คุณชายมาดเข้มกับคุณหนูสุดแสบ

บทที่480: ผมไม่เห็นด้วย!



บทที่480: ผมไม่เห็นด้วย!

น้ำหวานตื่นมากลางดึก ตอนแรกยังรู้สึก สะลึมสะลืออยู่ พอสายตาของเธอค่อยๆมองเห็นภาพ ของรอบๆอย่างชัดเจน ทันใดนั้นพบว่าตัวเองได้กลับ มาที่ห้องนอนเล็กๆของตัวเองแล้ว การประดับตกแต่ง ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่เธอชอบและคุ้นเคย

ความทรงจำของก่อนหน้านั้นเหมือนคลื่นน้ำซัด เข้ามาในสมอง

ถกเถียงกัน ทำสงครามเย็น สุดท้ายกลายมาเป็น พัวพันกันจนแยกจากกันไม่ได้……….

น้ำหวานหันไปมองข้างกาย แสงไฟของนอก หน้าต่างสาดส่องเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชาย ในยามค่ำคืนยิ่งทำให้ดูคมชัดมากยิ่งขึ้น เธอรู้สึกชอบ อย่างบอกไม่ถูก

ดุสิตนอนกอดเธอ มืออีกข้างวางทาบอยู่บนอก ของเธอ ทำให้เธอหายใจลำบาก เพราะเหตุนี้เธอถึงตื่น ขึ้นมา

ร่างกายยังมีความปวดเมื่อยที่หลังจากร่วมรักหลง เหลืออยู่อีกเช่นเคย สงครามของก่อนหน้านี้รุนแรงเกิน ไป เธอสามารถจินตนาการถึงบนตัวเธอต้องถูกผู้ชายที่ อยู่ข้างกายประทับร่องรอยไว้เยอะมากแน่นอน แต่ทุก ร่องรอยเป็นการพิสูจน์ว่าเขารักเธอ
ในความมืดมน น้าหวานเผยรอยยิ้มออกมาเล็ก น้อย ในใจรู้สึกสงบและมั่นคง

หลังจากที่ตื่นมากลางดึกรอบหนึ่ง น้ำหวานก็หลับ

ลึกมาก

หลับยาวจนถึงสิบเอ็ดโมงเช้าเลย หลังจากเธอตื่น ขึ้นมา ก็ได้ยินเสียงทอดอะไรสักอย่างดังมาจากห้อง ครัว เหมือนในกระทะมีน้ำกระเด็นอยู่ จากนั้นก็คือเสียง เซรามิคแตก

น้ำหวาน

ข้างกายไม่มีร่างเงาของดุสิตแล้ว รีบเปิดผ้าห่ม ออกและลุกขึ้นจากเตียง ไม่มีเวลามาสนใจเสื้อผ้า ยุ่งเหยิง เธอใส่รองเท้าเสร็จก็วิ่งไปที่ห้องครัวเลย

พอเดินเข้ามาดูในห้องครัวปุ๊บ ในห้องครัวเป็น เหตุการณ์ที่ประสบภัยพิบัติจริงๆซะด้วย

เขียงวางอยู่บนตู้ครัว ผักที่ยังหั่นไม่หมดวางอยู่ ด้านบน บนพื้นมีเซรามิคที่แตกอยู่เต็มพื้น น้ำและน้ำมัน เรี่ยราดอยู่บนพื้น ระหว่างสีเหลืองและสีแดงมีเปลือกไข่ สีดำปะปนอยู่ในนั้น พอดูออกว่าเป็นซุปไข่ใส่มะเขือเทศ ที่ไม่ถือว่าสำเร็จ
บนเตายังมีหม้อสแตนเลสใบหนึ่งไม่รู้กำลังต้ม อะไรอยู่ กำลังเดือดปุดๆมีไอร้อนผุดขึ้นมา

ในความเละเทะนี้ ดุสิตยืนอยู่อย่างทำอะไรไม่ถูก เหมือนค่อนข้างจะท้อใจ ดูเหมือนว่ากำลังคิดแผนรับมือ อยู่ แม้แต่เธอมาเขาก็ยังไม่รู้เลย

“เกิดอะไรขึ้นคะ?”น้ำหวานส่งเสียงออกมา ค่อน ข้างที่จะอดขำไม่ได้

“ทำไมคุณถึงตื่นมาแล้วล่ะ?” ดุสิตประหลาดใจ ก่อน หลังจากนึกได้ว่าตัวเองทำถ้วยแตกไปใบหนึ่ง ก็ รู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย “เดิมทีอยากทำบะหมี่ใส่ไข่ให้ คุณทาน คิดไม่ถึงว่าพอทำเสร็จกลับหล่นใส่พื้นซะงั้น”

“เกิดอะไรขึ้นคะ?”

“น้ำมันในกระทะกระเด็นใส่มือผม ผมถือถ้วยไว้ ไม่แน่นก็เลยทำแตกใส่พื้นเลย”

“มือคุณเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ?” น้ำหวาน กังวลใจแล้ว รีบดึงมือของดุสิตมา พบว่าในมือมีแค่จุด แดงๆไม่กี่จุด ทีนี้ถึงวางใจลง

ยังดีที่มือไม่ได้เป็นอะไรมาก

“ผมไม่เป็นไร แค่น้ำมันกระเด็นนิดหน่อยเฉยๆดุสิตถอนหายใจ “แค่ตกใจก็เลยทำถ้วยตก…..

ผลงานที่พยายามมาเกือบสองชั่วโมงก็พังไปหมด

พริบตา

เสียดายจริงๆ

“ยังมีบะหมี่อยู่ไม่ใช่เหรอคะ?” น้ำหวานยิ้มหวาน “ไหนฉันมาดูซิ”

เธอเดินอ้อมผ่านถ้วยเซรามิคที่แตกอยู่บนพื้น และ เดินมาดูหม้อที่อยู่บนเตา ทันใดนั้นก็เงียบกริบเลย

บะหมี่ในหม้อก็ไม่รู้ว่าต้มยังไง ถึงได้เละไม่เป็นเส้น แล้ว กินไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ

“บะหมี่อันนี้……ก็เหมือนจะแตกต่างกับที่คุณเคย ต้มให้” ดุสิตขมวดคิ้ว “ทำไมถึงเป็นแบบนี้?

“แล้วคุณต้มยังไงคะ? เป็นเพราะว่าต้มนานเกินไป หรือเปล่า?”

“ก็ไม่ได้นานเท่าไหร่หรอก แค่ประมาณสิบกว่า ยี่สิบนาทีมั้ง?” ดุสิตคิดๆดูแล้วพูดต่อ “ผมก็แค่เติมน้ำ เต็มหม้อ จากนั้นก็ใส่บะหมี่ลงไป แบบนี้ไม่ผิดมั้ง?”

เผชิญกับเรื่องสร้างสรรค์แปลกใหม่ที่ใช้น้ำเย็นต้มบะหมี่ น้ำหวานก็ไปต่อไม่ถูกเลย

ก็ต้องผิดอยู่แล้วน่ะสิ!

“คุณออกไปนั่งที่ข้างนอกเถอะ งานในห้องครัว มอบให้ฉันเอง ” น้ำหวานทั้งแสดงท่าทางดีงาม และรู้สึก ตลก เธอผลักดุสิตออกจากห้องครัว

แต่ว่าเธอก็เข้าใจได้ แต่ไหนแต่ไรดุสิตก็ถูกเลี้ยง มาแบบผู้ดี ไม่เคยเข้าห้องครัว ไม่เป็นเรื่องพวกนี้ก็ไม่ แปลกหรอก

เธอหยิบไม้กวาดและที่ตักขยะขึ้นมาอย่าง คล่องแคล่ว เก็บกวาดห้องครัวให้สะอาด และจัดการ เทบะหมี่ที่ทานไม่ได้ในหม้อทิ้ง เก็บกวาดห้องครัวเสร็จ จากนั้นก็เอาวัตถุดิบออกมาจากตู้เย็นทำโรตีใส่ไข่ให้ตัว เองและดุสิตทาน กะว่าจะทานพร้อมกับกาแฟ

นั่งอยู่บนโต๊ะอาหาร น้ำหวานรู้สึกได้ว่าดุสิตยัง อารมณ์ไม่ค่อยดี ทันใดนั้นแววตาเธออมยิ้ม และพูด อย่างอ่อนโยน “ดุสิต ขอบคุณที่คุณทำอาหารเช้าให้ ฉันนะคะ น้ำใจของคุณฉันได้รับแล้วค่ะ ที่นี่มีความสุข มาก!”

มือของเธอชี้ไปที่ตรงหัวใจ แววตาเต็มไปด้วย

ความรื่นรมย์
“มีความสุขจริงอ่ะ?”

“อืม” น้ำหวานพยักหน้า “ล้มเหลวก็ไม่เป็นไรนี่คะ เรื่องบางเรื่องไม่แคร์หรอกว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง ขอแค่ มีใจก็พอแล้วค่ะ อีกอย่างแต่ละคนมีด้านที่เก่งไม่เหมือน กัน ต่อไปคุณทำเรื่องที่คุณถนัด ฉันทำเรื่องที่ฉันถนัด จะดีแค่ไหนเชียว ”

“มันก็ใช่” ที่นี้ใบหน้าของดุสิตถึงได้เผยรอยยิ้ม ออกมา

ปัญหาของก่อนหน้านั้นราวกับว่าได้ละลายหายไป แล้ว การเข้าหากันของทั้งคู่ได้กลายมาเป็นเข้ากันได้ อีกอย่างลงตัว แม้กระทั่ง ความตื่นเต้นที่แฝงมากับเรื่อง ของตระกูภักดีวัฒนากุลกับองค์กรSCก็จางหายไปแล้ว

ดุสิตไม่บอกว่าจะไป น้ำหวานก็ไม่มีทางเปิดปาก ไล่เขาอยู่แล้ว

ทั้งคู่อยู่ในห้องเล็กๆนี้มาสามวันเต็มๆ ใช้ชีวิต เหมือนสามีภรรยากัน ยังเป็นเพราะเควินโทรมา น้ำ หวานจึงต้องออกไปเที่ยวหนึ่ง ทั้งสองถึงจากไปจาก ห้องเล็กๆน้

เควินให้น้ำหวานไปเพราะว่าต้องการไปให้ความ ร่วมมือในการตรวจสอบ จุดนี้ดุสิตรู้ดี ก็เพราะรู้ดี หลัง จากน้ำหวานออกไป เขาก็ได้กลับบ้านภักดีวัฒนากุล
เพิ่งกลับมาถึงบ้านภักดีวัฒนากุล คุณหญิงดวงใจที่ รู้ว่าเขาจะกลับมาก็ได้นั่งอยู่บนโซฟาเรียกเขาเอาไว้

“ดุสิต เรามาคุยกันหน่อย

“แม่มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?” ดุสิตปลดกระดุม เสื้อเชิ้ตเม็ดด้านบนสุดออก และนั่งลงที่โซฟา

“ระหว่างลูกกับน้ำหวาน จะจัดการยังไงกันแน่?”

ดุสิตอึ้ง “ยังจะจัดการยังไงได้ล่ะครับ?”

“ความหมายของแม่คือ ลูกกับเธอจะเลิกกันเมื่อ ไหร่ ถ้าเลิกกันแล้ว แม่จะได้ช่วยลูกเลือกผู้หญิงที่ฐานะ ไม่เลว สถานการณ์ของตระกูลเราในตอนนี้ ….. คุณหญิงดวงใจหยุดไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดอย่าง แข็งกร้าว “ไม่ว่าจะยังไง แต่งกับผู้หญิงที่สามารถช่วย ลูกได้ยังไงก็ดีกว่าแต่งกับยัยน้ำหวานคนนั้น ถูกไหม? ก่อนหน้านั้นแม่ก็รู้สึกแล้วว่าเธอสร้างความเดือดร้อนให้ ลูก ตอนนี้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมาอีก แม่ไม่ยอมให้เธอมา เป็นลูกสะใภ้ของตระกูลเราเด็ดขาด”

“แม่ครับ นี่แม่คิดแบบนี้ได้ยังไงครับ?” สีหน้าของ ดุสิตร้อนรนใจ “ก่อนหน้านั้นผมก็เคยบอกแม่แล้วว่าผม กับน้ำหวานเรารักกันด้วยความใจจริง ต่อไปจะแต่งงาน สร้างรรอบครัวด้วยกัน แม่เคยรับปากผมแล้วไม่ใช่เหรอ ครับว่าต่อไปจะไม่มาก้าวก่ายการตัดสินใจของผม?”
“เมื่อก่อนแม่รับปากก็จริง นั่นเป็นเพราะว่าลูกไม่มี คนรักสักที แม่กลัวลูกยังคิดถึงซินดี้นังแพศยาคนนั้น ตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้ว ลูกเดินออกมาจากซินดี้ได้แล้ว แต่น้ำหวานก็เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมาอีก ลูกยังมีหน้ายืน หยัดต่อได้ยังไง?”

“ทําไมจะยืนหยัดไม่ได้ครับ? น้ำหวานไม่ได้ทำ อะไรผิดสักหน่อย เธอเป็นผู้บริสุทธิ์ เธอเป็นผู้เสีย หายนะครับ!”

“ไม่ว่าเธอจะเป็นผู้เสียหายที่บริสุทธิ์ใจหรือไม่ ยัง ไงซะเธอก็ไม่ขาวสะอาดแล้ว และไม่คู่ควรมาเป็นลูก สะใภ้ของตระกูลเราด้วย! สองสามวันนี้ลูกยังไปพัวพัน อยู่กับเธอแม่ก็ไม่คิดบัญชีกับลูกแล้ว แต่ในเมื่อลูกกลับ มาแล้ว ต่อไปก็ห้ามไปพบเธออีก!”

คุณหญิงดวงใจลุกขึ้น มองดูดุสิตที่เห็นได้ชัดว่าฟัง คำพูดเธอไม่เข้า เธอก็ได้เติมพริกเติมเกลือเข้าไปอีก “ลูกก็ได้เห็นรูปถ่ายพวกนั้นแล้วว่ามันบัดสีบัดเถลิงมาก แค่ไหน นี่ลูกไม่แคร์จริงๆหรือไง?ไม่พูดอย่างอื่น แม้แต่ พ่อและพี่ชายของลูกก็เห็นรูปถ่ายที่น้ำหวานไม่ใส่ เสื้อผ้าแล้ว ถึงเพื่อหน้าตาของตระกูลเรา ลูกก็แต่งงาน กับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้แล้ว!”

บนโลกใบนี้ก็แบบนี้แหละ

ผู้หญิงคือผู้เสียหาย แต่คำวิพากวิจารณ์และความคิดเห็นของผู้คนทำร้ายผู้เสียหายมากยิ่งกว่าอย่างอื่น

ผู้ชายนอกใจเรียกว่ามีเสน่ห์ ผู้หญิงนอกใจเรียกว่า สำส่อน ผู้ชายถูกข่มขืนเรียกว่าหนี้ดอกท้อ ผู้หญิงถูก ข่มขืน คนอื่นจะถามคุณว่า “นี่คุณยังมีหน้ามีชีวิตอยู่ต่อ หรอ?”

คุณหญิงดวงใจรู้ว่านี่มันไม่ยุติธรรมเลย แต่เธอก็ เป็นคนที่ยกเลิกประเพณีที่ยึดถือปฏิบัติกันอยู่ในสังคม ไม่ได้ ทนดูผู้หญิงอย่างนี้มาเป็นลูกสะใภ้ของตัวเองไม่ ได้

นึกถึงรูปถ่ายพวกนั้น และสายตาที่เยาะเย้ยของพี่ ชาย(ลูกพี่ลูกน้อง) ดุสิตรู้สึกลังเลและนึกเสียใจทีหลัง แต่ว่า……..ไม่นานแววตาของเขาก็กลายมาเป็นแน่วแน่ ขึ้นมา

“แม่ครับ ผมไม่มีทางเลิกกับน้ำหวานครับ นี่เป็น คำมั่นสัญญาที่ผมเคยให้ไว้กับเธอ”

“คำมั่นสัญญามันกินได้เหรอ? ลูกก็รู้ว่าตอนนี้ ตระกูลเราสถานการณ์เป็นยังไงบ้าง ถ้าลูกแต่งงานกับ ผู้หญิงที่มีความสามารถ ต่อไปถึงแม่กับพ่อจะไม่อยู่ แล้ว ก็จะมีคนปกป้องลูก ลูกเข้าใจมั้ย? ที่พ่อกับแม่ทำ ก็เพราะหวังดีกับลูกทั้งนั้น! ส่วนทางฝั่งของน้ำหวาน เธอสนิทกับพิงกี้ก็จริง แต่เควินไม่ใช่คนที่เห็นแก่ความ สัมพันธ์ส่วนตัวเลย ลูกก็รู้อยู่ น้ำหวานเองยังยากที่จะเอาตัวรอด ลูกอยากอาศัยน้ำหวานเป็นกลางช่วยลูกล่ะ ก็ ไว้วางใจไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!

“แต่ว่า………

“ไม่มีแต่ว่าอะไรทั้งนั้น! นี่คือความหมายของแม่ และเป็นความหมายของคุณพ่อเหมือนกัน ลูกลองคิดดู ดีๆ ”

พอพูดจบ คุณหญิงดวงใจก็หันหลังจากไป

เหลือไว้แต่ดุสิตยืนอยู่ในห้องโถง มองดูร่างเงาของ เธออยู่ตั้งนานก็พูดอะไรไม่ออก


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ