คุณชายมาดเข้มกับคุณหนูสุดแสบ

บทที่454: กลางวันกินเนื้อ กลางคืนกินตับ



บทที่454: กลางวันกินเนื้อ กลางคืนกินตับ

ไกรสรยอมให้ความร่วมมือในการสอบสวน ไม่ว่า ความคิดช่วงวิถีของเขาจะเป็นยังไงกันแน่ แต่ข่าวนี้ก็ ถือว่าเป็นข่าวดี

เควินถูกเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ปลุกจนตื่น

เขาแทบจะไม่มีนาทีที่ดิ้นรนก็ฟื้นฟูการเตรียมพร้อมแล้ว ว่าไปแล้ว เขาชินกับการใช้ชีวิตในแบบทหารมาตั้ง

นานแล้ว

ตั้งแต่เริ่มสะกดรอยตามเรื่องขององค์กรSC น้อย มากที่เขาจะได้หลับอย่างสบายใจ ต้องรักษาความระ แวดระวังทุกเมื่อและอินกับการปฎิบัติภารกิจ

พิงกี้ถูกท่าทางของเขาทำเอาสะดุ้งตื่น เธอหันไป เปิดไฟที่หัวเตียง “มีอะไรคะ?”

เควินใส่เสื้อผ้าไปด้วยและตอบเธอไป ด้วย “จู่ๆไกรสรยอมบอกข้อมูลออกมาแล้ว ผมจะต้อง รีบไปเดี๋ยวนี้”

“ต้องเรียกคุณเตชิตด้วยไหมคะ?”

“ผมว่าตอนนี้ไกรสรคงไม่อยากเจอลูกชายตัวเอง หรอก ครั้งนี้เขาคิดได้อย่างกระทันหัน อาจจะเพราะถูก ความจริงของบ้านแตกสาแหรกขาดและการเสียชีวิต ของคุณหญิงเพียงดาวกระตุ้น ถ้าเตชิตไป อาจจะไม่สามารถพูดคุยเรื่องราวได้ซะอีก”

ลูกชายเห็นเขาเป็นความอาบอายขายหน้า

ภรรยาเพราะยอมรับเรื่องที่เขาทำไม่ได้ จึงตัดสิน

ใจฆ่าตัวตาย

ความยืนหยัดที่ผ่านมาของไกรสร ล้วนแต่กลาย เป็นไร้ความหมายแล้ว เขาก็เหมือนตัวตลกคนหนึ่งที่จะ ได้เสียงหัวเราะจากผู้ชมแล้ว ตัวเองกลับยิ่งอยู่ยิ่งโศก เศร้าและอ้างว้างเดียวดาย

“ค่ะ” พิงกี้พยักหน้า

“รอผมอยู่ที่บ้านนะ” เควินโน้มตัวจับแก้มที่ขาวใส เนียนนุ่มของเธอ “กลางวันถ้าไม่มีอะไร ทำก็ไปเล่นเป็น เพื่อนแอ๊ปเปิ้ลได้นะ เขาคิดถึงคุณมาก”

เดิมทีคำพูดนี้เขาไม่กล้าพูด ตอนนี้ดูเหมือนว่า อาการของพิงกี้ดีขึ้นมากแล้ว เขาถึงกล้าพูดออกมา

“ค่ะ” พิงกี้พยักหน้าอีกและยิ้มตาหยี

ทีนี้เควินก็วางใจแล้ว

เขาลูบศีรษะของพิงกี้อีกทีถึงเดินออกไป
แสงไฟสีเหลืองหนึ่งดวงสว่างอยู่ ส่องใบหน้าของ

พิงกี้ที่ผอมกว่าเมื่อก่อนตั้งเยอะ

เธอมีผิวพรรณที่ขาวผ่อง มีโครงหน้าและอวัยวะ ทั้งห้าบนใบหน้าที่สวยงาม หลังจากซูบผอมไปเยอะ ดวงตายิ่งดูกลมโตขึ้นไปอีก คางก็ยิ่งดูแหลมขึ้น แล้ว……….แต่ว่าช่วงนี้พักฟื้นร่างกายจนดูมีเลือดฝาด ขึ้น ทำให้สีหน้าดูดีขึ้นไม่น้อยเลย

เควินไปแล้ว เธอก็รู้สึกไม่ค่อยง่วงนอนแล้ว

แต่ว่าท้องฟ้ายังไม่สว่างเลย เธอก็หดตัวเข้าไปใต้ ผ้าห่มเตรียมหลับต่ออีกสักพัก

ใช่สิ

เธอยังมีน้องแอ๊ปเปิ้ล ลูกชายของเธออยู่หนึ่

ลูกคนนั้นไม่อยู่แล้ว เธอจะจมปลักอยู่แต่ในความ โศกเศร้าตลอดไม่ได้ คนเราต้องมองไปข้างหน้าสิ อย่าง น้อยต้องจำได้ว่าตัวเองยังมีซาลาเปาที่น่ารักคนหนึ่งอยู่

นี่เป็นความเกี่ยวข้องผูกพันที่แน่นหนา ชาติเธอ ไม่มีวันสะบัดทิ้ง และไม่มีทางสะบัดทิ้งเด็ดขาด

ตัวเธอเองไม่เคยได้รับความรักความอบอุ่นจากพ่อ แม่ เธอจะไม่ยอมให้ลูกตัวเองต้องซ้ำรอยเด็ดขาด ที่เธอแคร์ลูกมากเป็นพิเศษก็เพราะเหตุนี้

ความโชคร้ายที่เธอเคยประสบมา ไม่อยากให้ลูก ตัวเองต้องมาประสบอีกครั้ง

ตอนที่เควินเดินเข้ามาในห้องสอบสวน ไกรสรได้ อาศัยแสงไฟที่สว่าง เขียนกระดาษไว้ใบหนึ่งแล้ว

เขาเดินไปเหลือบมองอย่างเรื่อยเปื่อย พบว่าบน กระดาษมีรายชื่อของหลายคน ตัวหนังสือใหญ่มาก กระดาษก็แผ่นใหญ่มาก แต่ก็แค่ตัวหนังสือไม่กี่ตัวก็กิน พื้นที่กระดาษไปหมดแล้ว

เห็นเควินเดินเข้ามา ไกรสรได้ยื่นกระดาษไปที่ตรง หน้าของเขา

“ดูเถอะ ดูเสร็จก็ถามเลย ถามเสร็จเราจะได้ เจราจาต่อรองโดยตรงเลย

ไกรสรอาจจะคิดตกแล้ว หรืออาจจะไม่มีอะไรที่ ต้องกลัวแล้ว วันนี้บนตัวเขาไม่มีความเสื่อมโทรมโกรธ กริ้วและความเอาแต่ใจที่มองอะไรก็ขัดหูขัดตาไปหมด เขาเหมือนหาตัวตนที่แท้จริงของตัวเองกลับมาได้แล้ว

เควินพยักหน้าอย่างหนักแน่น
ดึงเก้าอี้มานั่นอยู่ฝั่งตรงข้ามของไกรสร เขาถือ กระดาษไว้และถามรายละเอียดทุกอย่างให้ชัดเจน เกี่ยวกับคนที่อยู่ในใบรายชื่อนี้ เรียบเรียงความสัมพันธ์ ออกมาอย่างชัดเจนแล้ว สุดท้ายก็ได้ตรวจสอบว่ามี อะไรตกหล่นหรือเปล่าอีกรอบหนึ่ง การสอบสวนที่ใช้ เวลาสองสามชั่วโมงถือว่าจบสิ้นสักที

ผลลัพธ์โอเคมาก

เพราะการให้ความร่วมมือของไกรสร ปัญหาสงสัย และยากเย็นที่ก่อนหน้านั้นค้างคาอยู่ได้แก้ไขหมด อย่างง่ายดายแล้ว

ไกรสรอยู่ในเมืองZเป็นคนมีหน้ามีตา เป็นบุคคลที่ มีตำแหน่งสูงขององค์กรSC คนที่มีตำแหน่งสูงกว่าเขา แทบจะไม่มีแล้ว ดังนั้นคนที่ติดต่อกับเขาก็เป็นปลาตัว ใหญ่ทั้งนั้น ทีนี้แค่จับทีหนึ่งก็จับพวกที่เกี่ยวโยงได้เป็น วงกว้างเลย

เรื่องของที่นี่จบแล้ว แต่เรื่องอย่างอื่นของเควินเพิ่ง จะเริ่มขึ้น

พอสวบสวนเสร็จ เควินวางกระดาษในมือลง ดวงตาคู่ที่ดำเข้มและสงบมองไกรสรไว้ ในแววตาไม่มี การดูถูก ไม่มีความเห็นใจ มีแต่ความเงียบสงบ

คนอย่างไกรสร สามารถถูกเหยียดหยามได้สามารถถูกโค่นล้มได้ แต่เขาไม่ต้องการให้ใครมา เห็นใจ

“ผมนึกว่าคุณจะต่อรองเจรจากับผมก่อนที่คุณจะ ปริปากพูดเสียอีก” เควินพูด

“ถ้ากับคนอื่น ฉันอาจจะทำแบบนั้น แต่สำหรับ นาย ไม่จําเป็นต้องเล่นตุกติกและวางอุบายอย่างนี้ หรอก ” ไกรสรมือกอดอกไว้ และยิ้มอย่างละม่อม “นายเป็นคนยังไง ฉันรู้ดีแก่ใจ เรื่องที่นายรับปากไม่มี ทางผิดสัจจะแน่นอน 1 ”

“คุณพูดเงื่อนไขของคุณได้เลย”

“ฉันมีเงื่อนไขสามข้อ ข้อหนึ่ง ให้ลูกชายฉันได้คืน สู่ตำแหน่งงานเดิม เรื่องของฉันไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเขาทั้งสิ้น ฉันยังเป็นคนถูกเขาส่งเข้ามาที่นี่ด้วยซ้ำ ข้อนี้ถึงเขาจะไม่มีความดีความชอบแต่ก็ได้ทุ่มเทความ เหนื่อยไปอยู่ ถูกถอดยศจนหมดมันไม่สมเหตุสมผล

เควินพยักหน้า “ข้อนี้เขารู้แล้ว

ไกรสรถอนหายใจด้วยความพึงพอใจ

เตชิตรู้แล้ว งั้นก็แสดงว่าก่อนที่เขาจะคุยเงื่อนไข เควินก็จัดการเรื่องนี้เสร็จแล้วสิ
“เงื่อนไขข้อที่สอง ฉันหวังว่าหลังจากฉันตาย สามารถฝังใกล้กับภรรยาฉัน ระหว่างเรามีเรื่องขัด แย้งและเข้าใจผิด ฉันจะต้องเข้าใกล้เธอหน่อยถึงจะ สามารถอธิบายกับเธอได้อย่างชัดเจน และถึงขอให้เธอ อโหสิกรรมได้”

“ก็ได้ครับ สุสานที่เตชิตซื้อไว้เป็นสุสานคู่ พริบตาเดียวดวงตาของไกรสรก็ชุ่มด้วยน้ำตา แต่ว่า เขาก็ไม่ร้องไห้ให้ขายหน้าหรอก

“เงื่อนไขข้อที่สาม ฉันไม่ต้องการให้ใครมากอบกู้ พลิกสถานการณ์ใดๆให้ฉัน ถ้าเตชิตจะทำอะไรเพื่อฉัน หวังว่านายจะช่วยฉันขัดขวางเขาเอาไว้นะ”

“ผมไม่แน่ใจว่าเตชิตจะทำอะไรหรือเปล่า แต่ผม จะพยายามเกลี้ยกล่อม

“ถ้านายเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ ก็ให้พิงกี้ไปเกลี้ย กล่อม”

เควิน “

“ตอนนี้เตชิตดูแล้วเหมือนจะโกรธฉัน แต่ที่จริงลูก คนนั้น…..ยึดมั่นกับความรักมาก ฉันกลัวว่าคนอื่นจะ เกลี้ยกล่อมเขาไม่สำเร็จ พูดตามตรง ศักดิ์ศรีของฉันไม่อนุญาติให้ฉันขังอยู่ในคุกตลอดชีวิต ถ้าเทียบกับความ เจ็บปวดที่สูญเสียอิสระ ฉันยอมตายดีกว่า เพราะยังไง ก็เป็นเรื่องไม่ช้าก็เร็วอยู่แล้ว รีบจบชีวิตเร็วๆ บางทีฉัน อาจจะยังตามหันฝีเท้าของแม่เตชิตได้”

“อืม” เควินพยักหน้า

พูดคุยจบแล้ว เควินไม่คิดที่จะทักทายสักคำสอง คำ เก็บของเสร็จก็เตรียมตัวจากไปเลย

เดินไปถึงหน้าประตู เขาหันไปมองด้านในโดยที่ไม่ ได้ตั้งใจ เห็นไกรสรที่นั่งครุ่นคิดอยู่บนเก้าอี้อย่างเงียบ สงบ จู่ๆในใจมีความรู้สึกที่ซับซ้อนโผล่ขึ้นมา

คิดถึงลูกที่ถูกไกรสรทำร้ายจนตาย ชาตินี้ทั้งชาติ เขาก็ไม่มีทางให้อภัยเขาได้

ไกรสรก็รู้ ดังนั้นแม้แต่คำขอโทษก็ไม่ได้กล่าว

เพราะถึงขอโทษแล้ว สิ่งที่ได้ไม่ใช่ความเข้าใจแต่ เป็นความเย็นชา

แต่ตอนนี้…….…..

จู่ๆเขาก็เห็นใจไกรสรที่เป็นแบบนี้ขึ้นมาเฉยเลย

คนอย่างนี้ จากคนที่สูงส่งกลายมาเป็นต่ำต้อยแบบนี้ บางทีอาจจะมีแค่ความตายเท่านั้นถึงจะสามารถ รักษาศักดิ์ศรีที่ช่างน่าขำนั้นให้คงอยู่ต่อไปได้ และแยก ขาดจากคำวิพากวิจารณ์กับคำกล่าวโทษของคนอื่น

ออกมาจากสถานกักกัน ท้องฟ้าสว่างไสว

พระอาทิตย์ของเก้าโมงเช้าเริ่มร้อนระอุขึ้นมาแล้ว เควินยืนอยู่ที่ขั้นบันไดของสถานกักกัน ครุ่นคิดอยู่ว่า เดี๋ยวจะไปจัดการเรื่องที่ไหนก่อน ทันใดนั้นเสียงมือถือ กลับดังขึ้น

“เควินคะ….” ในสายคือเสียงที่ละม่อมพร้อม รอยยิ้มของพิงกี้ “วันนี้ฉันนัดกับคุณหมอจงเจตไว้ ออฟฟิศของเขาอยู่ใกล้ๆกับบริษัทคุณเอง ถ้าคุณว่าง ล่ะก็ ตอนเที่ยงเราไปทานข้าวที่ข้างนอกด้วยกันนะ คะ ฝีมือการทำอาหารของป้ามะลิไม่เลว แต่ฉันก็อยาก เปลี่ยนรสชาติดูบ้างค่ะ

“ผมเพิ่งออกมาจากสถานกักกัน จะไปหาคุณ เดี๋ยวนี้เลย คุณรอผมนะ” เควินเดินไปที่ทิศทางของรถ ด้วย สีหน้าเคร่งขรึมแต่แฝงด้วยรอยยิ้ม “ตอนเที่ยงคุณ อยากทานอะไรเอ่ย?

“อืม……” พิงกี้หัวเราะเบาๆทีหนึ่ง “ตอนเที่ยงเรา ทานเนื้อย่าง กลางคืน……กินตับบนเตียง……
เควิน ”

“คุณหมอบอกสามารถทำได้แล้วค่ะ หลังผ่าตัดงด แค่หนึ่งเดือนก็พอ นี่ฉันถึงดมามากกว่าหนึ่งเดือนแล้ว อืม….แต่ว่า คุณไหวมั้ยคะ?

เควินไม่รู้ว่าตัวเองไหวหรือไม่ไหว เขาแค่รู้สึกว่าตัว เองจะระเบิดอยู่แล้ว

“เควิน?”

“คุณรอผมนะ!” นั่งเข้ามาในรถ เควินสตาร์ทรถ ยังรู้สึกได้ว่าในใจคึกคะนองมาก

ที่ผ่านมานานขนาดนี้ ความไม่สบายใจที่เก็บซ่อน อยู่ในใจ ความกระวนกระวายใจและความกังวลกับ อนาคต….. แล้ว ..ดูเหมือนว่า พริบตาเดียวก็ละลายไปหมด

เพียงเพราะว่า คนๆนั้นยิ้มให้กับเขาแล้ว


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ