คุณชายมาดเข้มกับคุณหนูสุดแสบ

บทที่543: จดหมายของมานพ



บทที่543: จดหมายของมานพ

ร้องไห้? เธอไม่อยากร้องไห้

สิ่งที่เธออยากที่สุดคือให้ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า คนนี้สามารถลุกขึ้นมา แล้วยิ้มให้กับเธอพร้อมพูดว่า “พิงกี้ ไม่ร้องนะ” สิ่งที่เธออยากที่สุดคือ นาทีที่เขา โดดลงไป สามารถดึงแขนของเขาไว้ไม่ให้เขาทำ เรื่องโง่ๆแบบนี้

“เควิน……เขาตายแล้ว เขาตายแล้ว จริงๆ…….

พิงกี้จับมือของเควินไว้แน่น เสียงร้องไห้ดังยิ่ง ขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ในยามค่ำคืนอันมืดมิดทำให้ คนได้ยินแล้วอยากร้องไห้ตาม

ฤดูหนาวผ่านไป ฤดูใบไม้ผลิมา พริบตาเดียวก็ ผ่านไปหลายเดือนแล้ว

อากาศของเดือนมีนาคม L.K.Crystalวิลล่า ที่เพราะหน้าหนาวเลยรู้สึกซบเซา เงียบสงบและมัว หมองก็ได้กลับมาเฉิดฉาย มีพลังชีวิตที่เปี่ยมล้นอีก ครั้ง ใบไม้งอกออกมาจากกิ่งไม้ และเสียงนกร้องใน ยามเช้า ต่างก็ทําให้ฤดูใบไม้ผลินี้ดูคึกคักมากเป็นพิเศษ

พิงกี้เปิดหน้าต่างออก มองดูดอกไม้ที่เขียวอม เหลืองที่เบ่งบานอยู่บนกำแพง ใบหน้าเผยรอยยิ้มที่ สดใสออกมา

วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบหนึ่งปีของแอ๊ปเปิ้ล

ก่อนหน้านั้นตอนที่เขาครบหนึ่งดือนและ ครบ100วันล้วนแต่จัดแค่พอเป็นพิธี ครั้งนี้แอ๊ปเปิ้ล ครบหนึ่งขวบ พวกเขาตัดสินใจจะจัดอย่างยิ่งใหญ่

“หม่ามี้ครับ!” เสียงน่ารักแบ๊วๆของเด็กน้อยดัง

ขึ้น

พิงกี้หันมามอง หน้าประตูมีร่างเงาเล็กๆโผล่มา เด็กผู้ชายที่ขาวอมชมพูวิ่งมาหาเธอ ใบหน้าขาวนุ่ม เผยรอยยิ้มที่ร่าเริงออกมา หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มมาก

น้องแอ๊ปเปิ้ลที่อายุครบหนึ่งขวบสามารถเดิน เองได้แล้ว แขนขาคล่องแคล่วมาก พูดจาก็ไวมาก ตอนนี้ไม่เพียงแต่เรียกหม่ามี้เป็นแต่ยังเรียกป่าป๊า เป็นด้วย

ดูท่าแล้ว ผ่านไปอีกปีสองปีก็คงซนจนไปปีนขึ้นไปรื้อหลังคาบ้านได้แล้ว

เด็กน้อยที่หน้าตาน่ารักยิ่งอยู่ยิ่งเหมือนเควิน เข้าไปทุกวัน เหมือนเควินฉบับน้อยที่น่ารักน่าฟัดยัง ไงอย่างงั้นเลย

ทุกครั้งที่เห็น ทำให้พิงกี้หลงจะแย่อยู่แล้ว

“แอ๊ปเปิ้ลเพิ่งตื่นรึเปล่าครับ? ผมเผ้ายุ่งเหยิง เชียว ระวังนกน้อยจะมาทำรังที่บนหัวลูกนะ” พิง กี้นั่งลงมา เอาเด็กน้อยที่กระโจนมาหากอดไว้ใน อ้อมอก แล้วหอมไปที่แก้มสองฟอด ลูบผมที่กระดก ขึ้นมาของเขา

“นกไม่มาทำรังที่หัวผมหรอก!” แอ๊ปเปิ้ลจับ ลูบผมที่กระดกขึ้นมาของตัวเองอย่างได้ใจ และพูด อย่างเผยความน่าเกรงขามออกมาหมด “ถ้านกน้อย มาทำรังที่หัวของผม ผมก็จะจับมันมากินให้หมด เลย!”

ลูกชายตัวเองไม่มีความไร้เดียงสาของเด็กเลยโหดและดุร้ายจริงๆ
พิงกี้รู้สึกต้องเป็นเควินแน่ๆที่สอนลูกจนเสียคน ใครใช้ให้อาชีพการงานของเขาไม่ใช่ชกต่อยก็คือ ฆ่าแกงล่ะ? เขาสอนลูกให้เสียคนแน่ๆ ตัวเองสวย และอ่อนโยนขนาดนี้ ไม่มีทางสืบเชื้อที่ดุร้ายอย่างนี้ ให้ลูกแน่นอน และไม่มีทางเลี้ยงลูกให้นิสัยเสียด้วย!

“นกน้อยน่ารักขนาดนี้ ลูกก็จะกินเหรอ?” พิงกี้ ย้อนถาม อยากดัดแปลงลูกชายที่น่ากลัวของตัวเอง สักหน่อย

และแล้ว แอ๊ปเปิ้ลเผยสีหน้าลังเลออกมา “งั้น…..เก็บเอาไว้เลี้ยงก็ได้ครับ”

พิงกี้ยิ้มทีหนึ่ง กำลังจะชื่นชมลูกชายตัวเองน่า รักและจิตใจดีงาม ก็ได้ยินเสียงที่ตื่นเต้นของเขาดัง ขึ้นมา “เลี้ยงจนอ้วนแล้วค่อยเอามากิน ถึงจะอร่อย ถูกมั้ยครับ หม่ามี้?”

พิงกี้ “

หม่ามี้ไม่อยากตอบ แถมยังอยากอยู่เงียบๆสัก

พัก!

จับเจ้าตัวแสบมาเปลี่ยนเสื้อผ้า ชุดสูทที่ตัดได้ อย่างปราณีตใส่อยู่บนตัวของแอ๊ปเปิ้ลแล้ว มีความรู้สึกที่น่ารักมากเป็นพิเศษ พิงกี้สำรวจลูกชายตัวเอง ไปหลายที และอุ้มเขาลงไปชั้นล่าง

หน้าตาหล่อเหลาขนาดนี้ พาออกไปเดินเล่นไม่ ขายหน้าเลยสักนิด!

เควินนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟา เห็นพิงกี้ และลูกชายลงมา เขารีบลุกขึ้นมาทันที

รับแอ๊ปเปิ้ลที่ไม่เต็มใจและบีดตัวไปมาสุด แรง เพื่อแสดงถึงการต่อต้านมาจากอ้อมอกของพิง กี้ แววตาที่เควินมองพิงกี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยน และรักใคร่เอ็นดู “ที่รัก เหนื่อยมั้ย?”

แอ๊ปเปิ้ลต่อต้าน “ป่าป๋า หม่ามี้เพิ่งจะอุ้มผมไป แค่แป๊บเดียวเอง!”

“ลูกตัวหนักขนาดนี้ หม่ามี้อุ้มแป๊บเดียวก็ เหนื่อยแล้ว!” เควินตบที่ก้นของแอ๊ปเปิ้ลเบาๆ

“อื้อ!” แอ๊ปเปิ้ลหันหน้าไปอีกทาง ด้วยสีหน้า

อย่านึกว่าเขาไม่รู้นะ ป่าป๊าของตัวเองนี่เกินไป จริงๆ ไม่ชอบให้เขาอยู่กับหม่ามี้ชัดๆ ชอบทำลายโอ
กาศที่เขาอยู่กับหม่ามี้อยู่เรื่อยเลย

ถ้าไม่ใช่หม่ามี้รักเขามาก เขารู้สึกว่าตัวเอง เหมือนที่น้าน้ำหวานพูดจริงๆเลย เขาต้องเป็นของ แถมที่หม่ามี้ได้มาจากสั่งของทางเน็ตแน่ๆ เพราะฉะ นั้นป่าป๊าถึงได้ต่อต้านเขาขนาดนี้

เฮ้อ!

ผู้ใหญ่เอาแต่ใจเกิน เด็กอย่างเราช่างกลุ้มใจ

จริงๆ!

งานวันเกิดครบรอบหนึ่งปีของแอ๊ปเปิ้ล ก็ยังจัด ที่โรงแรมในเครือบริษัทข้ามชาติโมเดิร์นกรุ๊ปอีกเช่น เคย

มีทางโรงแรมคอยจัดเตรียมทุกอย่าง เควินแค่ พาพิงกี้และแอ๊ปเปิ้ลมาที่ในงาน แล้วร่วมดื่มเหล้า พร้อมกับทุกคนก็พอแล้ว สำหรับพิงกี้แล้ว เวลาที่มี ความุขที่สุดก็คืออาศัยเวลานี้ได้พบปะสังสรรค์กับ เพื่อน

หลังจากเกิดเรื่องของมานพ ยากที่จะได้พบปะ สังสรรค์อยู่กัสพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างนี้แล้ว
ในห้องV.I.P ที่โรงแรมจัดไว้ให้พิงกี้กับเควิน สังสรรค์กับเพื่อนโดยเฉพาะ พิงกี้เพิ่งกล่อมแอ๊ปเปิ้ล ที่ยากจะรับมือหลับไป ประตูของห้องรับรองV.I.Pก็ ถูกผลักออก

คนที่เข้ามาคือน้ำหวาน

“น้ำหวาน?!” พิงกี้ลุกขึ้นมาด้วยความ เซอร์ไพรส์ และเดินไปหาน้ำหวาน “เมื่อกี้เธอนั่งอยู่ ที่ไหน ทำไมฉันไม่เห็นเธอเลย?”

“วันนี้รถติดน่ะ ฉันเพิ่งมาถึงเอง รู้ว่าเธออยู่ที่นี่ ก็เลยมาหาเธอเลย” น้ำหวานเอากระเป๋าคล้องอยู่ ที่แขวน เธอมีรอยยิ้มที่สดใส และเดินมากอดพิงกี้ เบาๆ

น้ำหวานดูแล้วสีหน้าไม่เลว เหมือนอารมณ์ดี

“เธอทานอะไรมาบ้างหรือยัง?” พิงกี้ถาม

“ยังเลย”น้ำหวานส่ายหน้าอย่างไม่เป็นไร “ตอนนี้กระเพาะฉันเล็กมาก กินไม่กินก็ไม่เป็นไร คุยกับเธอก่อนดีกว่า”
“แบบนี้จะได้ยังไงล่ะ ฉันให้คนเอากับข้าวมา ให้ เธอทานนิดหน่อยดีกว่า ”

“ไม่ต้องสั่งกับข้าวมาแล้ว ทานของหวาน หน่อยก็พอแล้ว ตอนนี้ฉันไม่ค่อยทานของมันๆ” น้ำ

หวานรีบเปิดปากพูด สั่งกับข้าวยุ่งยากเกินไป ของหวานสิสะดวก

กว่าเยอะเลย

“ ….งั้นก็ได้” พิงกี้พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

แต่ว่าตอนที่โทรไปสั่งของหวาน เธอได้สั่ง กับข้าวที่ไม่มันสี่ห้าอย่างด้วย ตอนเที่ยงไม่ทาน อะไรเลยไม่ดีแน่นอน

พอเสร็จธุระ ในที่สุดทั้งคู่ก็สามารถนั่งลงมาพูด

คุยแล้ว

“ช่วงนี้เธอเป็นยังไงบ้าง?

“ช่วงนี้เธอเป็นยังไงบ้าง?

พิงกี้กับน้ำหวานแทบจะพูดออกมาพร้อมๆกัน
สบตากันทีหนึ่ง ใบหน้าของทั้งสองต่างก็เผย รอยยิ้มที่ปล่อยวางออกมา

การจากไปอย่างกระทันหันของมานพ กระทบ กระเทือนจิตใจของทั้งสองไม่น้อย แม่ของน้ำหวาน ยิ่งป่วยหนักเพราะเหตุนี้ ภายในระยะเวลาอันสั้นก็ ซูบผอมไปเยอะเลย

ครอบครัว ไม่สมบูรณ์แบบเพราะเหตุนี้

สำหรับพิงกี้ที่เผชิญโศกนาฏกรรมนั้น โรคซึม เศร้าที่เดิมทียังไม่ได้หายดี100%ก็ได้กำเริบขึ้นมา อีกครั้ง จนถึงตอนนี้ยังต้องเข้ารับการรักษากับหมอ จิตแพทย์อยู่

คนเป็นกับคนตายอยู่กันคนละโลก ไม่ใช่เรื่องที่ จะสามารถปล่อยวางได้ง่ายๆ น้ำหวานเองก็ไปจาก เมืองหลวงเพราะเหตุนี้

เก็บตัวเงียบๆมาหลายเดือน ความเจ็บปวดนี้ถึง ถือว่าได้ลดลงไปบ้าง

“ตอนนี้ เธอเล่าเรื่องของพี่ชายฉันให้ฉันฟัง หน่อยได้มั้ย? เอารายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงนะ” น้ำหวานเปิดปากพูดด้วยเสียงทอดถอนใจ “ที่ผ่านมาฉันไม่กล้าถาม แต่ตอนนี้….ฉันพอทำใจได้แล้ว”

พิงกี้พยักหน้า และนึกย้อนถึงความทรงจํา และ คิดอยู่ว่าจะบอกกับน้ำหวานยังไง

ตอนนั้น…….

หลังจากมานพเสียชีวิต ผ่านไปไม่กี่วันพิง กี้ก็ได้รับพัสดุระหว่างประเทศที่มานพส่งมาตั้ง แต่เนิ่นๆ ในพัสดุมีรายละเอียดของสมาชิกชั้น สูงแทบจะทั้งหมดขององค์กรSC ยังมีหลักฐาน ที่พวกเขากระทำความผิด บัญชีทิศทางการไหล ของ“สินค้า และอื่น ๆอีกมากมาย ทุกอย่างละเอียด ถี่ถ้วนมาก

ตอนนั้นพิงกี้ถึงเข้าใจ บางทีมานพอาจจะมีใจ อยากจบชีวิตตั้งนานแล้ว เขาโดดลงไปจากชั้น35 ไม่ใช่แค่ความวู่วามในชั่วขณะแน่นอน เขาวางแผน ทุกอย่างไว้เรียบร้อยหมดแล้ว กลับมาถึงในประเทศ ก็ไม่คิดจะกลับไปที่อเมริกาอีกเลย

ในพัสดุ ยังมีจดหมายของมานพฉบับหนึ่ง

ในจดหมายได้เขียนถึงสาเหตุที่มานพเข้าไป เกี่ยวข้องกับองค์กรSC
เดิมที มานพไปถึงที่อเมริกากะว่าจะเปิดบริษัท และแสดงศักยภาพของตัวเองให้ใหญ่โตโอ่อ่า เขา ก็ได้ทำแบบนั้นจริงๆ เพราะความสามารถที่โดดเด่น ของเขา ผลการดำเนินงานของบริษัทเขายังดีมาก ด้วย

แต่ว่ามีอยู่วันหนึ่ง เขาเจอคดีฆาตกรรมที่บน ท้องถนน ช่วยเด็กผู้ชายคนหนึ่งไว้โดยที่ไม่ได้ ตั้งใจ เด็กผู้ชายห้าขวบที่หนีรอดมาจากเนื้อมือของ องค์กรSCคนนั้น ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่มานพ เหยียบเข้าไปในดินโคลนที่น่ากลัวขององค์กรSC

อาศัยข้ออ้างที่มานพทําลายแผนการของพวก เขา องค์กรSCเลยมาก่อกวนมานพตลอด ทำให้ บริษัทของเขาไม่สามารถดำเนินการอย่างปกติ ที่ จริงพวกเขาแค่อยากให้มานพกลายเป็นสายของ พวกเขา เพื่อให้พวกเขาได้ใช้งาน

ถูกบีบจนๆมุม ในขณะที่มานพป้องกันตัว ได้ฆ่าคนขององค์กรSCโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ถูก องค์กรSCกุมจุดอ่อนไว้ ภายใต้ความจนปัญญาเขา ถึงได้รับปากร่วมกันก่อกรรมทำเข็ญกับองค์กรSC

หลังจากเข้าไปในองค์กรSC ตอนแรกมานพไม่ กระตือรือร้นและไม่ตั้งใจทำงาน แต่พอนานเข้า เขาแกล้งทําเป็นคนที่เห็นเงินแล้วตาสว่าง เริ่มใช้ความ สามารถของเขาไต่เต้าขึ้นไปตำแหน่งที่สูงกว่าอย่าง ไว ไม่นานก็กลายเป็นคนมีอำนาจที่องค์กรSCขาด ไม่ได้

เขาเป็นคนที่มีความสามารถมาก ถ้าตั้งใจและ จริงจังขึ้นมา ความสามารถของเขายิ่งใหญ่เพียง พอที่จะให้คนทึ่ง

เขาวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบและควบคุม งานอย่างใจกล้า ให้องค์กรSCที่อยู่ในสายมืดนี้ แข็งแกร่งใหญ่โตขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด ปฎิบัติ งานก็ยิ่งอยู่ยิ่งบ้าบิ่นและพึงพอใจในตัวเอง ต่างก็ บอกว่า “ถ้าอยากให้คนตาย ก็ต้องให้เขาบ้าคลั่ง ก่อน เพราะคนเราถ้าบ้าคลั่งก็จะขาดสติ พอขาด สติก็จะขาดการวิเคาระห์ เรื่องที่ขาดการวิเคราะห์ ก็จะบ้าคลั่งมาก” มานพใช้เหยื่อที่สวยสดงดงามล่อ ให้ความทะเยอทะยานขององค์กรสูงมากขึ้นเรื่อยๆ และสร้างความเชื่อใจให้กับสมาชิกระดับสูงที่สงสัย

ในตัวเขา

สุดท้าย เขาอาศัยความสามารถที่เกินคนยุยง ปลุกปั่นให้เกิดการสู้รบภายในที่ดุเดือด กำจัดคู่ ต่อสู้ที่เป็นคู่แข่งไปหลายคน จากนั้นก็ไต่เต้าขึ้นไป ถึงตำแหน่งที่ใหญ่และทรงอิทธิพลอันดับสองขององค์กรSC

แต่ในความเป็นจริง เขาคอยรวบรวมข้อมูลและ หลักฐานต่างๆอย่างลับๆมาโดยตลอด


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ