ลูกเขยมังกร

บทที่ 919 การตัดสินใจ



บทที่ 919 การตัดสินใจ

ในขณะที่บ้านตระกูลโจวนั้นก็ไว้หน้าพวกเขาเป็นอย่างมาก โดยมีโจวฟ่างออกมาให้การต้อนรับด้วยตนเอง ซึ่งเขาก็คือน้อง ชายแท้ๆ ของผู้นำครอบครัวตระกูลโจวนั่นเอง เขาเดินออกมาหา พบปะกับพวกเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

จากนั้นจึงนำพาพวกเขาไปยังห้องโถงด้านข้าง ก่อนที่โจวฟ่าง จะขอตัวออกไป ด้านในนี้นั้นไม่ได้คึกคักเสียงดังเหมือนด้านนอก และยังมีความเงียบสงบเป็นอย่างมาก

ทางด้านพวกเขานั้นเข้าใจความหมายของโจวฟางเป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อรอเพียงไม่นาน ผู้นำครอบครัวตระกูลโจวก็เดินเข้ามา

โดยด้านหลังของเขามีหญิงสาวท่าทางอ่อนโยนเดินตามมา

ด้วยอีกคน เธอสวมด้วยชุดเดรสสีขาว ผมยาวสลวย บนใบหน้า

ปรากฏรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้

พบเห็น

แต่เนื่องด้วยมารยาทพวกเขาจึงไม่กล้าที่จะต้องเธอนานนัก

“พี่โจว ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ ! ” ไปซึ่งเหมือนจะรู้จัก กับโจวสุนมานานแล้ว ดังนั้นทันทีที่ได้พบหน้ากันเขาจึงเข้าไป กอดทักทายด้วยความเป็นกันเอง

“ไม่ได้เจอกันแล้วจริงๆ ! มา นั่งลงพูดคุยกันดีกว่า” โจวสุนบ อกให้ทุกคนนั่งลง ก่อนที่เขาจะมองไปยังกลุ่มคนที่อยู่ข้างไปชิง
ทางด้านไปชิงจึงกล่าวแนะนำขึ้นมา “ท่านนี้คือน้องชายของ ผมไปซู ท่านนี้คือลูกพี่ลูกน้องไปเฉิงหลิน” แต่ในตอนที่แนะนำถึง เงินเฟิง เขากลับยิ้มออกมา : “ส่วนท่านที่ไม่ใช่คนตระกูลไป ของเรา แต่เป็นแกนนำหลักในการรับผิดชอบเรื่องนี้

โจวสุนมองไปยังเฉินเพิ่งด้วยความสงสัย : “ไม่ทราบว่าท่าน นี้เป็นใครกันแน่? ดูแล้วยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลย? ”

ไปชิงแสดงสีหน้ามีลับลมคมในออกมา “พี่โจวจะไม่ลอง ทายดูสักหน่อยหรอครับ? ท่านนี้มาจากยันเจียงเชียวนะครับ และอีกอย่างเขายังเป็นคนที่มีความเก่งกาจมากด้วย ”

เมื่อได้ยินอย่างนั้นโจวสุนจึงยิ่งเกิดความสงสัยมากขึ้นไปอีก พลางหันไปจ้องมองเฉินเฟิงอย่างถี่ถ้วน แต่เมื่อยิ่งดู สีหน้าของ เขาก็ยิ่งแสดงความตกใจขึ้นมามากเท่านั้น

“อย่าบอกนะว่าเขาคือนายท่านใหญ่แห่งยันเจียงคนนั้น เป็น ไปได้ยังไง เขามาอยู่ในทะเลทรายนี้ได้อย่างไรกัน ”

ไปชิงหัวเราะออกมาดีใจ “ดูเหมือนว่าพี่โจวจะคาดเดาได้ ถูกต้องแล้วนะครับ ทางด้านคุณชายเฉินเองนั้นก็มีความ บาดหมางกับหมาป่าทะเลทรายเช่นกัน ดังนั้นถึงได้มานั่งอยู่ตรง นี้ อีกอย่างเลยก็คือหากไม่มีคุณชายเฉิน วันนี้พวกเราก็คงจะไม่ ได้มาพบปะกันเช่นนี้”

โจวสุนตอบกลับด้วยความตกตะลึง “พูดอย่างนี้ก็แสดงว่า คุณชายเฉินนั้นกำลังวางแผนจะต่อกรกับหมาป่าทะเลทรายนั้น หรอ ? ส่วนพวกคุณตระกูลไปก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งในแผนการของคุณชายเงินเท่านั้น?

ไปชิงพยักหน้าอย่างเรียบง่าย

แต่ในตอนนั้นเองที่เฉินเฟิงพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม” “เจ้าตระ กูลโจว ผมคงไม่กล้ารับคำพูดแบบนั้นหรอกครับ แต่หาก ต้องการที่จะจัดการกับหมาป่าทะเลทราย การจะพึ่งเพียงตัวผม เองคงจะทำไม่ได้ ซึ่งนั่นแน่นอนว่าจะต้องได้รับความร่วมมือจาก ทุกคนแล้วกวาดล้างหมาป่าทะเลทรายให้เป็นเหมือนขยะออก จากทะเลทรายแห่งนี้ไป

โจวสุนที่รู้ว่าเป็นเงินเฟิงก็รู้สึกดีใจมากแล้ว เพราะสิ่งนี้เป็น ความคาดหมายของตัวเขาไปมาก และยิ่งเมื่อได้ยินเฉินเฟิงพูด แบบนี้อีก เขาจึงยิ่งดีใจมากขึ้น : “คุณชายเฉิน หากว่าคุณมา ร่วมด้วย อย่างนั้นหนทางที่จะทำให้หมาป่าทะเลทรายออกไป จากที่นี่ก็อยู่ไม่ไกลแล้ว ”

และความตื่นเต้นนี้ดูเหมือนจะสามารถแพร่กระจายสู่คนอื่นได้ อย่างง่ายดาย เพียงไม่นานทุกคนต่างก็พากันหัวเราะออกมา จะ มีเพียงแค่โจวจื่อเอ๋อคนนั้นที่เฉินเฟิงไม่เคยรู้จักมาก่อนที่ได้เพียง แต่ยิ้มอ่อนๆ ออกมาตามคนอื่นๆ เท่านั้น

และหลังจากที่ทุกคนหัวเราะกันจนพอใจ ไปถึงก็พูดขึ้นมาอีก ครั้งอย่างจริงจัง : “พี่โจว ถึงแม้ว่าคุณชายเฉินจะเต็มใจช่วย เหลือ แต่ฐานกำลังทั้งหมดของคุณชายเฉินนั้นอยู่ที่ยันเจียงหมด เลย และถ้าหากต้องต่อสู้กับหมาป่าทะเลทรายขึ้นมาจริงๆ พวก เราจำเป็นต้องทุ่มเทสุดกำลัง ”
ทางด้านโจวสุนก็พยักหน้ารับอย่างจริงจังเช่นกัน นั่น แน่นอนอยู่แล้ว เดิมทีเรื่องนี้ก็เป็นธุระของพวกเราเองอยู่แล้ว การที่คุณชายเงินเข้ามาให้ความช่วยเหลือนั้นก็นับว่าเป็นความ ช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่สำหรับพวกเรามากพอแล้ว

พูดไป เขาก็พลางมองไปยังเฉินเพิ่งด้วยความซาบซึ้งใจไม่ หาย

“ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ผมเองก็ไม่มีอะไรที่ต้องปิดบังกับพี่โจ วอีก การต่อกรกับหมาป่าทะเลทรายในครั้งนี้ ฝั่งพวกเรานั้นมี ความต้องการเอาให้ตายกันไปข้างใดข้างหนึ่ง ถ้าไม่ใช่หมาป่า ทะเลทรายที่ต้องตาย อย่างนั้นก็จะเป็นพวกเราตระกูลไปที่จะต้อง หายสาบสูญไปจากทะเลทรายแห่งนี้แทน ซึ่งสิ่งนี้พวกเราจำเป็น ต้องแจ้งให้กับตระกูลโจวได้ทราบเอาไว้ก่อน หวังว่าตระกูลโจ วจะสามารถเตรียมใจเอาไว้ล่วงหน้า ” น้ำเสียงของไปชิงนั้นแน่ว แน่อย่างมาก

คำพูดประโยคนี้ถึงกับทำให้ทั้งโจวสุนและโจวจื่อเอ๋อคาดไม่ ถึงเลยทีเดียว จนใบหน้าของทั้งสองเปลี่ยนไปเล็กน้อย

โจวสุนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น : “ความคิดของตระกูลไป นั้น พวกเราเองก็รู้ดี แต่ว่าเรื่องนี้

แต่โจวสุนที่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ โจวจื่อเอ๋อที่ยืนข้างๆ ก็ชิง พูดขึ้นมาก่อน : “คุณลุงใหญ่ พวกเราตระกูลโจวเองก็จะ พยายามอย่างสุดกำลังเช่นกัน เพราะการจะต่อกรกับหมาป่า ทะเลทรายนั้นยังไงก็มีเพียงชนะกับแพ้สองทางเลือกเท่านั้น ถ้าหากแพ้ขึ้นมาจริงๆ มีหรือที่หมาป่าทะเลทรายจะยอมปล่อยพวก เราไป ? ”

โจวสุนเหลียวมองไปยังโจวจื่อเอ๋อด้วยความตกตะลึง แต่โจ วจื่อเอ๋อก็ยังคงแสดงสีหน้าแน่นิ่ง พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ อันแสน นิ่งเรียบ

โจวสุนจึงไม่ได้คิดอะไรมากก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยทันที “ก็เป็นอย่างที่ว่า ในเมื่อคิดที่จะแก้แค้น อย่างนั้นก็ไม่ควรที่จะมี ความไม่ชัดเจนอะไรอีก ความต้องการของพวกเรานั้นก็ไม่ต่าง อะไรกับตระกูลไปเลย ”

เมื่อเขาพูดจบ ทางด้านตระกูลไปก็โล่งใจขึ้นมา

จะมีเพียงก็แต่เฉินเฟิงคนเดียวที่เกิดความสงสัยเกี่ยวกับตัวโจ วอเอ๋อ เอ๋ยปากพูดเพียงเล็กน้อยขึ้นมา เพราะถ้าหากไม่ใช่โจ วจื่อเอ่อที่กล่าวเตือนสติ โจวสุนก็คงยังมีความลังเลใจอยู่

และประเด็นหลักของการสนทนานี้คือการตัดสินใจของแต่ละ ฝ่ายว่าต้องการที่จะดำเนินแผนการนี้ต่อไปหรือไม่ เพราะถ้าหาก รอจนถึงช่วงเวลาสำคัญแล้วกลับมีคนถอนตัวออกกลางคัน สิ่งนี้ จะทำให้เกิดความวินาทขึ้นมาทันที

แต่ผลลัพธ์ที่ได้ในตอนนี้คือได้รับการเห็นชอบจากทั้งสองฝ่าย และทั้งสองฝ่ายก็ต่างยินดีปรีดาเป็นอย่างมาก ซึ่งต่อจากนี้ก็จะ เป็นการพูดคุยถึงรายละเอียดแผนการ

“ในเมื่อตอนนี้พวกเราก็ได้รู้ความคิดของทั้งสองฝ่ายแล้ว อย่างนั้นเรื่องที่เหลือก็รองานเลี้ยงสิ้นสุดลงแล้วค่อยมาพูดคุยกันใหม่อีกทีจะดีกว่า พวกคุณมีความเห็นไงบ้าง ”

แน่นอนว่าไปซึ่งจะต้องพยักหน้าเห็นด้วย : “เรื่องจากไม่ได้ เป็นหน้าที่ของผมแล้ว ผมมาที่นี่วันนี้เพราะเป็นห่วงเกี่ยวกับ ทัศนคติของตระกูลโจวเท่านั้น แต่ตอนนี้ผมสามารถวางใจและ กลับไปแจ้งให้กับคนของตระกูลไปได้แล้ว ”

โจวสุนยิ้มขึ้นมา ในขณะที่สายตาของเขามุ่งตรงไปยังไป พร้อมกับถามขึ้นมา : “ท่านนี้คงจะเป็นคุณชายรองของตระกูล ไปสินะ คิดไม่ถึงเลยว่าจะยังหนุ่มยังแน่นแบบนี้ ทั้งยังดูมีความ สามารถไม่เบาเสียด้วย”

ไปซูที่ได้ยินโจวสุนกำลังพูดถึงตัวเอง จึงตอบกลับ : “ขอบคุณสำหรับความเอ็นดูของพี่โจวครับ”

“นี่ไม่ใช่ความเอ็นดูหรอกนะ ชื่อเสียงของคุณชายรองแห่ง ตระกูลไปในทะเลทรายนี้นั้นโด่งดังไปทั่ว แม้แต่ในเมืองหลาน เองก็ด้วย ขนาดเหล่าคุณชายในตระกูลเชียนหลายคนที่ได้ยินชื่อ ของคุณชายไปยังต้องกล่าวชื่นชมเลย

ไป ตอบกลับอย่างนอบน้อม : “ก็เป็นเพียงการหยอกล้อ ใน กลุ่มเพื่อนเท่านั้นล่ะครับ พี่โจวอย่าได้จริงจังเลย ”

และในตอนนั้นเองที่โจวสุนหันไปพูดกับโจวจื่อเอ๋อที่ยืนอยู่ ข้างๆ : “จ่อเอ๋อ เธอต้องตั้งใจเรียนรู้อะไรมาจากคุณชายรอง ไปบ้าง ตอนนี้เธอเองก็กำลังดูแลกิจการของตระกูลโจวเราอยู่ ด้วย หากสามารถเรียนรู้อะไรมาจากคุณชายรองไปได้บ้าง อย่าง นั้นก็คงจะช่วยได้ไม่น้อยเลย ”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ถ้าหากพวกเขาไม่เข้าใจความหมายของ โจวสุนละก็ อย่างนั้นพวกเขากลุ่มนี้ก็คงไม่มีความจําเป็นต้องพูด ถึงเรื่องจัดการกับหมาป่าทะเลทรายแล้ว

เพราะความพยายามในการทอดสะพานสานสัมพันธ์ให้กับโจ วจื่อเอ๋อและไปซูของเขานั้นดูเกินหน้าเกินตาจนเห็นได้ชัดเลยที เตียว

โจวจื่อเอ๋อก็ยิ้มหวานขึ้นมา: “รับทราบค่ะ คุณลุงใหญ่ หนู เองก็เคยได้ยินชื่อเสียงของคุณชายรองมาเช่นกัน ทั้งยังชื่นชมถึง ความเก่งกาจของเขาด้วย ถ้าหากว่าคุณชายรองไม่ถือสาอะไร จื่อเอ๋อก็ยินยอมที่จะเป็นศิษย์น้องคอยติดตามคุณชายรอง

ไป๋ซูถึงกับอึ้งชะงัก แต่เมื่อมองดูโจวจ่อเอ๋อแล้ว เธอก็เป็นสาว สวยคนหนึ่ง ดังนั้นเขาจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปฏิเสธ

“น้องจื่อเอ๋อ ถือว่าเป็นการเรียนรู้แลกเปลี่ยนกันจะดีกว่า อย่า

ได้ต้องจริงจังขนาดนั้นเลย ” เขาพยายามพูดออกมาอย่างถ่อม

ตน

แต่ในขณะที่พูดคุยกันอยู่นั้น เสียงเคาะประตูจากด้านนอกก็ ดังขึ้นมา

“คนน่าจะมาใกล้ครบแล้ว ต้องอภัยที่ไม่อาจอยู่ให้การต้อนรับ ต่อ ผมขอตัวออกไปก่อนสักครู่นะครับ ”

เมื่อพูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืน ทั้งยังไม่ลืมหันไปพูดกับจื่อเอ๋ออีก ครั้ง : “จื่อเอ๋อ เธอต้องทำความรู้จักกับคุณชายรองให้มาก หน่อยนะ


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ