คุณชายมาดเข้มกับคุณหนูสุดแสบ

บทที่297 เจ้านายจะกลับมาแล้ว



บทที่297 เจ้านายจะกลับมาแล้ว

ยายสมศรีอึ้งไปสักครู่ สายตาเธอกำลังลังเลและ กำลังสู้กับความคิดของตัวเอง

ลิสายิ้มอย่างประชด แล้วขู่ด้วยเสียงเบาว่า “ฉันจะ บอกยายให้นะ ตอนนี้พิงกี้ต้องเกลียดยายเข้าไส้แล้ว แน่ๆ ถึงยายอยากจะชดเชยยังไง ยายก็ไม่มีโอกาสแล้ว! อนาคตยายแก่แล้วยังต้องให้ฉันดูแลด้วยซ้ำ!

“แต่ แต่ว่า…..

“คุณยายค่ะ คุณยายรีบลุกขึ้นมาสิคะ คุณยายต้อง ดูแลร่างกายให้ดีๆนะคะ! พิงกี้ก็เกิดเรื่องแล้ว ถ้าหากยาย ยังมาเกิดเรื่องอีก จะให้หนูเป็นห่วงแทบตายเลยรึไงกัน คะ?”

“โอเค ยายลุกขึ้นมา……” ทันใดนั้น ลิสาพยุงตัว ยายสมศรีขึ้นมา

คำพูดที่อยากจะบอกกับตำรวจเมื่อกี้ ไม่มีความกล้าที่ จะพูดออกมาอีกแล้ว

ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของพิงกี้หมด แต่เธอกลับไม่รู้ สึกปวดใจเลย

อาจจะเป็นเพราะไม่ได้คาดหวังอะไรตั้งนานแล้ว
ตำรวจมาแล้ว ลิสาก็ไม่มีทางที่จะขวางประตูรถเอาไว้ เพราะเธอยังต้องแสดงเป็นพี่สาวที่แสนดีอีก

พิงกี้ก็ไม่สนว่าตำรวจพวกนี้เป็นคนของลิสาหรือไม่

คำพูดที่ควรพูด ยังไงเธอก็ต้องพูดออกมา

มองไปรอบๆ เห็นไม่มีคนสนใจที่ตัวเอง พิงกี้เดิน ไปตรงหน้าของตำรวจที่ยืนอยู่หัวมุม ดูจากหน้าตาแล้ว เหมือนเป็นคนนิสัยดี และมองไปที่ป้ายชื่อบนหน้าอกเขา แล้วถามว่า “หวัดดีค่ะ คุณคือสารวัตก้องใช่มั้ยคะ?”

“ผมไม่ใช่สารวัดหรอกครับ เป็นแค่ตำรวจธรรมดา เท่านั้นเองครับ” ตำรวจที่ชื่อก้องคนนี้อายุยังน้อย ดูแล้ว น่าจะอายุประมาณยี่สิบต้นๆ น่าจะเพิ่งเข้าทำงานตำรวจ ถูกพิงกี้ถามแบบนี้แล้วเขาผายมือปฏิเสธรัวๆ ท่าทียังถือว่า โอเค

ปฎิกิริยาที่ละอ่อนของเขา ทำให้พิงกี้สบายใจขึ้น

เยอะเลย

“เมื่อกี้สองคนนั้นได้บอกสถานการณ์ให้พวกคุณแล้ว แต่ฉันก็มีสถานการณ์จะบอก คุณจะยอมฟังฉัน และเขียน ปากคำเอาไว้มั้ย?”

“ได้ครับ คุณพูดมาสิ” ตำรวจก้องพูด
“อันดับแรก วันนี้ที่ฉันมาที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ก็ เพราะว่าเริ่มแรกฉันหาคนใช้ที่ดูแลลูกชายฉันไม่เจอ ตอน ที่กำลังใจร้อนอยู่ก็ได้รับสายจากลิสาบอกว่าลูกชายฉัน อยู่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ฉันก็เลยรีบมาถึงที่นี่ ถ้ากล้อง วงจรปิดของโรงพยาบาลกับลานจอดรถชั้นใต้ดินไม่ได้ เสียล่ะก็ สามารถพิสูจน์คำพูดของฉันได้ค่ะ”

“เมื่อกี้ พี่สาวคุณบอกว่าแค่ล้อเล่นกับคุณ แต่คุณ จริงจังเกินไป……

“ล้อเล่นถึงกับต้องวางยาสลบให้คนใช้สลบไปและ ทิ้งเธอไว้ที่หน้าลิฟท์ แล้วแย่งตัวลูกชายฉันไปอย่างงั้น หรือ?”

คํารวจก้องส่ายหัว

พิงกี้พูดอย่างใจเย็น “อีกอย่าง ยายสมศรีเป็นคนส่ง เด็กไปให้ลิสาที่ๆนั่งข้างคนขับ หลังจากนั้นเป็นเพราะฉัน เปิดประตูรถที่นั่งข้างคนขับไม่ได้ ถึงได้ไปที่ๆนั่งคนขับ เพื่ออยากจะแย่งลูกชายฉันคืน และที่รถพุ่งไปข้างหน้า ก็ เป็นเพราะว่าลิสาเอาล่มไปทิ่มที่คันเร่งไว้ค่ะ”

ตำรวจก้องมีสายตาที่ประหลาดใจ กำลังจะพูดอะไร บางอย่าง ทันใดนั้นเสียงที่แหลมปรี๊ดได้ดังขึ้น
ลิสาที่รู้ตัวความเคลื่อนไหวของพิงกี้ได้พุ่งเข้ามา และจับแขนของพิงกี้ไว้อย่างแรง แล้วถามว่า “พิงกี้ น้อง กำลังพูดจามั่วชั่วอะไรอยู่? น้องทำผิดเองก็พอแล้ว ทำไม ต้องดึงพี่กับคุณยายไปเกี่ยวด้วย?

เล็บยาวๆของลิสา ได้ทิ่มเข้าไปที่เนื้อของพิงกี้ ทำให้ เธอเจ็บจนสีหน้าเปลี่ยนไป แต่ว่า คำนึงถึงน้องแอ๊ปเปิ้ลที่ อยู่ในอ้อมกอด เธอทำได้เพียงขัดขืนเบาๆ

“เธอไสหัวไปเลยนะ!

ณ เวลาที่พิงกี้จะขอความช่วยเหลือจากตำรวจก้อง เสียงโมโหได้ดังขึ้น

ร่างกายที่กำยำพุ่งเข้ามาอย่างไว และทุบที่แขนของ ลิสาอย่างแรง หลังจากที่ลิสาเจ็บและปล่อยแขนของพิงกี้ ออก คนที่มาได้ถีบเธออย่างแรง จนเธอล้มลงไปที่พื้น

พิงกี้เห็นหน้าคนที่มาอย่างชัดเจนแล้ว ทั้งตกใจและ ดีใจ “คุณเตชิต!

“คุณไม่ต้องพูดอะไร! เตชิตมายืนอยู่ข้างหน้า ของพิงกี้ และมองตำรวจก้องด้วยสายตาโมโห “กล้า แตะ……….เพื่อนฉัน เดี๋ยวมาคิดบัญชีกับแก!”
ตำรวจก้อง “

มองดูสมุดที่ตัวเองเขียนเนื้อหาเอาไว้ ตำรวจก้อง รู้สึกน้อยใจ เขาไม่ใช่ฝ่ายคนเลวสักหน่อย

มีเตชิตอยู่ด้วย ลิสาก็ไม่กล้าสามหาวอีก

อาศัยจังหวะที่เตชิตยังไม่ได้สังเกตุเธอ เธอจึงรีบ หลบไปไกลๆด้วยความระมัดระวัง ไปหลบอยู่ที่ข้างหลัง ของบอดี้การ์ดไว้ ถึงได้รู้สึกปลอดภัยหน่อย ส่วนยาย สมศรีก็รีบไปหลบอยู่ข้างกายของลิสา

เตชิตคิดไม่ถึงเลยแม้แต่น้อยว่าตัวเองจะมีพลานุภาพ แรงขนาดนี้ และถึงกับสามารถข่มขวัญคนเลวๆพวกนี้ได้

หลงจากขู่คนพวกนี้เสร็จ เขาหันไปมองพิงกี้ที่อยู่ ด้านหลัง

จูงมือเธอเดินไปที่เงียบๆ เขาจ้องมองแผลที่ลิสา ทําร้ายเธอด้วยสายตาสงสาร แล้วขมวดคิ้วถามเธอ คุณ ยังโอเคมั้ย? ตอนคุยโทรศัพท์ไม่ได้พูดสถานการณ์ให้ ชัดเจน ตอนนี้มันยังไงกันแน่?

เมื่อกี้พิงกี้ยังเข้มแข็งและใจเย็น เจอเรื่องแล้ว พยายามไม่ให้ตัวเองตื่นตระหนก แต่ตอนนี้เตชิตมาแล้วเห็นเขาขวางอยู่ที่ข้างหน้าเพื่อปกป้องตัวเองด้วยพลา ภาพ ทันใดนั้นเธอน้ำตาเธอแทบจะไหลออกมา

กระพริบตากลั้นน้ำตาเอาไว้ เธอพยายามเล่าเรื่อง

ทั้งหมดอีกรอบนึงด้วยเสียงที่ปกติ

ยังมีเรื่องสำคัญเรื่องนึงที่ต้องบอก “คุณเตชิต ตั้งแต่ เกิดเรื่องไม่นานหยาดทิพย์ก็ถูกพาตัวไป ฉันคิดว่าเรื่อง นี้มันต้องมีเงื่อนงำ! และวิธีที่จะสามารถล้างความผิดให้ ฉัน หาตัวหยาดทิพย์ให้เจอคือจุดสำคัญ! เรื่องนี้มันต้อง เกี่ยวข้องกับลิสาแน่นอน คุณยังจำคำพูดที่หยาดทิพย์พูด กับเราในก่อนหน้านี้ได้มั้ยคะ?

“อะไร?”

“ตอนที่ยายสมศรีผ่าตัดครั้งนั้นไงคะ ตอนที่เราอยู่ ที่หน้าประตูโรงพยาบาลพอกำลังจะจากไป หยาดทิพย์ รีบวิ่งเข้ามาหาบอกว่าตระกูลดำรงกูลกับลิสาจะทำร้าย เธอ.……..” 33

“ทำไมผมจำเรื่องนี้ไม่ได้เลย

เตชิตขมวดคิ้วพยายามนึก แต่พิงกี้กลับอึ้งไปเลย

สมองเธอเบลอไปแล้ว
ตอนนั้นคนที่อยู่ข้างกายเธอเป็นเควินแท้ๆ ไม่ใช่เต ชิตสักหน่อย เขาก็ต้องไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว และเธอได้อธิบาย ใหม่อีกครั้ง ครั้งนี้เตชิตถึงได้เข้าใจความหมายที่พิงกี้ อยากจะพูด

“ความหมายของคุณก็คือ ที่หยาดทิพย์ถูกรถชนจน บาดเจ็บในครั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นฝีมือ ของลิสากับตระกูลดำรงกูลใช่มั้ย? “เขาถาม

“ใช่ค่ะ!” พิงกี้พยักหน้า “ฉันสังหรณ์ใจว่า ขอแค่หา หยาดทิพย์ให้เจอ ก็สามารถหาเบาะแสเจอค่ะ!”

“คุณวางใจได้ ปล่อยให้ผมจัดการเอง” เตชิตตบที่ ไหล่พิงกี้เบาๆ

มีเตชิตอยู่ด้วย พิงกี้ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นเยอะ

เธอมองดูเขาพูดคุยกับตำรวจ กำลังเคลียร์เรื่องกัน อยู่ แป๊บเดียวก็ตกลงกันได้แล้ว

เตชิตเดินมาหาเธอ “คุณพาแอ๊ปเปิ้ลกลับบ้านไป ก่อน เพราะเรื่องยังเคลียร์ไม่จบ ช่วงนี้คุณไม่สามารถออก ไปจากเมืองหลวง แต่นี่ก็ไม่ใช่ข้อจำกัดที่น่ากลัวอะไร คุณ ไม่ต้องเอามาใส่ใจหรอก เรื่องอื่นปล่อยให้ผมจัดการก็พอ คุณไม่ต้องมีความกดดันอะไร ดูแลตัวเองกับน้องแอ๊ปเปิ้ลให้ดีก็พอนะ”

เห็นได้ยากจริงๆ ปกติเตชิตเป็นคนตลกเฮฮา วันนี้ดู แล้วช่างเป็นคนที่พึ่งพาได้และจริงจังเอาการเอางานแฮะ

“ค่ะ” พิงกี้พยักหน้า

เธอก็ไม่มีธุระที่จะต้องออกเดินทางไกลอยู่แล้ว เธอ

ไม่กลัวหรอก

ขึ้นรถที่เตชิตจัดเตรียมเอาไว้ให้ พิงกี้อุ้มน้อง แอ๊ปเปิ้ลไว้แล้วไปจากโรงพยาบาล สำหรับงาน ศพ “ของเควิน เธอไปไม่ได้อีกแล้ว เธอไม่มีอารมณ์ที่จะ ไปเป็นพิธีด้วยซ้ำ

นั่งอยู่ในรถ พิงกี้มองดูหน้าตาที่เริ่มเห็นได้ชัดขึ้น เริ่ม ดูเค้าโครงที่คล้ายกับเควินของน้องแอ๊ปเปิ้ล ทันใดนั้น น้ำตาแทบจะไหลออกมา

เควิน……

เมื่อไหร่เขาถึงจะสามารถกลับมา

เธอต้องเผชิญหน้ากับเรื่องมากมายนี้ด้วยตัวคนเดียว แทบจะทนไม่ไหวแล้วจริงๆ
ยังดีที่เธอยังมีเตชิตปกป้องอยู่ข้างกายเธอ แต่การ ที่เป็นผู้หญิงคนนึง เธอก็หวังจากใจจริงอยากให้คนที่อยู่ ข้างกายเธอคนนั้นเป็นสามีที่ใกล้ชิดที่สุดของเธอ ไม่ต้อง ไปรบกวนเพื่อนที่เธอไม่สามารถจะให้ความรักแก่เขาคน นั้นได้ ความรู้สึกที่ติดค้างคนอื่นแต่กลับไม่มีทางเลือกที่ ยังจะต้องไปติดค้างเขาอีกแบบนี้ ทำให้เธอไม่สบายใจ จริงๆ

กลับถึงL.K.Crystal วิลล่าแล้ว พิงกี้ถึงรู้ตัวว่าตัว เองลืมป้าเฉินไว้ที่โรงพยาบาลซะแล้ว

แต่พอนึกย้อนความเป็นมาของเรื่องทั้งหมดนี้ คิด อย่างชัดเจนกับบทบาทของป้าเฉินในเรื่องนี้แล้ว ไม่ว่า เธอจะเป็นคนนิสัยดีแค่ไหน ก็ไม่สามารถขัดขวางความไม่ พอใจที่มีต่อป้าเฉินได้

ยิ่งไปกว่านั้น เธอเป็นคนนิสัยใจร้อนอยู่แล้ว

ป้าเฉินคิดว่าตัวเองมาพูดด้วยความหวังดี ช่วงนี้พูด อยู่ข้างหูเธอตลอดว่าให้เธอกับยายสมศรี ลืมเรื่องใน อดีต “แล้วคืนดีกันซะ แต่ความหวังดีมันเป็นการทำเรื่องดี จริงๆหรือ?
บางเวลา ความหวังดีแบบนี้อาจถูกคนที่ไม่หวังดี หลอกใช้ได้ง่ายๆ!

ป้าเฉินก็เป็นคนที่เกษียณจากหน่วยสืบลับ สิ่ง แวดล้อมที่เธออยู่ไม่มีทางที่จะมีแต่ความสงบสุขตลอด เวลา ถึงได้มองเรื่องนี้ไม่ออก น่าผิดหวังจริงๆ! ปกติเธอ มักจะเคารพป้าเฉินเหมือนผู้ใหญ่คนนึง คิดไม่ถึงว่าเธอถึง ได้กล้าชนิ้วบงการเรื่องของตัวเอง เสือกไม่เข้าเรื่องจริงๆ

เอาน้องแอ๊ปเปิ้ลให้พยาบาลที่ดูแลเขาโดยเฉพาะ พิงกี้อ้างว่าจะกลับไปพักผ่อนที่ห้องตัวเอง แล้วแอบไปดู พายุ

“คุณพิงกี้ครับ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือครับ?” เห็นพิงกี้มีสีหน้ากลุ้มใจ พายุก็รู้สึกท่าไม่ดีแล้ว คุณเควินจะสามารถกลับมาได้เมื่อไหร่?” พิงกี้ถาม

ตรงๆ

คำถามนี้ เธอถามไม่รู้กี่รอบแล้ว แต่คำตอบที่ได้รับ ทำให้เธอผิดหวังทุกครั้ง จริงๆแล้วครั้วนี้เธอก็ไม่ได้ตั้ง ความอะไรเลย

แต่แววตาของพายุกลับเปล่งประกายขึ้นมาทันที “ถ้าหากทุกอย่างราบรื่น ไม่นานเจ้านายก็กลับมาแล้วครับ!

“จริงหรือ?” พิงกี้แทบไม่อยากเชื่อ

“ใช่ครับ นี่เป็นเรื่องจริงครับ!” หลังจากตื่นเต้นแล้ว แววตาของพายุได้กลับมามืดมนอีก “เจ้านายกลับมา ครั้งนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถเอาอัฐิของพี่ชายผมกลับมาได้ เปล่า”

พิงกี้ก็รู้สึกสลดใจ และถอนหายใจลึกๆ “ขอแสดง ความเสียใจด้วยนะ

แต่ว่า เควินจะกลับมาแล้ว ช่างเป็นข่าวดีจริงๆ


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ