากนี้ไปก็อย่าคิดอะไรกับฉันอีก ตอนนี้เธอยัง เด็ก อีกหน่อยเธอก็จะเข้าใจเองว่าความคิดตอนนี้ของเธอมัน ไร้เดียงสา”

“ที่ ทำไมล่ะ หรือว่านายคิดว่าฉันอายุน้อยกว่านาย ฉันก็ จะรู้น้อยกว่านาย จะบอกนายให้ ฉันก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว สิ่งที่ ฉันรู้ก็ไม่น้อยไปกว่าพวกนาย อย่าเอาคำว่าฉันอายุน้อยมา หยุดฉัน”จารุณีพูดอย่างไม่พอใจ

“เอาล่ะ นี่ หยุดโวยวายได้แล้ว รพีพงษ์มาหาพ่อเพื่อคุย ธุระ ถ้าลูกยังก่อความวุ่นวายอีก พ่อก็จะโทรเรียกคนให้มา รับลูกกลับไป”ธีรศานติ์กล่าว

จารุณีถึงค่อยหยุดลงมา แต่ก็มองออก เธอไม่ได้รู้ว่าตัว เองมาสร้างปัญหา แต่เธอแค่ต่อสู้เพื่อความสุขของตัวเอง

ธีรศานติ์มองไปที่รพีพงษ์ แล้วถามว่า: “ครั้งนี้ที่นายมาหา ฉัน คงจะเป็นเรื่องของตระกูลลัดดาวัลย์ใช่มั้ย?”

รพีพงษ์พยักหน้า แล้วพูดว่า: “เมื่อไม่นานมานี้วีธราไปที่ เมืองริเวอร์ เธอตายด้วยน้ำมือของจักรพันธ์ ดังนั้นผมว่าจะ ยึดตระกูลลัดดาวัลย์กลับคืนมา ดังนั้นผมหวังว่าจะได้รับ ความช่วยเหลือจากประธาน ถ้าหากว่าพรุ่งนี้คุณสามารถ ออกหน้าได้ เชื่อว่ามันจะง่ายขึ้นสำหรับการคุมควบฝั่งตระกูล ลัดดาวัลย์”

สีหน้าของธีรศานต์ก็เปลี่ยนไป คาดไม่ถึงว่าวีธราจะตายแล้ว ที่สำคัญตายด้วยน้ำมือของจักรพันธ์ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ ธีรศานติ์รู้สึกสงสัย “ไม่รู้ว่าจะสามารถเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่เมืองริเวอร์

ฟังหน่อย วีธราตายด้วยน้ำมือของจักรพันธ์ มันเป็นเรื่อง

เหลือเชื่อจริงๆ”ธีรศานต์กล่าว

รพีพงษ์ไม่ได้ปกปิดมัน เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่ เมืองริเวอร์ให้ธีรศานต์ฟัง น้ำเสียงค่อนข้างนิ่งสงบ

หลังจากที่ธีรศานต์ได้ฟังความจริงแล้วรพีพงษ์บีบบังคับ จักรพันธ์ให้ฆ่าวีธรา ก็หยุดหายใจไปชั่วขณะ จักรพันธ์บีบคอ แม่ของตัวเองให้ตายคามือทำให้คนตกใจจริงๆ แต่ยิ่งไป กว่านั้นสิ่งที่ทำให้ในใจของธีรศานติ์หวาดกลัวขึ้นไปอีกก็คือ รพีพงษ์ปล่อยให้วีธราและจักรพันธ์เผชิญกับทางเลือกเช่นนี้ และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือน้ำเสียงของรพีพงษ์ตอนที่พูดน้ำ เสียงนิ่งสงบ ราวกับว่าพวกเขาสมควรที่จะต้องมีจุดจบเช่นนี้

“จิตใจของคนนั้นเปรียบเทียบได้ยาก แต่ว่าเขาผ่าน ประสบการณ์แบบนี้มาแล้ว มีแม่ที่โหดร้ายเช่นนี้ จะบีบ บังคับให้จักรพันธ์ฆ่าวีธรา มันก็เป็นเรื่องที่ควรจะเกิดขึ้น” ธีรศานติ์พึมพำในใจ

“นายวางแผนที่จะยึดตระกูลลัดดาวัลย์คืนมา คงจะไม่ใช่ เรื่องที่ง่ายๆนะ นอกจากนายจะหาฉันแล้ว ก็น่าจะหาผู้ช่วย คนอื่นด้วยใช่มั้ย?”ธีรศานติ์ถาม
แล้ว ที่สำคัญตายด้วยน้ำมือของจักรพันธ์ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ ธีรศานติ์รู้สึกสงสัย “ไม่รู้ว่าจะสามารถเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่เมืองริเวอร์

ฟังหน่อย วีธราตายด้วยน้ำมือของจักรพันธ์ มันเป็นเรื่อง

เหลือเชื่อจริงๆ”ธีรศานต์กล่าว

รพีพงษ์ไม่ได้ปกปิดมัน เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่ เมืองริเวอร์ให้ธีรศานต์ฟัง น้ำเสียงค่อนข้างนิ่งสงบ

หลังจากที่ธีรศานต์ได้ฟังความจริงแล้วรพีพงษ์บีบบังคับ จักรพันธ์ให้ฆ่าวีธรา ก็หยุดหายใจไปชั่วขณะ จักรพันธ์บีบคอ แม่ของตัวเองให้ตายคามือทำให้คนตกใจจริงๆ แต่ยิ่งไป กว่านั้นสิ่งที่ทำให้ในใจของธีรศานติ์หวาดกลัวขึ้นไปอีกก็คือ รพีพงษ์ปล่อยให้วีธราและจักรพันธ์เผชิญกับทางเลือกเช่นนี้ และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือน้ำเสียงของรพีพงษ์ตอนที่พูดน้ำ เสียงนิ่งสงบ ราวกับว่าพวกเขาสมควรที่จะต้องมีจุดจบเช่นนี้

“จิตใจของคนนั้นเปรียบเทียบได้ยาก แต่ว่าเขาผ่าน ประสบการณ์แบบนี้มาแล้ว มีแม่ที่โหดร้ายเช่นนี้ จะบีบ บังคับให้จักรพันธ์ฆ่าวีธรา มันก็เป็นเรื่องที่ควรจะเกิดขึ้น” ธีรศานติ์พึมพำในใจ

“นายวางแผนที่จะยึดตระกูลลัดดาวัลย์คืนมา คงจะไม่ใช่ เรื่องที่ง่ายๆนะ นอกจากนายจะหาฉันแล้ว ก็น่าจะหาผู้ช่วย คนอื่นด้วยใช่มั้ย?”ธีรศานติ์ถามศานต์ก็ต้องไปคิดว่าตกลงว่าตัวเองสามารถจัดการกับรพี พงษ์ได้มั้ย

ใครที่คนหนึ่งที่สามารถทำให้คนของสำนักบูโตวงแสง ออกหน้าได้ สามารถรวบรวมพลังได้มากมายขนาดไหนก็ไม่ อาจรู้ได้ ถ้าหากในเวลานี้ธีรศานต์เลือกที่จะปล้นทรัพย์สิน ของตระกูลลัดดาวัลย์ จะต้องถูกรพีพงษ์ล้างแค้นอย่าง แน่นอน แค่สำนักบูโดวงแสงก็เพียงพอที่จะทำให้เขาปวดหัว

ธีรศานต์ก็เข้าใจความหมายของรพีพงษ์ แทนที่จะเสี่ยง เขาช่วยรพีพงษ์ดีกว่า แบบนี้แม้ว่ารพีพงษ์จะยึดตระกูลลัดดา วัลย์กลับคืนมา รพีพงษ์ก็จะคิดถึงความมีน้ำใจนี้ คงจะเป็น ประโยชน์ต่อหอการค้าสมน.อย่างแน่นอน

“นายวางแผนที่จะลงมือเมื่อไหร่ ถึงเวลาฉันหอการค้า สมน. ให้ความสนับสนุนช่วยเหลืออย่างเต็มที่แน่นอน”ธีร ศานติกล่าวอย่างเคร่งขรึม

“มีค่าพูดนี้ของประธานก็เพียงพอแล้ว” รพีพงษ์ยิ้มขึ้นมา เล็กน้อย “วีธราและจักรพันธ์ก็หายตัวไปหลายวันแล้ว ตระกูลลัดดาวัลย์น่าจะรับรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เป็นไปได้ มากว่าพวกเขาจะรู้วีธราอยู่ในเงื้อมมือของผม ดังนั้นเรื่องนี้ จะช้าไม่ได้ ผมว่าจะลงมือพรุ่งนี้”

“พรุ่งนี้จะรีบเกินไปหรือเปล่า?”ธีรศานต์ขมวดคิ้ว

“อันนี้ไม่เร็ว อันที่จริงที่ผมให้ประธานออกหน้า ก็เพื่อห้ามปรามคนในตระกูลลัดดาวัลย์ที่ไม่พอใจผมเท่านั้นเอง ตอนนี้ ตราสัญลักษณ์นายใหญ่ของตระกูลลัดดาวัลย์และเส้นชีวิต ทางเศรษฐกิจของตระกูลลัดดาวัลย์อยู่ในกำมือของผม นั้น เท่ากับว่าตระกูลลัดดาวัลย์เป็นของผม ผมไปที่ตระกูลลัดดา วัลย์ ก็เพื่อประกาศให้พวกเขาทราบเรื่องนี้เท่านั้น ถ้าพวก เขามีความรู้ น่าจะเข้าใจว่าจะต้องเลือกยังไง”รพีพงษ์กล่าว

ธีรศานต์พยักหน้า แล้วพูดว่า: “ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็คงต้องฟัง

นาย”

“ถ้าอย่างนั้นก็ลำบากประธานแล้วนะ” รพีพงษ์ยกแก้วไวน์ ขึ้น ให้เกียรติกับธีรศานติ์ จากนั้นดื่มมันทั้งหมดในครั้งเดียว

ธีรศานติ์หยิบแก้วไวน์ขึ้นมา ดื่มลงไป และยิ้มให้รพีพงษ์ เล็กน้อย

“พ่อค่ะ พ่อไม่ควรรับปากเขาไปเช่นนี้” ในขณะนี้ จารุณีพูด ขึ้นอย่างกะทันหัน

ธีรศานติ์หันหน้าไปมองจารุณี แล้วถาม: “ทำไมล่ะ?”

“ทำไมพ่อไปรับปากเขาง่ายเช่นนี้ละค่ะ เขาจำเป็นต้อง รับปากเงื่อนไขของเราหนึ่งข้อ พ่อถึงค่อยรับปากเขา”จารุณี กล่าว

ธีรศานต์เกิดความสงสัยทันที เขาคิดว่าตัวเองเพิ่งรับปาก รพีพงษ์แล้วพลาดอะไรไป จึงรีบถามจารุณีอย่างรวดเร็ว”เงื่อนไขอะไรเหรอ?”

รพีพงษ์ก็มองไปที่ด้วยความอยากรู้ สงสัยว่าทำไมเธอถึง ได้พูดเรื่องเงื่อนไขออกมา

“แน่นอนก็คือแต่งงานกับหนู ถ้าเขาไม่แต่งงานกับหนู พ่อ ก็ช่วยเขาไม่ได้”จารุณีพูดอย่างเคร่งขรึม

ธีรศานต์และรพีพงษ์ทั้งคนต่างก็ตกตะลึง และทั้งคู่ก็ หัวเราะขึ้นมา โดยไม่คาดคิดว่าเงื่อนไขที่จารุณีพูดจะเป็นเช่น นี้

“พ่อค่ะ พ่อหัวเราะอะไร หนูพูดไม่ถูกเหรอ นี่เป็นโอกาสที่ ดีที่สุดที่หนูจะแต่งงานกับเขา เขาต้องแต่งงานกับหนู ไม่ อย่างนั้นถ้าพ่อช่วยเขาแล้ว เขาก็หนีอีก”จารุณีมองไปที่ธีร ศานต์อย่าไม่พอใจ

ธีรศานติ์ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ และพูดว่า: “ถ้า หากว่าตอนนี้เขายังไม่แต่งงาน ไม่แน่พ่ออาจจะฟังคำพูด ของลูก แต่ว่าตอนนี้เขาก็แต่งงานไปแล้ว พ่อไม่สามารถไป บีบบังคับให้เขาหย่าแล้วมาแต่งงานกับลูกได้”

ใบหน้าของจารุณีกังวล ราวกับว่าถ้ารพีพงษ์จะไม่แต่งงาน กับเธอ วันนี้เธอก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้

“อะแฮ่ม เนื่องจากธุระก็ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ถ้าอย่าง นั้นผมจะไปหาที่นอนก่อนคืนหนึ่ง แล้วผมจะติดต่อคุณไปในวันพรุ่ง”รพีพงษ์พูดกับธีรศานต์

“ถ้านายไม่มีที่นอน ก็มานอนที่บ้านฉัน ที่บ้านฉันยังมีห้อง อีกหลายห้อง”ธีรศานติ์กล่าว

รพีพงษ์รีบส่ายหัวทันที ถ้าไปบ้านเขาจริงๆ จารุณีคงจะ เป็นบ้าแน่ๆ

เมื่อจารุณีเห็นรพีพงษ์ส่ายหัว ก็จับแขนของเขา และพูดว่า: “ไม่ได้ วันนี้นายต้องไปที่บ้านฉัน ฉันไม่ขอให้นายแต่งงาน กับฉัน แต่ว่าถ้านายต้องการให้พ่อฉันช่วย วันนี้นายต้องไปที่ บ้านฉัน ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ฉันไม่ให้พ่อของฉันออกบ้านแน่”

รพีพงษ์มองไปที่คุณหนูอย่างจนปัญญา โดยรู้ว่าถ้าวันนี้ไม่ รับปากกับเธอ วันพรุ่งนี้เธอคงจะก่อปัญหาอย่างแน่นอน คิด ในใจไปนอนที่บ้านธีรศานติ์หนึ่งคืนก็ไม่เห็นเป็นไร เพียงแค่ สามารถทำให้คุณหนูนิ่งสงบลงมาได้ก็พอ

ดังนั้นเขาจึงรักษาคำพูดแล้วพูดว่า: “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ฉัน ก็ไม่ไปหาที่อื่นนอนแล้ว ก็ไปรบกวนบ้านเธอคืนหนึ่งละกัน”

ธีรศานต์ก็ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่ารพีพงษ์จะถูกจา รุณีการจัดการได้อย่างราบคาบ ถ้าหากรพีพงษ์ยังไม่ แต่งงาน ไม่แน่รพีพงษ์อาจจะหนีจากหุบเขาห้านิ้วของจารุณี ไม่ได้

ทั้งสองคนก็ไม่ได้สังเกต หลังจากที่จารุณีได้ยินรพีพงษ์รับปาก ดวงตาก็แสดงแววตาที่เจ้าเล่ห์


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ