ลูกเขยมังกร

บทที่ 930 ส่งมอบหยก



บทที่ 930 ส่งมอบหยก

กระทั่งทั้งสองพูดคุยกันจนจบ ในที่สุดเสียวเยจึงค่อยถือน้ำชา ออกมาเสียที

แต่ทางด้านไปจิ้งเฟิงดูเหมือนว่าเขาจะใช้สติทั้งหมดไปกับ แผนการอันบ้าคลั่งนี้ไปแล้ว จนเขาไม่เหลือความคิดที่เกี่ยวข้อง กับนาชา นอีกเลย

ในขณะที่เฉินเฟิงดื่มชาเข้าไปได้สองอีก เขาก็ไม่สามารถที่จะ

นั่งนิ่งอยู่ที่นี่ได้อีกแล้ว

“คุณชายเฉิน สําหรับเรื่องนี้ผมคงต้องไตร่ตรองอีกสักหน่อย เพราะเดิมทีการกำจัดหมาป่าทะเลทราย สำหรับตระกูลเซียนแล้ว ผมไม่เคยคิดถึงเลย”

เฉินเพิ่งรู้ว่าเป็นการนี้นั้นสำหรับไปจิ้งเฟิงแล้วถือว่ามีความ เสี่ยงเกินไป ดังนั้นเขาจึงไม่ได้บีบบังคับให้ไปจิ้งเฟิงรีบตอบ ตกลงกับตัวเองทันที

“นายท่านไป หวังว่าคุณจะตัดสินใจอย่างชัดเจน เพราะการจะ ต่อกรกับหมาป่าทะเลทรายยังไงก็เป็นความปรารถนาสูงสุดของ คุณ” เฉินเฟิงกล่าวแนะ

ไป๋จิ้งเฟิงพยักหน้า ก่อนจะลุกขึ้นยืนเดนมุ่งหน้าไปยังรถคันนั้น กระทั่งรอจนไปจิ้งเฟิงจากไป เสี่ยวเยถึงค่อยปลดปล่อยความ กล้ามานั่งลงข้างๆ เฉินเฟิง
“คุณชายเฉิน ทำไมคุณถึงเพิ่งกลับมาเอาตอนนี้ล่ะคะ” เสียวเย กล่าวถามอย่างเรื่อยเปื่อย

เธอนั่งอยู่ตรงนั้นพร้อมกับดึงหญ้าฟางในมือเล่น ดวงตาไม่ได้

จ้องมองยังเฉินเฟิง ราวกับไม่ได้สนใจในตัวเฉินเฟิงเลย

แต่เพียงแค่ภาพเหตุการณ์ที่ได้เห็นตรงหน้าประตูเมื่อสักครู่นี้ ตอนนี้เสียวเยกลายเป็นคนที่โดนมองออกจนหมดเปลือกเลย

ต่อให้เธอจะเสแสร้งสักแค่ไหน ความตื่นเต้นภายในใจนั้นก็ ไม่สามารถปิดบังเอาไว้อยู่ดี

“เสี่ยวเย่กำลังตำหนิว่าผมกลับมาช้าอย่างนั้นหรอ? ” เฉินเฟิง หัวเราะออกมาเบาๆ เสียวเยส่ายหน้า: “ฉันเปล่าสักหน่อยค่ะ ก็แค่นี้ไม่เหมือนกับ

ที่คุณชายเฉินเคยบอกเอาไว้เท่านั้น คุณเคยบอกว่าไปไม่นาน

เดี๋ยวก็กลับมานี่คะ”

เฉินเฟิงถาม “แต่ว่าตอนนี้ผมก็กลับมาเร็วมากแล้วนะ เสียว เยยังอยากให้ผมเร็วกว่านี้อีกหรอ ? อย่างนั้นผมก็จนปัญญาเกิน ไปแล้ว”

เมื่อถูกเฉินเฟิงพูดใส่อย่างนี้ เสี่ยวเยจึงไม่รู้ว่าควรจะตอบกลับ อย่างไร เพราะแค่รู้สึกว่ามันไม่เหมือนกับที่เธอคิดเอาไว้

“ฉันก็แค่รู้สึกสงสัยเองค่ะ ฉันไม่ได้ต้องการให้คุณชายเฉิน บกลับมาสักหน่อย ฉันอยู่ที่นี่คนเดียวเป็นอิสระจะตายไปค่ะ อยากทําอะไรก็ทำอย่างนั้น
เฉินเฟิงที่มองดูเสี่ยวเย่แสร้งทำเป็นดีใจที่ได้รับอิสระ เขาก็ หยิบเอาหยกชิ้นหนึ่งในกระเป๋ากางเกงออกมา

ในขณะที่เสี่ยวเยกำลังอยู่ตรงนั้นแสดงท่าทีที่ตัวเองได้ทำเรื่อง สนุกมากมายตัวคนเดียว จู่ๆ ก็หันไปเห็นของที่อยู่ในมือของ เฉินเฟิง เธอถึงกับชะงักนิ่ง

“อันนี้คือ?

เธอจ้องมองไปยังหยกอันคุ้นตาชิ้นนั้นด้วยความตกตะลึง ซึ่งก็ คือจี้หยกขาวแกะสลักรูปกระต่ายชิ้นนั้นที่เธอได้เห็นในร้านขาย หยกวันนั้นนั่นเอง

เฉินเฟิงปลดด้ายสีแดงของหยกนั้น เตรียมจะสวมใส่ให้กับ เสี่ยวเย

แต่เสี่ยวเข่กลับเขยิบตัวถอยหลังไปแทน “คุณชายเฉิน ฉัน รับของชิ้นนี้ไว้ไม่ได้หรอกค่ะ คุณเคยสัญญากับเสี่ยวเยู่แล้วว่าจะ ไม่มอบสิ่งของราคาแพงขนาดนี้ให้กับเสี่ยวเย่ แต่ว่าหยกชิ้นนี้มัน แพงมากจริงๆ นะคะ”

เฉินเฟิงพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม : “เสี่ยวเย่ นี่ไม่ใช่หยกชิ้นนั้น ที่คุณเจอหรอกนะ อันนี้คือตอนที่ผมไปบ้านตระกูลไป แล้วได้เห็น ตรงริมถนนซึ่งมันเหมือนชิ้นนั้นต่างหากล่ะ เมื่อคิดแล้วก็เป็นเรื่อง อัศจรรย์ที่ทำให้ผมได้เผอิญเจอเข้าพอดี ดังนั้นผมก็เลยซื้อมันมา ให้คุณซะเลย”

ตอนแรกเฉินเฟิงคิดว่าเสี่ยวเย่จะเป็นคนที่หลอกได้ง่ายๆ แต่ เขากลับคิดไม่ถึงเลยว่าที่จริงแล้วเสี่ยวเย่นั้นจดจำรายละเอียดของหยกชิ้นนั้นได้อย่างชัดเจน เธอพูดแย้ง “คุณชายเงิน คุณ กําลังโกหกฉัน ตอนที่ฉันได้เห็นหยกชิ้นนั้น ลวดลายข้างล่างของ มันฉันได้ดูอย่างละเอียดหมดแล้วแล้ว ซึ่งมีความเหมือนกับชิ้นนี้ ไม่มีผิดเลย นี่ไม่ใช่ของที่ซื้อมาจากริมถนนหรอกค่ะ”

เฉินเฟิงถึงกับตกตะลึง เจ้าเด็กคนนี้ยังมีวันที่จะฉลาดได้ขนาด นี้ด้วย

“คุณต้องจ่าผิดไปแล้วแน่นอน ชิ้นนี้เป็นของเหมือนที่ผมซื้อมา จากริมถนนจริงๆ ผมจำได้ว่าเสี่ยวเยชอบ ดังนั้นเลยตั้งใจซื้อมา ให้ ราคาแค่ไม่กี่ร้อยเอง” เฉินเฟิงยังคงแถต่อไป

แต่เสี่ยวเย่ยังคงแสดงท่าทีแน่วแน่ดั้งเดิม : “คุณชายเฉิน ฉัน รับเอาไว้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ

เมื่อเธอพูดจบ ก็หวังจะลุกขึ้นเพื่อหนีออกไป

แต่ด้วยความมือไวของเฉินเฟิง จึงรีบดึงตัวเธอกลับมาทันที

“คุณไม่เอาจริงๆ หรอ? ”

ถึงจะถูกดึงตัวกลับมา แต่เสี่ยวเยี่ยังคงไม่เปลี่ยนความคิด เธอ พยักหน้า : “ฉันไม่เอาค่ะ”

เฉินเฟิงถึงกับหมดคำพูด เพราะในตอนที่เตรียมจะมอบหยก ชิ้นนี้ออกไป เขาเอาแต่คิดว่าข้ออ้างเมื่อสักครู่นี้สามารถทำให้ เสี่ยวเย่เชื่อแน่นอน แต่ไม่คิดเลยว่าถ้าหากล้มเหลวควรจะพูด อะไรดี

แต่ว่าตอนนี้ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถที่จะเก็บหยกชิ้นนี้เอาไว้เขาจึงพูด : “ถ้าหากว่าคุณไม่ต้องการ ผมก็จะโยนทิ้งไปแล้วกัน ยังไงซะผมก็ไม่ได้ชอบ

เมื่อได้ยินเฉินเฟิงพูดแบบนี้ เสี่ยวเยถึงกับลังเลใจขึ้นมา แต่ว่า

เธอสับสนอย่างมาก

“คุณชายเฉิน คุณไม่ต้องบังคับฉันจะได้ไหมคะ หากฉันรับของ ขวัญชิ้นใหญ่ขนาดนี้จากคุณ ฉันไม่รู้เลยว่าควรจะตอบแทนคุณ คืนอย่างไรดี”

เงินเฟิงตอบ: “แต่สําหรับผมแล้ว มันไม่ได้มีความสำคัญ อะไรเลยเมื่อเทียบกับความสุขของเสี่ยวเย่ คุณก็รู้ว่าคุณชายเฉิน นั้นมีเงินตั้งมากมาย ของพวกนี้อยากได้เท่าไหร่ คุณชายเฉินก็ สามารถซื้อได้ทั้งนั้น แต่การจะได้เห็นเสี่ยวเขมีความสุขนั้น กลับ เป็นสิ่งที่พบเห็นได้น้อยมาก

“แต่ว่าคุณชายเฉิน…..” เสี่ยวเยี่ยังคงดึงดัน

เฉินเฟิงที่เห็นอย่างนั้นจึงแสร้งทำเป็นจะโยนหยกนั้นลงเขาไป เสี่ยวเยู่ที่กังวลจึงเอื้อมมือออกไปห้ามเฉินเฟิงเอาไว้

เฉินเฟิงพูดแนะ “ถ้าหากว่าเสี่ยวเย่รู้สึกติดหนี้ผม อย่างนั้นก็ มอบของขวัญชิ้นหนึ่งที่เป็นสิ่งของที่มีเพียงเสี่ยวเย่สามารถทำได้ เพียงคนเดียวให้กับผมแทน แบบนี้มันก็จะกลายเป็นของที่ล้ำค่า ยิ่งกว่าหยกชิ้นนี้แล้ว”

เสี่ยวเย่ได้แต่ยึกยักอยู่นาน และในที่สุดก็ไม่กล้าที่จะยืนกราน อีกต่อไป เพราะเธอกลัวว่าเฉินเฟิงจะโยนหยกนั้นทิ้งไปจริงๆ
“อย่างนั้นฉันก็จะทำของขวัญที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก ให้คุณ ขายเงินแล้วกันค่ะ” เธอกดเสียงพูดออกมา

ภายในน้ำเสียงนั้นสามารถรับรู้ได้ถึงความเขินอาย ดังนั้นเฉินเฟิงจึงสวมใส่จี้หยกนั้นไปที่คอของเสียวด้วยความ พึงพอใจอย่างมาก

เมื่อสีหยกประดับอยู่บนคออันขาวเนียนของเสี่ยวเยก็กลาย เป็นความสวยงามที่ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้เลย และกลับ ยิ่งทำให้รู้สึกอยากมองลงไปยังเนื้อผิวบริเวณกระดูกไหปลาร้า และเนินอกนั้นอีกด้วย

“สวยไหมคะ? ” เมื่อเห็นว่าเงินเฟิงกำลังจ้องมองไปตรงนั้น เสี่ยวเยจึงกล่าวถาม

เฉินเฟิงพยักหน้าอย่างเหม่อลอย : “สวย”

แต่แท้จริงแล้วเป็นเพราะเสียวเสวย หรือจี้หยกนั้นสวยก็ไม่ สามารถรู้ได้

เดิมทีเฉินเฟิงคิดว่าไปจิ้งเฟิงคงจะใช้เวลาสักสองสามวันก็จะ มอบคําตอบให้กับตัวเอง แต่กระทั่งรอจนถึงวันที่สี่แล้ว เขาก็ไม่มี เงาโผล่มาเลย และก็ไม่มีใครมาที่นี่เพื่อส่งข่าวสารเลยด้วยเช่น กัน

แต่แล้วเฉินเฟิงกลับได้พบกับแขกอีกคนแทน

ในตอนที่เขาคนนั้นมาที่นี่ เป็นช่วงเวลาที่เฉินเฟิงกับเสี่ยวเย่ กำลังเล่นหมากรุกกันอยู่พอดี ซึ่งเป็นของที่เสี่ยวเยเอามาจากเนินเขา รถเมอร์เซเดสสีดำขับเข้ามาจอดยังลานหน้าประตูของ พวกเขา

เมื่อแหงนหน้าขึ้นไปดู ก็พบว่าคนที่เดินลงมาจากรถนั้นกลับ

เป็นโจวสุน

จากนั้นก็มีร่างสีขาวเดินตามลงมาจากที่นั่งเบาะหลัง ซึ่ง แน่นอนว่าเป็นคนที่เฉินเฟิงไม่มีวันลืมได้ลง นั่นคือ โจว อเอ๋อ

เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้คน เธอมักจะเผยท่าทีที่สง่าผ่าเผยอยู่ตลอด และเมื่อได้เห็นเฉินเฟิงกับเสี่ยวเที่กำลังเล่นหมากรุกอยู่ตรงนั้น เธอก็หันไปยิ้มให้กับเฉินเฟิงคนเดียว

“คุณชายเฉิน” โจวสุนกล่าวเรียกทันทีที่เดินมาถึงหน้าของ เฉินเฟิง

เฉินเฟิงกล่าวถามอย่างแปลกใจ” “ไม่ทราบว่าทำไมหัวหน้า

ครอบครัวตระกูลโจวถึงมาหาผมที่นี่ครับ ? มีเรื่องอะไรงั้นหรอครับ? ”

เฉินเฟิงเพิ่งนึกถึงเรื่องของโจวฟ่างขึ้นมาได้ แต่เมื่อหันไปมอง ยังโจวจื่อเอ่อกลับไม่มีคำใบ้ใดๆ เลย เขาจึงได้ปฏิเสธความคิด นี้ออกไป

แต่โจวสุนดูเหมือนว่าจะมีความสับสนเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ ยอมพูดออกมา : “คุณชายเฉิน เรื่องน้องชายของผม ต้องอภัย ด้วยจริงๆ “

เฉินเฟิงถึงกับชะงัก เป็นเรื่องของโจวฟ่างจริงๆ ด้วย
แต่เมื่อเขาหันไปมอง โจวจื่อเอ๋อ เธอกลับยังคงยิ้มอ่อนๆ โดย ไม่ยอมบอกอะไรกับเฉินเฟิงเลย


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ