คุณชายมาดเข้มกับคุณหนูสุดแสบ

บทที่ 408: ขายหน้าอย่างสิ้นเชิง



บทที่ 408: ขายหน้าอย่างสิ้นเชิง

“คุณมาลาตี คุณอย่าทำให้ฉันลำบากใจเลยค่ะ ฉันก็เป็นแค่พยาบาลที่น่าสงสารคนนึง เรื่องพวกนี้ฉัน ตัดสินใจเองไม่ได้ด้วยซ้ำค่ะ”พยาบาลสีหน้าขมขื่น สายตามองไปที่ด้านหลังอยู่เป็นประจำ เหมือนอยากหา คนมาช่วยเหลือ

แต่ว่า เวลานี้พยาบาลทุกคนต่างก็ยุ่งกับงานอยู่ ไม่มีใครที่ว่างมาช่วยเธอด้วย

เห็นพยาบาลทําอะไรเธอไม่ได้ มาลาตียิ่งไม่เกรง กลัวอะไรแล้ว

“ฉันทำให้คุณลำบากใจอะไรกัน ก็ฉันบอกให้คุณ โทรหาลูกสาวฉันแล้วไม่ใช่หรอ? นี่คุณอย่าบอกนะว่า ไม่รู้จักลูกสาวฉัน ฉันจะบอกคุณให้ลูกสาวฉันชื่อพิงกี้ เป็นคุณผู้หญิงของตระกูลภิรมย์ภักดีเชียวนะ! ถ้าฉัน ค้างค่ารักษา คุณส่งคนไปขอเงินกับเธอที่L.K.Crystal วิลล่าไม่เป็นหรือไง?”

“แต่ว่า นี่เป็นเรื่องทางบ้านของคุณ พวกเราที่ เป็นพยาบาลเข้าไปก้าวก่ายมันคงไม่ดีมั้งคะ..…….. พยาบาลรู้สึกใช้เหตุผลก็คุยกับเธอไม่รู้เรื่องจริงๆ

“นั่นมันก็เรื่องของคุณ” มาลาตีพูดอย่างหยิ่งยโส

“ฉันชี้ทางสว่างให้คุณแล้ว พวกคุณไม่ไปเอาเงินเอง แต่กลับมาสร้างความลำบากใจให้คนป่วยอย่างฉัน นี่ พวกคุณบริการคนป่วยยังไงกัน ห้า?พวกคุณเอาเงินไม่ได้ นั่นมันก็ไม่เกี่ยวกับฉัน ฉันทำดีที่สุดแล้ว”

“เอาล่ะ รบกวนคุณออกไปและปิดประตูด้วย ฉัน จะพักผ่อนแล้ว”

มาลาตียกมือชี้ไปที่ประตูด้วยสีหน้าเย็นชา

พยาบาลเม้มปากและมองดูเธอ เห็นเธอสีหน้าเย็น ชาและพูดยากพูดเย็นมาก ถึงในใจก็ยังรู้สึกจนปัญญา อีกเช่นเคย แต่ก็ได้แต่จากไปอย่างหดหู่

พอกลับมาถึงที่ห้องพยาบาล พยาบาลอีกคนเห็น เธอสีหน้ากลัดกลุ้มใจ ทันใดนั้นก็เดินมาถามเธอด้วย ความแปลกใจ “แนน คนไข้ห้องนั้นได้บอกหรือยังว่าจะ จ่ายค่ารักษาโรงพยาบาลเมื่อไหร่?

“ยังเลย แต่ดูท่าเหมือนไม่อยากจะจ่ายเลย”

“ห้า ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ? ห้องที่เธอพักเป็น ห้องที่ดีที่สุด ยาที่ใช้ก็เป็นยาที่ดีที่สุด ที่บ้านมีเงินมี อำนาจซะขนาดนั้น คงไม่ใช่เงินขี้ปะติ๋วแค่นี้ก็ไม่มี ปัญญาจะจ่ายมั้ง? ค่ารักษานี้ ยังไม่พอซื้อกระเป๋าของ คนรวยอย่างพวกเขาใบนึงเลย”

“ก็นั่นน่ะสิ!” แนนที่เพิ่งเจออุปสรรคมาทำหน้ามุ่ยและพูดอย่างหดหู่ “เธอยังบอกอีกว่าลูกสาวเธอเป็น คุณหญิงของตระกูลภิรมย์ภักดี ให้ฉันไปเอาเงินกับคุณ หนูรอง คุณหนูรองคนนั้นดูเป็นคนนิสัยดีอยู่ น่าจะพูดจา ง่ายอยู่มั้ง แต่ยังไงฉันก็ไม่อยากหารนเรื่องลำบากใจให้ ตัวเองนี่น่ะ! อีกอย่าง ฉันก็เป็นแค่พยาบาล ไม่ใช่คนวิ่ง ทวงหนี้สักหน่อย”

“เธอยังเรียกคุณหนูรองอะไรอีก ไม่ใช่ได้ยินข่าว ว่าคุณหนูใหญ่ที่ชื่อลิสาถูกประหารชีวิตแล้วหรอ? คนก็ ตายไปแล้ว อีกอย่างก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆของตระกูลดำรงกูล ด้วย ต่อไปตระกูลดำรงกูลก็มีแค่คุณหนูคนเดียวแล้ว แหละ”

คำพูดนี้ฟังดูเหมือนจะซ้ำเติม ตอนนี้ตระกูลดำรง กูลล่มสลายแล้ว ตระกูลดำรงกูลก็ไม่มีคุณหนูอะไรอีก ต่อไปแล้ว

“อืมๆ งั้นต่อไปก็เรียกคุณพิงกี้ก็แล้วกัน”แนนพ ยักหน้า

“เธอได้ยินเรื่องนี้แล้ว งั้นก็น่าจะรู้แล้วซินะว่าความ สัมพันธ์ของคนไข้คนนี้กับคุณพิงกี้ไม่ดี? ฉันว่านะ คงจะ เพราะคนไข้คนนี้ไปยั่วโมโหคุณพิงกี้ จนคุณพิงกี้ไม่ อยากสนใจเธอแล้วแน่ๆเลย เธอถึงได้ร้อนตัวมาหลอก ใช้พวกเราเป็นเครื่องมือไปขอเงินให้กับเธอ

“มันก็ใช่น้อ?” แนนกระพริบตา และตระหนักคิดได้ทันที แต่ว่าไม่นานเธอก็กลุ้มใจขึ้นมาอีก “แล้ว…..ถ้าเธอยังมาทำให้ฉันลำบากใจอีก ฉันจะทํา ยังไงดีเนี่ย? ฉันเป็นคนรับผิดชอบคนไข้ห้องนี้เชียว นะ!”

“เธอก็แจ้งคนไข้ตรงๆไปเลย ถ้าติดค้างเงินที่โรง พยาบาลขึ้นมา ก็ยังมีรปภ.อยู่ไม่ใช่หรอ?”

ถ้ามีคนไข้มาโวยวายที่โรงพยาบาลจริงๆล่ะก็ เรียกรปภ.มาลากตัวออกไปโดยตรงเลย

คนบางคนมันก็แค่กล้าหน้าด้านไร้ยางอาย ติดหนี้ ไม่จ่าย และสร้างความลำบากใจต่อหน้าพวกเธอเท่านั้น แหละ ถ้าถึงทีที่จะถูกไล่ออกจากโรงพยาบาล คนบาง คนก็ไม่กล้ากำเริบเสืบสานต่อหน้ารูปภ.หรอก เพราะ ยังไงซะ……..ถ้าถูกลากออกไปทิ้งที่นอกโรงพยาบาล จริงๆ มันเป็นเรื่องขายหน้ามาก

“อืมๆ ” แนนพยักหน้า

ทีนี้เธอก็สบายใจแล้ว

เพราะพยาบาลก็แค่มีหน้าที่เรียนแจ้งให้คนไข้ ทราบเฉยๆ ส่วนคนไข้จะเป็นยังไง นั่นก็เป็นเรื่องของ คนไข้แล้ว

มาลาตีภาคภูมิใจตัวเองอยู่ในห้องผู้ป่วย เธอนึกว่าคนของโรงพยาบาลไม่กล้าทําอะไรเธอ ถึงเวลาจะต้อง มีคนไปหาพิงกี้แน่นอน เธอไม่ต้องไปก้มหัวให้พิงกี้เอง หรอก

แต่ที่เธอไม่รู้คือ ในระหว่างที่เธอไม่รู้ตัว เธอได้ กลายเป็นตัวตลกและขี้ปากของพยาบาลไปแล้ว

มาลาตีมีชีวิตสุขสบายอยู่ไม่กี่วัน เธอที่นึกว่าตัว เองคิดแผนดีออกแล้วก็ถูกถีบลงไปจากสวรรค์

สองวันต่อมา มาลาตีที่ติดค้างค่ารักษามาหนึ่งวัน ได้รับใบแจ้งหนี้ที่พยาบาลเอามาให้เธอ นี่ยังถือว่าเห็น แก่หน้าของพิงกี้และเควินถึงได้มาเร่งล่าช้าหนึ่งวัน

ถ้าไม่ใช่เพราะสองท่านนี้ ในเวลาแรกที่ติดค้าง ค่ารักษาโรงพยาบาล มาลาตีก็ถูกเชิญออกไปจากโรง พยาบาลแล้ว

ครั้งนี้ พยาบาลที่รับผิดชอบดูแลห้องของมาลาตี ไม่ได้มา คนที่เอาใบแจ้งหนี้มาคือหัวหน้าของพยาบาล

เผชิญหน้ากับพยาบาลที่แข็งกร้าว สีหน้าของ มาลาตีดูแย่มาก แต่กลับไม่กล้าเหิมเกริมเหมือนก่อน หน้านั้นแล้ว คงจะเพราะรู้เหมือนกันว่าหัวหน้าพยาบาล ไม่ได้รังแกง่ายๆเหมือนพยาบาลที่ชื่อแนน
เธอตะโกนอย่างเปลืองแรงเปล่าๆ “ฉัน…ฉัน ไม่ใช่ว่าจะไม่จ่ายสักหน่อย คุณคิดว่าคนอย่างฉันยัง จะขัดสนแค่เงินไม่กี่แสนหรอ? ฉันก็แค่ให้พยาบาลของ พวกคุณโทรหาลูกสาวฉัน หรือว่าเรื่องแค่นี้ก็สั่งพวก คุณทำไม่ได้? ฉันพักอยู่ที่นี่ก็เท่ากับว่ามีงานให้พวกคุณ ทำ ให้พวกคุณมีรายได้ พวกคุณไม่รู้หรอ?”

หัวหน้าพยาบาลหมั่นไส้กิริยาของเธอ “คุณ มาลาตีคะ ถ้าวันนี้คุณยังไม่ชำระค่ารักษาโรงพยาบาล งั้นเราก็คงต้องย้ายคุณจากห้องV.I.Pไปที่ห้องผู้ป่วย รวม และหยุดยาทั้งหมดที่คุณใช้อยู่ตอนนี้ค่ะ ถึงแม้คุณ ทําให้พวกเราลําบากใจ แต่เราก็ไม่อยากทำให้มันเด็ด ขาดเกินไป ค่าห้องผู้ป่วยที่วันละไม่กี่ร้อยบาทฉันควัก เงินส่วนตัวของฉันมาจ่ายให้คุณก็ได้ค่ะ

คำพูดนี้ฟังดูเหมือนพูดอย่างเกรงใจ แต่แท้จริงแล้ว ล้วนแต่เป็นคำประชดทั้งนั้น

มาลาตีโมโหจนหน้าแดง แต่ก็หมดหนทางจริงๆ

“พวกคุณคอยดู ฉันจะโทรหาลูกสาวฉันเดี่ยว นี้เลย! เดี๋ยวลูกสาวฉันกับคุณเควินมา ฉันจะดูซิว่า พวกคุณจะทำยังไง?!” มาลาตีหยิบมือถือขึ้นมาอย่าง ภายนอกดูแข็งแกร่ง ภายในกลับอ่อนแอ แต่เธอแค่จิ้ม ตัวเลขไปมั่วๆ แล้วเอามือถือแนบไว้ที่ข้างหู

เสแสร้งแกล้งโทรไปสักพัก เธอก็พูดขึ้นมาว่า“เบอร์ของลูกสาวฉันโทรไม่ติด คุณช่วยฉันโทรหน่อย

.” หัวหน้าพยาบาลจนปัญญา จึงหยิบมือถือ ออกมาและโทรหาพิงกี้โดยตรง จากนั้นก็เอามือถือของ ตัวเองยื่นไปให้มาลาตี “ฉันได้โทรไปแล้วค่ะ คุณคุยกับ คุณพิงกี้เองเถอะ”

มาลาตี “ ครั้งนี้ มาลาตีถือว่าได้ขายหน้าไปหมดอย่างสิ้น

เชิงแล้ว


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ