คุณชายมาดเข้มกับคุณหนูสุดแสบ

บทที่285: สถานการณ์ไม่ดี



บทที่285: สถานการณ์ไม่ดี

“กฎหมายบ้าบออะไร? ฉันจะบอกแกให้นะ ฉันก็คือ คือสัจธรรมเนี่ยวแหละ! ถ้าแกมีปัญญาจริงๆ รอแกถึงขั้น ฉันแล้ว ค่อยไปพูดเรื่องกฎหมายกับคนที่ฐานะต่ำกว่าแก เถอะ!”

ท่าทางที่กำเริบเสิบสานนี้ เหมือนละครน้ำเน่าสองทุ่ม ครึ่งที่ชอบพูดว่า“กูก็คือพระราชกฤษฎีกาเนี่ยแหละ

หทัยรัตน์เปิดปากพูดกีบบอดี้การ์ดสามคนด้วยเสียง ที่หมดความอดทน “ไอ้พวกเศษสวะ ผู้หญิงคนเดียวยังจับ ไม่ได้! ฉันให้เวลาพวกแกอีกสิบนาทีในการจับผู้หญิงคนนี้ เข้าไปทำแท้ง ไม่งั้น พวกแกก็ไสหัวไปเดี๋ยวนี้!

มีคำข่มขู่นี้ บอดี้การ์ดทั้งสามก็ไม่มีเวลามากลัวแล้ว ลงมือกับพิงกี้ยิ่งอยู่ยิ่งโหด

พิงกี้หน้าบึ้ง ดวงตาทั้งคู่เยือกเย็นและเฉียบคม

เธอกำมีดปอกผลไม้ไว้แน่น ใช้ความรู้ในการป้องกัน ตัวที่เควินเคยสอนเธอรับมือกับบอดี้การ์ดทั้งสาม ลงมือ เด็ดเดี่ยวโหดเหี้ยม ไม่นานก็กรีดจนบอดี้การ์ดทั้งสามได้ รับบาดเจ็บไปหลายแผล แต่ละแผลก็ลึกมาก

หนึ่งในนั้นยังดีที่หลบทัน ถ้าไม่ทันล่ะก็ ที่ใบหน้าก็ ต้องโดนกรีดเป็นแผลแล้ว
พิงกี้รู้สึกกระหืดกระหอบ

ใบหน้าที่สะสวยขาวเนียนของเธอมีเลือดกระเด็น ใส่หลายจุด เลือดที่แดงเข้มอยู่บนผิวขาวเนียนของเธอ ดูสะดุดตามาก คู่กับใบหน้าที่สวยงามเยือกเย็นของเธอ ตอนที่เธอจ้องมาลาตีกับหทัยรัตน์ด้วยสายตาเย็นชา ความเย็นชาในสายตาทำให้เธอทั้งสองตัวสั่นเล็กน้อย

มาลาตีเป็นคนเริ่มกลัวก่อนคนแรก เธอพูดกับ หทัยรัตน์อย่างอกสั่นขวัญแขวนว่า “คุณหญิงคะ หรือ ว่า…..หรือว่าช่างมันเถอะมั้งคะ? พิงกี้ลูกสาวฉันก็ไม่ใช่ คนร้ายอะไร ลูกที่เธอคลอดออกมาก็ไม่แย่ไปไหนแน่นอน ค่ะ คุณเควินก็จากไปแล้ว เหลือเลือดเนื้อเชื้อไขไว้ก็ดี เหมือนกัน…

พูดยังไม่ทันจบ หทัยรัตน์ก็กวาดสายตามาที่เธอ และถามเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม “ทำไม ตอนนี้รู้สึกสงสาร ลูกสาวแท้ๆของคุณขึ้นมาแล้วหรอ? เมื่อก่อนทำไมไม่เห็น คุณดีกับเธอเลย เห็นดีกับแต่ลูกเลี้ยงคนนั้น

“ฉัน ฉัน……” มาลาๆอึ้งๆ พูดเหตุผลอะไรไม่

ที่จริง เธอเป็นห่วงพิงกี้เสียที่ไหน เธอแค่ไม่อยากก่อ

ปัญหาเฉยๆ
เด็กอายุครรภ์เจ็ดเดือน ยังไงซะก็คือหนึ่งชีวิตเหมือน

หทัยรัตน์ก็มองความคิดเธออก เธอแค่ถามเย็นชาว่า “ให้ฉันหยุดก็หยุด งั้นเงินที่ฉันให้พวกคุณไปห้าสิบล้าน พวกคุณคายออกได้มั้ย? ถึงคุณจะตอบตกลง ชาตรีก็ไม่ ตอบตกลงหรอกมั้ง?

มาลาตีหายใจติดขัด เอาสายตามองไปที่อื่น ถือก็ซะ ว่าเมื่อกี้ตัวเองไร้สมองก็แล้วกัน

พิงกี้อดทนมานานแล้ว เธอได้ค่อยๆหมดเรี่ยวแรง

ตอนนี้เธออาศัยแรงเฮือกสุดท้ายอดทนไว้ กลัวก็ แต่ตัวเองจะถูกจับเข้าไปในคลีนิก กลัวจะรักษาลูกไว้ไม่ ได้………… เธอเชื่อว่าหทัยรัตน์กล้าทำเรื่องชั่วร้ายแบบนี้ จริงๆ

“พิงกี้!”

ในขณะนี้นี่เอง จู่ๆมีเสียงที่รีบร้อนดังขึ้นมา พิงกี้ ดวงตาเปล่งประกาย

เธอหันไปมองด้านหลัง ป้าเฉินมาด้วยความเร่งรีบ พร้อมเหงื่อท่วมหัว เห็นภาพที่พิงกี้ถูกห้อมล้อมไว้ แม้แต่ แต่ยังไม่ทันพล ก็บข้าไปในวต่อสู้ปกป้องไว้แล้วค่อยพูด

มีการเข้าร่วมของป้าเฉิน บอดี้การ์ดสามคนมีแต่จะยิ่ง ได้รับความทุกข์ทรมา

หทัยรัตน์ที่เดิมทีมองดูด้วยรอยยิ้มกลับควันออกหู ซะงั้น “ป้าเฉิน แกเป็นคนใช้ของตระกูลภิรมย์ภักดี ไม่ใช่ สุนัขรับใช้ของพิงกี้ จำใส่หัวกะโหลกของแกไว้ด้วย!

ป้าเฉินไม่แม้แต่จะเหลียวมองเธอ “ฉันเป็นคนที่คุณ เควินจ้างมา จะรับใช้ใครก็ไม่เกี่ยวกับคุณ! ถ้าคุณเกลียดขึ้ หน้าฉัน งั้นก็ไปพูดที่ตรงหน้าของคุณเควินเลยค่ะ

“นี่แกแช่งฉันหรอ?” หทัยรัตน์ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ มีป้าเฉินอยู่ พิงกี้ก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาหน่อยหนึ่ง

เธอพูดเหน็บแนมอย่างกระหืดกระหอบ “คนที่โหด เหี้ยมอำมหิตอย่างคุณหญิงหทัยรัตน์ มีชีวิตอยู่ก็มีแต่จะ สร้างบาป ไม่แน่ตายไปแล้วยังสามารถทำคุณงามความดี ที่นรกขุมสิบแปดได้! ไปเป็นผีที่ลงโทษคนอื่นเหมาะสม ที่สุดแล้ว”

ระหว่างพูด ป้าเฉินได้จัดการบอดี้การ์ดสามคนไป เรียบร้อยแล้ว
“คุณพิงกี้ เรากลับไปเถอะค่ะ”

“ค่ะ”

พิงกี้กระหืดกระหอบ เอาน้ำหนักส่วนหนึ่งพิงที่บนตัว ของป้าเฉิน ในที่สุดก็สบายขึ้นเยอะ

แต่จะคาดถึงเสียที่ไหน ป้าเฉินเพิ่งประคองเธอหัน หลัง หทัยรัตน์กลับพุ่งเข้ามาเหมือนคนบ้า พุ่งมาผลักพวก เธออย่างแรง ป้าเฉินโซเซทีหนึ่งแล้วล้มลงพื้น พิงกี้ก็ขา พลิกล้มลงพื้นเช่นกัน

“คุณพิงกี้!”

ป้าเฉินไม่มีเวลามาสนใจร่างกายของตัวเอง เธอรีบ ไปจับพิงกี้ แต่ร่างกายของพิงกี้หนักหน่วง ถึงแม้ป้าเฉิน จะฝืนแรงไปช่วยก็ยังล้มลงที่พื้นอยู่ดี ถึงไม่ได้ชนโดนที่ ท้องโดยตรง แต่การสั่นสะเทือนนั้นก็ทำให้คนตื่นตระหนก ตกใจ

รู้สึกปวดท้อง

พิงกี้ใช้มือที่ถูกพื้นหยาบกระด้างถูจนเป็นแผลถลอก กุมท้องไว้ บนตัว และบนขากก็มีความรู้สึกเจ็บปวดคืบ คลานเข้ามาหา เจ็บจนเธอหน้าซีด
ความร้อนชื้นและของเหลวที่ช่วงล่างยิ่งทำให้เธออก สั่นขวัญแขวน

“ป๋าเงิน……” พิงกี้น้ำตาคลอเบ้า และพูดเสียงสั่น “รีบโทรเบอร์ฉุกเฉิน ฉันจะไปโรงพยาบาล

“ได้ค่ะ ป้าจะโทรตอนนี้เลยค่ะ”

ป้าเฉินก็ไม่มีเวลาประคองพิงกี้ขึ้นมาก่อน เธอรีบ หยิบมือถือมาโทรสายฉุกเฉิน หทัยรัตน์ที่เป็นผู้ร้ายก็คิดไม่ ถึงว่าตัวเองจะสำเร็จได้ง่ายขนาดนี้ ยืนอึ้งอยู่ข้างๆไปพัก หนึ่ง จู่ๆก็สั่งการให้คนข้างหลังและจากไปอย่างไว

เห็นท่าไม่ดี มาลาตีก็ชิ่งหนีตามไปตามๆกันแล้ว

ป้าเฉินโทรศัพท์เสร็จ ประคองตัวพิงกี้ที่สีหน้า ซีดเซียวขึ้นมาและพูดด้วยความสงสารอละร้อนรนใจ “คุณผู้หญิงคะ หรือว่าเราเข้าไปให้หมอในคลีนิกนี้ดูก่อน เถอะ? ให้หมอจัดการให้เบื้องต้นก่อน

“ไม่ได้” พิงกี้ส่ายหัวอย่างดื้อด้าน “หมอที่นี่ไม่รู้ ว่าจะช่วยฉันหรือทำร้ายฉัน ฉันเสี่ยงไม่ได้ ฉันคงรอรถ ฉุกเฉินมาไม่ได้แล้ว เอาอย่างนี้ ป้า….ป้าไปโบกรถคัน หนึ่งก่อน เราไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด”
“ได้ค่ะ” ป้าเฉินพยักหน้า

ประคองพิงกี้ไปข้างหน้าพอดี จู่ๆรถคันหนึ่งที่คุ้นตา มากขับมาที่ตรงหน้าของพวกเธอ ทันใดนั้นป้าเฉินมีสีหน้า ดีใจมาก “คุณพิงกี้คะ เป็นรถของคุณเตชิตค่ะ เขามา แล้ว!”

พิงกี้เงยหน้า พบว่าเป็นแลมโบกินี่ของเตชิตขับมา จริงๆด้วย ทันใดนั้นเธอมีรอบยิ้มอ่อนๆขึ้นมาทันที

“นี่มันอะไรกัน?”

เตชิตลงจากรถก็เห็นพิงกี้ที่สีหน้าซีดเซียวและเหงื่อ ท่วมหัว ทันใดนั้นตกใจจนตับไตไส้พุงจะแตกอยู่แล้ว รีบ ปิดประตูแล้ววิ่งไปที่ตรงหน้าของพิงกี้

“ตอนนี้ไม่มีเวลามาพูดเรื่องพวกนี้แล้ว พาฉันไปที่ โรงพยาบาลก่อนค่ะ” พิงกี้ดึงแขนเสื้อของเตชิต “คุณเต ชิต เร็วหน่อย!”

“……โอเค!”

ถึงแม้เตชิตจะเป็นผู้ชายอกสามศอก แต่เห็นพิงกี้ที่ เป็นแบบนี้ ไม่นานดวงตาก็แดงก่ำขึ้นมา

ไม่ต้องให้พิงกี้พูดอะไรอีก เขาก็จับเธอที่ร่างกายหนักหน่วงเข้ามาในอ้อมกอด พาเธอไปยังทิศทางของรถ วางเธอลงที่ข้างรถด้วยความระมัดระวัง

พิงกี้นึกว่าเขาจะทำอะไร แต่เขากลับเริ่มถอดเสื้อผ้า

ที่จริงซูเปอร์คาร์ไม่ได้นั่งสบายเหมือนรถตู้ เตชิตกลัว กระแทกโดนเธอ เลยถอดเสื้อปูที่เบาะนั่งให้เธอ ทีนี้ถึงได้ อุ้มเธอไว้ที่ฝั่งข้างคนขับอย่างระมัดระวัง พยายามให้เธอ รู้สึกสบายหน่อย

ถึงแม้จะปวดท้องรุนแรง และรู้สึกตื่นตกใจ แต่ พฤติกรรมที่เอาใจใส่ขนาดนี้ของเตชิต ทำให้เธอรู้สึกอุ่น ใจมาก

“ขอบคุณนะคะ คุณเตชิต” เธอพูดเบาๆ

“อย่าขอบคุณผม!” สีหน้าของเตชิตกลับเต็มไปด้วย การโทษตัวเอง “ถ้าไม่ใช่เพราะผมมาช้าขนาดนี้ คุณไม่มี ทางเกิดเรื่องแน่นอน!

ถ้าไม่ใช่เพื่อความปลอดภัยของพิงกี้ เขาแทบอยาก จะตบพวงมาลัยแรงๆที่หนึ่ง จะได้ระบายความหดหู่ของตัว

เอง

รถซูเปอร์คาร์มีแค่สองที่นั่ง เตชิตพาพิงกี้ไปก่อน ป้าเฉินที่เป็นห่วงพิงกี้ได้แต่เรียกรถไปที่โรงพยาบาลเอง พอ ป้าเฉินมาถึงที่โรงพยาบาล พิงกี้ก็ได้เข้าห้องผ่าตัดไปแล้ว

“คุณหมอว่ายังไงคะ?” พอเห็นหน้าเตชิต ป้าเฉินก็

รีบถาม

ธอรู้สึกเสียใจจะแย่อยู่แล้ว เกลียดตัวเองที่ไม่ตามพิง กี้ไปให้ไวกว่านี้อีกหน่อย

เตชิตส่ายหัวอย่างเหนื่อยล้า “หมอบอกอาการไม่ ค่อยสู้ดีครับ!”


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ