ฉันเป็นสุดที่รักของประธานมู่! ?

บทที่ 528 นายเหมือนกับไอ้แซ่มู่ ใจดำเหมือนกัน



บทที่ 528 นายเหมือนกับไอ้แซ่มู่ ใจดำเหมือนกัน

ผู้ช่วยจางขมวดคิ้วใช้ความคิด เอ่ยว่า : “แต่ว่าท่าน ประธานมู่ ปลูกฝิ่นติดคุกไม่กี่ปี หลัวจื่อเว่ยเกือบจะ ทำให้คุณนายตาย จิตใจโหดเหี้ยม จะปล่อยเธอไป แบบนี้หรือครับ?

มู่เฉินหย่วนเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างเย็นชา “ทุกเรื่อง จะให้ฉันบอกทั้งหมด ฉันจะมีนายไว้เพื่ออะไร? ”

“อ้อ ครับ ผมเข้าใจแล้วครับ” ผู้ช่วยจางตอบรับอย่าง รวดเร็ว พลางรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ช่วยที่มีความสามารถ รอบด้านจริงๆ “ท่านประธานมู่ ผมรู้สึกว่าผมนอกเหนือ จากไม่สามารถคลอดลูกให้กับคุณได้ ไม่มีอะไรที่ผมทำ ไม่ได้

” มู่เฉินหย่วนหน้าบูดบึ้งทันที

หลังจากผู้ช่วยจางหันไปเห็น รีบหัวเราะแห้งๆ “ฮาฮา ฮา ท่านประธานมู่ ผมแค่ล้อเล่นเฉยๆ”

“หุบปาก ขับรถไป

กลัวว่ามู่เฉินหย่วนจะบันทึกชื่อเขาลงในบัญชีดำ ผู้ ช่วยจางรีบตั้งใจขับรถ

มู่เฉินหย่วนที่นั่งอยู่เบาะหลังนั่งเล่นโทรศัพท์ เหมือน ว่ากำลังดูอะไรอยู่
ผ่านไปไม่ถึงสองนาที เขาถามผู้ช่วยจาง “เงินก้อนนั้น ที่หลี่ซูเจ๋ให้หลัวจื่อเว่ยได้มาจากไหน?

“อ้อ คุณหมายถึงเรื่องนี้” เรื่องนี้ผู้ช่วยจากได้สืบ เรียบร้อยแล้ว ตอบกลับว่า : “ในมือเธอมีบัตรของ คุณชายลู่ โอนให้หลัวจื่อเว่ยผ่านอินเตอร์เน็ต แต่ว่า ท่านประธานมู่ คุณนายได้ส่งหลี่ซูเจ๋ไปต่างประเทศ แล้ว”

“ส่งไปที่ไหน?

“ครั้งนั้นผมตรวจสอบเที่ยวบินของเธอ ไปประเทศY เปลี่ยนเครื่องไปเมืองไหมอันนี้ผมก็ไม่รู้”

มู่เฉินหย่วนใช้ความคิด

เพราะว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของลู่เหวินซูกับหลี่ซูเจ๋ เขา คิดว่าพวกเขาควรจัดการเอง ไม่ได้ให้ความสำคัญ ตอน นี้เขาเดาได้แล้วว่า เป้าหมายของถังซินในการส่งหลี่ซูเจ๋ ไปต่างประเทศ ก็คือไม่อยากให้ลู่เหวินซูหาเจอ

ผู้ช่วยจางพูดเสริมขึ้นว่า “ท่านประธานมู่ ทางคุณชาย ลู่ก็ได้ขอร้องผม ถ้ามีข่าวของคุณหนูหลี่ให้บอกเขา”

“ทำไม นายคิดเรื่องที่ฉันให้นายไปทำยังไม่เยอะพอ ใช่ไหม? ”

“พอแล้วครับ พอแล้ว! ” ผู้ช่วยจางรู้แล้วว่าความ หมายของมู่เฉินหย่วนคืออะไร สีหน้าข่มขื่นเอยว่า
: “ท่านประธานมู่ คุณปล่อยผมไปเถอะ ถ้ายุ่งกว่านี้อีก ผมก็ไม่มีเวลาอยู่กับแฟนแล้ว”

แววตาของมู่เฉินหย่วนดูลึกลับ พูดอย่างเย็นชาว่า : “ให้เหวินซูไปจัดการเอง ช่วงนี้มันบัดซบสิ้นดี”

ตอนนั้นเขายุ่งจนไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีอยู่ที่ต่างประเทศ ถ้าหากไม่ใช่เพราะหลี่ซูเจ๋ไปพูดคุยต่อรองกับหลัว จื่อเว่ย กดดันจนหลัวจื่อเว่ยถอนฟ้อง ถังซินต้องตกอยู่ ในสถานการณ์ที่ลำบากยิ่งขึ้นอีกแน่นอน

เขาคิดค้างบุญคุณของหลี่ซูเจ๋

ยิ่งไปกว่านั้นรอยร้าวระหว่างเขากับถังซินยังไม่ได้ถูก ผสาน ตอนนี้ถ้าหากเขายังจะช่วยลู่เหวินซูทำเรื่องชี้ว ถ้างั้นต้องจบแน่ๆ

เมื่อถังซินตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่ที่คอนโดของ ตัวเอง ยังรู้สึกงุนๆงงๆเล็กน้อย

ไม่อยากเชื่อว่าภาพเมื่อคืนที่เหมือนกับความฝัน จะ เกิดขึ้นจริงๆ

นอนเล่นอยู่บนเตียงพักหนึ่ง ถังซินเปลี่ยนเสื้อผ้าไป ล้างหน้าแปรงฟัน จากนั้นไปเคาะประตูห้องนอนของ ฉางผิง
“ฉางผิง นายตื่นหรือยัง? ”

“ตื่นแล้วครับ! ” มีเสียงฉางผิงดังมาจากในห้อง

กี่วินาทีผ่านไป ประตูถูกเปิดออก ไอ้เด็กน้อยยังงัวเงีย อยู่ “น้า มีอะไรหรือเปล่า?”

“รีบไปล้างหน้า ไปขอทานอาหารเช้าบ้านอาสาว” ถังซิ นพบว่าอายุครรภ์ยิ่งมากขึ้นยิ่งขี้เกียจ เธอก็ไม่มีแรงไป ทำอาหารเช้า ตั้งใจว่าสองสามวันนี้จะไปขอทานข้าวที่ ห้องจู่ซือซือ

ถังซินพูดจบ ได้กลิ่นบางอย่างในห้องเขา ขมวดคิ้ว “เมื่อคืนนายแอบกินอะไรใช่ไหม? ”

ฉางผิงตกใจตื่นทันที ล้ำๆอึ้งๆเอ่ยว่า “เปล่า เปล่านะ”

“น้าจมูกยังดีอยู่ ได้กลิ่นกุ้งมังกรมินิแล้ว” ถังซินตบ หัวเขาไปทีหนึ่ง “ทานเสร็จแล้วก็ไม่เปิดหน้าต่างระบาย อากาศ นายทนนอนได้เหรอ?

ฉางผิงลูบหัว หัวเราะฮิฮิ : “เมื่อคืนทานไม่อิ่ม จึง…..…..

“พอแล้ว รีบไปล้างหน้าแปรงฟัน!

รอจนไอ้เด็กน้อยล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ ถังซินพาเขา ไปขอทานข้าวที่ห้องจู่ซือซือ

คนที่มาเปิดประตูเป็นป้าหลิน ชายแก่ทำให้ถังซินตกใจขวัญหาย ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบ สนอง “ชิงเฟิง? ทำไมนายอยู่ที่นี่ล่ะ?

“เอ๊ะ น้ารู้จักเขาเหรอครับ? ” ฉางผิงเงยหน้าขึ้นมอง ถังซิน ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย “เขาไม่ใช่ชื่อว่าอา สุ่ยเหรอครับ เป็นคนที่อารองตั้งใจส่งมาเป็นบอดี้การ์ด ของอาสาว”

ถังซินยิ่งตกตะลึงเข้าไปอีก “มู่ มู่เฉินหย่วนให้นาย มา? ”

เทียบอาการตกตะลึงกับถังซินแล้ว กวนชิงเฟิงกลับ ดูใจเย็นมาก เชิญพวกเขาทั้งสองเข้ามา

“ทานอาหารเช้าอะไรดีครับ?

“ซาลาเปาไส้มันปู!” ฉางผิงรีบส่งเสียงขึ้น “ครั้งก่อน ผมเห็นคุณห่อซาลาเปาไส้มันปูแช่แข็งไว้เยอะเลย คุณ คงไม่ใจดำเหมือนกับอารอง เก็บซาลาเปาไส้มันปูไว้ให้ อาสาวทานคนเดียวมั้ง?

“ไม่ครับ ยังไงซะอาสาวของนายก็ไม่ชอบทาน

ฉางผิง “…..

คนหนึ่งลำเอียง ไม่ให้เขาทานเนื้อ อีกคนเพราะอาสาว ไม่ชอบทานซาลาเปาไส้มันปู เลยเอาให้เขาทาน

เห็นกันอยู่ว่าเขาต่างหากที่เป็นเด็ก แต่ทุกวันกลับถูกทําร้ายนับครั้งไม่ถ้วน!

ถังซินยังตกอยู่ในห้วงของการตกตะลึง เห็นกวนชิง เฟิงไม่สนใจเธอ รีบเดินเข้าไปห้องครัวเตรียมอาหาร ความโมโหของเธอท่วมท้นขึ้นมา โกรธพลุ่งพล่านตาม เข้าไปในครัว

“พี่นึกออกแล้ว ครั้งนั้นพี่ไปทานข้าวที่บ้านแม่ เจอกับ นายที่ใต้คอนโด! ” ถังซินขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “นายก็รู้ว่า เป็นพี่ใช่ไหม ทำไมไม่ทักพี่?

กวนชิงเฟิงเอ่ยว่า : “ผมก็อยากทัก แต่ตอนนั้นข้างๆ พี่มีคนนอก ผมไม่อยากเสี่ยงอันตราย”

“คนนอกอะไร——

ถังซินกำลังจะด่าเขา กลับคิดว่ากวนชิงเฟิงก็พูดถูก

ถ้าหากตอนนั้นเขาทักทายเธอ เปิดเผยตัวตนเขาออก มา หลินเฉิงจี่รู้เข้า หลังจากนั้นไม่นาน จี้เจียจื้อก็ต้องรู้ ว่าเขายังไม่ตาย

หลังจากคิดทุกอย่างเข้าใจ ถังซินรู้ความกังวลใจของ กวนชิงเฟิง แต่กลับทุบเขาแรงๆอีก

“นายเหมือนกับไอ้แซ่ดู่ ใจดำเหมือนกัน พี่เป็นพี่ของ นาย ถูกนายหลอกเหมือนเป็นคนโง่!

“พี่มองดูตัวพี่ ดีที่พี่ไม่รู้” กวนชิงเฟิงถอนหายใจ “ถ้าหากให้พี่รู้แผนการนี้จริงๆ คนแรกที่แสดงพิรุธออกมาก็ คือพี่”

“แก ไอ้เด็กบ้า พี่คิดว่านายตายไปแล้ว น้ำตาไหลจน เหือดแห้ง นายยังมีหน้ามาว่าพี่? ”

“พอพอ ผมผิดเอง” เขาอยู่กับจู่ซือซือมานาน รับรู้ ว่าฝีปากของผู้หญิงร้ายกาจแค่ไหน ตอนนี้เขาไม่กล้า เถียงกับถังซิน

“พี่จะทานอาหารเช้าอะไร?

“ไม่ทาน! ” ถังซินหน้าบูดบึ้ง โมโหเอ่ยว่า “ถูกนายกับ ไอ้แซ่มู่ยั่วโมโหจนอิ่มแล้ว!

“ผมไม่ใช่ยอมรับว่าผมผิดแล้วไหม?

ถังซินเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชาว่า : “นายยอมรับผิดแล้ว แต่ไอ้แซ่มู่ยังไม่ยอมรับผิด! เมื่อวานกลับไปแย่งเจ้า สาวที่โบสถ์ แถมกล้าพาพี่ไปโรงพยาบาล พี่ไม่เคยเห็น ใครไร้ยางอายขนาดนี้มาก่อน!

กวนชิงเฟิงหมดคำพูด “ถ้างั้นพี่ไปบริษัทมู่ชื่อด่าท่าน ประธานมู่ซิ พี่มาด่ากับผมทำไม? · }}

“ตอนนี้พี่จะด่านายก็ด่าไม่ได้แล้ว ใช่ไหม? ”

“….ไม่ใช่”
“ไอ้เด็กบ้า ไม่มีความเป็นคนซะเลย! ” ถังซินจ้องเขา อย่างดุร้าย “ช่างน่ากังวลกว่าหลิงเอ๋ออีก!”

กวนชิงเฟิงก้มหน้าลงเงียบๆ ตีให้ตายก็ไม่พูดออกมา

กวนชิงเฟิงมีฝีมือการทำอาหารดี สามารถทำอาหาร เช้าออกมามากมายเต็มโต๊ะได้อย่างรวดเร็ว เหมาะเจอะ กับจู่ซือซือก็ตื่นนอนพอดี

จู่ซือเห็นถังซินมาแล้ว ไม่สนใจอาหารเช้าแม้แต่น้อย จะนั่งข้างๆกับถังซิน ถามเธอเมื่อคืนคุยอะไรกับมู่เฉิน หย่วน ช้างเผือกยิ่งกว่าฉางผิงอีก

ถังซินเมื่อคิดถึงผู้ชายคนนั้นไฟโกรธเต็มอก ตอบ กลับแบบขอไปทีประโยคหนึ่ง

ต่อมาขณะคุยกันกับจู่ซือซือจึงรู้ว่า วันที่พวกเธอเป็น ลมที่สนามบิน ก็คือกวนชิงเฟิงเป็นคนอุ้มเธอไปส่งโรง พยาบาล

กวนชิงเฟิงกลับมานานแล้ว แต่ใช้อีกรูปลักษณ์หนึ่ง อยู่เคียงข้างจู่ซือซือ

เธอคิดว่าคนตายไปแล้วแค่นั้น

หลังทานอาหารเช้าเสร็จ ถังซินลากกวนชิงเฟิงมาอีก มุมหนึ่ง แววตาซับซ้อน “เขาให้นายอยู่ที่นี่? ”

กวนชิงเฟิงพยักหน้า “พี่ ท่านประธานมู่ดีกับผมมากจริงๆ พี่อย่ามีอคติกับเขาเยอะ ถ้าหากไม่ใช่เขายอม ให้โอกาสผมอีกครั้ง ผมก็ไม่มีทางได้อยู่เคียงข้างกับจุ่ ซือซือ”


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ