คุณชายมาดเข้มกับคุณหนูสุดแสบ

บทที่526: ฉันจะแย่ง!



บทที่526: ฉันจะแย่ง!

ในที่สุด ภายใต้การจ้องมองของพิงกี้ ผู้ชายที่ ทำให้เธอเฝ้ารอสุดๆด์ได้เดินมาที่ตรงหน้าเธอ

เขาจ้องมองเธออย่างลึกซึ้ง ส่วนเธอกลับยิ่งอยู่ ยิ่งหลงใหล

บรรยากาศของทั้งคู่หวานชื่นลึกซึ้งจนแม้แต่ สายตาของคนอื่นแทบจะแทรกไม่เข้า ราวกับว่าโลก ทั้งใบมีแค่เธอกับเขา ส่วนคนอื่นล้วนแต่เป็นแค่พื้น หลังที่เรียบเฉยไม่มีอะไรโดดเด่น

แต่ว่า…

เห็นได้ชัดมากว่าเรื่องไม่สามารถพัฒนาแบบนี้

ต่อไป

ในงานแต่ง ขั้นตอนที่ต้องทก็ต้องทำให้หมด ทุกคนยังรอทานข้าวและดื่มเหล้ามงคลอยู่เลย

ไม่เห็นดวงตาแต่ละคู่กำลังจ้องมองพวกเขาอยู่

รึไง?

“ฮ่มๆ…….” พ่อของน้ำหวานกระแอมสองที ทำลายความหวานปานหยาดน้ำผึ้งของทั้งคู่ “เควิน วันนี้เป็นงานมงคลของลูกและพิงกี้ ในฐานะที่เป็นพ่อบุญธรรมของพิงกี้ วันนี้พ่อบุญธรรมกับแม่บุญธรรม ก็เอาพิงกี้มอบให้ลูกแล้วนะ หวังว่าต่อไปลูกจะดูแล พิงกี้ดีๆ ปกป้องเธอ อย่าให้เธอต้องเสียใจเด็ดขาด ลูกรับปากพ่อได้มั้ย?”

“ได้ครับ” เควินดึงสายตาที่จ้องมองพิงกี้กลับ และพยักหน้าอย่างหนักแน่น

แม่ของน้ำหวานหูเปิดปากพูด “พิงกี้ เควิน ต่อ ไปลูกสองคนต้องใช้ชีวิตกันคู่อยู่ด้วยกันแล้ว ชีวิตคู่ เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีปัญหาเล็กๆน้อยๆ ลูกสองคนต้อง เรียนรู้ที่จะให้อภัยซึ่งกันและกัน เห็นใจซึ่งกันและ กัน ชีวิตคู่ต้องอาศัยคนทั้งสองบริหารขึ้นมานะ”

น้ำเสียงแฝงด้วยการทอดถอนใจ แม่บุญธรรม ตบที่มือของพิงกี้เบาๆ พูดอย่างให้คำชี้แนะและการ สั่งสอนที่จริงใจ

“ค่ะ” พิงกี้กัดริมฝีปากไว้ พยักหน้าอย่างน้ำตา คลอเบ้า

ถึงแม้ชาตินี้เธอไม่มีบุญวาสนากับพ่อแม่แท้ๆ ของตัวเอง แต่สิ่งที่เธอโชคดีที่สุดก็คือได้ครอบ ครองคนรักที่แม้ตายก็ไม่เปลี่ยนใจ มีเพื่อนรักที่มี ความฝันและความชอบเหมือนๆกัน แถมข้างกายยังมีพวกท่านที่จิตใจดีงามและน่ารัก

ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นสิ่งมีค่าของเธอ

ส่วนอย่างอื่นที่เล็กน้อยดั่งเศษฝุ่น ไม่ต้องแคร์ ขนาดนั้นเลยด้วยซ้ำ

มือของพ่อบุญธรรมเอามือของเธอกับมือของ เควินจับอยู่ด้วยกัน สุดท้ายมือของท่านเคลื่อนย้าย ออก เหลือเพียงแต่มือของเธอกับเควินกุมอยู่ด้วยกัน

“ต่อจากนี้ ขอเรียนเชิญเจ้าบ่าวพาเจ้าสาวสุด สวยขึ้นมาบนเวทีด้วยครับ” เสียงของพิธีกรดังขึ้น

“ไปเถอะ” เควินหลุบตามองเธอ แววตาอ่อน โยน “ควงแขนผมไว้นะ”

“ค่ะ”

พิงกี้ยื่นมือควงแขนของเขาไว้ แขนของเขางอ ขึ้นเป็น90องศา นี่คือที่ๆสําหรับเธอโดยเฉพาะ

ทั้งคู่ค่อยๆเดินไปที่ข้างหน้า มีคนคอยโปรย กลีบกุหลาบอยู่ทั้งสองข้างของพรมแดง ชาย กระโปรงที่ยาวเหยียดของพิงกี้มีสาวน้อยและเด็กน้อยสุดหล่อคอยถือให้ บนมือของพวกเขายังหิ้ว ตระกร้าดอกไม้ที่สวยงามกระจิ๋มกระจิ๋มเอาไว้ ใน ตระกร้าเต็มไปด้วยกลีบกุหลาบ สีสันสวยสด

เดินมาถึงบนเวที พิงกี้ค่อยๆหันหลัง

เจ้าตัวเล็กสองคนที่น่ารักก็ได้ถือตระกร้า ดอกไม้ลงไปแล้ว เพิ่งลงจากเวทีก็ถูกผู้ปกครองที่รอ อยู่ด้านล่างเวทีอุ้มไปแล้ว

ต่อจากนี้ ก็ถึงช่วงที่ทั้งคู่กุมแชมเปญและเทพี ระมิดแชมเปญ

แลกแหวน

แลกแก้วสุรา

ทำพิธีที่ซับซ้อนพวกนี้ แต่แปลกมาก ในใจของ พิงกี้กลับไม่รู้สึกรำคาญเลย ในใจมีอารมณ์ที่ยากจะ สื่อออกมาโผล่ขึ้นมา

เธอมองไปที่เควินอย่างห้ามใจไม่ได้ พบว่าเขา ก็กำลังมองเธออยู่เหมือนกัน

มองแค่เพียงเธอเท่านั้น
“ตอนนี้ ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เจ้าบ่าวต้องจูบเจ้า สาวแล้วครับ จูบทีหนึ่ง จูบทีหนึ่ง จูบทีหนึ่ง!” พิธีกร เอาไมค์ยื่นไปที่ด้านล่างเวที หลังจากเสียงหัวเราะ ผ่านไป ด้านล่างเวทีก็มีเสียงที่ตั้งแต่อลหม่านจนถึง เรียบร้อยเป็นระเบียบก้องมา “จูบทีหนึ่ง จูบทีหนึ่ง!”

“จูบทีหนึ่ง!”

“จูบทีหนึ่ง!”

“จูบทีหนึ่ง!”

“จูบทีหนึ่ง!”

ในงานบรรยากาศร้อนแรงมาก

พิธีกรทวนซ้ำคำหนึ่ง แขกผู้มีเกียรติที่อยู่ด้าน ล่างก็พูดซ้ำคำหนึ่ง ยิ่งอยู่ยิ่งพูดเป็นเสียงพร้อม เพรียงกัน เสียงเหมือนดั่งคลื่นมหึมาที่ซัดไปหาทั้ง สองที่อยู่บนเวที พิงกี้ที่ปกติยังถือว่าเป็นคนเปิด เผยอยู่ ภายใต้สายตาผู้คนมากมายที่จ้องมองอยู่ อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงเหมือนไฟ

เควินกลับไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย
ถึงแม้เขาไม่ได้เร่งรีบจูบเธอ แต่สีหน้าและแวว ตาของเขาชิวๆ ในแววตามีแสงที่รี่ยรมย์ มั่งมั่นที่จะ ชนะ ทำให้คนไม่อาจละเลยได้

ท่ามกลางเสียงร้องโห่ของผู้คน ในที่สุดเขาก็ โน้มตัวเข้าใกล้พิงกี้

ตอนที่ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบกัน เควินก็ได้ ประคองแก้มของพิงกี้ขึ้นมา ลิ้นที่ร้อนอุ่นเสมือนแฝง ด้วยเปลวไฟ เขาใช้ลิ้นดันเพื่อให้เธอเปิดช่องปาก และคอยเลียดูดความหวานชื่นของในปากเธอ

การกอดจูบของทั้งคู่นำพามาซึ่งเสียงโห่ฮิวของ

ผู้คนมากมาย

เสียงหัวเราะ เสียงผิวปากดังขึ้นที่ข้างหูอย่าง

ไม่ขาดสาย

สุดท้ายยังเป็นพิงกี้ที่เขินอาย ยื่นมือผลักเค วิน ให้เขาอย่ากำเริบเสืบสานต่อหน้าผู้คนมากมาย ขนาดนี้

แต่ว่า เควินกลับเหมือนเด็กที่ได้กินลูกอมที่ หอมหวานแล้วไม่ยอมปล่อยมือข้างหนึ่งจับท้ายทอย ของเธอไว้ มืออีกข้างโอบเอวเธอไว้ ไม่คิดที่จะปล่อยมือเลยด้วยซ้ำ

พิงกี้จนปัญญา ไม่อยากทำให้เสียเวลาเพราะ จูบนาน ได้แต่ใช้แรงที่เยอะกว่าผลักเขา เธอถูกจูบ ไปด้วย และพูดคลุมเครือไปด้วย “เควิน คุณหยุด ได้แล้ว……คืนนี้ยังมีเวลาอีกเยอะ……..

แต่บังเอิ๊ญบังเอิญ พิธีกรเดินมาพอดี จากนั้น ไมค์ที่อยู่ในมือของเขาได้เก็บเสียงของพิงกี้เข้าไป ในไมค์พอดี

พริบตาเดียว เครื่องเสียงในงานก็มีเสียงเบาๆ ของพิงกี้ดังขึ้นมา

“คืนนี้ยังมีเวลาอีกเยอะ…..

“ยังมีเวลาอีกเยอะ……

“เวลาอีกเยอะ……..

พิงกี้ตัวเกร็งเหมือนก้อนหิน

เธอมองไปที่พิธีกรอย่างอึ้งจนอ้าปากค้าง พิธีกรยกมือทั้งสองขึ้นอย่างมึนตึ๊บ เพื่อแสดงถึง ความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง
“ทำตัวเป็นกุลสตรีหน่อยสิคะ คุณพิงกี้”

“ต้องใช้อย่างระมัดระวังนะคะ อย่าดูดจน คุณเควินแห้งเหี่ยวไปหมดนะ ต้องหมุนเวียนกันใช้ หน่อย!”

พริบตาเดียว เสียงหัวเราะของด้านล่างเวทียิ่ง ดังขึ้นแล้ว โดยเฉพาะปกติพวกที่ชอบแซวเล่นอยู่ แล้ว คำพูดที่พูดออกมายิ่งทำให้คนหน้าแดงหูแดง

น้ำหวานนั่งอยู่ที่โต๊ะของญาติตรงด้านล่างเวที เดิมทีก็ถูกความรักหวานชื่นของทั้งคู่ทำเอาซึ้งสุดๆ แล้ว ตอนที่พวกเขากอดจูบอย่างดูดดื่มยิ่งซึ้งจน น้ำตาคลอเบ้า แต่นาทีนี้……เธอกลับจะร้องไห้ก็ ไม่ใช่ จะหัวเราะก็ไม่ใช่จริงๆ

เช็ดน้ำตาบนใบหน้าทิ้ง เธอหัวเราะจนใกล้จะ เกิดอาการเจ็บที่หน้าอกแล้ว

เตชิตที่นั่งอยู่ข้างๆเธอหน้าเขียวหน้าดำ จ้อง เธออย่างไม่สบอารมณ์ “คนอื่นเค้าจูบและนัดเย็ดกัน คุณมาซึ้งอะไรอยู่ที่ตรงนี้ เป็นเพราะว่าโสดมา นานคงเหงาจนทนไม่ไหวแล้วใช่มั้ย?”

“เหอะๆ!” น้ำหวานที่ชินกับปากหมาของเขา ไม่มีทีท่าว่าจะถูกโจมตีเพราะคำพูดเขาเลยสักนิด ทันใดนั้นเธอสวนกลับด้วยการประชดประชัน “แล้ว คุณล่ะ ช่วงนี้อยู่แต่ในบ้านทั้งวัน ไม่ออกไปหาผู้ หญิงเลย เอาแต่นอนชักว่าวอยู่ที่บ้านทุกคืนใช่มั้ย ล่ะ?”

“ผู้หญิงหยาบคาย

“ผู้ชายต่ำช้า!”

สบตากันทีหนึ่ง น้ำหวานกับเตชิตต่าง ก็“เชอะ” เสียงหนึ่ง ดึงสายตากลับด้วยความ รังเกียจ

ขั้นตอนสุดท้ายคือเจ้าสาวโยนช่อดอกไม้

นี่ก็คือขั้นตอนสุดท้าย ที่หญิงสาวยังไม่ได้ แต่งงานทั้งหลายเฝ้ารอที่สุด

“ฉันจะแย่ง!” น้ำหวานตะโกนคำหนึ่งก็พุ่งไปที่ ด้านหน้าสุดของขอบเวทีเลย
ดูท่าทางที่เดินหน้าใส่เกียร์นี้ เหมือนมีความมุ่ง มั่นที่อยากจะได้ดอกไม้ช่อนี้อย่างไรอย่างนั้น

เพียงแต่ เดิมทีเธอก็เป็นคนร่างเล็กอยู่แล้ว ตั้งแต่กลับมาจากหมู่บ้านBก็ผอมลงเรื่อยๆ ตอนนี้ เหลือแค่กระดูก เบียดกับคนอื่นไม่ไหวเลยด้วยซ้ำ อยู่ในท่ามกลางผู้คนที่มาแย่งช่อดอกไม้เบียดไป เบียดมานี้ เอาตัวรอดยังยากเลย ยิ่งอย่าบอกว่าจะ เจียดมือออกมาแย่งดอกไม้เลย

มือข้างหนึ่งของเตชิตพาดอยู่บนเก้าอี้ ดวงตา พราวเสน่ห์ทั้งคู่ชายตามองเธอ รู้สึกว่าเธอที่เป็น แบบนี้มันเท่ากับเอาไข่ชนหินเลยชัดๆ

“โอ๊ยยยย…..!”

ภายใต้สายตาที่รังเกียจของเตชิตน้ำหวานร้อง โอ๊ยออกมาคำหนึ่ง

เธอไม่รู้ว่าถูกใครเหยียบโดนเท้าทีหนึ่ง ฝีเท้า นี้เหยียบลงมาหนักมาก หนักจนพริบตาเดียวน้ำตา เธอก็ไหลออกมาเลย

เย็ดแม่ง นี่แค่แย่งช่อดอกไม้เฉยๆ ไม่ใช่ทำศึก สงครามกันสักหน่อย
ต้องโหดขนาดนี้เลยเหรอ?

คนแย่งช่อดอกไม้ที่อยู่รอบด้านใช้ภาคปฎิบัติ จริงตอบคำถามเธอ: จำเป็น!

ถูกเบียดไปเบียดมา ไฟโมโหบนตัวของน้ำ หวานก็ถูกเบียดออกมาแล้ว เธอพยายามกระโดด ขึ้นมา โบกมือให้กับพิงกี้ “พิงกี้ ฉันอยู่ทางนี้ ฉันอยู่ ทางนี้ โยนมาที่ทางนี้นะ”

พิงกี้ไม่ได้พูด แค่ยกช่อดอกไม้ขึ้นมาและ โบกมือมาทางเธอ เพื่อแสดงว่าเธอเห็นแล้ว

ทีนี้ คนที่ยืนอยู่รอบข้างน้ำหวานเริ่มไม่พอใจแล้ว


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ