พลิกชีวิต ผมเป็นคนรวยแล้ว

บทที่427 ลักพาตัวไปขาย



บทที่427 ลักพาตัวไปขาย

ตอน อารียาถูกขายวัยกลางคนมัด ก็รู้ว่าตัวเองโดนหลอกแล้ว แล้วยังได้ยินเสียงของ หญิงวัยกลางคนๆนั้นอีก จึงรู้สึกใจหาย

“พวกแกปล่อยฉันนะ พวกแกจะทำอะไรนะ! “อารียาตะโกน ร้องด้วยสีหน้าตระหนก

หญิงวัยกลางคนนั้นยิ้มเย็นชามองมาทางอารียา เปิดปาก พูดทำอะไรน่ะเหรอ ก็พาเธอเข้าไปในหุบเขา ขายให้ชาวบ้าน เอาไปทําเมียไง ไม่งั้นคิดว่าจะให้มาทำอะไรล่ะ

พูดพลาง หญิงวัยกลางคนก็หยิบเก้าอี้มาตัวหนึ่ง แล้วให้ชาย วัยกลางคนมัดอารียาเข้ากับเก้าอี้

“พวกแกปล่อยฉันนะ เพื่อนฉันยังอยู่ข้างนอก เดี๋ยวเธอก็มา ถ้าเธอเห็นว่าพวกแกทำกับฉันแบบนี้ เธอจะต้องแจ้งความแน่ แล้วพวกแกก็โดนจับ! “อารียาร้องตะโกน

หญิงวัยกลางคนยิ้มเยาะ เปิดปากพูดเพื่อนเหรอ ก็มันนั่น แหละที่พาเธอมาให้พวกเรา เธอคิดว่ามันจะแจ้งความให้เธอนั้น เหรอ สาวน้อย อย่าฝันหวานไปเลย ไม่นานพวกเราก็จะพาตัวเธอ ออกไปแล้ว เธอก็แค่ตามนายทาสไปแล้วคลอดลูกอย่างเดียวก็ พอ”

แม้ว่าในใจไม่อยากจะเชื่อ แต่ว่าตอนนี้อารียาคิดอะไรอื่นไม่ออกแล้ว เธอคิดไม่ถึง บุษบากรจะสอบติดต่อกับคนอื่นไว้อย่างดี แล้วหลอกเธอมาขายให้สองคนนี้

เธอคิดไม่ตกว่าทำไมบุษบากรจะต้องทำอย่างนี้ เท่าที่เธอรู้จัก บุษบากร ต่อให้บุษบากรจะชอบรพีพงษ์มากแค่ไหน ก็ไม่น่าจะถึง ขึ้นมาเป็นนกต่อขายเธอเลย นา

จากนั้นไม่ว่าอย่างไร เรื่องนี้ก็ได้เกิดขึ้นแล้ว จะมามัวนั่งคิดหา สาเหตุก็สายไปเสียแล้ว ในใจเธอรู้สึกสิ้นหวัง

เธอเคยได้ยินมาว่าพวกสาวๆที่ถูกขายไปในหุบเขา พอไปใน ที่แบบนั้น ไม่มีใครที่จะหนีรอดออกมาสักคน และพวกผู้หญิงที่ถูก ขายไป ก็จะต้องผลัดเวียนกันคลอดลูก แถมยังถูกทุบตีเป็น ประจํา พอคิดถึงว่าตนเองจะต้องประสบชะตากรรมแบบนั้น อา ยาก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา

“พวกแกปล่อยฉันนะ ถ้าอยากได้เงิน ฉันให้พวกแกได้ จะเอา เท่าไหร่ก็ได้ ขอร้องล่ะอย่าขายฉันเลยนะ”อารียาวิงวอน

* ให้เงินพวกเรางั้นเหรอ สาวน้อย อย่าฝันไปหน่อยเลย ในเมื่อ พวกเรามัดเธอไว้แล้ว ก็คงไม่ปล่อยเธอไปได้ง่ายๆหรอก เธอ บอกว่าจะให้เงินพวกเรา ที่จริงก็แค่หาโอกาสติดต่อกับคนข้าง นอกล่ะสิ จะบอกให้นะ เรื่องนี้เธอไม่ต้องคิดหรอก พวกเราไม่ สนใจว่าเธอจะมีเงินหรือไม่ พวกเรารู้แต่ว่าขายเธอไป พวกเราได้ เงินก้อนโตแน่นอน” หญิงวัยกลางคนพูดกับอารียาอย่างดูแคลน

“สัตว์เดรัจฉานสองตัว ปล่อยฉันนะ ถ้าพวกแกไม่ปล่อย ฉันรับ ประกันว่าพวกแกไม่ได้ตายดีแน่! “อารียาตะโกนเสียงแหบพร่า
ชายวัยกลางคนมองเธออย่างดูแคลน เขาหยิบผ้ามาผืนหนึ่ง แล้วยัดเข้าไปในปากเธออย่างแรง

“น่ารำคาญฉิบหายเลยโว้ย มึงอยู่เงียบๆได้ไหม ถ้ามึง แหกปากอีก ลงมือแน่!

อารียา โดนอุดปากอยู่ ส่งเสียงร้องออกมาไม่ได้ ได้แต่มองดู ปีศาจที่มัดเธอด้วยตาปริบๆอย่างหวาดกลัว จากนั้นก็แค่รอถูก ส่งตัวไป

ตอนนี้ถึงได้รู้ว่าตัวเองนั้นโง่แค่ไหน ก่อนหน้าบุษบากรมีจุดน่า สงสัยตั้งมากมาย แต่เธอก็ยังเลือกที่จะเชื่อใจบุษบากร คิดไม่ ถึงว่าบุษบากรจะร่วมมือกับคนพวกนี้ขายเธอ

เวลานี้ เธอรู้สึกว่าหัวตัวเองนั้นว่างโล่ง คิดอะไรไม่ออกเลย

จริงๆ

เวลานี้ตึกที่ไม่ไกลออกไปนักที่ชั้นสาม ด้านหน้าของหน้าต่าง ชั้นสาม มีชายหนึ่งหญิงหนึ่งยืนอยู่ เป็นโยษิตากับธนาตย์ที่เพิ่ง กลับมาถึงเมืองริเวอร์

จากตำแหน่งของพวกเขา สามารถมองลงไปเห็นบ้านที่อารียา ถูกมัดอยู่ พวกเขาเห็นอารียาถูกมัด โยษิตาแสดงสีหน้าพึงพอใจ ออกมาอย่างเด่นชัด

“ไม่รู้ว่าถ้ารพีพงษ์กลับมา แล้วรู้ว่าเมียถูกขายไป จะทำสีหน้า ยังไงนะ ต่อให้มันมีปัญญาตามอารียากลับมาก็เถอะ คิดว่าถึง ตอนนั้น อารียาคงท้องลูกคนอื่นไปเรียบร้อยแล้วล่ะ” โยษิตายิ้ม เอ่ยปากขึ้นเห็นของตัวเองให้โยษิตารู้สักหน่อย คุณสบายใจก็ดีแล้ว

“ตอนนี้รพีพงษ์ไม่ได้อยู่เมืองริเวอร์ อารียากโดนเพื่อนสนิท หลอกมา คิดว่าพวกลูกน้องของรพีพงษ์ ก็คงไม่มีใครรู้เรื่องเร็ว นักหรอก รอจนพวกเขารู้ตัว อารียาคงโดนส่งตัวไปที่หุบเขาแล้ว ล่ะ รพีพงษ์ รอแกกลับมา สมน้ำหน้าแก“ โยษิตาพูดพึมพำอีกครั้ง

จากนั้นเธอหันกลับไป เห็นผละออกจากหน้าต่าง สำหรับเธอ แล้ว เรื่องที่เหลือคือเรื่องท่อน้ำ โดยพื้นฐานไม่น่าจะผิดพลาด อะไร เลยไม่ต้องอยู่เฝ้าดู

ธนาตย์เดินตาม โยษิตาออกจากที่นี่ มาถึงตรอกที่อยู่ข้างนอก

ทั้งคู่ไม่ได้สังเกตเห็น ในตอนที่พวกเขาหันหลังกลับ มีเงาหนึ่ง เดินผ่านตรอกที่อารียาเดินเมื่อครู่

และในตอนนี้คนกลุ่มใหญ่กำลังเดินมุ่งหน้ามา วัตถุประสงค์ ของพวกเขา คือโยษิตากับ ธนาตย์สองคนที่ลงมาจากชั้นสาม เมื่อครู

โยษิตาไม่รู้หรอกว่าหลังจากผ่านเรื่องคราวที่แล้ว รพีพงษ์ได้ จัดยอดฝีมือหลายคนแอบ ตามอารียา เพื่อรับประกันความ ปลอดภัยของเธอ

พวกเขาได้ตามอารียากับบุษบากรตั้งแต่ขึ้นรถแล้ว และก็มีคน สังเกตเห็นความผิดปกติของหญิงชายคู่นี้ แล้วได้รายงานไปยัง

ฤดญาณ
ในเรื่องของอารียา ธฤตญาณไม่กล้าทำผิดพลาดแม้แต่น้อย จึงรีบส่งคนให้ไปสืบเสาะตรวจดูสถานการณ์ แล้วสะกดรอยตาม โยษิตากับธนาตย์สองคน

ส่วนไตรทศที่ได้คอยคุ้มครองอารียาอยู่เงียบๆ ในตอนที่อารี ยากินข้าวกับบุษบากร รู้สึกว่าไม่น่าจะมีอันตรายอะไร จึงออกไป กินข้าวขาหมูที่ตัวเองชอบตรงบริเวณร้านรอบๆ

คิดไม่ถึงว่าพอกินเสร็จออกมา อารียาก็ขึ้นรถไปกับบุษบากร

แล้ว

ที่รอบตัวอารียาไม่ได้มีแค่ไตรทศคนเดียว ธฤตญาณบอก ตำแหน่งของอารียาให้กับไตรทศให้เขารีบไปช่วย ส่วนธาต ญาณก็พาคนไปล้อมรอบโยษิตากับธนาตย์

ภายในตัวบ้าน แววตาของอารียาเต็มไปด้วยความหมดหวัง ชายวัยกลางคนจ้องอารียาตาเขม็ง ใบหน้าแสดงรอยยิ้มอัน ร้ายกาจ พูดขึ้นว่า “แม่หนูนี่หน้าตาคมคายไม่เบาเลยนะจ้องจน ใจฉันก็สั่นไหวไปหมดละ”

พูดพลาง เขาเดินไปหยุดตรงหน้าอารียา ยื่นมือออกไปเชย คางอารียาขึ้น

พอหญิงวัยกลางคนเห็นเข้า จึงรีบด่าขึ้นมา”ไอ้บ้า ไอ้หน้าด้าน เราต้องขายมันนะ อย่าไปแตะต้องสิ เดี๋ยวราคาตกหมด

“แหมก็แค่แตะนิดเดียว เดี๋ยวใส่เสื้อผ้าคืนให้ก็ได้ ไม่มีใครรู้

หรอก”
ชายวัยกลางคนหัวเราะร่า จากนั้นจึงยื่นมือไปทางอารียา

ในเวลานี้เอง ก็มีคนถีบประตูใหญ่ออก ประตูบานนั้นปลิวขึ้น ไปท่ามกลางอากาศ ตกลงมา ง โครม ร่วงหล่นลงบนพื้น

ชายหญิงวัยกลางคนตกใจใหญ่ รีบหันหน้าไปทางประตู

มีเงาหนึ่งปรากฏขึ้นกลางบ้าน ไตรทศจ้องมองไปทางซ้าย หญิงวัยกลางคนอย่างเกรี้ยวกราด ต่าทอขึ้นบ้าเอ๊ย กล้าแตะอา ซื้อข้าเชียวหรือ กูว่าพวกมึงสองคนคงเบื่อชีวิตเต็มทน วันนี้จะ ให้มึงลิ้มลองซะบ้างว่าหมัดแข็งหรือเปล่า

พูดจบ ก็ปล่อยหมัด ใส่ชายวัยกลางคน แล้วชกลงไปอีกทีบน

หน้าอก

เสียงตุ้บตั้บ

ร่างชายวัยกลางคนกระเด็นออกไป เลือดพุ่งออกจากปาก แล้วกระทบตัวหญิงวัยกลางคน สองคนล้มลงพร้อมกันทั้งคู่


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ