คุณชายมาดเข้มกับคุณหนูสุดแสบ

บทท 389: ความรู้สกทแปลกๆ พิงกี้นั่งเก้าอี้ที่อยู่ข้างเตียง



บทท 389: ความรู้สกทแปลกๆ พิงกี้นั่งเก้าอี้ที่อยู่ข้างเตียง

เตชิตที่เห็นภาพนี้แล้ว แววตามีรอยยิ้มที่ยิ่งเบิก บานเข้าไปใหญ่

เขาล้วนแต่รักษาโอกาศที่ได้เจอเธอทุกครั้งเป็น

อย่างดี

เพียงแต่ ตอนที่สายตาของเขาเหลือบเห็นริมฝีปาก ที่แดงสวยยิ่งขึ้นกว่าเดิมเพราะถูกคนใช้แรงจูบจนบวม เล็กน้อยโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ และความอาลัยรักที่ยังไม่ จางหายไปจากใบหน้าของเธอ ทันใดนั้นเขาหัวใจสั่น ขึ้นมาทันที

ไม่อยากมีกิริยาที่ไม่ดี แต่ความเจ็บปวดที่มีลับลม คมในก็ยังทำให้เขาหายใจช้าลงหนึ่งวินาที

“วันนี้มาหาผม มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”

เพื่อไม่ให้พิงกี้เห็นความผิดปกติ เตชิตพยายาม ควบคุมความรู้สึกแปลกของในใจไว้ และเป็นคนเปิด ปากถามก่อน

เขายังไม่ได้หลงตัวเองถึงขั้นนึกว่าที่พิงกี้มามาหา เขาเพราะว่าคิดถึงเขา เขารู้ว่าช่วงนี้เธอตั้งใจหลบหน้าเขา

เมื่อก่อนตอนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เขากับเธอยัง สามารถเจอหน้ากันอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ตั้งแต่อยู่ ด้วยกัน ทั้งสองก็ยิ่งมีระยะห่างกันมากขึ้น นี่ก็เป็นสิ่งที่ ตอนแรกเขาคิดไม่ถึงว่าจะกลายมาเป็นแบบนี้เหมือนกัน เขาถึงขั้นมาเสียใจภัยหลังกับความเห็นแก่ตัวของตอน นั้น

ท่าทีของเธอแบบนี้ สาเหตุอาจจะเพราะวันนั้น ที่เขากอดเธอ?นึกถึงภาพนั้น ในยามคำคืน สีหน้าที่ โมโหจนหน้าแดงก่ำของผู้หญิงเพราะถูกเขากอดอยู่ ในอ้อมอก มือที่วางอยู่ใต้ผ้าห่มของเตชิตกำไว้เบาๆ ราวกับว่ายังสามารถสัมผัสความอบอุ่นของตอนนั้นได้

แววตาของเขาอมยิ้ม แต่กลับแฝงด้วยความขมขื่น

ที่บางๆ

เขาไม่เสียใจ

ไม่เคยเสียใจมาก่อน

“ไม่มีธุระก็มาเยี่ยมคุณไม่ได้หรือไงคะ?”
พิงกี้ย้อนถามคำนึง แววตากลมโตจ้องเตชิตที่ยิ้ม อย่างดูถูกเหยียดหยามชาวโลก

เธอไม่ได้สังเกตเห็นอารมณ์เล็กน้อยพวกนั้นที่อยู่ ในใจของเตชิต จ้องเขาไปสองที แต่เป็นตัวเองที่ทนไม่ ไหวหัวเราะออกมาซะก่อนซะงั้น

เดิมทีระหว่างทั้งสองยังมีความอึดอัดเล็กน้อย แต่ อยู่ภายใต้เสียงหัวเราะและคำต่อว่านี้ความอึดอัดก็ได้ จางหายไปหมดเลย

พิงกี้มานี่เพราะมีธุระจริงๆ

“เมื่อกี้คุณหมอดนัยได้โทรศัพท์มา คาดว่าตอน นี้คงคุยกับเควินอยู่ที่ชั้นบน ไม่แน่คุณหมอดนัยอาจจะ วิจัยวิธีรักษาอะไรออกมาแล้วก็ได้ค่ะ”พิงกี้คาดเดาว่า อย่างนี้

“สามารถวิจัยออกมาได้ก็ดี แต่ถึงวิจัยออกมาไม่ได้ ชีวิตของผมได้แลกกับMurrayและพวกก็ไม่เสีย เปรียบแล้ว” เตชิตยิ้มมุมปากอย่างไม่แคร์ ดวงตาพราว เสน่ห์แฝงด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น

“งั้นจะได้ยังไงคะ?ชีวิตของคุณล้ำค่ากว่าชีวิต ของพวกMurrayไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ พวกมันเทียบกับคุณ ไม่ได้หรอกค่ะ!”

“อืม เทียบกับผมไม่ได้”เตชิตเห็นสีหน้าที่พิงกี้เป็น เดือดเป็นร้อนแทนเขา ยิ่งอดไม่ได้ที่จะมีความสุข ยังคิด อยากจะหักล้างเธอเสียที่ไหน? นาทีนี้เธอพูดอะไรก็ถูก หมดแหละ

น้ำเสียงที่ตามใจของเขาเหมือนน้ำเสียงที่เป็นแฟน กันมาก ทำให้พิงกี้อึ้ง พริบตาเดียวทำให้อดไม่ได้ที่จะ หลบหลีกสายตาจากเขา ความคุ้นเคยที่เพิ่งโผล่มาก็ได้ กลายมาเป็นความอึดอัดอีกครั้ง

เงียบไปครู่นึง ในขณะที่พิงกี้กําลังคิดอยู่ว่าจะจาก ไปหรือเปล่า ด้านนอกก็มีคนมาพอดีเลย
“คุณพิงกี้ บังเอิญจังเลยครับ”

ประตูไม่ได้ปิด ดนัยที่ยืนอยู่นอกห้องแว๊บแรกก็ เห็นสถานการณ์ของในห้องแล้ว

เขามองดูเตชิตกับพิงกี้ทั้งสองคน แล้วแกล้งมอง ไปที่เควิน ตอนที่เขาเห็นสีหน้าบูดบึ้งของเควินโดยที่ ไม่รู้สึกเหนือความคาดหมายเลย อารมณ์ของเขา อารมณ์ดีขึ้นมาเฉยเลย

ใครใช้ให้นายเควินปฎิเสธเขาดีนัก ดูซิ ถ้าเอาศัตรู หัวใจคนนึงอยู่ที่บ้านตลอด ก็คือสถานการณ์แบบนี้ แหละ!

ดนัยกับเควินเริ่มสู้คดีผ่านสีหน้าและแววตา

(ไม่อยากร่วมมือกับฉันดีนัก ตอนนี้รู้จักความทุกข์ เรียกว่าอะไรแล้วใช่มั้ย?

[หน้าที่จับหนูเป็นของแมวไม่ใช่ของหมาเหมือนคนบางคน บางทีไม่ใช่เรื่องของตัวเองก็ชอบเข้ามาบงการ วุ่นวายเหมือนหมา ถามว่าได้ประโยชน์อะไรจากการ วุ่นวายไหม ไม่เลย หมามันไม่แดกหนูด้วยซ้ำแต่เสือก จะมาแย่งจับ!]

ทั้งสองสบตากันทีนึง ยังเป็นเควินที่เปิดปากพูด

ก่อน

เขาพูดกับเตชิตว่า “จากที่ดนัยได้วิจัยมาสักระยะ นึง เขาได้คิดค้นออกมาสองวิธี แต่สองวิธีนี้ล้วนมีจุดที่ ไม่สมบูรณ์แบบทั้งนั้น นายคิดพิจารณาดูก่อน คิดดีแล้ว ค่อยตัดสินใจว่าจะเลือกวิธีไหนรักษา”

ดนัยโยนเอกสารที่อยู่ในมือทิ้ง ไม่ทำแม่งแล้ว “อะไรเรียกว่าไม่สมบูรณ์แบบ ห้า?”

ชาตินี้ที่เขาทนไม่ได้ที่สุดก็คือคนอื่นสงสัยความ เป็นมืออาชีพของเขา

ต้องรู้นะว่าสารพิษที่อยู่ในร่างกายของเตชิตมัน รับมือยากมาก เขาสามารถกำหนดสองวิธีนี้ออกมา แถมยังสามารถใช้ได้จริงภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ขนาดนี้ถือว่าเจ๋งมากแล้ว!เขากล้าพูดอย่างมั่นใจ เลย ว่าวงการแพทย์ทั้งหมดมีแค่ไม่กี่คนที่สามารถทำได้ถึง ขั้นนี้ได้!
แต่ไม่นึกเลยว่าเขาจะถูกเควินรังเกียจ เรื่องนี้ทน

ไม่ได้!

“นายคิดว่าสมบูรณ์แบบหรอ?” เควินมองไปที่เขา

อย่างชิวๆ

พลานุภาพบนตัวเขาแข็งแกร่งมาก ที่พูดมันก็เป็น ความจริง ที่ผ่านมาดนัยเป็นคนที่เข้มงวดกับงานมาก และก็ไม่สามารถบอกได้ว่าวิธีการรักษาของตัวเองมัน สมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติแน่นอน

ถูกเควินฉวยโอกาศว่าเขาแบบนี้ เขาใกล้จะบ้า ตายอยู่แล้วจริงๆ ถ้าเขาไม่ใช่คนที่ยับยั้งชั่งใจตัวเองได้ ดี เขาแทบอยากจะลากเควินมาชกกันสักยกจริงๆ

แต่ดัน เควินยังย้อนถามอีก “สมบูรณ์แบบเหรอ?”

ดนัย “

เขากล้ำกลืนความโกรธไว้ตรงอก รู้สึกว่านี่มันเล่น ต่อไปไม่ได้แล้วชัดๆ!

ไอ้หมอนี่เจ้าคิดเจ้าแค้นจริงๆ!

เขาไม่ใช่แค่เมื่อกี้ดูตลกของเขาไปแป๊บเดียวเอง หรอ รู้สึกเขาก็ไม่รังเกียจความวุ่นวายของความรักเลย แถมยังเอาศัตรูหัวใจมาไว้ที่บ้านอีก ดูแล้วไม่ช่างเอาไหนจริงๆ นี่จำเป็นต้องทำกับเขาขนาดนี้เลยหรอ? ยังไง ซะก็เป็นเพื่อนกันมายี่สิบกว่าปีนะ!

ดนัยยิ่งแสดงออกมาว่า ความรักสามารถ ทำให้ชายที่แข็งแกร่งคนนึงเสียสติสัมปชัญญะได้

“รู้ว่าคุณสองคนความสัมพันธ์ดีค่ะ แต่ตอนนี้ไม่ใช่ เวลามาโชว์ความรักเพื่อนมั้งคะ? ถึงจะเยาะเย้ยก็รอ ก่อน”ยังเป็นพิงกี้ที่ออกมาคลี่คลายสถานการณ์ “เอา ล่ะๆ ดูวิธีการรักษาก่อนเถอะ เราต้องเชื่อใจฝีมือการ รักษาของหมอดนัยสิถึงจะถูก ”

เธอหยิบเอกสารขึ้นมาจากพื้น หยุดไปครู่นึง จาก นั้นก็ได้ยื่นให้เตชิตโดยตรง “คุณดูก่อนค่ะ”

“โอเค” เตชิตพยักหน้า หลังจากเปิดเอกสารออก เขาก็มองไปที่พิงกี้อย่างเป็นธรรมชาติ “คุณจะดูด้วย กันกับผมมั้ย? ผมรู้สึกผมอาจจะต้องการคำแนะนำจาก คุณ”

พิงกี้ก็ใจร้อนจริงๆ เธอตอบ“อืม”ไปคำนึงก็ได้นั่ง ลงที่ขอบเตียง และดูวิธีการรักษาขึ้นมา

เควิน “
สีหน้าเขายิ่งบูดบึงเข้าไปใหญ่

วิธีรักษาที่ดนัยทำออกมาละเอียดมาก แต่ไม่มีคำ พูดไร้สาระแม้แต่คําเดียว ภาษาเรียบง่ายและรวบรัด

ไม่นานเตชิตกับพิงกี้ก็ดูจบแล้ว

เวลานี้ดนัยแค่อธิบายเพิ่มเติมเล็กน้อย ทั้งคู่ก็ เข้าใจข้อดีและข้อเสียของวิธีการรักษาทั้งสองวิธีแล้ว

ถึงแม้ดนัยจะเป็นคนที่บ้างานวิจัยมาก แต่ก็ไม่ ได้สติฟั่นเฟือนถึงขั้นเอาชีวิตของคนอื่นมาล้อเล่น เขา ให้ความสำคัญกับการตัดสินใจของเตชิตมาก

เขาพูดให้คำแนะนำ “เรื่องมันเป็นแบบนี้ คุณ สามารถเลือกวิธีใดวิธีนึงก็ได้มารักษา แต่ว่า…..ผมขอ แนะนำเป็นการส่วนตัวให้คุณรีบตัดสินใจเร็วๆหน่อย ยิ่ง ยืดเยื้อผลของการรักษาจะยิ่งแย่และยากขึ้น ระหว่าง รักษาจะยิ่งเกิดปัญหาได้ง่ายขึ้นด้วย”

“คุณคิดว่าผมควรจะเลือกวิธีไหนดี?” เตชิตมอง ไปที่พิงกี้โดยตรง

พิงกี้กำลังคิดปัญหานึงอยู่ตลอด ดังนั้นพอเตชิต ถามแบบนี้ เธอก็เลยพูดคำแนะนำของตัวเองออกมา ‘ฉันกำลังคิดอยู่ว่า…….หรือเราเลือกทั้งสองวิธีเลยไม่ (( ได้หรอคะ?”
“หมายความว่ายังไง?” ดนัยขมวดคิ้วถามในเวลา

แรก

“ความหมายของฉันคือ ในเมื่อเปลี่ยนถ่ายเลือด แทบจะไม่มีผลเสียต่อร่างกายเลย งั้นทำไมเราไม่ เปลี่ยนถ่ายเลือดเจือจางสารพิษในร่างกายก่อน จาก นั้นก็เอาสารพิษที่เปลี่ยนถ่ายออกมาไปทดลองวิธี พิษต้านพิษ สุดท้ายก็ค่อยมาตกลงรายละเอียดของ แผนการดำเนินงานของวิธีที่สองล่ะ? อย่างเช่นปริมาณ ของสารพิษและอื่นๆ

พิงกี้พูดจบปุ๊บ ทั้งห้องได้เงียบสงบลงมาทันที

เตชิต “

เควิน “

ดนัย “

สุดท้าย ยังเป็นดนัยที่บ้างานวิจัยเป็นคนดึงสติกลับ

มาก่อนคนแรก

“คุณนี่ฉลาดจริงๆเลย ผมสาบานว่าต่อไปผมจะไม่ ดูถูกความรักที่เควินมีให้คุณอย่างหัวปักหัวป่าและหึง ในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องอีกแล้ว!555…….” เดินมาที่ข้าง เตียงอย่างไว ดนัยดึงมือของพิงกี้ขึ้นแล้วกอดเธอไว้ ใน ปากมีเสียงหัวเราะมีความสุขออกมา
เควินที่ชอบหึงอยู่เป็นประจำทนไม่ไหวแล้ว ใช้แรง ดึงดนัยที่กอดพิงกี้ไว้ เขาได้กระทืบไปโดยตรงทีนึง “อยู่ห่างๆจากผู้หญิงของฉันหน่อย!”

“อยู่ห่างก็ห่างสิ ฉันจะกลับไปสร้างโปรแกรมการ รักษาใหม่แล้ว!”ดนัยไม่อาลัยอาวรณ์หรอก เขาได้หัน หลังจากไปโดยตรง

ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ในที่สุดดนัยก็ได้ทำ โปรแกรมรักษาสุดท้ายที่สุดออกมา

ตามคำแนะนำของพิงกี้ เขาได้แก้ไขและพัฒนา จากในนั้นไปเยอะมาก ในที่สุดโปรแกรมการรักษานี้ ก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าโปรแกรมที่แค่เปลี่ยนถ่ายเลือด อย่างเดียว และปลอดภัยกว่าวิธีพิษต้านพิษเยอะขึ้น มากด้วย

ผลเสียอย่างเดียวก็คือ การรักษาของครั้งนี้ต้อง เข้ารับการผ่าตัดสองครั้ง

ในระหว่างการรักษาครั้งนี้ เตชิตไม่เพียงแต่ต้อง อยู่ห้องปลอดเชื้อหลายวัน แค่เวลาที่ใช้ในการผ่าตัดก็ ยังต้องหลายสิบชั่วโมงเลย

วันผ่าตัด
ส่งเตชิตเข้าห้องผ่าตัด พิงกี้พนมมืออธิฐานให้เขา


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ