คุณชายมาดเข้มกับคุณหนูสุดแสบ

บทที่263 มุมที่ไม่มีคนสังเกตเห็น



บทที่263 มุมที่ไม่มีคนสังเกตเห็น

หรือว่าลิสาไม่ได้บ้าจริงๆ เธอแค่แกล้งบ้าเฉยๆ?

พิงกี้สังเกตสีหน้าของธีระด้วยความละเอียด อยาก เห็นพิรุธจากสีหน้าของเขา ต้องรู้ไว้นะ คนที่เฝ้าจับตาดู ลิสาบอกแล้วว่าธีระเป็นคนลืมรักเก่ายาก หลังจากเห็น ลิสาเป็นสาวโสดอยู่คนเดียว เขาได้ไปเยี่ยมลิสาที่โรง พยาบาลจิตเวชอยู่เป็นประจำด้วยความเอาใจใส่

ธีระอาจจะรู้อะไรก็ได้

เธอก็ว่าอยู่คนที่จิตใจแน่วแน่อย่างลิสา จะเสียสติ เพราะเรื่องเล็กๆได้อย่างไร?

นั่นไม่เหมือนเธอเลย

ทันใดนั้น ภายใต้สายตาที่คอยจับจ้องของพิงกี้ เหมือนจะทำให้ธีระโมโหอารมณ์ร้อนขึ้นมา ใช้แรงเขวง ของที่อยู่ในมือ และชูกคอตะคอกอย่างเสียงดัง “ถึงตอน นี้เธอไม่เหมือนคนอื่น แล้วจะทำไม?”

“อยู่ในใจผม ลิสายังไงก็คือลิสา ผมไม่มีทางเปลี่ยน ใจเหมือนผู้ชายคนอื่นเด็ดขาด ที่จะรังเกียจเธอเพราะเธอ มีการเปลี่ยนแปลง! และไม่มีทางเหมือนไอ้คนอกตัญญู ที่ตอนนั้นเหมือนกับว่าเป็นพี่น้องกัน แต่ตอนนี้กลับกลาย เป็นศัตรูกัน!”
ดวงตาทั้งคู่ของเขาจ้องพิงกี้กับเควินที่อยู่ด้านหลัง ไฟแห่งความโกรธในแววตาเหมือนจะเผาพวกเขาให้ตาย

พิงกี้ดึงสายตากลับ “งั้นคุณก็คงจะยังไม่รู้ว่าพี่สาว แสนดีของฉันแย่งฐานะของฉันมายี่สิบกว่าปี แถมยังลงมือ ฆ่าฉันจนนับครั้งไม่ถ้วน? คนที่มีสติอย่างคุณธีระ เป็นไป ได้ยังไงที่จะลำเอียงและไม่มีความสามารถในการตัดสิน ใจถูกมั้ยคะ? อ๋อ…..ต้องเป็นเพราะคุณไม่รู้แก่นแท้ของ เรื่องแน่ๆเลย”

พิงกี้ว่าธีระเสียๆหายๆไปสองคำเสร็จก็ขี้เกียจสนใจ เขาอีก

ถึงผู้ชายคนนี้เคยเกือบจะเป็นคู่หมั้นของเธอ แต่ในใจ เธอ ธีระก็เป็นแค่ผู้ชายขี้ประจบและไม่เอาไหนคนนึง

“คุณสมศรี ขออวยพรให้คุณหายไวๆนะคะ ต่อไปมี สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อายุยืนเป็นร้อยๆปี อย่าเหมือน ลิสาเด็ดขาด หมอบอกว่าเธอมีชีวิตอยู่ไม่ถึงอายุ24ปี ถ้า ก่อนอายุ24ปีเธอหาหัวใจที่เหมาะสมไม่ได้ เธอก็คงต้อง เสียชีวิตตั้งแต่ยังสาวเพราะโรคหัวใจ”

“แน่นอน ตอนนี้เธอยังไม่ตาย แต่ตอนนี้ถึงไม่ตายก็ เป็นบ้าไปแล้ว ชีวิตที่เหมือนตายทั้งเป็นมันน่ากลัวกว่าตาย ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยนะคะ”
พิงกี้รับกระเช้าผลไม้มาจากมือของพายุ และวางไว้ที่ หัวเตียงของยายสมศรีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

ลิสามีชีวิตเหลืออยู่แค่1-2ปี เรื่องที่ลิสามีชีวิตอยู่ต่อ ไม่ถึง24ปี หลังจากลิสาถูกส่งไปที่โรงพยาบาลครั้งนี้ เธอ ได้รู้ข่าวจากปากของหมอ

วินาทีที่รู้ข่าว เธอมีความรู้สึกสะใจแบบว่า “คนต่ำช้า ย่อมมีสวรรค์คอยกำจัด” รู้สึกว่าลิสาทำชั่วได้ชั่วชัดๆ!

แต่ว่า ที่เธอไม่รู้คือ ตอนแรกสุดที่หมอวินิจฉัยโรคให้ ลิสาคือเธอสามารถมีชีวิตอยู่ถึง25ปี ถ้าดูแลตัวเองดีๆก็ สามารถอยู่ต่อได้อีกหลายปี แต่ช่วงนี้ลิสาย่ำยีร่างกายตัว เองครั้งแล้วครั้งเล่า ดังนั้นถึงได้ทำให้หัวใจมีภาระหนัก มากขึ้น อายุไขเลยลดลงไปเยอะ

“อะไรน่า?”

“นี่แกว่าอะไรน๊า?”

เพิ่งพูดจบ ก็มีเสียงตกใจสองเสียงดังขึ้นมา

ยายสมศรีกับมาลาตีต่างก็ยังไม่รู้เรื่องนี้ พอพิงกี้พูด ออกมา ทั้งสองก็มองมาที่พิงกี้ด้วยสีหน้าแปลกใจ
ถ้าไม่ใช่เห็นว่าเควินเฝ้าอยู่ที่ข้างกายของพิงกี้ ทั้ง สองอาจจะวู่วามจนกระชากมือของพิงกี้ และจับตัวเธอ เขย่าไปมา ให้เธอปฏิเสธข่าวร้ายนี้ถึงจะดี

“เอาล่ะ ไม่ต้องพูดแล้ว” ภายใต้สายตาที่ร้อนระอุ และซับซ้อน เควินเดินเข้ามาตรงหน้าแฝงด้วยความกังวล อย่างลับๆ โอบไหล่ของพิงกี้ไว้ด้วยความแข็งกร้าว กอด เธอไว้ในอ้อมอกเหมือนเป็นการปกป้อง น้ำเสียงที่สุขุมพูด ขึ้นมาว่า “เราไปรอที่ด้านนอกกัน โอเค?”

“โอเคค่ะ” พิงกี้ตอบเสียงเบา

ในบางเวลา คำพูดที่ทำร้ายคนเหมือนดาบสองคม ทําร้ายคนอื่น และอาจจะทำร้ายตัวเองด้วย ดูสีหน้าของ มาลาตีกับยายสมศรีแล้ว พิงกี้แอบหัวเราะอยู่ในใจ

ยายสมศรีพ่ายแพ้ย่ำแย่จนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สีหน้าที่ได้รับกระทบกระเทือน ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ อีกเช่นเคย

เธอรู้สึกเสียใจทีหลังแล้ว

พิงกี้เดินออกมาจากห้องผู้ป่วยพร้อมกับเควิน มารอที่ ด้านนอก ในห้องผู้ป่วยได้เงียบสงบลงมาทันที
พวกเขาต่างไม่ได้สังเกตุเห็น ตอนที่เรื่องนี้ถูกแฉ ออกมา คนที่สีหน้าแย่ที่สุดไม่ใช่พวกเขา แต่คือหยาด ทิพย์ที่ยืนอยู่หัวมุม

เธอกัดริมฝีปากไว้แน่น สีหน้าขาวซีด บนหน้าผากที่ เหงื่อไหลซิบๆก็ไม่มีเวลามาสนใจเช็ดเหงื่อ ก็ไม่รู้ว่ากำลัง ครุ่นคิดอะไรอยู่

เก้าอี้ยาวที่หน้าห้องผู้ป่วยเป็นโลหะหมด ฤดูหนาวนั่ง แล้วรู้สึกเย็น

เควินนั่งลงที่เก้าอี้ยาวก่อน จากนั้นก็ค่อยกางแขน ออกไปหาพิงกี้ “นั่งลงมา

พิงกี้ “

สมองเธอมีคำพูดของท่านประธานที่จอมเผด็จการ โผล่ขึ้นมา “นั่งลงมา แล้วขยับเอง” นี่มันบ้าบอคอแตก อะไร? พิงกี้รีบเอาความคิดต่ำช้าในสมองทิ้งไปไกลๆ

เทียบอ้อมกอดของเควิน แล้วเทียบอุณภูมิของเก้าอี้ สุดท้ายพิงกี้ก็ได้นั่งลงที่ตักของเควิน

โซฟาเบื้อหนังแท้ สบายจังเลย
ระยะทางใกล้กันมากขึ้น เหมือนกับว่าพิงกี้ก็ได้เปิดใจ มากขึ้น ก็อาจจะเป็นไปได้ที่เธอต้องการคนคอยรับฟัง

“คุณเควิน ที่จริงฉันเสียใจกับคำพูดนี้เมื่อกี้ฉันพูดจัง เลยค่ะ”

“อื้ม?”

“หลังจากที่ฉันบอกอาการของลิสาออกมา เห็น สีหน้าที่แทบไม่อยากเชื่อและเสียใจสิ้นหวังของยายสมศรี ท่านรู้สึกทั้งถากถางและท้อแท้ ฉันรู้สึกเสียใจและกลัวเล็ก น้อยค่ะ”

“เพราะอะไร?”

“ถ้าท่านกระทบกระเทือนจิตใจเพราะเรื่องนี้ และ มีผลต่อการผ่าตัดของท่านจะทำยังไง?” พิงกี้พูดความ กังวลในใจออกมา

เธอรับผิดชอบเรื่องแบบนี้ไม่ไหวจริงๆ

ด้านหนึ่งก็กลัวจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ อีกด้านเธอก็ ไม่อยากมีชีวิตอยู่โดยการโทษตัวเองและละอายใจเพราะ อุบัติเหตุแบบนี้

“คยวางใจเถอะ เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นหรอกยายสมศรีเคยผ่านอะไรมาเยอะ แล้วจะตกใจเพราะเรื่อง เล็กๆแบบนี้และมีอันตรายถึงชีวิตเพราะเรื่องแบบนี้ได้ยัง ไงกัน?” เควินพูดด้วยน้ำเสียงบางเบา

เสียงของเขาทุ้ม ไพเราะ ราวกับว่าแฝงด้วยพลัง ที่ทำให้คนสบายใจ สามารถทำให้หัวใจที่ร้อนรนเหมือน ไฟของพิงกี้สงบลงได้ คำพูดที่แน่ใจของเขาแฝงด้วยการ เหน็บแนม แต่ฟังอยู่ในหูของพิงกี้ กลับทำให้เธอรู้สึกผ่อน คลาย

“มันก็ใช่น้อ…..ลูกชายที่ตัวเองเลี้ยงดูมานานหลาย สิบปีกลายเป็นบันที่ท่านยังไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลย หลานสาวที่ไม่ได้เลี้ยงอยู่ข้างกายสักวันคนนี้ก็คงไม่ กระทบจิตใจท่านมากเท่าไหร่หรอก” พิงกี้พยักหน้า

อีกอย่าง ผ่าตัดต้องวางยาสลบ ยายสมศรีก็ไม่มีโอ กาศได้ฟุ้งซ่านมากหรอก

รอให้การผ่าตัดของท่านสำเร็จ ถ้าตัวเองยังรู้สึก ละอายใจ อย่างมากก็แค่ให้เงินเพิ่มอีกแสนสองแสน เพื่อ เป็นการปลอบใจหลังจากท่านพักฟื้นและให้ท่านทาน อาหารที่มีประโยชน์หน่อยก็พอแล้ว………ก็คิดแบบนี้อยู่ และหัวเราะเยาะตัวเอง

หัวใจของเธอนี่ยิ่งอยู่ยิ่งเย็นชาและแข็งกระด้างแล้ว
“คุณอย่ากดดันตัวเองไปเลย

เควินทนแล้วทนอีก สุดท้ายก็ทนไม่ไหว และไม่อยาก ทน จูบที่หน้าผากเอิบอิ่มขาวเนียนของพิงกี้ด้วยความ ปราถนาในใจ

พิงกี้ “ …………….”

เช็ดหน้าผากด้วยความรังเกียจ เธอจ้องเควินอย่าง โหดทีนึง แต่ก็ไม่ได้ลุกขึ้นจากอ้อมอกของเขา ท่าทีอ่อน โยนกว่าเก่าไม่น้อย

ในขณะนี้ ถึงเวลาผ่าตัดแล้ว พยาบาลมาแจ้งว่ายาย สมศรีต้องเข้าห้องผ่าตัดแล้ว

พิงกี้ลุกขึ้นจากตักของเควิน และยืนรอที่หน้าประตู

ส่งยายสมศรีเข้าห้องผ่าตัด มองประตูห้องผ่าตัดปิด ทีนี้พิงกี้ถึงหายหายใจออกแรงๆที่นึง

ตอนนี้ก็รอดูผลอย่างเดียวแล้ว


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ