ลูกเขยมังกร

บทที่ 927 เซียนเฉิน



บทที่ 927 เซียนเฉิน

เพื่อนคนหนึ่งของฉันน่ะค่ะ” โจว อเลือกล่าวแนะนำเงินเฟิง จากนั้นอีกฝ่ายจึงมองไปยังเฉินเพิ่งด้วยความกระฉับกระเฉง ก่อนจะกล่าวแนะนำตัว : “ผมนามสกุลเซียน เซียนเฉิน เป็น เพื่อนของโจวจื่อเอ๋อเหมือนกันครับ”

นามสกุลเขียนนี้เป็นสกุลที่มีความโดดเด่นในทะเลทรายแห่ง นี้อย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่าเฉินเฟิงเองก็พอจะเดาออกว่าเขาเป็น ตระกูลเซียน

แต่ว่าเขาคนนี้เฉินเฟิงกลับไม่เคยพบเขาที่บ้านตระกูลเชียน เลย แต่ถ้าเขาเดาไม่ผิดละก็ เขียนเฉินต้องเป็นผู้บริหารธุรกิจของ ตระกูลแน่นอน

ภายในตระกูลขนาดใหญ่ทั่วไปแล้ว แต่ละคนล้วนมีสิทธิ์ อำนาจที่จํากัดอย่างมาก ถ้าหากเป็นคนที่ไม่มีความสามารถได้ ด้านวิชาการต่อสู้ อย่างนั้นเขาคนนั้นก็จะถูกจัดให้ไปทำหน้าที่ ดูแลจัดการกับธุรกิจของตระกูล เพื่อเป็นโฆษกของตระกูลในการ ป่าวประกาศศักดาสู่โลกภายนอก

และจากการวิเคราะห์แล้วเชียนเฉินคนนี้ก็คือคนแบบนั้น

เฉินเฟิงยิ้มให้กับเชียนเฉินเช่นเดียวกัน “เฉินเฟิงครับ!

และชื่อนี้ถึงกับทำให้เขียนเฉินชะงักไปทันที แต่เมื่อเขาลอง คิดๆ ดูแล้วก็ไม่ได้เอาเฉินเฟิงที่อยู่ตรงหน้ากับเฉินเฟิงคนนั้นที่มีชื่อเสียงกึกก้องในยันเจียงมาเชื่อมเป็นคนเดียวกัน

และเพียงคิดว่าบางทีพวกเขาแค่มีชื่อสกุลที่เหมือนกันเท่านั้น

ทางด้านเฉินเฟิงถึงแม้จะมองออกถึงความคิดในใจของเขา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

หลังจากที่กล่าวทักทายกับเฉินเฟิงเรียบร้อย เซียนเฉินก็หัน ความสนใจไปยังโจวจ่อเอ๋ออีกครั้ง พลางพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม : “จอเอ๋อจะเข้าไปทักทายเพื่อนๆของพวกเราสักหน่อยหรือ เปล่า ? ”

โจวจื่อเอ๋อตอบปฏิเสธอย่างอ่อนหวาน “แต่ว่าเพื่อนคนนี้ ของฉันดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบความวุ่นวายเท่าไหร่

เฉินเฟิงมองไปยังโจวจื่อเอ๋ออย่างประหลาดใจ แต่เพียงไม่

นานเขาก็เข้าใจความหมายของเธอ

“เพื่อนท่านนี้ ไปสนุกสนานด้วยกันเถอะครับ ผมกับเพื่อนๆ อีก หลายคนกำลังเตรียมตัวจะไปที่บึงน้ำคลื่นเขียว ที่นั่นวิวสวยมาก เลยนะครับ”

เชียนเฉินกล่าวชักชวนอย่างเป็นกันเอง

แต่สําหรับเฉินเฟิงแล้ว เขานั้นกลับไม่อยากไปมากนัก

จากนั้นเชียนเฉินจึงพูดขึ้นมาอีกครั้ง : “ถ้าเกิดว่าคุณไม่ อยากไปจริงๆ อย่างนั้นน้องจื่อเอ่อพวกเราจะขอยืมตัวไปก่อนแล้วนะครับ เพราะเธอดูเหมือนจะสนใจเอามากๆ เลย

และเมื่อเฉินเฟิงหันไปมองจื่อเอ๋อ เธอก็กำลังมองมาที่เขา อย่างเฝ้ารอค่าตอบ

แต่เพราะเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้นั้น ทำให้เฉินเพิ่งมี ความรู้สึกบางอย่างเหมือนกำลังถูกโจวจื่อเอ๋อหักหลัง

“อย่างนั้นก็ได้ครับ เดิมทีก็ไม่มีธุระสำคัญอะไรอยู่แล้วด้วย” และเมื่อแอบมองไปยังโจวจื่อเอ๋อ สิ่งที่เฉินเฟิงได้เห็นกลับเป็น สีหน้าของโจว อเอ๋อที่เหมือนแผนการของเธอนั้นสําเร็จแล้ว

พวกเขาทั้งหมดนั้นล้วนมีรถกันหมด จะมีเพียงเฉินเฟิงที่นั่งอยู่ ในรถของโจว อเอ๋อ เขาถามขึ้นมา : “คุณหมายความว่ายัง ไง? ”

“ฉันไม่ได้มีอะไรสักหน่อย ก็แค่ออกไปเที่ยวเล่น กับเหล่า

เพื่อนๆ เท่านั้น ” โจวจื่อเอ๋อตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ

ในใจของเฉินเฟิงนั้นเกิดความไม่ชัดเจนขึ้นมาว่าทำไมตัวเอง จะต้องมีความรำคาญใจเกิดขึ้นด้วย แต่เพื่อที่จะสงบสติอารมณ์ ของตัวเอง ระหว่างการเดินทางเขาก็ไม่พูดอะไรอีกเลย

บึงน้ำคลื่นเขียวไม่ใช่เพียงแค่แอ่งน้ำธรรมดา แต่ยังมีการ สร้างอาคารรับรองไว้บริเวณโดยรอบอีกด้วย ซึ่งเป็นดั่งจุดท่อง เที่ยวขนาดย่อมอันหนึ่งเลยทีเดียว

และเมื่อเดินทางมาถึงที่นี่ พวกเขาก็ซื้อตั๋วก่อนจะพากันเข้าไป ด้านใน
ภายในนั้นล้อมรอบไปด้วยภูเขา ป่าไม้อันเขียวชอุ่ม พร้อม ด้วยอากาศที่แสนสดชื่นเป็นพิเศษ

ในขณะที่เฉินเฟิงได้เพียงเดินตามหลังไป ทางด้านโจวจื่อเอ๋ อกลับดูเหมือนจะพูดคุยพร้อมกับหัวเราะไปพร้อมกับพวกเขา เหล่านั้น ซึ่งไม่รู้ว่าเธอกำลังจงใจยั่วโมโหเฉินเฟิง หรือว่าเดิมที เธอก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว

กระทั่งเดินมาถึงด้านข้างของแอ่งน้ำ ก็มีคนหยิบเอาเบ็ดตก ปลาที่พกมาด้วยออกมา แล้วแต่ละคนก็แยกย้ายกันไปเลือกที่ แล้วเริ่มการตกปลาอย่างเงียบๆ

ส่วนเฉินเฟิงกับโจวจื่อเอ๋อก็แยกตัวออกมา

ทั้งสองมานั่งอยู่ที่โถงทางเดินริมน้ำ หลังจากที่คิดใคร่ครวญ อยู่นานเฉินเฟิงก็พูดออกมาในที่สุด : “ถ้าหากว่าคุณมีความ สามารถมากพอจะต่อกรกับหมาป่าทะเลทรายได้ อย่างนั้นผมก็ จะยอมตอบตกลงกับคำขอของคุณ”

โจวจื่อเอ๋อที่นั่งอยู่ตรงนั้น ราวกับว่าพอจะเดาได้ตั้งนานแล้วว่า เฉินเฟิงจะต้องตอบตกลงแน่นอน เธอจึงตอบกลับอย่างเรียบเฉย – “อย่างนั้นก็คำไหนคำนั้นค่ะ

แต่จู่ๆ เธอก็ยิ้มขึ้นมา “คุณชายเฉิน เป็นเพราะว่าคุณเห็นฉัน อยู่กับผู้ชายคนอื่นเลยทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจใช่ไหมคะ ถ้า หากคุณต้องการ ฉันก็จะไม่สนใจพวกเขาเหล่านั้นอีก

เฉินเฟิงอาจจะมีความรู้สึกแบบนั้นจริง แต่แน่นอนว่าเขาไม่มี ทางยอมรับอยู่แล้ว และเพียงแค่แสร้งทำเป็นพูดด้วยความหงุดหงิดออกมา : “เรื่องนี้กับเรื่องนั้นมันไม่ได้มีความเกี่ยวข้อง

กัน คุณอย่าใช้คําพูดแบบนี้มายั่วโมโหผมเลย โจวจื่อเอ๋อที่เมื่อเห็นว่าได้ตามที่ต้องการก็พอใจแล้ว และเธอ ไม่มีทางที่จะทดสอบอะไรซ้ำๆ กับคำถามที่ผู้ชายเกลียดชังไปมา

เพราะนี่ไม่ใช่การเลือกที่ฉลากมากนัก

“อย่างนั้นคุณชายเงินไม่เคยใจเต้นกับฉันเลยหรอคะ ? หรือ ว่าไม่เคยคิดที่จะครอบครองฉันเลยหรอ เพราะแม้แต่ตัวฉันเองก็ ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายเสนอตัวให้กับผู้ชายคนหนึ่ง ถึงที่แบบนี้” โจวจื่อเอ๋อราวกับกำลังพูดคุยเรื่องในใจกับเฉินเฟิง

แต่แล้วเซียนเฉินที่นั่งตกปลาอยู่ไกลๆ กลับหันมายิ้มให้กับโจ วจื่อเอ๋อ และทางด้านโจวจื่อเอ๋อเองก็ยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน

ส่วนเฉินเฟิงนั้นก็ไม่ได้ตอบคำถามของโจวจื่อเอ๋อ อีกอย่าง

เขาก็ไม่มีความจําเป็นที่จะต้องบอกความคิดของตัวเองออกไป

ด้วย

จนกระทั่งถึงช่วงเที่ยงของวัน การตกปลาของพวกเขาไม่กี่คน นั้นก็สิ้นสุดลง พร้อมกับรวมกลุ่มกันไปทานอาหารพร้อมกัน

จากนั้นก็มีคนส่งกล่องอาหารให้กับเฉินเฟิงและโจวจื่อเอ๋อ แล้วเชียนเฉินก็พูดขึ้น : “ปกติก็มีการเตรียมของมาเป็นอยู่แล้ว พวกคุณไม่ต้องไปเกรงใจอะไร ถ้าเกิดว่ายังไม่พอตรงนั้นก็ยังมี อีก”

ทั้งเฉินเฟิงและโจวจื่อเอ๋อต่างยิ้มบางๆ เป็นสัญลักษณ์แทน การกล่าวขอบคุณ
และในขณะที่เพิ่งทานอาหารไปได้เพียงครึ่งเดียว พวกเขาที่

พากันนั่งอยู่ตรงบริเวณสนามหญ้าก็ได้เห็นว่ามีคนกำลังเดินเข้า มาหาพวกเขาด้วยท่าทีเดือดดาล เขาคนนั้นมีลักษณะดุร้าย บนแขนเผยให้เห็นถึงรอยสัก แค่ดูก็

รู้ว่าคงไม่ใช่คนดีอะไร

และจุดมุ่งหมายของเขานั้นก็ดูจะชัดเจนอย่างมาก นั่นก็คือ ทางที่เฉินเฟิงพวกเขานั่งอยู่นั่นเอง

เชียนเฉิน ในฐานะผู้นำในกลุ่มของพวกเขา จึงเป็นคนแรกที่ลุก ขึ้นยืนอย่างไม่เกี่ยง แล้วมุ่งหน้าเข้าไปหาอีกฝ่าย

“เป็นพวกคุณที่เข้ามาตกปลาที่นี่ใช่หรือเปล่า? ”

ชายคนนั้นถามเซียนเฉินอย่างคลุ้มคลั่ง

ทางด้านเซียนเงินตอบกลับด้วยมารยาท : “มีปัญหาอะไร หรือเปล่าครับ? ก่อนที่พวกเราจะมาถึงที่นี่ ได้ถามไปแล้วว่าที่นี่ ตกปลาได้นะครับ”

แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่พูดไม่จาอะไรให้ชัดเจนก็ลงมือใช้กำลัง

ทันที

เขาลงมือผลักเซียนเฉินจนล้มลงไปกับพื้น

“ถามอะไร ได้ถามกับกูหรือยัง ? กูไม่เห็นด้วย ซึ่งก็ทำอะไรไม่

ได้ทั้งนั้น”

เชียนเฉิน ในฐานะโฆษกของตระกูลเชียนในโลกปัจจุบัน เขาไม่เคยได้รับการปฏิบัติแบบนี้มาก่อน จึงทำให้เขามองไปยังชาย คนนั้นด้วยความโกรธจนตั้งอารมณ์ไม่ได้

จากนั้นเขาจึงหวังจะลุกขึ้นยืนแล้วค่อยกลับไป

แต่ว่าร่างกายที่ยังไม่ทันได้ลุกขึ้น ก็ถูกชายคนนั้นเหยียบเข้า ใส่อีกทีเสียก่อนแล้ว จึงทำให้เขาไม่มีทางลุกยืนได้เลย

คนที่เหลือที่อยู่ข้างๆ เมื่อเห็นอย่างนั้น จึงหวังจะเข้าไปช่วย เหลือทันที

แต่ทว่าอีกฝ่ายนั้นกลับมีความแข็งแกร่งอย่างมาก แล้วอย่าง นั้นเหล่าคุณชายทายาทเศรษฐีอย่างพวกเขาจะไปเป็นคู่ต่อสู้ของ อีกฝ่ายได้อย่างไรกัน

เขาเพียงใช้มือผลักเพียงเล็กน้อย ชายเหล่านั้นก็ต่างถูกผลัก จนล้มไปกองกับพื้นเช่นเดียวกับเชียนเฉินแล้ว

และไม่ว่ากี่คนๆ ก็เป็นแบบเดียวกันหมด

ทางด้านโจวจื่อเอ๋อที่ทนดูต่อไปไม่ไหว จึงหันไปบอกกับ เฉินเฟิง : “คุณชายเฉิน คุณรีบเข้าไปช่วยพวกเขาเถอะค่ะ”

แต่เฉินเฟิงกลับตอบกลับอย่างไม่รู้ร้อนอะไรทั้งสิ้น : “ผมไม่ อยากไปหาเรื่องใส่ตัวหรอกนะ อีกอย่างผมก็ไม่ได้ตกปลาด้วย

โจว อเอ๋อมองไปอย่างร้อนใจ แต่ว่าตัวเองกลับไม่ได้มีกำลัง อะไร พวกเขาที่อยู่ตรงนั้นต่างก็ถูกชายหน้าโหดผลักจนล้มไป กองกับพื้นกันหมดแล้ว แต่เฉินเฟิงกลับยังแสดงท่าทีราวกับ เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขาเลย
แต่แล้วจู่ๆ โจวจื่อเอ๋อก็เหมือนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ แล้ว พูดกับเฉินเฟิงอีกครั้ง : “คุณชายเงินอย่าบอกนะว่าเป็นเพราะ เรื่องก่อนหน้านี้ เลยทำให้เกิดความอิจฉางั้นหรอคะ ?

เฉินเฟิงเข้าใจได้เลยว่าโจวจื่อเอ๋อเพียงแค่ต้องการให้เขา เข้าไปช่วยเหลือเท่านั้น เลยใช้วิธีการนี้ในการกระตุ้นเขา แต่ เงินเฟิงกลับหัวเราะออกมาเบาๆ : “ผมเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ เหตุผลอะไรเหมือนกัน บางทีอาจจะเป็นอย่างที่คุณว่าก็ได้ ผม คงจะอิจฉา”


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ