คุณชายมาดเข้มกับคุณหนูสุดแสบ

บทที่525 แสงไฟสาดส่องลงมา



บทที่525 แสงไฟสาดส่องลงมา

มาถึงที่โรงแรม พิงกี้ถูกเควินอุ้มมาที่ห้อง เปลี่ยนเสื้อ

เขายังมีภารกิจอย่างอื่นที่ต้องทำ จูบที่หน้าผาก เธอเบาๆทีหนึ่ง และพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำเสนาะหู “ผม ไปด้านนอกก่อน เดี๋ยวมารวมตัวกันนะ?”

“ค่ะ”

“ผมรอคุณ”

“โอเคค่ะ” พิงกี้หัวเราะอย่างควบคุมไม่ได้

สายตาจ้องไปตามร่างเงาที่จากไปของเควิน จนกว่าร่างเงาของเขาหายไปจากประตู เธอถึงดึง สายตากลับมา

แซมมี่ได้เอากล่องเครื่องแต่งหน้ามา “คุณพิง กี้คะ ฉันเติมเครื่องสำอางให้คุณหน่อยเถอะ เดี๋ยวก็ จะไปที่เวทีงานแต่งแล้ว ฉันจะให้คุณเป็นเจ้าสาวที่ สวยที่สุดแน่นอนค่ะ!”

“ขอบคุณนะคะ” พิงกี้นั่งลงมา

เธอรู้ว่าเวลาเร่งรีบ จึงได้ให้ความร่วมมือมาก
แซมมี่เติมเครื่องสําอางให้เธออย่างระมัดระวัง ด้วย และพูดพร้อมรอยยิ้มด้วย “คุณพิงกี้ไม่ต้อง ขอบคุณฉันหรอกค่ะ นี่เป็นงานของฉัน ถ้าคุณพอใจ กับการบริการของฉันล่ะก็ ก็แนะนำงานให้ฉันหน่อย ให้ฉันสักสองสามงานก็จะดีที่ดีสุดเลยค่ะ

แซมมี่เป็นช่างแต่งหน้าที่มีชื่อเสียง ปกติคนที่ อยากจ้างเขาต่อคิวจนรอไม่ไหว แล้วจะขาดลูกค้า ได้ยังไง?

พูดแบบนี้ ก็แค่หยอกล้อเล่นกับพิงกี้เฉยๆ

พิงกี้หัวเราะเบาๆ “ตอนนี้คุณก็งานยุ่งจนแทบ อยากจะแยกร่างอยู่แล้ว คุณสามารถมีคิวว่างให้ฉัน ก็ถือว่าเป็นความโชคดีของฉันแล้ว ถ้าฉันแนะนำ งานให้คุณอีก เกรงว่าคุณคงต้องคิวแน่นจนถึง หลายปีข้างหน้าเลยค่ะ”

“55……..” แซมมี่หัวเราะเสียงดัง

คำพูดสวยหรูใครๆก็ชอบฟัง แซมมี่อารมณ์ ดีมาก ทันใดนั้นเธอยิ่งพยายามอย่างสุดความ สามารถแล้ว

เติมเครื่องสำอางอยู่ในห้องแต่งหน้าไปเล็กน้อย พิงกี้ได้ยินเสียงของน้ำหวานดังมาจากข้าง นอก “พิงกี้ เธอเสร็จหรือยัง ใกล้ถึงเวลาเข้าไปใน งานแล้ว ต้องรีบหน่อยแล้วนะ!

“อืมๆ ใกล้แล้วค่ะ!

แซมมี่เร่งความเร็วขึ้น ทาแป้งให้พิงกี้เสร็จ จาก นั้นก็ประคองเธอลุกขึ้นจากเก้าอี้

ได้เวลาแล้ว!

ในหัวของพิงกี้มีคำว่า“ได้เวลาแล้ว”ดังขึ้น มา จู่ๆหัวใจของพิงกี้เต้นแรงขึ้น สมองก็รู้สึกมึนๆ เหมือนได้ดื่มเหล้าที่มีแอลกอฮอล์สูงมาก พริบตา เดียวก็รู้สึกมึนเมา

น้ำหวานเดินมาควงแขนเธอไว้ “พิงกี้ ฉันไป เป็นเพื่อนเธอ ยังมีพ่อแม่ฉันก็รออยู่ตั้งนานแล้ว

“อืม” พิงกี้พยักหน้า

เดิมทีตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ ควรจะเป็นพ่อ กับแม่ที่ส่งพิงกี้ขึ้นไปที่พรม เอาเธอมอบให้กับเควิน

แต่ตอนนี้ชาตรีอยู่ในคุก ส่วนทางฝั่งของวันเพ็ญกับนายสมคิด ตามความสัมพันธ์ของเธอ กับคนบ้านนั้น งานแต่งครั้งนี้ พิงกี้ไม่คิดจะเชิญพวก เขามาร่วมงานด้วยซ้ำ

ถ้าคนพวกนั้นมาที่งานแต่ง งั้นก็ไม่รู้แล้วว่ามา ช่วยงานหรือมาทำให้งานพังกันแน่ สรุปก็คือ ตอน นี้พิงกี้ไม่เหลือเยื่อใยใดๆให้คนพวกนี้แล้ว อยู่ห่างๆ หน่อยจะดีกว่า

ไม่มีพ่อแม่อยู่ข้างกาย พิงกี้เดินพรมแดงคน เดียวก็จะทำให้ค่อนข้างดูอึดอัด

น้ำหวานอาสาสมัครที่จะเดินพรมแดงเป็นเพื่อน

พิงกี้เอง

ใช้คำพูดเดิมของเธอมาพูด เธอกับพิงกี้รู้จักกัน ตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆก็ยิ่งกว่าพี่น้องแท้ๆเสียอีก ทำไมจะเดินพรมแดงเป็นเพื่อนพิงกี้ไม่ได้ และเอา เพื่อนรักของตัวเองส่งถึงมือของผู้ชายที่คุ้มค่ากับ การฝากฝังทั้งชีวิตไม่ได้ล่ะ?

แต่ว่า คำแนะนำของน้ำหวานก็ถูกปฎิเสธไป อย่างใจร้าย

ในงานแต่ง ถ้าไม่มีอาวุโสคอยออกหน้า ก็รู้สึกไม่ค่อยดีและไม่ค่อยหนักแน่นพอ

น้ำหวานที่ไม่ตายใจก็ได้เสนอคำแนะนำออก มาอีก งั้นก็คือให้พิงกี้นับพ่อแม่ของเธอเป็นพ่อ บุญธรรมกับแม่บุญธรรม พ่อแม่ของน้ำหวาน พิงกี้ เองก็รู้จักตั้งแต่เด็กแล้ว ถึงแม้ก่อนหน้านั้นเคยมี เรื่องผิดใจกันนิดหน่อย แต่เพราะพิงกี้ไม่ได้คบกับ มานพ เรื่องผิดใจเล็กๆนั่นก็คลี่คลายไปตั้งนานแล้ว

ไม่อยากปฎิเสธความหวังดีของน้ำหวานอีก พิง กี้จึงได้พยักหน้า

เธอเองก็รับปากแล้ว เควินย่อมไม่ขัดใจเธออยู่

แล้ว

พิงกี้กับน้ำหวานเดินมาถึงหน้าห้องของห้อง โถงงานจัดงานแต่ง แม่ของน้ำหวานที่รออยู่ที่นี่ตั้ง นานแล้วได้รีบเดินมา สำรวจพิงกี้ไปรอบหนึ่ง แววตา เต็มไปด้วยความชื่นชม “พิงกี้ วันนี้หนูสวยมากเลย ลูก!”

“คุณน้ากับคุณอาก็ยังร่างกายแข็งแรงมาก เหมือนกันค่ะ!” พิงกี้พูดด้วยรอยยิ้ม

วันนี้พ่อแม่ของน้ำหวานก็แต่งตัวได้ดูดีและดูกระปรี้กระเปร่าแข็งแรงมาก เสื้อผ้าของพวกท่าน เค วินกับพิงกี้เป็นคนเลือกและส่งไปให้กับพวกท่านที่ บ้านเองกับมือ เข้ากับบุคลิกของพวกท่านมาก

“เอาล่ะๆ เราก็ไม่สรรเสริญเยินยอกันเองแล้ว น้ากับอาส่งหนูไปที่มือของเจ้าบ่าวเอง”

“ค่ะ”

พิงกี้เพิ่งพยักหน้า ประตูใหญ่ตรงหน้าเธอก็ถูก คนค่อยๆเปิดออกแล้ว

ห้องจัดงานแต่งที่กว้างขวางมืดมนทั้งห้อง มีแค่ แสงไฟหนึ่งส่องลงมาจากที่สูง หล่นมาอยู่ที่บนตัว ของพิงกี้ ส่องอยู่ที่บนพื้นเป็นรูปวงกลม ส่องเธอที่ เจิดจรัสและน่าประทับใจจนทำให้คนทึ่ง

ในความมืดมน เสียงของผู้คนดังขึ้น ตัวเอก ของในประเด็นล้วนแต่คือพิงกี้ทั้งนั้น

พิงกี้ตื่นเต้นอย่างควบคุมไม่ได้

มือของเธอห้อยอยู่ข้างกาย จับชายกระโปรง ไว้อย่างเบาๆ ตอนที่เธอมองไปทางเวทีที่อยู่ไม่ไกล สบตากับผู้ชายที่ยืนอยู่บนเวที ถึงอยู่แยกห่างกันกลับเสมือนว่าแค่สบตากันทีหนึ่งก็ใจตรงกันแล้ว

แสงไฟส่องตามฝีเท้าของเธอ มาถึงที่ศาลา ดอกไม้บนพรมแดง จู่ๆท่วงทำนองของดนตรีก็ได้ กลายมาเป็นนุ่มมนวลและโรแมนติก

พิธีกรกุมไมค์ไว้ และพูดด้วยเสียงที่ตื่นเต้น “ตอนนี้ เจ้าสาวของเราได้ยืนอยู่ใต้ศาลาดอกไม้ที่ เป็นสัญลักษณ์ของความสุขแล้ว นี่ก็คือจุดพลิกของ ชีวิต แสดงให้เห็นล่วงหน้าว่าเธอจากที่เป็นสาวน้อย ที่ไร้กังวลจะกลายมาเป็นภรรยาที่มีคุณงามความดี และเอาใจใส่แล้ว……ต่อจากนี้ ขอให้เจ้าบ่าวของ เราเดินไปรับเจ้าสาวสุดสวยของเขาด้วยครับ! ส่วน พวกเราก็เป็นพยานให้กับนาทีแห่งความสุขนี้ครับ!

“อ๋อ…..ดูท่าแล้วเจ้าบ่าวของเราคงจะอดใจรอ ไม่ไหวมาก ผมยังพูดไม่จบเลยเขาก็พุ่งไปแล้ว หรือ ว่านี่ก็คือความสามารถในการดำเนินการ?! แต่ว่าผม ไม่เตือนไม่ได้นะครับ คุณเควินครับ ตอนนี้ยังไม่ถึง เวลาจูบเจ้าสาวของคุณนะครับ……

ก่อนหน้านั้นคำพูดของพิธีกรยังพูดไม่จบ เค วินก็ก้าวเท้ายาวพุ่งลงไปที่เวทีแล้ว ท่าทางว่องไว เหมือนสายลม ท่าทางที่ใจร้อนนี้นำพามาซึ่งการ หัวเราะเยาะด้วยเจตนาดีของพิธีกร และจู่ๆทำให้แขกผู้มาร่วมงานก็ส่งเสียงหัวเราะเสียงดังขึ้นมา เหมือนกัน

พิงกี้กัดริมฝีปาก ใบหน้าสะสวยแดงก่ำด้วย ความอาย

เพียงแต่ เวลานี้ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่อยากก้ม หน้า ดวงตาคู่สวยเพ่งมองเควินที่เดินมา มองดู ผู้ชายหล่อเหลาเดินเข้ามาใกล้เธอทีละนิดๆ ในใจ เต็มไปด้วยความสุขจนอยากกระโดดโลดเต้น


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ