ลูกเขยมังกร

บทที่ 82 อสังหาริมทรัพย์ต้าหลง



บทที่ 82 อสังหาริมทรัพย์ต้าหลง

และจวงเห่าหยินก็ได้เดินอยู่ข้างหน้า เฉินเฟิงและอาเหา เดินตามอยู่ข้างหลัง หลิ่วอีอีก็คงท่าทีที่รู้สึกรอดูเรื่องสนุกๆ แล้วกำลังติดตามอยู่ข้างหลังของเฉินเฟิงและอาเหา

ทั้งสี่คนเดินออกจากสถานีรถไฟ แล้วมองไปที่ไกลๆ เฉินเฟิงก็เห็นชายหนุ่มเจ็ดแปดคนที่มีรูปร่างกำยำ

พอเห็นจวงเห่าหยิน ชายหนุ่มร่างกำยำจึงเดินหน้ามา

แล้วมองคนพวกนั้นที่มีหน้าตาอันโหดเหี้ยม หลิ่วอีอีตั้งใจ เดินถอยหลังไปไม่กี่ก้าว แล้วก็ได้รักษาระยะห่างกับ เฉินเฟิง

“ท่านประทานจวง ไอ้เด็กเปรตสองคนนี้หรือที่มากวนใจ ท่าน? ” ชายร่างกำยำที่อยู่หน้าสุดและยังมีใบหน้าที่ดำคล้ำ และโหดเหี้ยมกำลังจับจ้องเฉินเฟิงและอาเหาอยู่

“เมืองชางโจว” เฉินเฟิงเอ่ยพูดด้วยเสียงนิ่งเฉย

“ที่แท้ก็เป็นเด็กบ้านนอกที่มาจากเมืองชางโจวนี่เอง” หลินต้ายงพยักหน้าเบาๆ “ไม่น่าล่ะถึงได้ไม่มีมันสมองมาก ขนาดนี้”

“ว่ามา จะเอาน่องหรือไม่ว่าจะแขน” หลินต้ายงพูดขึ้น อย่างขบขำ

เฉินเฟิงจึงยิ้มอ่อนๆ แล้วพูดขึ้น “อยากได้ทั้งหมด”

“อยากได้ทั้งหมด?! ” หลินต้ายงพึมพำอย่างเย็นชา “กูดูว่าถึงคงไม่อยากได้อะไรแล้ว! ”

“ลงมือ! ” หลินต้ายงผายมือขึ้น จากนั้นกลุ่มผู้ชายที่อยู่ ข้างหลังก็ได้มุ่งมาหา

อาเหาไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ ออกมา แค่ก้าวขึ้นหน้า แล้ว เรียบร้อยจู่โจมกลับ

เวลานี้ ผู้คนที่อยู่ตรงลานกว้างเริ่มทำเสียงวุ่นวายกันขึ้น มา มีผู้ชมไม่น้อยที่ถือมือถือไว้ แล้วกำลังถ่ายวิดีโอ

จวงเห่าหยินและหลินต้ายงจึงรู้สึกอึ้งทึ่งเล็กน้อย พวก เขากำลังถ่ายอะไรอยู่เนี่ย?

ผู้ชายร่างกำยำที่กำลังเตรียมตัวจะลงมือกับเฉินเฟิงกลับ หยุดชะงักลง แล้วเดินไปยังสถานที่ที่เต็มไปด้วยความ ครึกครื้น

จากนั้นก็ตะลึงจนตาค้างปากค้าง

ที่แท้เป็นก็คือขบวนรถโรลส์-รอยซ์สีดำทั้งหมดห้าคันที่ กำลังวิ่งตามแถวกันมา มีรถที่เป็นป้ายสีทองและเขียนไว้ ว่าb8888 ไม่น่าล่ะทุกคนถึงได้ทำเสียงวุ่นวายขึ้นแบบนี้

รถโรลส์-รอยซ์เป็นรถหรูที่มาแรงมากๆ ยิ่งไปกว่านั้นคือ ยังมาห้าคัน หนึ่งในนั้นยังมีป้ายทะเบียนคือแปดสี่ตัว แค่ดู จากป้ายทะเบียน ก็น่าจะรู้ได้ว่ามันมีมูลค่าสามร้อยล้าน หยวนแล้ว!

คนที่เดินผ่านลานกว้างแห่งนี้ต่างก็ยกปลายเท้าขึ้น จาก นั้นก็จับจ้องไปยังรถโรลส์-รอยซ์ว่ามันกำลังจะขับไปทาง ไหนกันแน่ ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า รถโรลส์-รอยซ์ทั้งห้าคันนี้กำลังไปรับคนที่สถานีรถไฟ

หลินต้ายงยังไม่รีบที่จะลงไม้ลงมือ การที่จะจัดการกับ เฉินเฟิง จัดการเมื่อไหร่ก็ได้ ทว่าความน่าตื่นเต้นแบบนี้ ซาตินี้ก็คงจะไม่ได้เห็น

หลิวอีอีขมวดคิ้วทรงสวยขึ้น ที่บ้านมีรถโรลส์-รอยซ์แค่ หนึ่งคันไม่ใช่หรอ? อีกอย่างป้ายทะเบียนรถยังไม่ใช่แปดสี่

ตัว

หลิ่วอีอีกำลังคิดแบบนี้ กลับเห็นรถโรลส์-รอยซ์ขับมา ทางที่ตัวเองยืนอยู่

ครั้งนี้หลิ่วอีอีก็ไม่ได้สงสัยอีกต่อไป น่าจะมารับเธอ แน่นอน และในลานกว้างแห่งนี้ นอกจากเธอ คนอื่นก็ไม่มี ใครมีสิทธิ์ถูกรถโรลส์-รอยซ์รับไป

สำหรับจวงเห่าหยิน? ที่ชอบทำตัวพุ่งพรวดแบบนี้ เกรง ว่าแม้แต่รถโรลส์-รอยซ์คันเดียวก็คงจะไม่มีปัญหาซื้อ

หลิวอีอีทำสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่น่าภูมิใจทันที เหมือนดั่งนกยูงที่สูงสง่าตัวหนึ่ง จากนั้นเธอก็เดินไปยัง ขบวนรถโรลส์-รอยซ์

ขบวนรถโรลส์-รอยซ์จอดอยู่ตรงกลางลานกว้าง คนที่ อยู่บนรถไม่ว่าจะเป็นชายหนุ่มต่างก็สวมใส่แต่เสื้อผ้าแบ รนด์เนม

หลิ่วอีอีก็มาถึงตรงหน้า จากนั้นก็รู้สึกสงสัยเล็กน้อย แล้ว คนพวกที่ลงมาจากรถ ทำไมไม่มีใครที่ตัวเองรู้จักเลย? เหมือนไม่มีคนขับรถที่บ้านเลย
อีกอย่าง คนพวกนี้ ทุกคนต่างก็มีสูงสง่า เรือนร่างของ พวกเขาแผ่รังสีของความร่ำรวยออกมาได้ ไม่เหมือนเป็น คนขับรถ แต่เหมือนลูกผู้ลากมากดีในโลกธุรกิจมากกว่า

คุณมาหาใคร? ” เห็นหลิ่วอีอีจับจ้องพวกเขาอยู่ บอดี้ การ์ดชายหนึ่งคนจึงถามขึ้นอย่างหวาดระแวง คนพวกนี้ที่ อยู่ข้างหลังเขา เป็นกระดูกสันหลังชั้นยอดในบริษัท ครั้งนี้ ก็เพื่อที่จะมารับคน พวกเขานานๆ ครั้งจะรวมตัวกันที แน่นอนว่าต้องห้ามทำให้เรื่องมันเกิดข้อผิดพลาด

หลิ่วอีอีทำสีหน้าที่เกร็งขึ้นมาทันที จากนั้นก็ส่ายหัว แล้ว พูดขึ้น “ฉันไม่ได้หาใคร”

ต่อให้เธอจะไม่มีตาทิพย์มากขนาดไหน ก็ควรที่จะดูออก คนพวกนี้มีฐานะที่ไม่ธรรมดา ไม่ใช่คนในบ้านของเธอ ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเขากำลังจะมารับคนอื่น

แค่ว่าพวกเขามารับใครกันแน่ ลานกว้างที่กว้างใหญ่ ไพศาลขนาดนี้ คนๆ นั้นที่ถูกรับ มีฐานะเป็นใครกันแน่?

ในใจของหลิ่วอีอีเหมือนแมวหนึ่งตัวที่กำลังไปเอาตัวมา คลอเคลียในใจเธอ แล้วทำให้เธอรู้สึกคันมากๆ

จวงเห่าหยินก็เคยคนพวกนี้ หลังจากที่มองเห็นหน้าตา ของหนึ่งคนนั้น จวงเห่าหยินจึงเรียกขึ้นอย่างน่าตกตะลึง “พี่ชาย! ”

พี่ชายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? !

ครั้งนี้จวงเห่าหยินอยู่นิ่งเฉยไม่ไหวอีกต่อไป วันนี้เขา สามารถเดินมาถึงที่นี่ได้ แล้วไปแฝงตัวอยู่ในท่ามกลางพวกนักเลง ก็เพราะว่ามีลูกพี่ลูกน้องคนนี้คอยสนับสนุน

โจวจึงเหวินเป็นผู้จัดการแผนกจัดการโปรเจคในบริษัท อสังหาริมทรัพย์ต้าหลง ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ ใหญ่ที่สุดในเมืองจินหลิง โจวจิ่งเหวินถือว่าเป็นคนที่ เก่งกาจและสำคัญมาก ทุกครั้งนี้สิ่งปลูกสร้างทุกที่ของอ สังหาริมทรัพย์ต้าหลงจะริเริ่ม โจวจิ่งเหวินก็สามารถมีส่วน ร่วมในนั้นด้วย

หลายปีมานี้จวงเห่าหยิน เพราะว่าโจวจิ่งเหวินคอยเลีย แข้งเลียขาเขา และพึ่งพาในส่วนที่โจวจิ่งเหวินได้ในแต่ละ โปรเจคของอสังหาริมทรัพย์ต้าหลง เขาจึงได้สามารถ เติบโตและสำหรับความสำเร็จขึ้นได้ เขาจึงรู้สึกผู้รับเหมา ก่อสร้างในเมืองจินหลิงมากมายขนาดนี้

สามารถพูดได้ว่า โจวจิ่งเหวินก็เหมือนเป็นพ่อลูกที่คอย เลี้ยงดูเขา ถ้าไม่มีโจวจิ่งเหวิน เขาจวงเห่าหยิน ตอนนี้ก็ไม่ ถือว่ามีอะไรเลย!

พอได้เจอโจวจิ่งเหวิน จวงเห่าหยินก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจ

มากๆ

ท่านประธานจวง? พี่ชายของคุณคือคนของบริษัท อสังหาริมทรัพย์ต้าหลง? ” หลินต้ายงกลืนน้ำลาย แล้วถาม ด้วยสีหน้าที่อิจฉา บริษัทอสังหาริมทรัพย์ต้าหลง เป็น บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองจินหลิง แค่เงิน ทุนของบริษัท ก็เป็นหกหมื่นกว่าล้านแล้ว! ถือว่าเป็นบริษัท ที่ถูกจัดอันดับสิบอันดับบริษัทแอร์แคเรียร์คลาสที่ร่ำรวย ที่สุดของจินหลิง เขาที่เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ถ้าสามารถก่อสร้างให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ต้าหลง เกรงว่าเขาคงฝัน จนหัวเราะตื่น

“ก็ใช่น่ะสิ พี่ชายของฉันเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดการโปรเจค %3D ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ต้าหลง บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ต้าหลงจะเริ่มทำโปรเจคทีไร โปรเจคไหนบ้างที่ไม่ต้องให้พี่ %3D ชายฉันเป็นคนเซ็นอนุมัติก่อน? ” รูจมูกของจวงเห่าหยิน ใกล้จะแหงนขึ้นไปถึงบนฟ้าแล้ว โจวจิ่งเหวินไม่ให้เขาพูด ถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาที่ข้างนอก ทว่าวันนี้ จวงเห่า หยินกลับไม่ได้อยู่เงียบๆ เลย เขาจะให้เฉินเฟิงและอาเหา ที่มาจากบ้านนอกสองคนนั้นรู้ถึงคอนเนคชั่นของตัวเอง!

คุณจวง คุณให้โอกาสผมหน่อยได้ไหม แนะนำพี่ชาย คุณให้ผมรู้จักๆ หน่อยเถอะ” หลินต้ายงยิ้มอย่างเบิกบาน ออกมา ถ้าเขาสามารถมีความสัมพันธ์กับผู้จัดการฝ่ายจัด ทำโปรเจคของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ต้าหลง งั้นพนักงาน ภายใต้การควบคุมของเขา ก็จะพุ่งกระฉูดขึ้นมากแน่นอน

ทำสีหน้าที่ดูแย่ ยังไงหลินต้ายงเป็นเพียงผู้รับเหมา ก่อสร้างกระจอกๆ เขามีพนักงานแค่สิบกว่าคนเท่านั้น เขา มันฐานะที่ต่ำต้อยเกินไป ลูกพี่ลูกน้องของเขาอาจจะไม่ สนใจเขาก็ได้

ทว่าตัวเองก็ได้พูดจาเว่อร์เกินจริงไปแล้ว ไม่ว่าจะยังไง ก็ ต้องพาหลินต้ายงไปเจอกับโจวจิ่งเหวิน สำหรับพี่ชายที่จะ ยอมหรือไม่ยอมรู้จักหลินต้ายง นั่นก็ไม่เกี่ยวกับเขาแล้ว

สำหรับจวงเห่าหยินก็ตอบตกลงโดยทันที “ได้ เดี่ยวฉัน จะพานายไปเจอกับพี่ชายของฉัน แต่ว่าพี่ชายของฉันอาจจะไม่ให้โอกาสนายก็ได้”

11 “ไม่เป็นไร คุณจวง แค่คุณพาฉันไปก็พอ” หลินต้ายงเอ่ย พูดด้วยความตื่นเต้นดีใจ

“ใช่แล้ว คุณจวง พี่ชายของคุณพวกเขาเหมือนมารับคน คุณรู้ไหมว่าพวกเขามารับใคร รู้สึกว่าจะเป็นบุคคลที่ สำคัญและยิ่งใหญ่มาก หลินต้ายงถามขึ้น

จวงเห่าหยินพึมพำเสียงต่ำ แล้วมองไปยังคนที่ลงมาจาก รถไฟ โจวจิ่งเหวินมองไปยังที่นั่งที่ต่ำที่สุด แล้วก้มหน้าลง ทันที จากนั้นแม้แต่โอกาสนี้ที่จะเงยหน้าขึ้นก็ยังน้อย สามารถรู้ได้ว่า คนอื่นๆ ต้องเป็นผู้จัดการและฝ่ายคณะ กรรมการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ต้าหลงแน่นอน คนที่ สามารถให้พวกคณะกรรมการบริษัทมารับ แสดงว่าน่าจะ เป็นผู้บริหารของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ต้าหลง


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ