ฉันเป็นสุดที่รักของประธานมู่! ?

บทที่ 490 เขายังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า



บทที่ 490 เขายังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า

“คือรองประธานหญิงคนนั้นของเหอซ่งค่ะ ความ สัมพันธ์กับคุณจู่ถือว่าดีมากเลยทีเดียว” ในขณะที่ สูตินรีแพทย์พูด คิ้วก็ขมวดเข้าหากันขึ้นมา “ฉันพบ ว่าตำแหน่งของเด็กที่อยู่ในครรภ์ไม่ดีนัก คาดว่าจะมี อันตรายค่ะ”

“กี่คนคะ?”

“แฝดสามค่ะ” สูตินรีแพทย์นำผลการตรวจทั้งหมด บอกแก่คุณหมอ

หลังจากที่ฟังจบ คุณหมอก็คิดเล็กน้อย “มดลูกเล็ก มากเกินไป เด็กๆไม่มีขอบเขตอะไรในการเคลื่อนไหว มีโอกาสจะเกิดเหตุการณ์ที่ทารกในครรภ์ไม่กลับหัว ได้จริงๆ ขอเพียงแค่ไม่ใช่สายสะดือพันคอ ก็คงจะไม่ เป็นไร”

“แต่ว่า…” คิ้วของสูตินรีแพทย์ยังขมวดเข้าหากันอย่าง แน่นหนา มีท่าทางคิดอยากจะพูดแต่ก็พูดออกมาไม่ได้ ยังไงอย่างงั้น

เธอเพิ่งจะทำการตรวจให้กับถังซิน พบว่าความถี่ใน การเคลื่อนไหวของทารกนั้นต่ำมาก อีกทั้งยังเป็นแฝด สาม จะต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน แต่ก็มีโอกาสที่จะมี ส่วนเกี่ยวข้องกับการที่ถังซินทำงานหนักเกินไปในช่วงนี้

คุณหมอไม่ได้สังเกตเห็นอาการอึกอักของสูตินรีแพทย์ ก็เลยเอ่ยขึ้นว่า “รอตอนที่เธอมาตรวจครรภ์ ในครั้งหน้า หมอจะบอกกับเธอเองว่าจะปรับตำแหน่ง ในครรภ์อย่างไร ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ งั้นดิฉันก็ขอตัวกลับ ก่อน”

สูตินรีแพทย์พยักหน้าเบาๆ “เดินทางดีๆนะคะ”

เรื่องนี้เธอก็ไม่คิดแล้ว

นั่นน่ะสิ ก็แค่เด็กในครรภ์ไม่กลับหัว ไม่ได้มีปัญหา ใหญ่อะไร

อีกอย่างคุณคนนั้นก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับ ประธานมู่แล้ว หากเธอสนใจมากจนเกินไปดึงความ เดือดร้อนมาให้กับตนเอง ก็คงจะวุ่นวายมากแน่ๆ

มีจู่ซือซือกับฉางผิงคอยเฝ้าดูอยู่ที่ด้านข้าง ถังซินอ ยากจะไปก็ไปไม่ได้ ได้แต่พักลงอยู่ที่นี่

นอนหลับไปตื่นนึง เรี่ยวแรงของเธอดีขึ้นมาก

หลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จ ถังซินขอหมายเลข ห้องผู้ป่วยมาจาก ซือซือ อยากไปดูที่โรงพยาบาลเอง

จู่ อ อจะตามไปด้วย ถังซินให้เธอรออยู่ที่อพาร์ท เม้นท์
สุดท้ายถังซินไปขับรถที่โรงรถ เพิ่งจะดึงประตูฝั่ง คนขับขึ้นไปบนรถ ก็ได้ยินเสียงปิ้ง ดูเหมือนมีคนขึ้นมา แล้ว

พอเธอมองไปที่ด้านหลัง จู่ซือซือไม่รู้ว่ามาปรากฏตัว อยู่ที่เบาะหลังตั้งแต่เมื่อไร

“พี่ถังซิน ฉันเป็นห่วงพี่ถึงได้ตามมา” จู่ซือซือแลบลิ้น ออกมาเล็กน้อย เร่งขึ้นมาว่า “พี่รีบขับรถเถอะ ไม่อย่าง งั้นอีกสักพักเจ้าเด็กนั่นก็ตามมาแล้ว”

ถังซินก็ไม่สะดวกที่จะไล่เธอลงจากรถไป ทำได้ เพียงออกรถ “อีกสักครู่ตอนลงจากรถสวมหมวกใส่ผ้า ปิดปากให้ดี”

“รู้แล้วน่า! ” จู่ซือซือบ่นอุบอิบออกมา “ฉันไม่ได้ถ่าย ละครมานานขนาดนี้ แฟนคลับคงจะคิดว่าฉันถูกแช่แข็ง ไปแล้ว ไม่สวมหมวกก็คงจะไม่มีใครจำได้…”

“หากเธอไม่เชื่อฟังคำสั่ง พี่ก็ไม่ให้เธอตามพี่แล้ว”

จู่ซือซือรีบปิดปากในทันที

หลังจากที่เข้ามาถึงแผนกพักฟื้นของโรงพยาบาล ถัง ซินสอบถามนิดหน่อย ไม่ช้าก็หาห้องผู้ป่วยห้องนั้นที่หลี่ ซูเจให้เจอ
พยาบาลเพิ่งออกมาจากการตรวจห้อง เห็นถังซินมา ถึง ก็เอ่ยถามขึ้นว่า “เป็นญาติหรอคะ?”

“ค่ะ” ถังซินพยักหน้า “เขาไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?”

“อาการอยู่ในขั้นดีค่ะ แต่ยังต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล อีกระยะหนึ่ง พยายามรีบหาคนดูแลให้กับคนไข้เถอะ

“ค่ะ ขอบคุณมาก

หลังจากที่ส่งพยาบาลเดินจากไปแล้ว ถังซินก็เปิด ประตูห้องผู้ป่วย

คือห้องผู้ป่วยธรรมดา ด้านในมีเตียงคนไข้อยู่สี่ห้า เตียง แต่ว่าว่างทั้งหมด

หลังจากที่เข้ามาแล้ว ถังซินแวบเดียวก็มองเห็นชาย วัยกลางคนที่อยู่บนเตียงริมหน้าต่าง

บนร่างกายของชายวัยกลางคนพันผ้าพันแผลหนาๆ เอาไว้ มีเพียงใบหน้าที่ปรากฏออกมาแล้วก็เขียวช้ำไป หมด

ดูเหมือนจะบาดเจ็บไม่เบา

จู่ซือซือตามอยู่ที่ด้านหลังของถังซิน แอบถามขึ้นเบาๆ ว่า “นี่คือญาติของพี่ซูเจ๋หรอคะ? บาดเจ็บหนักมากเลย”
ถังขินส่งเสียงอึมออกมา

แต่เธอไม่เคยเห็นญาติของหลี่ซูเจ๋ ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ เป็นใคร

ชายวัยกลางคนที่อยู่บนเตียงคนไข้ได้ยินเสียงฝีเท้า จึงลืมตาขึ้นมาเล็กน้อย สายตามองเห็นถังซินกับจู่ ซือซือ “พวกเธอเป็นใคร…

“คุณลุง พวกเราเป็นเพื่อนของหลี่ซูเจ๋ค่ะ” ถังซินเดิน เข้าไปใกล้ “ต้องการให้หนูช่วยเรียกพยาบาลเข้ามา ไหมคะ?”

ชายวันกลางคนขยับริมฝีปากเล็กน้อย

ถังซินได้ยินไม่ชัด จึงโน้มตัวลง เข้าไปใกล้ถึงได้ยิน ว่าที่เขาถามก็คือ “ซูเจ๋อยู่ที่ไหน…”

เห็นเขาแบบนี้ พูดจายังลำบาก ในใจของถังซินก็รู้สึก อยากจะร้องไห้ขึ้นมา เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ว่า “ก่อนหน้านี้เธอดูแลคุณลุงอยู่ตลอดเลยค่ะ ทำเอา เหนื่อย ตอนนี้พักผ่อนอยู่ที่บ้านค่ะ”

เห็นถังซินพูดเช่นนี้ คิ้วที่ขมวดเข้าหากันแน่นของชาย วัยกลางคนก็คลายตัวออก

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ดีแล้ว..” เสียงของเขาแหบพร่าเป็น อย่างมาก “ให้เธออย่าไปยั่วโมโหคนเหล่านั้น อย่าไป ยั่วโมโหตระกูลลู่ เธอก็ไม่ฟัง…เฮ้อ เธอไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”

“คุณคือคุณลุงของซูเจ๋?” ถังซินเดาออกแล้วว่าเขา เป็นใคร “เธอไม่ได้จัดการให้พวกคุณออกไปเที่ยวต่าง ประเทศแล้วหรอคะ?”

“ฉันกับป้าของเธอออกไปเที่ยวมาสองวัน เป็นห่วงเธอ ก็เลยกลับมาอีก” คุณลุงเอ่ย “คิดไม่ถึงว่าเพิ่งกลับมาถึง บ้าน คนกลุ่มนึงก็จู่โจมเข้ามา…”

คุณลุงเห็นบนเตียงที่อยู่ด้านข้างไม่มีคนอยู่ ก็เอ่ยถาม ถังซินอย่างร้อนรนว่า “เมียฉันล่ะ?”

ถังซินรีบปลอบเขาในทันที “คุณลุงอย่าเพิ่งรีบร้อนค่ะ เธออยู่อีกห้องหนึ่ง บอกหนูได้ไหมคะว่า คนที่จู่โจมเขา มาในบ้านของพวกคุณคือใคร?”

“คนที่ตระกูลลู่ส่งมา” คุณลุงคิดถึงเรื่องในคืนนั้นขึ้น มา ก็ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวไม่หยุด “พวกเขาถีบ ประตูเข้ามา ถามฉันว่าซูเจ๋อยู่ที่ไหน ทุบตีฉันกับเมีย ยัง แย่งโทรศัพท์มือถือของฉันไป…

“ฉันแย่งโทรศัพท์มือถือกลับคืนมา เชิญพวกเขาออก ไป ไม่อย่างนั้นจะแจ้งตำรวจ พวกเขาให้ฉันแจ้งตำรวจ ยังจะบอกกับตำรวจอีกด้วยว่าซูเจ๋ฆ่าคน จะได้ส่งเธอ เข้าไปในคุกพอดี”

“ตระกูลลู่คนไหนคะ?” ถังซินเอ่ยถาม “ลู่เหวินซู?”
คุณลุงพยักหน้าอย่างยากลำบาก เอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่ แหบพร่า “ตอนที่คนกลุ่มนั้นจากไปนั้น มีคนนึงโทรศัพท์ เรียกฝ่ายตรงข้ามว่า “คุณชายลู่” บอกว่าหาคนไม่เจอ จะให้ประจำการอยู่ที่นี่หรือเปล่า”

ถังซินคิดถึงเรื่องที่ลู่เหวินซูบุกเข้ามาในห้องทำงาน ตบตีตนเองในวันนั้น

ด้วยนิสัยที่ดุร้ายชอบใช้กำลังของเขาแล้ว หาหลี่ซูเจ๋ ไม่เจอ ก็มีโอกาสที่จะลงมือกับครอบครัวคุณลุงของเธอ จริงๆ

เพียงแต่…

เห็นสภาพเช่นนี้ของคุณลุงแล้ว ถังซินก็เกลียดจนขบ เขี้ยวเคี้ยวฟัน “เขายังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า คิดไม่ ถึงว่าจะลงมือหนักขนาดนี้!

จู่ซือซืออดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้น “นิสัยพี่สี่ของฉันในตอน นี้ก็คือไม่ดี แต่เขาคงจะไม่ทำเรื่องแบบนี้ บางทีในนี้อาจ จะมีการเข้าใจผิดอะไรอยู่?

ถังซินหัวเราะออกมาอย่างเยือกเย็น “เข้าใจผิด? เธอรู้ ไหมว่าก่อนหน้านี้เขามาหาพี่ถึงที่บริษัท ถามไม่ได้ความ ว่ายัยนางฟ้าอยู่ที่ไหน สุดท้ายขุ่นเคืองจนกลายเป็น ความโกรธฟาดมาบนใบหน้าของพี่?”

“ไม่จริงมั้ง?” จู่ซือซือตะลึงงัน
คุณลุงคว้ามือของถังซินอย่างยากล่ามาก “ซูเจ๋ของ เราลำบากมามากพอแล้ว รบกวนหนูดูแลเธอให้มากๆ ด้วย”

ถังซินพยักหน้าเล็กน้อย “แน่นอนค่ะ เธอคือเพื่อนที่ดี

ที่สุดของหนู” ในเวลานี้เอง ประตูห้องผู้ป่วยก็ถูกเปิดออก พยาบาล

คนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างรีบร้อน สีหน้าเคร่งเครียด

ถังซินยังไม่ทันได้ถามพยาบาลคนนั้นว่าเกิดเรื่อง อะไรขึ้น พยาบาลก็เข้ามาพูดกับชายวัยกลางคนที่อยู่ บนเตียงว่า “คุณหลี่จิ่งผ่าน คุณอิงอีชิวภรรยาของคุณ เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์อยู่ที่ระหว่างทาง เลือดออก เยอะมาก…ไม่สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้ค่ะ”

คุณลุงเบิกตาโพลงขึ้นมา แทบจะหอบหายใจไม่ทัน “อะไรนะ? เมียฉัน เมียฉัน…”

“เธอล้อเล่นค่ะ ป้าอิงยังดีๆอยู่ที่ห้องผู้ป่วยด้านข้าง คุณลุงอย่าเป็นกังวลไปเลยนะคะ” ถังซินเอ่ยขึ้นอย่าง รีบร้อน

ใบหน้าบึ้งตึงลากพยาบาลคนนั้นออกไปอย่างหยาบ คาย

พยาบาลคนนั้นขมวดคิ้วขึ้นพร้อมกับเอ่ย “นี่ๆ คุณ คือญาติของคนไข้หรอคะ? ภรรยาของเขาไม่ได้อยู่ที่ ห้องผู้ป่วยด้านข้างเลยสักนิด เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างทางทีรีบมาโรงพยาบาล ฉันเป็นคนส่งเธอ เข้าไปในห้องผ่าตัดเอง…”

“คุณหุบปาก! ” ถังซินตวาด ผลักคนออกมาจากห้อง ผู้ป่วยอย่างแรง จากนั้นปิดประตูลง

ถังซินต่อว่าเธอว่า “คุณรู้ว่าตนเองอยู่ในอาชีพอะไร หรือเปล่า? เรื่องใหญ่ขนาดนี้คุณพูดต่อหน้าคนไข้ได้ หรอ? คุณรู้ว่าคนที่ส่งมานั้นคือภรรยาของเขา?”

“เขาก็ไม่ได้มีญาติอยู่ที่นี่สักหน่อย ไม่บอกเขา หรือจะ ให้โรงพยาบาลของเรารับผิดชอบค่าใช้จ่ายหรอคะ!” อารมณ์ของพยาบาลรุนแรงยิ่งกว่าถังซิน “คุณคือญาติ ของเขาใช่หรือเปล่า เชิญไปรับรองศพหน่อยค่ะ!

ถังซินโกรธจนสีหน้าเขียวปั๊ด “คุณ…

ประตูห้องผู้ป่วยถูกเปิดออกมาอย่างรีบร้อน จู่ซือซือ พุ่งพรวดออกมา “พี่ถังซิน คุณ คุณลุงคนนั้น…

ผู้อ่านที่รักทุกคนค่ะ เรื่องนี้ผู้แต่งกำลังเขียนอยู่ค่ะ เวลาอัพเดทตอนใหม่ไม่แน่ค่ะ รบกวนอดใจรอนะคะ ขอ ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนและความเข้าใจของคุณ


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ