พลิกชีวิต ผมเป็นคนรวยแล้ว

บทที่ 388 ในนามของภารจา



บทที่ 388 ในนามของภารจา

เช้าวันรุ่งขึ้น รพีพงษ์มาที่มหาวิทยาลัยบาสแตร์อีกครั้ง

เมื่อคืนที่ผ่านมาอธิชนม์ได้จัดสถานที่พักให้กับรพีพงษ์ แต่ ภารจากลับไปที่หอพักของมหาวิทยาลัย

เมื่อรพีพงษ์เห็นภารจา รู้สึกว่าเธอกระปรี้กระเปร่ามากกว่า เมื่อวาน แล้วถามด้วยรอยยิ้ม

“เมื่อคืนที่หอพักเป็นยังไงบ้าง ไอศิราคนนั้นได้รังแกคุณ หรือเปล่า?”

ภารจารีบสายหัวทันที แล้วพูดว่า “เมื่อคืนไอศิราไม่ได้ กลับไปที่หอพัก และเช้านี้อาจารย์ของเราได้แจ้งในกลุ่มว่า ไอศิราได้

ลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้ว”

“ลาออกแล้วเหรอ?” รพีพงษ์รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ ก็โล่งใจทันทีไม่คาดคิดว่าคุณกำจรจะเป็นคนที่เข้าใจง่าย

นี้เป็นสิ่งที่ดีสำหรับภารจา เชื่อว่าเธอคงอึดอัตที่ต้องอาศัย อยู่ในหอพักเดียวกับไอศิรา และเมื่อไอศิราลาออกไป รพี พงษ์ก็ไม่

ต้องกังวลว่าเธอจะกลั่นแกล้งภารจาอีก บทที่ 388 ในนามของภารจา

เช้าวันรุ่งขึ้น รพีพงษ์มาที่มหาวิทยาลัยบาสแตร์อีกครั้ง

เมื่อคืนที่ผ่านมาอธิชนม์ได้จัดสถานที่พักให้กับรพีพงษ์ แต่ ภารจากลับไปที่หอพักของมหาวิทยาลัย

เมื่อรพีพงษ์เห็นภารจา รู้สึกว่าเธอกระปรี้กระเปร่ามากกว่า เมื่อวาน แล้วถามด้วยรอยยิ้ม

“เมื่อคืนที่หอพักเป็นยังไงบ้าง ไอศิราคนนั้นได้รังแกคุณ หรือเปล่า?”

ภารจารีบสายหัวทันที แล้วพูดว่า “เมื่อคืนไอศิราไม่ได้ กลับไปที่หอพัก และเช้านี้อาจารย์ของเราได้แจ้งในกลุ่มว่า ไอศิราได้

ลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้ว”

“ลาออกแล้วเหรอ?” รพีพงษ์รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ ก็โล่งใจทันทีไม่คาดคิดว่าคุณกำจรจะเป็นคนที่เข้าใจง่าย

นี้เป็นสิ่งที่ดีสำหรับภารจา เชื่อว่าเธอคงอึดอัตที่ต้องอาศัย อยู่ในหอพักเดียวกับไอศิรา และเมื่อไอศิราลาออกไป รพี พงษ์ก็ไม่

ต้องกังวลว่าเธอจะกลั่นแกล้งภารจาอีก ทั้งสองเดินไปที่สนามของมหาวิทยาลัย วันนี้อธิการจะ อธิบายเรื่องความบริสุทธิ์ใจของภารจาต่อหน้าอาจารย์และ นักศึกษา

ทุกคนในมหาวิทยาลัย และเปิดเผยการกระทำที่น่าเกลียด ของกอบบุญและอัตตพล

อาจารย์และนักศึกษาทุกคนในมหาวิทยาลัยต่างได้รับ แจ้ง ให้ไปรวมตัวกันที่สนามก่อนสิบโมงเช้า

ระหว่างทาง หลายคนเห็นรพีพงษ์และภารจาเดินไปด้วย กัน โดยยังคงแสดงสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม และยังคงพูดใน

สิ่งที่ด

หมิ่นภารจา

“นางแพศยายังอยู่กับผู้ชายคนนั้น เมื่อวานฉันก็เห็นพวก เขาเดินด้วยกัน ฉันได้ยินมาว่าผู้ชายคนนั้นเป็นแขกของภาร

จา

เธอนี่ไม่รู้จักความละอายใจเลย ถึงกับพาคนแบบนี้มาที่ มหาวิทยาลัย”

“ฉันได้ยินมาว่าการประชุมวันนี้เป็นเรื่องของเธอ ฉันเดา ว่าเธอจะถูกท่านอธิการวิพากษ์วิจารณ์เธอต่อหน้าทุกคน”

“คนแบบนี้ที่ทำให้มหาวิทยาลัยของเราเสื่อมเสียชื่อเสียง ควรถูกไล่ออก หวังว่าท่านอธิการจะขับไล่เธอออกไปอย่างไร้ ทั้งสองเดินไปที่สนามของมหาวิทยาลัย วันนี้อธิการจะ อธิบายเรื่องความบริสุทธิ์ใจของภารจาต่อหน้าอาจารย์และ นักศึกษา

ทุกคนในมหาวิทยาลัย และเปิดเผยการกระทำที่น่าเกลียด ของกอบบุญและอัตตพล

อาจารย์และนักศึกษาทุกคนในมหาวิทยาลัยต่างได้รับ แจ้ง ให้ไปรวมตัวกันที่สนามก่อนสิบโมงเช้า

ระหว่างทาง หลายคนเห็นรพีพงษ์และภารจาเดินไปด้วย กัน โดยยังคงแสดงสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม และยังคงพูดใน

สิ่งที่ด

หมิ่นภารจา

“นางแพศยายังอยู่กับผู้ชายคนนั้น เมื่อวานฉันก็เห็นพวก เขาเดินด้วยกัน ฉันได้ยินมาว่าผู้ชายคนนั้นเป็นแขกของภาร

จา

เธอนี่ไม่รู้จักความละอายใจเลย ถึงกับพาคนแบบนี้มาที่ มหาวิทยาลัย”

“ฉันได้ยินมาว่าการประชุมวันนี้เป็นเรื่องของเธอ ฉันเดา ว่าเธอจะถูกท่านอธิการวิพากษ์วิจารณ์เธอต่อหน้าทุกคน”

“คนแบบนี้ที่ทำให้มหาวิทยาลัยของเราเสื่อมเสียชื่อเสียง ควรถูกไล่ออก หวังว่าท่านอธิการจะขับไล่เธอออกไปอย่างไร้ ความ

ปราณี”

ภารจาได้ยินความรู้สึกที่คนอื่นมีต่อเธอยังไม่เปลี่ยน ใน ใจรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ชั่วขณะเธอก็โล่งอก คิดในใจว่าวัน

นี้ท่าน

อธิการจะช่วยเธอพูดให้ทุกอย่างกระจ่างขึ้น ดังนั้นเธอจึง ไม่ต้องกังวลอะไร

ไม่นาน เมื่อมาถึงสนาม รพีพงษ์และภารจาก็เดินตรงไปที่ เวทีสูง ขณะนี้ท่านอธิการก็รออยู่ที่นั่นแล้ว

จะเห็นได้ว่าใบหน้าของท่านอธิการดูไม่ค่อยดีนัก สิ่งที่เกิด ขึ้นเมื่อวานนี้เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดและเลวร้ายที่สุดใน

ชีวิต

ของเขา เขาเสียใจมาก แต่เสียใจไปก็เปล่าประโยชน์

ทั้งกอบบุญและอัคคพลยืนอยู่ข้างหลังท่านอธิการด้วย ใบหน้าซีดเซียว เมื่อคิดว่าสักครู่สิ่งที่พวกเขาทำทั้งหมดจะ ถูกเปิด

เผยให้ทุกคนในมหาวิทยาลัยรับรู้ พวกเขาก็กังวลมาก ถ้าพูดเรื่องนี้ออกมา ในอนาคตพวกเขาจะไม่สามารถ ความ

ปราณี”

ภารจาได้ยินความรู้สึกที่คนอื่นมีต่อเธอยังไม่เปลี่ยน ใน ใจรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ชั่วขณะเธอก็โล่งอก คิดในใจว่าวัน

นี้ท่าน

อธิการจะช่วยเธอพูดให้ทุกอย่างกระจ่างขึ้น ดังนั้นเธอจึง ไม่ต้องกังวลอะไร

ไม่นาน เมื่อมาถึงสนาม รพีพงษ์และภารจาก็เดินตรงไปที่ เวทีสูง ขณะนี้ท่านอธิการก็รออยู่ที่นั่นแล้ว

จะเห็นได้ว่าใบหน้าของท่านอธิการดูไม่ค่อยดีนัก สิ่งที่เกิด ขึ้นเมื่อวานนี้เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดและเลวร้ายที่สุดใน

ชีวิต

ของเขา เขาเสียใจมาก แต่เสียใจไปก็เปล่าประโยชน์

ทั้งกอบบุญและอัคคพลยืนอยู่ข้างหลังท่านอธิการด้วย ใบหน้าซีดเซียว เมื่อคิดว่าสักครู่สิ่งที่พวกเขาทำทั้งหมดจะ ถูกเปิด

เผยให้ทุกคนในมหาวิทยาลัยรับรู้ พวกเขาก็กังวลมาก ถ้าพูดเรื่องนี้ออกมา ในอนาคตพวกเขาจะไม่สามารถ ดำรงอยู่ในมหาวิทยาลัยได้

หลังจากที่เมื่อคืนนี้กอบบุญกลับบ้านเขาไม่ได้บอกภรรยา ของเขาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าภรรยาของเขารู้ว่าเขา

และ

หลานชายได้ร่วมกันทำเรื่องที่น่าอัปยศเช่นนี้ เขาก็คงจะ

กลับบ้านไม่ได้

ในเวลานี้ในสนามเต็มไปด้วยผู้คน อาจารย์และนักศึกษา ทั้งมหาวิทยาลัยมารวมตัวกันที่นี่ และทุกคนก็ซุบซิบกันว่าวัน

นี้จะพูด

เรื่องอะไรกัน

ในบรรดานักศึกษาเหล่านี้ มีกลุ่มหนึ่งที่เป็นศัตรูกับภารจา และส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เหตุผลของการเป็นศัตรูนั้น ก็ เหมือนไอ

ศิรา คืออิจฉาริษยา

ดังนั้นเมื่อกอบบุญได้เผยแพร่ข่าวเชิงลบเกี่ยวกับภารจา ในมหาวิทยาลัย พวกเขาจึงกลายเป็นผู้บงการและยุยงปลุก ปั่นเรื่องนี้

พวกเขากระตือรือร้นอยากจะเห็นภารจาเกิดเรื่องไม่ดี ถ้า ภารจายิ่งขายหน้า ในใจพวกเขาก็จะยิ่งมีความสุขมากขึ้น

บางคนเห็นคนอื่นดีไม่ได้ เมื่อพวกเขาพบโอกาสที่จะไส่ ดำรงอยู่ในมหาวิทยาลัยได้

หลังจากที่เมื่อคืนนี้กอบบุญกลับบ้านเขาไม่ได้บอกภรรยา ของเขาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าภรรยาของเขารู้ว่าเขา

และ

หลานชายได้ร่วมกันทำเรื่องที่น่าอัปยศเช่นนี้ เขาก็คงจะ

กลับบ้านไม่ได้

ในเวลานี้ในสนามเต็มไปด้วยผู้คน อาจารย์และนักศึกษา ทั้งมหาวิทยาลัยมารวมตัวกันที่นี่ และทุกคนก็ซุบซิบกันว่าวัน

นี้จะพูด

เรื่องอะไรกัน

ในบรรดานักศึกษาเหล่านี้ มีกลุ่มหนึ่งที่เป็นศัตรูกับภารจา และส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เหตุผลของการเป็นศัตรูนั้น ก็ เหมือนไอ

ศิรา คืออิจฉาริษยา

ดังนั้นเมื่อกอบบุญได้เผยแพร่ข่าวเชิงลบเกี่ยวกับภารจา ในมหาวิทยาลัย พวกเขาจึงกลายเป็นผู้บงการและยุยงปลุก ปั่นเรื่องนี้

พวกเขากระตือรือร้นอยากจะเห็นภารจาเกิดเรื่องไม่ดี ถ้า ภารจายิ่งขายหน้า ในใจพวกเขาก็จะยิ่งมีความสุขมากขึ้น

บางคนเห็นคนอื่นดีไม่ได้ เมื่อพวกเขาพบโอกาสที่จะไส่ ได้

เขาของ ได้

เขาของ ร้ายคนที่พวกเขาเทียบไม่ได้ ก็จะซ้ำเติมเข้าไปอีก

“พวกเรารีบดูเร็ว ภารจามากับผู้ชายคนนั้น พวกเขาเดิน ตรงไปหาอธิการ ดูเหมือนว่าวันนี้จะพูดเรื่องของภารจา จริงๆ”

“พวกเราดูสีหน้าของอธิการสิ เคร่งเครียดมาก คงรับรู้ถึง ความไร้ยางอายของภารจา ทำให้มหาวิทยาลัยของเราเสื่อม เสียมาก

วันนี้ประชุมทั้งมหาวิทยาลัย ภารจาจะต้องถูกไล่ออกแน่”

“นางแพศยาเช่นนี้ น่าจะถูกไล่ออกไปนานแล้ว เรียนเก่ง แค่ไหนจะมีประโยชน์อะไร ก็ไปทำสิ่งที่น่าอับอายแบบนี้”

รพีพงษ์และภารจาเดินไปถึงตรงหน้าท่านอธิการ ท่าน อธิการรีบเข้าไปทักทายพวกเขา ด้วยความเคารพทันที

ได้จัดการทุกอย่างเรียบร้อย สักครู่กอบบุญกับอัคคพลจะ พูดเรื่องนี้ทั้งหมดต่อหน้าคนทั้งหมดในมหาวิทยาลัย จากนั้น จะขอโทษ

ภารจา คุณรพีพงษ์ ไม่ทราบว่าคุณยังมีสิ่งไหนที่ต้องการ ให้เราทำอีก?” ทำนอธิการถาม

“ในเมื่อเป็นการขอโทษ ก็ต้องมาจากใจจริง สักครู่ให้ทั้ง คู่คุกเข่าพูด” รพีพงษ์พูด ร้ายคนที่พวกเขาเทียบไม่ได้ ก็จะซ้ำเติมเข้าไปอีก

“พวกเรารีบดูเร็ว ภารจามากับผู้ชายคนนั้น พวกเขาเดิน ตรงไปหาอธิการ ดูเหมือนว่าวันนี้จะพูดเรื่องของภารจา จริงๆ”

“พวกเราดูสีหน้าของอธิการสิ เคร่งเครียดมาก คงรับรู้ถึง ความไร้ยางอายของภารจา ทำให้มหาวิทยาลัยของเราเสื่อม เสียมาก

วันนี้ประชุมทั้งมหาวิทยาลัย ภารจาจะต้องถูกไล่ออกแน่”

“นางแพศยาเช่นนี้ น่าจะถูกไล่ออกไปนานแล้ว เรียนเก่ง แค่ไหนจะมีประโยชน์อะไร ก็ไปทำสิ่งที่น่าอับอายแบบนี้”

รพีพงษ์และภารจาเดินไปถึงตรงหน้าท่านอธิการ ท่าน อธิการรีบเข้าไปทักทายพวกเขา ด้วยความเคารพทันที

ได้จัดการทุกอย่างเรียบร้อย สักครู่กอบบุญกับอัคคพลจะ พูดเรื่องนี้ทั้งหมดต่อหน้าคนทั้งหมดในมหาวิทยาลัย จากนั้น จะขอโทษ

ภารจา คุณรพีพงษ์ ไม่ทราบว่าคุณยังมีสิ่งไหนที่ต้องการ ให้เราทำอีก?” ทำนอธิการถาม

“ในเมื่อเป็นการขอโทษ ก็ต้องมาจากใจจริง สักครู่ให้ทั้ง คู่คุกเข่าพูด” รพีพงษ์พูด อธิการตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่กล้าที่จะคัดค้าน และเดินไป ที่กอบบุญและอัคคพลทันที และบอกความต้องการของรพี

พงษ์

ให้ทั้งคู่ฟัง

หลังจากทั้งสองคนได้ยินสิ่งที่ท่านอธิการพูด สีหน้าของ พวกเขาก็ยิ่งแย่ลง แต่พวกเขาไม่ต้องการที่จะติดคุก ดังนั้น

พวกเขา

จึงต้องยอมรับคำขอของรพีพงษ์

หลังจากนั้นไม่นาน คุณอธิชนม์ก็มาถึงสนาม วันนี้เขาต้อง ประกาศการจัดตั้งกองทุน ดังนั้นเขาจึงต้องมาถึงที่ อีกอย่าง เพื่อให้เกียรติคุณรพีพงษ์ เขาก็ต้องมาด้วยตัวเองแน่นอน

“พวกเราดูสิ คุณอธิชนม์มาแล้ว โอ้พระเจ้า คนระดับสูง เช่นนี้มาถึงตรงนี้ ภารจาคงจะทำเรื่องที่ไร้ยางอายมาก!”

“ช่างน่าอับอายมาก แม้แต่คุณอธิชนม์ยังรู้เรื่องเกี่ยวกับ ภารจา ถ้าเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป ในอนาคต มหาวิทยาลัยของเรา

จะดำเนินต่อไปยังไง บางทีมันอาจจะส่งผลต่อการลง ทะเบียนสมัครเรียน”

“ภารจาไม่ใช่คนแล้วมั้ง ทำเรื่องใหญ่จนเฮียอธิชนม์ต้อง มาดูด้วยตัวเอง คนแบบนี้ควรถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยให้

CM1 อธิการตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่กล้าที่จะคัดค้าน และเดินไป ที่กอบบุญและอัคคพลทันที และบอกความต้องการของรพี

พงษ์

ให้ทั้งคู่ฟัง

หลังจากทั้งสองคนได้ยินสิ่งที่ท่านอธิการพูด สีหน้าของ พวกเขาก็ยิ่งแย่ลง แต่พวกเขาไม่ต้องการที่จะติดคุก ดังนั้น

พวกเขา

จึงต้องยอมรับคำขอของรพีพงษ์

หลังจากนั้นไม่นาน คุณอธิชนม์ก็มาถึงสนาม วันนี้เขาต้อง ประกาศการจัดตั้งกองทุน ดังนั้นเขาจึงต้องมาถึงที่ อีกอย่าง เพื่อให้เกียรติคุณรพีพงษ์ เขาก็ต้องมาด้วยตัวเองแน่นอน

“พวกเราดูสิ คุณอธิชนม์มาแล้ว โอ้พระเจ้า คนระดับสูง เช่นนี้มาถึงตรงนี้ ภารจาคงจะทำเรื่องที่ไร้ยางอายมาก!”

“ช่างน่าอับอายมาก แม้แต่คุณอธิชนม์ยังรู้เรื่องเกี่ยวกับ ภารจา ถ้าเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป ในอนาคต มหาวิทยาลัยของเรา

จะดำเนินต่อไปยังไง บางทีมันอาจจะส่งผลต่อการลง ทะเบียนสมัครเรียน”

“ภารจาไม่ใช่คนแล้วมั้ง ทำเรื่องใหญ่จนเฮียอธิชนม์ต้อง มาดูด้วยตัวเอง คนแบบนี้ควรถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยให้

CM1 เร็วที่สุด!

ผู้ที่เป็นศัตรูกับภารจาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อยุยง เพื่อ ให้ทุกคนรอบๆเริ่มโจมตีภารจา

พวกเขาไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์จะรุนแรงขนาดนี้ แม้แต่ คุณอธิชนม์ยังต้องมา รู้สึกพอใจมาก

มีคุณอธิชนม์อยู่ตรงนี้ ท่านอธิการคงไม่อาจปกป้องภารจา อย่างแน่นอน และบางทีเขาอาจจะยังมองว่าเธอเป็นตัวอย่าง

เชิง

ลบ ก่อนหน้านี้ความพราวเสน่ห์ของภารจาจะกลายเป็นสิ่ง

ไร้ค่า

ท่านอธิการและรพีพงษ์ขึ้นไปยืนบนเวทีสูงด้วยกัน กอบ บุญและอัคคพลหน้าถอดสีร่างกายของพวกเขาเริ่มสั่นไหว

“วันนี้เรียกทุกคนมาที่นี่ มีเรื่องหนึ่งต้องประกาศให้ทุกคน ทราบ ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีบุคคลเช่นี้ปรากฏตัว

ใน

มหาวิทยาลัยของเรา”

ท่านอธิการพูดอย่างเศร้าโศก

“ก่อนหน้านี้ผมหลงผิดไป คิดว่าเขาเป็นคนที่มีประโยชน์ และสับสนกับการกระทำของเขา จนกระทั่งผมพึ่งรู้ลาตุแท้

ของเขา เร็วที่สุด!

ผู้ที่เป็นศัตรูกับภารจาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อยุยง เพื่อ ให้ทุกคนรอบๆเริ่มโจมตีภารจา

พวกเขาไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์จะรุนแรงขนาดนี้ แม้แต่ คุณอธิชนม์ยังต้องมา รู้สึกพอใจมาก

มีคุณอธิชนม์อยู่ตรงนี้ ท่านอธิการคงไม่อาจปกป้องภารจา อย่างแน่นอน และบางทีเขาอาจจะยังมองว่าเธอเป็นตัวอย่าง

เชิง

ลบ ก่อนหน้านี้ความพราวเสน่ห์ของภารจาจะกลายเป็นสิ่ง

ไร้ค่า

ท่านอธิการและรพีพงษ์ขึ้นไปยืนบนเวทีสูงด้วยกัน กอบ บุญและอัคคพลหน้าถอดสีร่างกายของพวกเขาเริ่มสั่นไหว

“วันนี้เรียกทุกคนมาที่นี่ มีเรื่องหนึ่งต้องประกาศให้ทุกคน ทราบ ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีบุคคลเช่นี้ปรากฏตัว

ใน

มหาวิทยาลัยของเรา”

ท่านอธิการพูดอย่างเศร้าโศก

“ก่อนหน้านี้ผมหลงผิดไป คิดว่าเขาเป็นคนที่มีประโยชน์ และสับสนกับการกระทำของเขา จนกระทั่งผมพึ่งรู้ลาตุแท้

ของเขา ผมถึงรู้ว่าเขาน่ารังเกียจขนาดไหน!”

“ในมหาวิทยาลัยของเรา ไม่ควรมีคนแบบนี้อยู่ และเขาก็ ไม่สมควรจะอยู่ในมหาวิทยาลัยนี้ต่อไป”

คำพูดของท่านอธิการไม่ได้ระบุว่าคนนี้เป็นใคร จากการ คาดเดาของคนข้างล่าง คิดว่าเป็นภารจาแน่นอน

ไม่คาดคิดว่าท่านอธิการจะเกลียดภารจามากขนาดนี้ ช่าง น่าตลก อดีตนักศึกษาที่มีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในวันนี้จะมี

จุด

จบเช่นนี้

“สมน้ำหน้าจริงๆ ถึงจะเรียนเก่งแค่ไหน ไม่ว่าจะสวยแค่ ไหน ก็ต้องถูกไล่ออก ถึงแม้ว่าฉันจะเรียนไม่เก่งเท่าเธอ และ

หน้าตา

ไม่สวยเท่าเธอ แต่ฉันก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกไล่ออก”

“ในตอนนี้ฉันอยากจะหัวเราะจริงๆ สรุปแล้วคนที่โดดเด่น เช่นนี้จะมีจุดจบที่ไม่ดี”

บรรดาผู้ที่อิจฉาภารจาต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอดูภารจาถูก

ไล่ออก

“ตอนนี้ก็จะให้พวกเขามาชี้แจงความผิดของตัวเอง” ท่าน ผมถึงรู้ว่าเขาน่ารังเกียจขนาดไหน!”

“ในมหาวิทยาลัยของเรา ไม่ควรมีคนแบบนี้อยู่ และเขาก็ ไม่สมควรจะอยู่ในมหาวิทยาลัยนี้ต่อไป”

คำพูดของท่านอธิการไม่ได้ระบุว่าคนนี้เป็นใคร จากการ คาดเดาของคนข้างล่าง คิดว่าเป็นภารจาแน่นอน

ไม่คาดคิดว่าท่านอธิการจะเกลียดภารจามากขนาดนี้ ช่าง น่าตลก อดีตนักศึกษาที่มีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในวันนี้จะมี

จุด

จบเช่นนี้

“สมน้ำหน้าจริงๆ ถึงจะเรียนเก่งแค่ไหน ไม่ว่าจะสวยแค่ ไหน ก็ต้องถูกไล่ออก ถึงแม้ว่าฉันจะเรียนไม่เก่งเท่าเธอ และ

หน้าตา

ไม่สวยเท่าเธอ แต่ฉันก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกไล่ออก”

“ในตอนนี้ฉันอยากจะหัวเราะจริงๆ สรุปแล้วคนที่โดดเด่น เช่นนี้จะมีจุดจบที่ไม่ดี”

บรรดาผู้ที่อิจฉาภารจาต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอดูภารจาถูก

ไล่ออก

“ตอนนี้ก็จะให้พวกเขามาชี้แจงความผิดของตัวเอง” ท่าน อธิการพูดต่อ

สายตาของผู้คนมากมายจับจ้องไปที่ภารจา

ในวินาทีต่อมา มีบางสิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงเกิดขึ้น

ทั้งกอบบุญและอัคคพลก้าวไปข้างหน้า แล้วคุกเข่าต่อ

หน้าทุกคน

ความเงียบ!

ทั้งสนามมีแต่ความเงียบ!

ไม่มีใครคาดคิดว่า กอบบุญและอัคคพลจะคุกเข่าลงใน

ขณะนี้

“เขา..พวกเขากำลังทำอะไร?”

ท่านอธิการยื่นไมโครโฟนในมือให้กอบบุญทันที

หลังจากกอบบุญรับไมโครโฟนมา พูดด้วยเสียงสั่น “ผม ขอโทษมหาวิทยาลัย ขอโทษท่านอธิการ ขอโทษภารจา ผม เป็นคนบาป

ในมหาวิทยาลัย และหลานชายที่สมควรตายของผม เขา เป็นคนที่สมควรตายที่สุด!”

ทุกคนต่างตกตะลึงกับคำพูดของกอบบุญ และทุกคนก็ ตั้งใจฟังกอบบุญรับสารภาพความผิดของตัวเอง

เนื่องจากคุณอธิชนม์อยู่ข้างสนาม กอบบุญจึงไม่กล้าที่จะ อธิการพูดต่อ

สายตาของผู้คนมากมายจับจ้องไปที่ภารจา

ในวินาทีต่อมา มีบางสิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงเกิดขึ้น

ทั้งกอบบุญและอัคคพลก้าวไปข้างหน้า แล้วคุกเข่าต่อ

หน้าทุกคน

ความเงียบ!

ทั้งสนามมีแต่ความเงียบ!

ไม่มีใครคาดคิดว่า กอบบุญและอัคคพลจะคุกเข่าลงใน

ขณะนี้

“เขา..พวกเขากำลังทำอะไร?”

ท่านอธิการยื่นไมโครโฟนในมือให้กอบบุญทันที

หลังจากกอบบุญรับไมโครโฟนมา พูดด้วยเสียงสั่น “ผม ขอโทษมหาวิทยาลัย ขอโทษท่านอธิการ ขอโทษภารจา ผม เป็นคนบาป

ในมหาวิทยาลัย และหลานชายที่สมควรตายของผม เขา เป็นคนที่สมควรตายที่สุด!”

ทุกคนต่างตกตะลึงกับคำพูดของกอบบุญ และทุกคนก็ ตั้งใจฟังกอบบุญรับสารภาพความผิดของตัวเอง

เนื่องจากคุณอธิชนม์อยู่ข้างสนาม กอบบุญจึงไม่กล้าที่จะ ปกปิดอะไร และบอกความจริงทุกอย่างออกมาจนหมด

เพื่อที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเขาไม่ได้ทำอะไรที่น่ารังเกียจ เกินไป เขายังกล่าวเกินจริงถึงการกระทำของอัคคพล เพื่อลด

บทบาทของตัวเอง

อัคคพลที่อยู่ข้างๆ โกรธจนสีหน้าซีดเซียว แต่ขณะนี้เขาไม่ สามารถทำอะไรได้ ในตอนนี้ถ้าเขาทะเลาะชกต่อยกับกอบ

บุญ

ขึ้นมา มันจะยิ่งเป็นเรื่องตลกในสายตาของทุกคน

หลังจากที่กอบบุญพูดจบ ท่านอธิการก็เหลือบมองไปที่ อัคคพล และถามว่า “คุณอัคคพล คุณมีข้อขัดข้องกับสิ่งที่

กอบบุญ

พูดหรือไม่?”

อัคคพลกัดฟัน และในที่สุดก็ส่ายหัวอย่างจนปัญญา

เกิดความโกลาหลขึ้นในหมู่ผู้ชม และพวกเขาไม่เคยคาด คิดว่า ความจริงของเหตุการณ์นี้ จะเป็นเช่นนี้

บรรดาผู้ที่อิจฉาภารจาแต่เดิมมีความพอใจซึ่งแสดงบน ใบหน้าของพวกเขา แต่หลังจากได้ยินสิ่งที่กอบบุญพูด ใบหน้าของ

พวกเขาก็เคร่งเครียดเล็กน้อย ปกปิดอะไร และบอกความจริงทุกอย่างออกมาจนหมด

เพื่อที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเขาไม่ได้ทำอะไรที่น่ารังเกียจ เกินไป เขายังกล่าวเกินจริงถึงการกระทำของอัคคพล เพื่อลด

บทบาทของตัวเอง

อัคคพลที่อยู่ข้างๆ โกรธจนสีหน้าซีดเซียว แต่ขณะนี้เขาไม่ สามารถทำอะไรได้ ในตอนนี้ถ้าเขาทะเลาะชกต่อยกับกอบ

บุญ

ขึ้นมา มันจะยิ่งเป็นเรื่องตลกในสายตาของทุกคน

หลังจากที่กอบบุญพูดจบ ท่านอธิการก็เหลือบมองไปที่ อัคคพล และถามว่า “คุณอัคคพล คุณมีข้อขัดข้องกับสิ่งที่

กอบบุญ

พูดหรือไม่?”

อัคคพลกัดฟัน และในที่สุดก็ส่ายหัวอย่างจนปัญญา

เกิดความโกลาหลขึ้นในหมู่ผู้ชม และพวกเขาไม่เคยคาด คิดว่า ความจริงของเหตุการณ์นี้ จะเป็นเช่นนี้

บรรดาผู้ที่อิจฉาภารจาแต่เดิมมีความพอใจซึ่งแสดงบน ใบหน้าของพวกเขา แต่หลังจากได้ยินสิ่งที่กอบบุญพูด ใบหน้าของ

พวกเขาก็เคร่งเครียดเล็กน้อย “คุณภารจะถูกกอบบุญและอัคคพลใส่ร้ายป้ายสี อยู่ใน มหาวิทยาลัยได้รับผลกระทบอย่างหนัก จุดประสงค์หลักของ การประชุม

ในวันนี้ เพื่อช่วยภารจาชี้แจงว่า ภารจาในฐานะนักศึกษา ดีเด่นในมหาวิทยาลัยของเรา คือต้นแบบที่ทุกคนควรเรียนรู้ หวังว่าทุก

คนจะมีเป้าหมายเหมือนภารจา ตั้งใจและขยันหมั่นเพียร”

“และคนชั่วสองคนนี้ จะถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยของ เราตลอดไป และชาตินี้จะไม่มีวันได้รับอนุญาตให้กลับมา

อีก!”

จากนั้นท่านอธิการก็เปลี่ยนเรื่องคุย และกล่าวว่า “วันนี้ ทางเรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เชิญคุณอธิชนม์มาด้วย เนื่องจาก

ได้

สัมผัสถึงทัศนคติผู้ที่มีจิตใจสกปรก คุณอธิชนม์จึงเต็มใจ ที่จะจัดตั้งกองทุนในมหาวิทยาลัยของเรา เพื่อช่วยเหลือบาง คนในมหา

ลัยที่มีผลการเรียนดี และครอบครัวยากจน ต่อจากนี้ขอ เชิญคุณอธิชนม์มาพูดรายละเอียดของกองทุนนี้

คุณอธิชนม์เดินไปที่เวที รับไมโครโฟนมา และพูดเสียงดัง “ใช้ในนามของคุณภารจา ผมจะจัดตั้งกองทุนใน “คุณภารจะถูกกอบบุญและอัคคพลใส่ร้ายป้ายสี อยู่ใน มหาวิทยาลัยได้รับผลกระทบอย่างหนัก จุดประสงค์หลักของ การประชุม

ในวันนี้ เพื่อช่วยภารจาชี้แจงว่า ภารจาในฐานะนักศึกษา ดีเด่นในมหาวิทยาลัยของเรา คือต้นแบบที่ทุกคนควรเรียนรู้ หวังว่าทุก

คนจะมีเป้าหมายเหมือนภารจา ตั้งใจและขยันหมั่นเพียร”

“และคนชั่วสองคนนี้ จะถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยของ เราตลอดไป และชาตินี้จะไม่มีวันได้รับอนุญาตให้กลับมา

อีก!”

จากนั้นท่านอธิการก็เปลี่ยนเรื่องคุย และกล่าวว่า “วันนี้ ทางเรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เชิญคุณอธิชนม์มาด้วย เนื่องจาก

ได้

สัมผัสถึงทัศนคติผู้ที่มีจิตใจสกปรก คุณอธิชนม์จึงเต็มใจ ที่จะจัดตั้งกองทุนในมหาวิทยาลัยของเรา เพื่อช่วยเหลือบาง คนในมหา

ลัยที่มีผลการเรียนดี และครอบครัวยากจน ต่อจากนี้ขอ เชิญคุณอธิชนม์มาพูดรายละเอียดของกองทุนนี้

คุณอธิชนม์เดินไปที่เวที รับไมโครโฟนมา และพูดเสียงดัง “ใช้ในนามของคุณภารจา ผมจะจัดตั้งกองทุนใน มหาวิทยาลัย จำนวน

เงินของกองทุนนี้คือสองร้อยล้านบาท ผมหวังว่านักศึกษา ทุกคนจะตั้งใจเรียนและมุ่งมั่น และสามารถเป็นนักศึกษาที่

ยอด

เยี่ยมเหมือนคุณภารจา”

ผู้คนข้างล่างต่างพากันสนทนาอย่างดุเดือด สองร้อยล้าน.ในนามของภารจา..

บรรดาผู้ที่อิจฉาภารจารู้สึกไร้เรี่ยวแรง แน่นอน ว่าความ อิจฉาริษยาไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร คนที่ตั้งใจ มีแต่จะ

เปล่งแสงระยิบระยับมากขึ้นเท่านั้น มหาวิทยาลัย จำนวน

เงินของกองทุนนี้คือสองร้อยล้านบาท ผมหวังว่านักศึกษา ทุกคนจะตั้งใจเรียนและมุ่งมั่น และสามารถเป็นนักศึกษาที่

ยอด

เยี่ยมเหมือนคุณภารจา”

ผู้คนข้างล่างต่างพากันสนทนาอย่างดุเดือด สองร้อยล้าน.ในนามของภารจา..

บรรดาผู้ที่อิจฉาภารจารู้สึกไร้เรี่ยวแรง แน่นอน ว่าความ อิจฉาริษยาไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร คนที่ตั้งใจ มีแต่จะ

เปล่งแสงระยิบระยับมากขึ้นเท่านั้น


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ