คุณชายมาดเข้มกับคุณหนูสุดแสบ

บทที่249: ถูกคุมตัวมางานหมั้น



บทที่249: ถูกคุมตัวมางานหมั้น

“แกมันก็มีความสามารถแค่นี้เองหรอ เจอเรื่องที ไรก็ได้แต่ขอความช่วยเหลือจากคนที่มีใจให้แก แกร่าน ขนาดนี้ ทำไมไม่ไปขายตัวเลยล่ะ?” พิงกี้เพิ่งวางสาย ลิ สาก็พูดเหน็บแนมขึ้นมา

เธอพูดจาเหน็บแนม สีหน้ายิ่งมีความดูถูกและความ ดุร้ายที่ชัดเจนมาก

พิงกี้รู้สึกเหลือเชื่อจริงๆ

ปกติลิสาไม่ใช่ระมัดระวังเรื่องภาพลักษณ์ที่สุดหรอ? ทุกวินาทีหวังให้ตัวเองดูเป็นคนอ่อนโยน ใจกว้าง จิตใจ ดีงามและเป็นคนเอาใจใส่ แทบจะอยากใส่มงกุฎแห่งแม่ พระไว้บนหัวเลย

ตอนนี้ในรถยังมีหยาดทิพย์และคนขับอยู่ หรือว่าลิสา ไม่แคร์ที่จะเปิดเผยธาตุแท้ให้สองคนนี้เห็นแล้ว

ความคิดนี้แว๊บเข้ามาปุ๊บ พิงกี้ก็ไม่คิดจะปล่อยให้เธอ พูดจาถากถางอยู่คนเดียวตามใจชอบ

เธอย้อนถามด้วยความเย็นชา “ถ้าฉันออกไปขายก็ เท่ากับว่าไปแย่งงานของเธอน่ะสิ เธอทำมาหากินอยู่ใน อาชีพนี้ดีขนาดนี้ ฉันก็ไม่อยากไปแย่งงานเธอหรอก”
“แก…..” ลิสาอารมณ์ขึ้น แต่พอนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอกลับไม่โมโหโกรธกริ้วเลย แค่หรี่ตาและพูดด้วยเสียง ต่ำ “จะตายอยู่แล้วยังปากดีอีก ฉันจะคอยดูว่าต่อไปแกยัง จะกําเริบเสิบสานแบบนี้ได้อีกมั้ย?!”

“ขอโทษด้วยนะ ฉันคิดว่าฉันไม่ตายง่ายๆขนาดนี้ หรอก ถึงตอนนี้เควินจําเธอได้คนเดียวแล้วจะทําไม? ถ้า ตามนิสัยของเขาแล้วอย่าบอกว่าฉันกับเขาเป็นคนรู้จักกัน เลย ถึงเป็นคนแปลกหน้าคนนึง เขาก็ไม่มีทางให้เธอฆ่า คนบริสุทธิ์หรอก”

คนที่หวงแหนชื่อเสียงอย่างลิสา พิงกี้ไม่เชื่อว่าเธอ จะกล้าทำเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงท่ามกลางสายตาผู้คน หรอก

“งั้นก็คอยดูเถอะ” ลิสาหัวเราะเยาะทีนึง ทีนี้ไม่มีคนพูดจา ในรถเงียบงันเหมือนความตาย

พิงกี้ขมวดคิ้ว ถึงแม้ในปากบอกว่าไม่กลัว แต่เธอก็ไม่ โง่จนไม่มีการป้องกันตัวเลยแม้แต่นิด

คอยคิดแผนตอบโต้อยู่ในใจ พิงกี้ขยับตัว จู่ๆสัมผัส โดนมือของคนข้างๆ ทันใดนั้นถึงนึกได้ว่าข้างกายตัวเอง ยังมีคนอยู่หนึ่งคน………….
ลิสาคงไม่ใช่อยากให้หยาดทิพย์ลงมือกับเธอมั้ง?

พิงกี้มองหยาดทิพย์ที่นั่งอยู่ข้างๆผ่านกระจกมอง หลัง ไม่รู้เพราะอะไร เธอรู้สึกตลอดว่าสีหน้าของหยาด ทิพย์เหมือนลุกนั่งไม่ติด จิตใจไม่สงบ ดวงตาทั้งคู่เต็มไป ด้วยความหวาดผวา จมอยู่ในโลกของตัวเอง รู้สึกเหมือน ซ่อนความลับอะไรอยู่ในใจ

หรือว่า ลิสาได้สั่งการอะไรให้หยาดทิพย์จริงๆ เธอถึง ได้ลุกนั่งไม่ติด จิตใจไม่สงบอย่างนี้?

พิงกี้หลุบตาลงและเก็บความรู้สึกในแววตาไว้ เธอ ต้องระวังหยาดทิพย์ให้มากๆ จะหลงกลไม่ได้เด็ดขาด

ในขณะเดียวกัน เธอภาวนาอยู่ในใจขอให้เตชิตอีตา บ้านั่นทําอะไรให้มันเชื่อถือได้หน่อย ห้ามทำเรื่องพังเด็ด ขาด

ดีที่สุดรีบไปรวมตัวกับเธอที่ภัตตาคารมังกรหยกโดย

เร็ว

ลงจากรถ พิงกี้ถูกเบียดอยู่ตรงกลางแล้วเดินไปข้าง

หน้า
สาและหยาดทิพย์คนนึงอยู่ซ้าย คนนึงอยู่ขวา คอยควงแขนเธอเดินไปข้างหน้า ภายนอกดูเหมือนความ สัมพันธ์ดีมาก ที่แท้จริงแล้วกลัวเธอหนีมากกว่า

“คุณลิสาคะ คุณเควินถึงห้องอาหารแล้วครับ เชิญ ทางนี้ค่ะ”

มาถึงในภัตตาคาร พนักงานที่นี่ต่างก็รู้จักลิสา เดิน มาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และนำทางพาพวกเธอไปขึ้น ลิฟท์ คอยบริการลิสาเหมือนเป็นคุณหญิงในอนาคต

เปิดประตูในห้องอาหารออก ลิสาเดินเข้าไป ทันใด นั้นมีเสียงที่ปิติยินดีห้อมล้อมเธอไว้ เธอยิ้มอย่างสวยงาม คอยตอบรับกับคำชมและคำอวยพร ชัดเจนว่ามีความสุข มาก

พิงกี้ที่ตามหลังเธออยู่ถูกละเลยไปอย่างสิ้นเชิง

พิงกี้ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัด เธอกวาดสายตาดูทั่วทั้งห้อง รอบนึง พบว่าแขกก็มาพอสมควรแล้ว

นอกจากฏผา คนของตระกูลดำรงกูลต่างก็มากันหมด เควินก็อยู่

ถึงแม้คนอื่นๆของตระกูลภิรมย์ภักดียังไม่มา แต่ดูที่นั่งที่ชาตรีกับมาลาที่เหลือไว้ข้างกายก็รู้ว่าเดี๋ยวพ่อแม่ของ เควินก็มา

“พิงกี้มาสักที มา มานั่งข้างยายเร็ว” จู่ๆเสียงที่มี ความเมตตาดังขึ้น

พิงกี้หันไปมอง ไม่คิดเลยว่าคนที่เรียกเธอจะเป็นยาย สมศรี!

แต่เพราะว่ายายสมศรีนั่งติดกับมุมผนัง รูปร่างที่ผอม บางถูกใบต้นไม้บังไว้ เธอเลยไม่เห็นยายสมศรีเฉยๆ

อยู่ท่ามกลางผู้คนที่ฐานะร่ำรวย ชัดเจนว่าสีหน้าและ แววตาของยายสมศรีค่อนข้างต่ำต้อย

รอยยิ้มที่แฝงด้วยการเอาใจมองไปที่ลิสา และ โบกมือให้พิงกี้ ก็ไม่รู้ว่าในใจเธอเห็นใครสำคัญกว่ากันแน่

“ยายคะ รบกวนยายช่วยลิสาดูแลพิงกี้หน่อยนะคะ วันนี้ลิสาเป็นคนไปเชิญพิงกี้เองเธอถึงยอมให้หน้าลิสา ลิ สาจะทำให้เธอรู้สึกว่าดูแลไม่ทั่วถึงไม่ได้เด็ดขาด”

ลิสายิ้มแย้ม และผลักพิงกี้เดินไปทางยายสมศรี

ใช้แรงกดไหล่ของพิงกี้ไว้ ลิสาให้เธอนั่งลงที่ข้างกายยายสมศรีด้วยความแข็งกร้าว มองเธอเหมือนจะยิ้มแต่ ไม่ยิ้ม “พิงกี้ ปกติเธอยากที่จะได้มางานยิ่งใหญ่ตระการ ตาแบบนี้ วันนี้เธอต้องทานเยอะๆหน่อยนะ

แสดงความเป็นพี่สาวที่ดูแลเทคแคร์อย่างเป็น มิตรไมตรีด้วยความใจกว้าง ฉวยโอกาศว่าพิงกี้เสียๆหายๆ เหมือนคนบ้านนอกเสร็จ ลิสาก็เดินไปอย่างสง่างาม

รู้สึกเหมือนเอาพิงกี้มอบให้ยายสมศรีแล้ว เธอก็รู้สึก วางใจมากอย่างไรอย่างนั้น

อะไรที่จะเกิดมันก็ต้องเกิด

ถึงพิงกี้จะไม่ใยดีเควินที่เป็นอยู่ตอนนี้ แต่เธอรู้ไม่ว่า เมื่อไหร่เควินก็เป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบมาก ถ้าเธอ เกิดอันตรายขึ้นมา เขาไม่มีทางทำเป็นไม่เห็นแน่นอน

อีกอย่างเธอยังมีเตชิต เธอเชื่อว่าเตชิตไม่ทิ้งเธอไว้ โดยไม่สนใจเธอแน่นอน หลังจากได้รับสาย เขาต้องมา ช่วยเธอเป็นอันดับแรกแน่นอน

สิ่งที่เธออยากรู้มากที่สุดในตอนนี้คือความคิดในใจ ของยายสมศรี

ถึงแม้ช่วงนี้เธอจะเป็นเพราะตั้งครรภ์อยู่ เลยไม่ได้ไปเยี่ยมยายสมศรีทุกวัน แต่เธอก็ได้ไปเยี่ยมยายทุกสัปดาห์ อยู่

ร่างกายของยายสมศรียิ่งอยู่ยิ่งแข็งแรงขึ้น สัปดาห์ หน้าก็เตรียมตัวเข้ารับการผ่าตัดแล้ว……..

แต่ตอนนี้ เธอคิดไม่ถึงจริงๆว่ายายสมศรีจะมาโผล่อยู่

ที่นี่!

“ยายคะ ยายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ ร่างกายไม่เป็นไร หรอคะ?” พิงกี้มองไปที่ยายสมศรี แววตาเต็มไปด้วยการ สืบหาความจริง

“วันนี้เป็นงานหมั้นของลิสา เธอเชิญยายมา ยายก็ เลยหน้าด้านมาทานข้าวที่นี่มื้อนึง” ยายสมศรีสีหน้ายิ้ม แย้มเหมือนคนมีความเมตตา “พิงกี้ หนูคงไม่ใช่เพราะ อิจฉาลิสาแล้วมาโกรธยายมั้ง?”

“ฉันไม่โกรธลิสาหรอก ฉันมีแต่จะเกลียดเธอ ระหว่างฉันกับลิสาไม่มีทางแก้ไขรอยบาดหมางได้แล้ว!

พิงกี้ได้พูดจาให้เด็ดขาด บางทีเธอก็ไม่เข้าใจจริงๆ ความสัมพันธ์ของเธอกับลิสาได้เหมือนน้ำกับไฟที่ไม่ สามารถอยู่ร่วมกันได้ ขอแค่คนที่มีตาก็สามารถดูออกว่า ความสัมพันธ์ของพวกเธอเลวร้ายมาก แต่ทำไมยายสมศรีถึงนึกว่าตัวเองสามารถทำอะไรก็ง่ายดายและราบรื่นไป หมด

อีกอย่าง ยายสมศรีไม่รู้สึกมีอะไรไม่เหมาะสมเลย สีหน้าแววตาเป็นธรรมชาติมาก!

เมื่อก่อนเธอไม่อยากก้าวก่ายเรื่องที่ยายสมศรีทำดี

กับลิสา แต่ตอนนี้เธอทำไม่ได้แล้วจริงๆ

เห็นยายสมศรีกังวลเพราะลิสา ไม่สนว่าเธอจะเสียใจ ไหมก็มาร่วมงานของลิสา เห็นเธอถูกลิสาข่มขู่ก็ทำเป็น เหมือนไม่เห็น ในใจเธอรู้สึกทรมานมาก

เธอก็เลยพูดจาให้มันเด็ดขาดไปเลย ดูซิว่ายายสมศรี

จะตอบยังไง

“ยังไงซะหนูสองคนก็เป็นพี่น้องกัน มีอะไรที่จะให้ มันผ่านไปไม่ได้ล่ะ” ยายสมศรีถอนหายใจ

“ก่อนอื่น ฉันกับลิสาไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด รองลงมาคือยายคิดว่าลิสาเห็นฉันเป็นน้องสาวจริงๆหรอ? ลงมืออยากจะฆ่าฉันทุกครั้ง นี่ก็คือวิธีที่เธอทำดีกับฉัน หรอ? »

“ลิสาเป็นคนจิตใจดีงามขนาดนั้น ไม่มีทางลงมือทําร้ายใครง่ายๆหรอก หนูต้องเข้าใจพี่สาวหนูผิดแน่นอน พิงกี้ ไม่ใช่ว่ายาย

ว่าหนูนะ ตอนนี้หนูยังเด็กเกินไป ประสบการณ์ก็ยัง น้อยเกินไป ต่อไปหนูก็จะเข้าใจเอง

ไม่ลงมือง่ายๆ

ความหมายก็คือ ถึงลิสาลงมือกับเธอ นั่นก็เพราะเธอ รนหาที่เองใช่มั้ย?

พิงกี้ “

หัวเราะเยาะทีนึง เธอไม่ได้พูดต่ออีก พูดเยอะก็ไม่มี

ประโยชน์

ยายสมศรีก็จะเข้ารับการผ่าตัดในเร็วๆนี้แล้ว เธอรับ ผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดของยายสมศรี ก็ถือว่าขอบคุณ ยายสมศรีที่เคยมีพระคุณต่อเธอ ต่อไปอยู่ห่างๆกันหน่อย ดีกว่า ถึงแม้เธอจะต้องเสียใจและทรมานใจอย่างแน่นอน แต่……….

ต่างไม่มีอะไรติดค้างกันก็ดีแล้ว!

จากความเชื่อใจถึงความสงสัย จากความสงสัยกลับมาเป็นความเชื่อใจ แล้วกลับมาสงสัยอีก………

การเปลี่ยนแปลงครั้งแล้วครั้งเล่านี้ เธอรู้สึกเหนื่อย แล้วจริงๆ เธอไม่อยากไปคาดเดาอีกว่าในใจของยายคิด ยังไงอีก และยืนอยู่ข้างใครกันแน่

เธอชินกับการถูกโลกทั้งใบทิ้งไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้ ถึงต้องโดดเดี่ยวเดียวดาย เธอจะกลัวอะไรอีก

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เธอก็ไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว

มือลูบมาที่หน้าท้อง แววตาของพิงกี้มีรอยยิ้มที่อบอุ่น

โผล่ขึ้นมา

แขกที่ควรจะมาก็ได้ทยอยมากันหมดแล้ว

ภูผาได้เข้ามาคนแรก หลังจากเข้ามาในห้อง เขาได้ ทักทายกับผู้อาวุโสด้วยความเคารพก่อน แล้วมอบของ ขวัญให้กับเควินกับลิสา ถึงได้โบกมือยิ้มแฉ่งมองมาที่พิง

พิงกี้ยิ้มละไม่เป็นการตอบกลับ

ในที่ลับ ความสัมพันธ์ของเธอกับภผาดีมาก แต่กลับน้อยมากที่แสดงออกให้คนนอกเห็น โดยเฉพาะอยู่ต่อ หน้ามาลา

ก็ไม่รู้ว่ามาลาตีคิดยังไง ในใจเธอถึงได้อยากให้ภูผา มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลิสา ตั้งแต่วันแรกที่พิงกี้เข้าไปอยู่ ที่บ้านของตระกูลดำรงกูล เธอก็บอกกับภูผาว่าต่อไปต้อง ดีกับลิสาเหมือนพี่สาวแท้ๆ พี่สาวที่สนิทแนบแน่นที่สุดก็ ยังคงเป็นลิสา ส่วนพิงกี้ที่เป็นพี่สาวทางสายเลือดนี้แค่ดี อย่างผิวเผินก็พอ

หลังจากภูผามาถึง ในที่สุดพ่อแม่ของเควินก็ได้มาถึง

แล้ว

คนใหญ่คนโต มักจะปรากฏตัวเป็นคนสุดท้าย สุรพลกับหทัยรัตน์คู่นี้ ก็เป็นคนมีชื่อเสียงมากใน เมืองหลวงนี้

ตระกูลภิรมย์ภักดีมีฐานะและอิทธิพลที่ใหญ่โตย่อม ไม่ต้องพูดเยอะ ส่วนตระกูลศิริกิจโภคินได้สายสัมพันธ์กับ ตระกูลภิรมย์ภักดี ตระกูลของทั้งสองรวมกันก็เท่ากับว่า ใหญ่คับฟ้าเลย

พิงกี้เพิ่งจะเคยเจอสุรพลเป็นครั้งแรก แต่เจอหทัย รัตน์เป็นครั้งที่สองแล้ว
ถึงแม้หทัยรัตน์เคยช่วยเธอหนีออกมาจากข้างกาย ของเควิน แต่ที่เธอทำไปก็เพราะรู้สึกว่าพิงกี้ไม่คู่ควรที่จะ เป็นลูกสะใภ้ของเธอเฉยๆ ยิ่งไปกว่านั้น ครั้งนั้นหทัยรัตน์ ยังจงใจใช้ลูกไม้ทำให้พิงกี้ลำบากใจ ความทรงจำของ ก่อนนั้นไม่ได้ถือว่าสวยงาม

ครั้งก่อนอารมณ์ไม่ดีเลยไม่ได้คิดอย่างละเอียด ได้ เจอหน้าครั้งนี้ พิงกี้อดสำรวจสามีภรรยาคู่นี้อย่างจริงจังไม่ ได้

อย่างไรเสีย………

อีกนิดเดียว พวกท่านก็คือพ่อสามีกับแม่สามีของเธอ

แล้ว

สุรพลเป็นคนที่ดูแล้วเคร่งขรึมและน่าเกรงขาม มี ความสูงส่งและพลานุภาพระเหยอยู่ในตัว ดูเป็นคนหนัก แน่นมาก เควินไม่เพียงแต่นิสัยเหมือนเขามาก หน้าตาก็ คล้ายคลึงเขาเหมือนกัน แต่ว่าเควินก็ได้ความสวยของแม่ มาเยอะกว่า โครงหน้าและใบหน้าดูหล่อเหลากว่าสุรพล ตั้งเยอะ

หทัยรัตน์แค่ดูก็รู้ว่าเป็นคนได้ใช้ชีวิตที่มีเกียรติ มั่งคั่ง และร่ำรวยมาตั้งแต่เด็ก ท่าทางนิสัยน่าจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เธอสวมใส่ชุดกี่เพ้าที่เข้ารูปและงดงาม บุคลิกภาพ ดูสูงส่งและสง่าเลิศล้ำ ใบหน้าแต่งได้สวยสดงดงาม สามารถพูดได้ว่าสวยจนตะลึง ที่คอยังประดับด้วยสร้อย หยกชั้นเลิศที่ราคาไม่เบา ทั้งๆที่อายุห้าสิบกว่าแล้ว แต่ ดูแลได้ดีเหมือนอายุสามสิบต้นๆเอง

พิงกี้นึกว่าสองคนนี้ก็คงจะละเลยเธอเหมือนคนอื่น

นึกไม่ถึง หลังจากนั่งลง หทัยรัตน์ก็แฝงด้วยรอยยิ้ม ที่เย่อหยิ่งและสูงส่งมองมาที่เธอ “คนนี้ก็คือคุณหนูรอง ของตระกูลดำรงกูลใช่มั้ย?”


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ