ฉันเป็นสุดที่รักของประธานมู่! ?

บทที่ 436 ผ้าพันหอหายไปแล้ว



บทที่ 436 ผ้าพันหอหายไปแล้ว

มู่เฉินหย่วนไม่รู้ว่าการที่กำลังหันหลังให้เขานั้น ตนเองกำลังยุ่งอยู่กับอะไรอยู่ในห้องครัว ถึงได้ไม่ตอบ เขา

ฉางผิงวิ่งตรงไปที่ห้องครัว และล้อมเขาไว้ข้างกาย และเงยหน้าเอ่ยถามเขาขึ้นว่า “คุณลุงรอง ตอนบ่ายผม ส่งข้อความไปหาคุณลุง ทำไมถึงไม่ตอบผมกลับ?”

“คุณลุงเลิกกับคุณป้าแล้วจริงๆหรอ?”

“คุณลุงรอง?”

“คุณลุงรอง? ทำไมคุณลุงไม่พูดอะไรเลยล่ะ?” หนุ่ม น้อยพูดเสียงดังใส่มู่เฉินหย่วน

ผ่านไปนานมาก มู่เฉินหย่วนถึงได้ตอบกลับมาอย่าง เย็นชาเพียงแค่คำว่า “อืม”

“เพราะอะไรครับ คุณป้าดีขนาดนั้น” ฉางผิงซักไซ้ไล่ เรียงถาม “คนที่คุณรักมากกว่า สวยกว่าคุณป้าหรอ?”

มู่เฉินหย่วนชำเลืองมองเขาและเอ่ยขึ้นว่า “ไม่มีคนที่ ฉันรักมากกว่า”

ฉางผิงขมวดคิ้ว และพูดบ่นพึมพำ “แต่คุณป้าบอกว่า คุณมี และเป็นเพราะเรื่องนี้ถึงได้เลิกกับเธอ”
“ไม่ใช่” มู่เฉินหย่วนกล่าวปฏิเสธอีกครั้ง เขาหยิบซา ลาเปาร้อนๆออกมาจากที่นั่งอย่างชำนาญ “เธอเป็นคน บอกเลิกก่อน ฉันเพียงทำตามความคิดของเธอ

“อ้อหรอ?” ฉางผิงมึนงงไปหมดแล้ว “แล้วทำไมคุณ ป้าถึงบอกเลิกกับคุณลุงก่อน?”

มู่เฉินหย่วนไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแค่เอามือหนึ่งจับ ไปที่หลังปกเสื้อของเขา และอีกมือหนึ่งถือซาลาเปาไว้ หลังจากที่เดินมาถึงห้องรับแขก จึงโยนหมอนอิงเหมือน กับที่โยนเขาลงไปนั่งที่บนโซฟา “อย่าถามอีกเลย กิน ชาลาเปา”

แต่ว่า..……..

ฉางผิงรู้สึกแปลกใจมาก อยากจะรู้ว่าทำไมพวกเขา ถึงได้เลิกกัน สุดท้ายถูกมู่เฉินหย่วนทำแววตาที่ดุร้ายใส่ ทำให้เขารู้สึกตกใจกลัว จึงก้มหน้าลงหยิบซาลาเปาขึ้น มาหนึ่งลูก

เมื่อมองดูรูปร่างภายนอกของซาลาเปา ฉางผิงจึงพูด บ่นอยู่ในใจ คุณลุงรองห่อซาลาเปาได้น่าเกลียดมาก ดู แล้วไม่มีความอยากอาหาร

มู่เฉินหยิบซาลาเปาจากในจานขึ้นมาหนึ่งลูกเช่นกัน และเอ่ยถามออกมาทันที “หลังจากที่พ่อของนายไปต่าง ประเทศ ได้ติดต่อนายและแม่ของนายมาบ่อยมั้ย”

“เมื่อสองเดือนก่อนโทรวิโอคอลคุยกับพวกเราทุกวัน แต่ต่อมาแม้แต่โทรศัพท์ก็ไม่มีโทรเข้ามา ฉางผิงกัด ซาลาเปาไปหนึ่งคำ และพูดอย่างยอมแพ้ขึ้นว่า พ่องาน ยุ่งมาก ผมกลัวว่าถ้าต่อสายโทรศัพท์ไปหาจะเป็นการ รบกวนท่าน

“อย่างนั้นหรอ?” มู่เฉินหย่วนขมวดคิ้ว

เขารู้ว่าคุณพ่อวี่ได้รับบาดเจ็บที่ประเทศซีเรีย วี่เหวิน ถึงจึงไปช่วยเขา

แต่ที่นั่นก็ไม่ได้มีงานอะไร ทำไมวี่เหวินถิงถึงได้ไปอยู่ ที่นั่นตั้งหลายเดือนแล้ว?

หลังจากที่ฉางผิงกินเข้าไปถึงไส้ของซาลาเปา สีหน้า ของเขาจึงเปลี่ยนไปเป็นบิดเบี้ยวขึ้นมาในชั่วพริบตา เดียว

เนื่องจากมู่เฉินหย่วนอยู่ตรงนี้ เขาทำได้เพียงแค่ พยายามกลืนกินซาลาเปานั้นลงไป และยกน้ำผลไม้ขึ้น ดื่มไปค่อนแก้ว “คุณลุงรอง ซาลาเปาพวกนี้คุณลุงซื้อ มาจากไหน?”

“ฉันห่อเอง” มู่เฉินหย่วนกัดซาลาเปาเข้าปากหนึ่งคำ “ไม่เลวเลยใช่มั้ย…

หลังจากที่ชายหนุ่มกินเข้าไปถึงไส้ซาลาเปา ปลาย ลิ้นเต็มไปด้วยรสเผ็ดและเค็ม รสชาติแย่เหลือเกิน

สีหน้าของเขาแข็งทื่อไปในชั่วพริบตาเดียว
“ไม่เป็นไรคุณลุงรอง” ฉางผิงตบไปที่ไหล่ของเขา ราวกับเป็นผู้ใหญ่ และพูดปลอบใจขึ้นว่า “นี่แสดงให้ เห็นว่าคุณลุงรองไม่มีพรสวรรค์ในการทำอาหาร แต่ว่า คุณลุงก็ยังหาเงินได้เก่งมาก”

มู่เฉินหย่วนฝืนใจกลืนกินไส้ซาลาเปาคำนั้น และมอง ไปที่ซาลาเปาที่อยู่ในมือ คิดในใจว่าซาลาเปานี้รสชาติ แย่มาก

ในคืนนั้นเห็นถังซินกินซาลาเปาเต้าหู้ไปจนหมดจาน เขายังคิดว่าตัวเองทำซาลาเปาเต้าหู้ได้อร่อยมาก เมื่อ ได้ชิมจึงพบว่ารสชาตินั้นเกินที่จะบรรยาย

แต่ถังซินกลับจงใจกินให้หมด

เมื่อคิดถึงตอนนั้นที่ถังซินกินซาลาเปาไปพลาง และ พูดว่าอร่อยไปพลาง ชายหนุ่มจึงมีอารมณ์ลึกซึ้งขึ้นมา เล็กน้อย

เห็นได้ชัดว่าไม่อร่อย แต่เพื่อรักษาหน้าให้เขา ถังซิน จึงกินซาลาเปาเต้าหู้ไปจนหมดจาน ดูจากฝีมือเขาแล้ว ในตอนเช้าที่ทำก๋วยเตี๋ยวหมูเส้นชามนั้นก็คงจะไม่ค่อย อร่อยเช่นกัน แต่เธอก็กินจนหมด

มู่เฉินหย่วนทอดถอนใจออกมาเล็กน้อย “ผู้หญิงคนนี้

นี่นะ.…………..

ทำให้เขาโกรธไม่ลงเลยจริงๆ
“ใครหรอ?” ฉางผิงเอ่ยถามเขา แววตาเต็มไปด้วย ความอยากรู้อยากเห็น คุณลุงรอง คุณลุงกำลังพูดถึง คุณป้าหรอ?

ไม่ใช่

“ถ้าอย่างนั้นคุณลุงรองกำลังพูดถึงใคร”

มู่เฉินหย่วนไม่พอใจที่เขาเสียงดังเอะอะโวยวาย จึง ไม่ด่าเขาและลุกขึ้นเดินตรงขึ้นไปข้างบน

ฉางผิงปิดโทรศัพท์และเดินตามชายหนุ่มไป “คุณลุง รอง คุณลุงไม่ได้คบหากับคุณป้าก็ไม่เป็นไร ยังไงคุณ ป้าก็ยังเป็นแม่ยายในอนาคตของผม”

“มีคนเคยบอกว่าลูกผู้หญิงยังไงก็เหมือนแม่ ใน อนาคตคุณป้าจะต้องคลอดลูกผู้หญิงที่หน้าตาเหมือน กับเธอแน่นอน สวยมาก!”

มู่เฉินหย่วนอดทนต่อไปอีกไม่ไหว จึงหยุดเดิน และ หันกลับมามองเด็กน้อยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความ เคร่งขรึม “ถ้านายยังไม่หุบปาก ฉันจะโยนนายและ กระเป๋าเดินทางของนายออกไป ให้นายนอนที่ข้างถนน”

ฉางผิงกลัวจนหัวหด และบ่นพึมพำขึ้นว่า “ผมไม่ได้ พูดว่าคุณลุงสักหน่อย”
มู่เฉินหย่วนยกมือขึ้นให้เขาหยุดพูด

“คุณลุงรอง ผมจะไปเลือกห้องนอนแล้วก็จะนอนแล้ว แล้วเจอกันครับ!” เมื่อเห็นชายหนุ่มโกรธขึ้นมาแล้วจริงๆ ฉางผิงจึงพูดทิ้งไว้ และหนีไปอย่างรวดเร็ว

ไม่มีเสียงของเด็กน้อยแล้ว ชายหนุ่มรู้สึกว่าข้างหูนั้น สงบเงียบขึ้นมาก

มู่เฉินหย่วนอยู่ในห้องหนังสือราวๆสองชั่วโมง หลัง จากที่ทำงานเสร็จแล้ว จึงกลับไปอาบน้ำที่ห้อง

หลังจากที่เขาสวมชุดคลุมอาบน้ำออกมาจากห้องน้ำ ก็พบกับสุนัขเยอรมันเชพเพิร์ด ไม่รู้ว่ามันเข้ามาทำ อะไร มันนอนฟุบอยู่ที่บนพรมข้างเตียง

เขายังคิดอยู่ว่าปกติแล้วสุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดจะ ติดแมวน้อยมาก ทำไมครั้งนี้แมวน้อยไม่เข้ามาด้วย เมื่อ ผ่านไปสักครู่จึงนึกออกว่า แมวน้อยได้ถูกถังซินมารับ กลับไปแล้ว

หลังจากที่สุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดได้เห็นมู่เฉินหย่วน มันจึงนอนแกว่งหางขึ้น คล้ายกับอยากที่จะให้เขาเล่น เป็นเพื่อนมัน

มู่เฉินหย่วนจงใจที่จะไม่มองไปทางนั้น

เขานั่งลงที่ข้างเตียง และเหมือนกับนึกอะไรขึ้นได้ เขาจึงดึงเปิดลิ้นชักที่อยู่ข้างๆออกมา แต่กลับพบว่าผ้าพันคอที่ใส่ไว้หายไปแล้ว ดึงเปิดดูลิ้นชักอันที่สองก็ยัง คงไม่พบ

หรือว่าผู้ช่วยจางมาที่ห้องนอนและหยิบสิ่งของของ เขาไป?

มู่เฉินหย่วนต่อสายโทรศัพท์ไปหาผู้ช่วยจาง

“ประธานมู่ เรื่องของคุณกู้ผมได้จัดการเสร็จ เรียบร้อยแล้ว เมื่อโทรศัพท์ถูกรับสาย เขายังไม่ทันที่ จะได้พูดอะไรออกมา ผู้ช่วยก็ได้พูดออกมาก่อน ไฟล์ เอกสารที่คุณอยากได้ ผมได้ส่งเข้าอีเมลให้คุณไปหมด แล้วเช่นกัน”

ผู้ช่วยจางพูดอย่างอ่อนแอน่าสงสารขึ้นว่า “ผมกลัวว่า ประธานมู่จะอารมณ์เสีย แล้วส่งผมไปทำงานที่เย่นจิง”

ครั้งนั้น ไม่รู้ว่าประธานมู่เป็นอะไร บอกว่าจะส่ง เขาไปทำงานที่เย่นจิงสักช่วงหนึ่ง เมื่อเขากำลังเดิน ลากกระเป๋าเดินทางไปขึ้นเครื่องบิน ประธานมู่ก็ได้ โทรศัพท์

มาหาเขาอีกครั้ง บอกว่าเขาไม่ต้องไปแล้ว

ตอนนี้ถ้าประธานมู่บอกให้ไปก็ต้องไป ทำให้เขารู้สึก หวาดกลัวเล็กน้อย

สุดสัปดาห์นี้เขาต้องพาจ้าวอี้ซีนกลับไปกินข้าวที่บ้าน แต่ไม่อยากถูกส่งตัวไปทำงานที่เย่นจิงในช่วงจังหวะที่สำคัญนี้เลยจริงๆ

มู่เฉินหย่วนไม่สนใจคำพูดของเขาไปโดยอัตโนมัติ และเอ่ยถามขึ้นว่า “ครั้งที่แล้วที่นายมารับเธอ ได้หยิบ สิ่งของของฉันไปมั้ย?”

“ไม่มีนะครับ หลังจากที่ผมรอให้คุณถังเก็บของเสร็จ แล้วก็พาเธอออกไป ประธานมู่ ของอะไรคุณหายเห รอ?”

หลังจากที่เงียบไปไม่กี่วินาที ชายหนุ่มจึงเอ่ยขึ้นว่า “ผ้าพันคอผืนหนึ่งหายไป”

“ผ้าพันคอผืนหนึ่งหายไปหรอ?”

มู่เฉินหย่วนได้ยินน้ำเสียงที่เกินความจริงของผู้ช่วย จางจึงรู้สึกไม่พอใจ และพูดอย่างเย็นชาขึ้นว่า “นาย อยากไปเย่นจิงจริงๆใช่มั้ย?”

“ไม่ไม่ ผมอยากอยู่ติดตามประธานมู่!” ผู้ช่วยจางรีบ เอ่ยขึ้นมา “ประธานมู่ เป็นผ้าพันคอแบบไหนเหรอครับ? คุณเอาไปวางไว้ที่ไหนแล้วลืมไปชั่วขณะหรือเปล่า?”

ผู้ช่วยจางทำเสียง “อ๋” ออกมา ผมคิดออกแล้ว! “วัน นั้นขณะที่ผมไปรับคุณถังซิน ผมเห็นว่างฝูคาบลงมา จากข้างบน ผมคิดว่านั่นเป็นของของคุณถังซะอีก!”

ผ้าพันคอนั้นเป็นของถังซินจริงๆ
มู่เฉินหย่วนก้มหน้าลงด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม อยาก จะคิดบัญชีกับหมาตัวนั้น แต่กลับพบว่าบนพรมนั้นว่าง เปล่า สุนัขได้ออกไปนานแล้ว ทำให้เขารู้สึกโกรธมาก

ตัวเองหาของอร่อยมาให้สุนัขตัวนี้กิน แต่มันกลับมา เป็นศัตรูกับเขา!

“ประธานมู่?” เมื่อไม่ได้การตอบรับจากมู่เฉินหย่วน เป็นเวลานาน ผู้ช่วยจางอดไม่ได้จึงพูดออกมา “ไม่เช่น นั้นพรุ่งนี้ให้ผมไปหาคุณถังและเอาผ้าพันคอกลับมามั้ย ครับ?”

“ไม่ต้องแล้ว เอาแบบนี้แหละ” มู่เฉินหย่วนพูดตอบ อย่างเย็นชาและวางสายโทรศัพท์ไป

ผ้าพันคอนั้นเป็นสิ่งเดียวที่เธอทิ้งไว้ให้เขา

ในเมื่อเธอเอากลับไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ช่างมันเถอะ ถ้าหากไปเอากลับมา จะเป็นการลดศักดิ์ศรีของเขา เหมือนกับว่าอาลัยอาวรเธอเป็นอย่างมาก


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ