ลูกเขยมังกร

บทที่ 929 การเจรจาแผนการอีกครั้ง



บทที่ 929 การเจรจาแผนการอีกครั้ง

ทางด้านเฉินเฟิงนั้นทำได้เพียงแค่ให้คำแนะนำเท่านั้น ในส่วน ของวิธีการจัดการคงต้องให้โจวจื่อเอ๋อเป็นคนตัดสินใจเอง

เฉินเฟิงกล่าวอีกครั้ง “วิธีการจัดการกับหมาป่าทะเลทรายที่ คุณได้บอกเอาไว้ ผมจะกลับไปคิดทบทวนอีกครั้งก่อน เพราะ ความจริงแล้วบางทีหมาป่าทะเลทรายอาจจะไม่ได้ง่ายดายอย่าง ที่พวกเราคิดเอาไว้

และด้วยตอนนี้ความสนใจของโจวจื่อเอ๋อไม่ได้อยู่ในเรื่องของ หมาป่าทะเลทรายมากนัก ดังนั้นจึงทำแค่พยักหน้าและตอบรับ เพียงคําเดียว

“ผมหายตัวไปสองวันแล้ว ทางตระกูลไปอาจจะเกิดความ กังวลใจในตัวผม พรุ่งนี้ผมคงต้องไปจากที่นี่แล้ว และการกลับ ไปที่ตระกูลไปอาจจะไม่ได้เจอคุณไปอีกช่วงเวลาหนึ่ง” เฉินเฟิง พูดด้วยเสียงที่แผ่วเบา

โจวจื่อเอ๋อมองไปยังเฉินเฟิงด้วยความตกใจเล็กน้อย : “คุณ จะไปจากที่นี่ แต่ว่าตอนนี้ฉันยังไม่ได้ออกจากตระกูลโจวเลย คุณ สัญญาว่าจะช่วยฉันแล้วนะคะ”

เงินเฟิงตอบกลับ “คุณไม่ต้องกังวลใจไป ถ้าหากจะต้อง ปฏิเสธแผนการก่อนนี้ทั้งหมดจริงๆ อย่างนั้นผมก็จะไม่มีความ กังวลใจอะไรในตระกูลโจวอีก และการจะให้ตระกูลโจวปล่อย คุณไปนั้น ก็จะไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไรด้วย
ทว่าโจวเอเอ๋อก็ยังมีความรู้สึกที่ไม่เชื่อมั่นอยู่ดี ไม่ใช่ว่า คุณไปแล้วจะไม่กลับมาอีกแล้วหรอกนะ”

เงินเฟิงกลับฉีกยิ้มออกมา “มีสาวสวยคนหนึ่งอย่างคุณอยู่ ที่นี่ หากผมไม่กลับมา ก็คงจะน่าเสียดายเกินไปแล้ว” โจว อเอ๋อถึงกับกลอกตาใส่เงินเฟิง : “ไปให้พ้นเลย”

และในคืนวันนี้โจวจื่อเอ๋อก็ให้เงินเพิ่งนอนในห้องของตัวเอง

“คุณจะคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงสำส่อนหรือเปล่า ที่ยอมปล่อยให้ คุณเข้ามาง่ายๆ แบบนี้ เมื่ออิงเข้าไปในอ้อมแขนของเฉินเฟิง โจวจื่อเอ๋อพลางพูดออกมาด้วยสีหน้าที่แดง

ทางด้านเฉินเฟิงนั้นที่รู้ว่าสิ่งไหนดีก็ควรพูดสิ่งนั้นจึงตอบกลับ : “ถ้าหากว่าการที่คุณเข้าใกล้ผมเพื่อที่จะบอกว่าตัวเองเป็นผู้ หญิงสําส่อนคนหนึ่ง อย่างนั้นผมก็คงต้องทำการดูถูกตัวเองด้วย เหมือนกัน แต่ว่าผมกลับยินดีที่จะเชื่อว่านี่เป็นเพราะเสน่ห์อันเย้า ยวนของตัวผมเองมากกว่า ส่วนคุณนั้นก็เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ใน การมองที่ไม่เลวเลย”

โจวจื่อเอ๋อที่ได้ยินอย่างนั้นจึงใช้มือหยิกแผ่นออกของเฉินเฟิ งอย่างรุนแรง เจ็บจนเฉินเฟิงต้องร้องออกมา

โจว อเอ๋อด่าด้วยรอยยิ้ม : “หน้าไม่อาย

เฉินเฟิงจึงยิ้มไปพร้อมกับเธอ

แต่อย่างไรก็ตามเฉินเฟิงนั้นเข้าใจดีว่า นี่เป็นเพราะโจวจื่อเอ๋ อกำลังหวาดกลัว กลัวว่าเฉินเฟิงจะไม่ยอมตกลง หรืออาจจะเปลี่ยนใจ ดังนั้นเธอจึงมอบตัวเองให้กับเฉินเฟิงแทน แล้วหวัง แค่เพียงให้เฉินเฟิงสามารถจดจำสิ่งเหล่านี้เอาไว้ และสามารถที่ จะกลับมาพาเธอออกไป

เฉินเฟิงลูบผมของโจวจื่อเอ๋ออย่างเบามือ ก่อนจะพบว่าเธอนั้น หลับไปแล้ว เฉินเฟิงที่เห็นอย่างนั้นจึงยิ้มออกมา และรู้ว่าคงเป็น เพราะเรื่องเมื่อสักครู่นี้ทำให้โจวจื่อเอ๋อเหนื่อยล้าอย่างมาก

ในวันถัดมา เงินเฟิงก็เดินทางกลับมายังวิลล่าในหุบเขา

ในตอนที่กลับมาถึง เสี่ยวเยก็กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่หน้าประตู

เมื่อได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามา สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความ

คาดหวัง และเมื่อได้เห็นเฉินเฟิงเดินลงมาจากรถ เธอก็ดีใจจน แทบจะกระโดดโลดเต้นเลยทีเดียว แต่กลับไม่ได้มีแค่เฉินเฟิงคนเดียวเท่านั้น ตอนแรกเธอกะจะ

ร้องตะโกนเรียกชื่อของเฉินเฟิงออกไป แต่กลับต้องกลืนลงคอไป

ทางด้านเฉินเฟิงที่เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของ เสี่ยวเย่ ก็ส่งยิ้มไปให้กับเธอ

และคนที่มาพร้อมกับเฉินเฟิงนั้นก็คือไป๋จิ้งเฟิง

เพราะหลังจากที่เฉินเฟิงได้แจ้งข่าวเรื่องของตัวเขาและตระกูล ไป เขาจึงรีบเรียกร้องที่จะมาเจอกับเฉินเฟิง ทางด้านเฉินเฟิงไม่ ได้ปฏิเสธอะไร แต่สิ่งที่ทำให้เขาคิดไม่ถึงเลยก็คือ ไปจิ้งเฟิงกลับ เป็นคนที่ได้รับเขาเองเสียอย่างนั้น

เมื่อออกมาจากตระกูลโจว ก็เดินทางกลับมายังวิลล่า ในหุบเขาที่เฉินเฟิงพักอาศัย

เงินเฟิงหันไปบอกกับเสี่ยวเย:

“ไปเตรียมชามาหน่อย

เสี่ยวเยถึงจะไม่สามารถทำตัวตามสบายเหมือนตอนที่ได้อยู่ เฉินเฟิงสองต่อสอง แต่เมื่อได้เห็นเฉินเฟิงกลับมา เธอก็รู้สึกดีใจ อย่างมาก จากนั้นจึงเดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อรินชาอย่างมี ความสุข

เมื่อประคองไปจิ้งเฟิงเดินมาถึงเก้าอี้ใต้ต้นไม้ เฉินเฟิงจึงนั่งลง ยังที่นั่งตรงข้ามกับเขา

“คุณชายเฉิน เรื่องที่คุณพูดก่อนหน้านี้เป็นเรื่องจริงหรือ ? ”

นับตั้งแต่ที่ได้ยินว่าเฉินเฟิงถูกโจวฟ่างนำตัวไปกักขัง ไปจิ้งเฟิ งก็ไม่เชื่อ และยิ่งไม่อยากที่จะเชื่อด้วย

ถ้าเกิดว่ามีเรื่องแบบนี้ขึ้น ในตระกูลไปล่ะก็ อย่างนั้นแผนการที่ พวกเขาจะรวมตัวตระกูลต่างๆ ในทะเลทรายแห่งนี้ที่เป็นศัตรู ของหมาป่าทะเลทรายก็ต้องเกิดข้อสงสัยที่ยิ่งใหญ่ขึ้นแล้ว

เฉินเฟิงตอบกลับด้วยเสียงที่จริงจังอย่างมาก “ตัวผมเองก็

คิดไม่ถึงเหมือนกันครับ ตอนนี้หมาป่าทะเลทรายได้แทรกซึม

เข้าไปทั่วทั้งทะเลทรายขนาดนี้แล้ว แม้แต่ตระกูลโจวที่เป็น

ตระกูลที่มีความแค้นฝังลึกขนาดนั้นยังไม่มีความใสสะอาดแล้ว

อย่างนั้นสถานที่อื่นยังมีคนเหล่านั้นซ่อนตัวอยู่อีกมากเท่าไหร่

ล้วนเป็นเรื่องที่พวกเราไม่สามารถคาดเดาได้เลยจริงๆ ”

สีหน้าของไป๋จิ้งเฟิงเคร่งขรึมขึ้นมาไม่ต่างกัน เพราะการโจมตีครั้งนี้ถือว่ารุนแรงสำหรับเขาเอามากๆ

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เฉินเฟิงยังคงต้องพูดต่ออย่างเลี่ยงไม่ ได้: “คุณท่านไป เดิมทีผมไม่อยากจะพูดหรอกนะครับ แต่หาก ตระกูลไปต้องการจะแก้แค้นจริงๆ อย่างนั้นส่วนตัวตระกูลไปจะ ยังคงมีความใสสะอาดอยู่หรือไม่นั้นถือเป็นเรื่องสำคัญอย่าง มาก”

ตอนนี้เฉินเฟิงกำลังสงสัยว่าตระกูลไปอาจจะมีสายลับของ หมาป่าทะเลทรายเช่นเดียวกัน บางทีพวกเขาก็ปรากฏตัวอยู่ใน ขั้นตอนการวางแผนนั้นของตระกูลไปด้วย

“นี่เป็นไปไม่ได้แน่นอน ดนตระกูลไปของเรา …..”

ไปจิ้งเฟิงเกิดความตื่นเต้นเล็กน้อย ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่มีทาง เชื่อแน่นอน แต่คำปฏิเสธของเขากลับพูดได้เพียงครึ่งเดียว เสียง ของเขาก็หายไป ราวกับว่ามีคู่กรณีที่น่าสงสัยแล้ว

เขาหดหูมองไปยังเฉินเฟิง : “คุณชายเฉิน นี่พวกเราจะไม่มี โอกาสได้จัดการกับหมาป่าทะเลทรายแล้วงั้นหรอ ? ”

เฉินเฟิงนิ่งเงียบ สิ่งที่เขารู้นั้นมีมากว่าสิ่งที่ไปจิ้งเฟิง แต่เขา นั้นก็รู้สึกถึงความสิ้นหวังไม่ต่างกัน

แต่ถึงอย่างไร เมื่อคิดไปคิดมาแล้ว ควรที่จะบอกความคิดของ โจวจื่อเอ๋อให้กับไป๋จิ้งเฟิง

“ถ้าหากว่าการจะรวบรวมตระกูลเหล่านั้นให้มาต่อกรกับ หมาป่าทะเลทรายดูจะเป็นไม่ได้ อย่างนั้นพวกเราก็ทำได้เพียงเปลี่ยนวิธีแบบอื่นเท่านั้น

ไปจิ้งเฟิงเงยหน้าขึ้นมาอย่างช้าๆ เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟิง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเฉินเฟิงอาจจะยังมีหนทางอื่นอยู่ ซึ่งนี่ถือ เป็นการฉุดดึงเขาออกมาจากความสิ้นหวังอีกครั้ง

“คุณชายเฉิน โปรดพูดมาเถอะ ขอเพียงแค่ยังพอมีหวัง พวก เราก็ยังยืนยันคำเดิมว่าจะทำตามที่คุณชายเงินสั่งการ โดยไม่ เกี่ยงเลย”

เฉินเฟิงเองก็รู้ดีถึงการตัดสินใจอันแน่วแน่ของไปจิ้งเฟิง จึงได้ พูดต่อ : “การจะทำลายศัตรูนั้นขึ้นอยู่กับตระกูลเซียน”

ไปจิ้งเฟิงถึงกับพึมพำกับตัวเอง : “ตระกูลเซียน แต่ว่าตระกูล เชียน……

เฉินเฟิงพูดอีกครั้ง : “ผมรู้ลักษณะนิสัยของตระกูลเชียนดี พวกเขาจะไม่มีทางยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาของตระกูลอื่น ในทะเลทราย และขอเพียงไม่มีใครเข้าไปท้าทายพวกเขา พวก เขาก็จะทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่อย่างนี้ แต่ว่าเรื่องบางอย่างจะ สำเร็จได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับคน ซึ่งหากดูจากตอนนี้ ก็ต้องเป็นตระกูล เขียนเท่านั้น”

ไป๋จิ้งเฟิงครุ่นคิดไตร่ตรองอย่างเงียบๆ แต่ยังคงไม่รู้ว่าควรจะ ทำอย่างไร

“ก่อกวนความสัมพันธ์ของตระกูลเซียนและหมาป่าทะเล ทราย” เมื่อเห็นสีหน้าอันสับสนของไปจิ้งเฟิง เฉินเฟิงจึงเสนอ ประเด็นออกมา
ไปจิ้งเฟิงถึงกับต้องมองไปยังเฉินเฟิงด้วยสีหน้าตกตะลึง

“ถ้าเกิดว่าถูกตระกูลเซียนจับได้..….……..

เฉินเพิ่งเข้าใจเป็นอย่างดีเลยว่าเพราะเหตุอะไรไปจิ้งเฟิงถึง ต้องกังวลขนาดนี้ แต่ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ล้วนมีความเสี่ยงทั้งนั้น

“ขอเพียงแค่พวกเขาจับไม่ได้ก็ไม่เป็นไรแล้วนี่ครับ ในเมื่อ อยากจะลงมือทำ อย่างนั้นก็ต้องยึดทัศนคตินี้เอาไว้ว่า อย่าให้มี โอกาสที่จะล้มเหลว จะต้องสำเร็จเท่านั้น” เฉินเฟิงกล่าว

แต่ถึงอย่างนั้นไปจิ้งเฟิงก็ไม่อาจที่จะสงบใจลงได้ ทั้งยัง ต้องการที่จะพูดอะไรบางอย่าง

แต่ว่าเงินเฟิงกลับขัดเขาเอาไว้ : “นี่เป็นวิธีเดียวที่สามารถ ทำได้ หากว่าคุณยังต้องการที่จะจัดการกับหมาป่าทะเลทราย

ไป๋จิ้งเฟิงที่ได้ฟังก็ไม่พูดอะไรอีก เพราะเขารู้ว่าสิ่งที่เฉินเฟิงพูด

นั้นถูกต้อง

เมื่อมองดูไปจิ้งเฟิง ในตอนนี้ยอมรับอย่างเงียบๆ เฉินเฟิงจึง ยิ้มออกมา : “คุณเอาแต่กังวล แต่ถ้าหากว่าสำเร็จขึ้นมาจริงๆ คุณไม่คิดเลยหรอครับว่าเมื่อดูจากอำนาจของตระกูลเซียนแล้ว พวกเขาจะจัดการกับหมาป่าทะเลทรายอย่างไร แน่นอนว่าต้อง กำจัดให้สิ้นซากอยู่แล้ว”

ราวกับว่าไปจิ้งเฟิงกำลังคิดถึงความเป็นไปได้ ตามแนวทาง ของเฉินเฟิง ซึ่งหากตระกูลเขียนยอมออกมือจริงๆ อย่างนั้นดู เหมือนว่าทุกความยากลำบากก็จะได้รับการแก้ไขทันที


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ