คุณชายมาดเข้มกับคุณหนูสุดแสบ

บทที่546: ทำไม ไม่ให้เอาเหรอ?



บทที่546: ทำไม ไม่ให้เอาเหรอ?

พิงกี้ตัดสินใจทำเป็นว่าตัวเองสมองบกพร่อง ลืมไปว่าตัวเองยังมีเพื่อนรักทั้งคนอยู่ที่ห้องรับรอง

อืม………เอาตามนี้แหละ

พรุ่งนี้น้ำหวานต้องนั่งรถไฟความเร็วสูง กลับไป เอากระเป๋าสัมภาระคงไม่ทันแน่นอน แต่ว่า นี่ไม่ใช่ เรื่องสำคัญแล้ว

ไม่เห็นน้ำหวานมาพร้อมพิงกี้ เควินได้ถามขึ้น ว่า “เพื่อนของคุณไม่กลับพร้อมพวกเราเหรอ? พรุ่ง นี้เธอต้องนั่งรถไฟความเร็วสูงกลับแต่เช้าไม่ใช่เห รอ?”

สำหรับเพื่อนของพิงกี้ เควินรักษาระยะห่าง แบบนี้ไว้ตลอด มากสุดก็แค่ตอนที่พิงกี้ขอให้เขา ช่วยเหลือ เขาพยายามสุดความสามารถในการช่วย เหลือกว่าคนอื่นแค่นั้นเอง

ส่วนทำไมเขาถึงจำเรื่องที่น้ำหวานจะนั่งรถไฟ ความเร็วสูงกลับพรุ่งนี้เช้าได้น่ะเหรอ……….

เขาจะบอกว่า เพราะน้ำหวานยึดใช้พิงกี้เป็น เวลานานเกินไป และรบกวนชีวิตคู่ของเขา เขาไม่ ได้ออกกำลังกายบนเตียงกับสาวน้อยตัวเองมาหลายคืนแล้ว

พิงกี้รื่นรมย์มาก เดินไปใกล้เควินแล้วพูด กระซิบ “เมื่อกี้ฉันเห็นเตชิตเข้าไปใกล้น้ำหวาน ด้วย คืนนนี้ไม่แน่อาจจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา หน่อยก็ได้ ฉันก็เลยไม่อยากรบกวนพวกเขาแล้ว ฮิฮิ…….………….”

พิงกี้หัวเราะได้อย่างเจ้าเล่ห์ เควินกลับจน

ปัญญา

ในฐานะที่เป็นผู้ชายแมนทั้งแท่ง เขามีความคิด นี้มาในใจอย่างควบคุมไม่ได้ เธอดีใจขนาดนี้ ได้ ถามความคิดเห็นของเตชิตหรือยัง?

แต่ว่าเขาไม่คิดที่จะเตือนหรอก

พิงกี้กับเควินขึ้นรถ ไม่นานก็ไปจากเนเวอร์

แลนด์

ตอนที่ขับออกมาจากเนเวอร์แลนด์ได้ประมาณ สิบกว่าจะยี่สิบนาที เตชิตที่กระหืดกระหอบได้โทร มา “พิงกี้ คุณลืมอะไรไปรึเปล่า? ทำไมคุณถึงมี ความสามารถเก่งกาจขนาดนี้ น้ำหวานที่น้ำหนัก เกือบห้าสิบกิโล ยังไงก็ต้องกินพื้นที่หนึ่งถึงสองตารางเมตรอยู่ คุณจะลืมก็ลืมไปได้เฉยเลยเหรอ?”

พิงกี้แกล้งส่งเสียงตกใจออกมาแล้วพูดว่า “อุ๊ย ก็ตอนที่ฉันจะเข้าไปเรียกน้ำหวาน เห็นคุณอยู่ใกล้ เธอมาก รู้สึกเหมือน ฮ่มๆ……ฉันกลัวจะไปรบกวน พวกคุณ ก็เลยกลับบ้านเองก่อนไงคะ”

“คุณคิดว่าผมเต็มใจที่จะเข้าใกล้เธอหรอ? เธอ เมาเละเทะจนอ้วกใส่ตัวเอง เหม็นอย่างกับห้องน้ำ สาธารณะที่ไม่ได้ล้างมา50ปี ผมถอดเสื้อผ้าให้เธอ เพื่อไม่ให้เธอต้องเหม็นตายเพราะกลิ่นอ้วกตัวเอง ต่างหาก” เตชิตมีความกล้ำกลืนที่พูดจนปากฉีกก็ ไม่มีคนเชื่อ “ผมจะบอกคุณนะ ผมกับเธอไม่ได้มี อะไรกันจริงๆ! ”

“อ๋อ……..ที่แท้คุณยังแก้ผ้าเธอด้วย หรอ…..

เตชิต “ ……เย็ดแม่ง ยิ่งพูดยิ่งเข้าใจไปผิด กันไปใหญ่แล้ว คุณให้คนมารับเธอกลับเถอะ!”

“ฉันขี้เกียจสนใจแล้ว คุณจัดการเองเถอะ” พิงกี้พยายามดัดแปลงให้ตัวเองเป็นสาวเหี้ย “ก่อน หน้านั้นน้ำหวานก็อยู่บ้านคุณมานานขนาดนี้ ก็น่าจะ มีมิตรภาพอยู่บ้าง คุณส่งเธอกลับบ้านหน่อยไม่ได้เหรอคะ?”

“ผมจะส่งเธอกลับบ้านยังไง คืนนี้ผมไม่กลับ บ้านสักหน่อย ผมเป็นชายโสดจะนอนที่ไหนก็ได้ ผม ขี้เกียจทรมานร่างกายตัวเอง” เตชิตจะบ้าตายอยู่ แล้ว

เขามีห้องนอนส่วนตัวอยู่ที่เนเวอร์แลนด์ นอน ที่นั่นคืนหนึ่งก็โอเคแล้ว เขาเองก็ขี้เกียจขับรถกลับ บ้าน ถึงสามารถเรียกคนขับมาขับให้ก็ได้ แต่นั่งรถ มันก็เหนื่อยเหมือนกันนี่น่ะ

แต่ว่า พอมีน้ำหวานมาเพิ่มอีกคนก็ยุ่งยากแล้ว

เขาอยากพูดกับพิงกี้อีกสักสองสามคำ ให้คน มาเอาตัวน้ำหวานไป แต่พอพยายามพูดกับพิงกี้อีก กลับพบว่าพิงกี้ได้วางสายไปอย่างใจจืดใจดำแล้ว

เบิกตากว้างมองหน้าจอมือถืออย่างไม่อยากจะ เชื่อ เตชิตรู้สึกโลกใบนี้เต็มไปด้วยเจตนาร้าย

เขาใช่ว่าจะไม่รู้พิงกี้อยากจับคู่ให้เขากับ น้ำหวานมาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมาพิงกี้ไม่ได้ แสดงออกมาอย่างเห็นได้เจนขนาดนี้ แต่วัน นี้………พฤติกรรมของเธอทำให้เขาเสียใจจริงๆ
ถึงเธอไม่ยอมรับเขา ไม่ยอมรับสิ แต่ทำไมดัน ยังต้องยัดเยียดผู้หญิงมาที่ข้างกายเขาด้วย?

เตชิตถีบโซฟาที่น้ำหวานนอนอยู่อย่างหดหู่ “เฮ้ย ยัยบ๊อง รีบตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้ ได้ยินหรือเปล่า? แล้วลุกขึ้นมาเองด้วย ผมขี้เกียจแบกคุณ!”

ถีบไปสองที น้ำหวานไม่มีปฎิกิริยาตอบโต้

เตชิตร้อง“อ๊าๆๆๆๆ และกุมศีรษะด้วยความ หงุดหงิด รู้สึกจากใจว่าเขาได้จากภูเขาไฟที่ดับ แล้วกลายเป็นภูเขาไฟที่คุกรุ่น ลาวาที่พ่นออกมา จากภูเขาไฟใกล้จะเผาจนตาและหัวใจของเขาแดง

ร้อนรนใจและหงุดหงิดที่สุด!

เขามองน้ำหวานที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อย่างเย็นชา ทีหนึ่ง จู่ๆหันหลังอย่างกระทันหันและเดินออกไป จากห้องรับรอง

ประตูถูกเขากระแทกจนเสียงดังสนั่น

นําหวานไม่มีปฏิกิยาใดๆอีกเช่นเคย เธอหลับลึกมาก
ในห้องยังคงมีเสียงเพลงดังอยู่ หน้าจอเดี่ยวมืด เดี่ยวสว่าง นอกเหนือจากนี้ ไฟของห้องปิดไว้หมด

ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่ ประตูของห้องถูกผลัก

ผู้ชายที่สวมใส่ชุดพนักงานเดินเข้ามาเปิดไฟ ตอนที่เห็นบนโซฟายังมีคนนอนอยู่คนหนึ่ง เขามี สีหน้าอึ้งอย่างเห็นได้ชัด มาเที่ยวที่เนเวอร์แลนด์ สุดท้ายเอาตัวเองทิ้งไว้ที่นี่ก็เห็นอยู่เป็นประจำ ไม่ นานพนักงานก็เก็บสีหน้าตะลึงไว้

เดินมาที่ข้างกายของน้ำหวาน เขาก้มลงมา เรียกเธอ “คุณครับ ตื่นหน่อยครับ”

น้ำหวานถูกปลุกจนสะลึมสะลือจะตื่นขึ้นมา แต่ ยังไงก็ตื่นไม่ขึ้นมาสักที เธอโบกมือไปมา จากนั้นก็ พลิกตัวหลับต่อ

พนักงานจนปัญญา ได้แต่ใช้มือผลักแขนเธอ เบาๆ “คุณครับ รีบตื่นสิครับ จะนอนก็กลับไปนอนที่ บ้านดีกว่า คุณพักอยู่ที่ไหนครับ เดี๋ยวผมเรียกรถให้ คุณคันหนึ่ง”

“นายไม่ต้องสนใจแล้ว!”
จู่ๆ เสียงที่ฉันเฉียวดังขึ้น จากนั้นพนักงานก็ รู้สึกมีร่างเงาใหญ่เดินมาที่ข้างกายเขาอย่างไว

พนักงานหันไปดู ทันใดนั้นรู้สึกดาวแห่งการ ช่วยเหลือได้มาแล้ว “คุณเตชิตรู้จักคุณผู้หญิงท่าน นี้เหรอครับ?”

“ฉันไม่เพียงแต่รู้จักผู้หญิงคนนี้ แต่แม่งยังรู้จัก แม่ของเธอด้วย!” เตชิตก็ยังกลั้นไฟที่ลุกท่วมในใจ ไม่ได้ “นายรู้มั้ยว่าฉันน่าเศร้าใจมากแค่ไหน? ฉัน จะบอกนายให้นะ ต่อไปนายคบเพื่อนต้องดูหน้าตา ด้วยนะ เหมือนคนหน้าแบบนี้..……….…….”

เตชิตจับแก้มของน้ำหวาน หันหน้าเธอมาให้ พนักงานดู “ดูชัดหรือยัง? คนหน้าตาแบบนี้ นาย ต้องอยู่ห่างๆเข้าไว้นะ เพราะว่าพวกเธอก็คือตัว ปัญหา และเป็นปัญหาใหญ่ด้วย!”

น้ำหวานขมวดคิ้วและครวญทีหนึ่ง ตีมือของเต ชิตด้วยความหงุดหงิด

พนักงาน “

เขายังไม่ทันได้ดึงสติกลับมา ก็เห็นเตชิตหิ้วคน เดินออกไปข้างนอก อย่างกับหิ้วไก่น้อยยังไงอย่างงั้น

หลังจากเตชิตทิ้งน้ำหวานไว้ที่ห้องรับรอง ขึ้น มาถึงที่ห้องของตัวเองอาบน้ำเสร็จก็ขึ้นนอนบน เตียงเลย

แต่ว่า นอนยังไงก็นอนไม่หลับ

ถึงแม้รู้สึกรำคาญเรื่องที่พิงกี้ทิ้งน้ำหวานให้ เขา แต่ถ้าน้ำหวานเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาเพราะการไม่ สนใจของเขา งั้นเขาไม่ต้องเสียใจไปทั้งชีวิตเลยเห รอ?

คนที่จิตใจดีงามอย่างเขา ต้องเสียใจนานมาก

แน่เลย

อีกอย่าง ก่อนหน้านั้นน้ำหวานเคยประสบเรื่อง ที่เจ็บปวดขนาดนั้น ถ้าเรื่องแย่ๆแบบนั้นเกิดขึ้นกับ ตัวเธออีกครั้ง ยัยโง่นั่นต้องไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ แล้วแน่ๆเลย

แต่เขาเป็นคนจิตใจดีขนาดนี้…….
สรุปก็คือ หลังจากสมองของเตชิตลังเลไป หลายนาที เขาได้โดลงจากเตียงอย่างกระทันหัน คว้าเสื้อผ้าเสร็จก็พุ่งลงไปชั้นล่างเลย กลัวไปสาย แล้วจะเกิดเรื่องที่ควบคุมไม่ได้

ดีที่ เรื่องน่ากลัวที่โผล่ขึ้นมาในหัวของเขาไม่ ได้เกิดขึ้น

หิ้วน้ำหวานขึ้นมาที่ชั้นบน เตชิตเปิดประตู ลาก เธอเดินไปหลายก้าวแล้วโยนเธอลงบนโซฟา จาก นั้นก็ตบมือ “เรียบร้อย! ”

นี่ก็ดึกมากแล้ว เขาขี้เกียจอาบน้ำแปรงฟันให้ น้ำหวาน ให้เธอนอนบนโซฟาก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เขา พระราชทานให้แล้ว

เตชิตนอนอยู่บนเตียงอย่างรื่นรมย์ ไม่มีเรื่อง ต้องคอยกังวลแล้ว ไม่นานก็หลับไป

เขาตื่นขึ้นมากลางดึก คือถูกร้อนอบอ้าวจนตื่น

ลืมตาขึ้นมาอย่างพร่ามัว เขาอยากถีบผ้าห่ม บนตัวออก ยื่นมือไปจับผ้าห่ม กลับจับโดนมือที่เรียว เล็ก ทันใดนั้นทำเขาตกใจจนหายง่วงเลย
“เย็ดแม่ง! ” เตชิตลุกมานั่งบนเตียงทันที มอง ดูผู้หญิงที่นอนอยู่ข้างกายตัวเองอย่างกับเห็นผี กระทืบเธอทีหนึ่ง “น้ำหวาน นี่มึงฉวยโอกาศตอ นที่กูหลับลวนลามกหรอ มึงยังรู้จักยางอายอยู่มั้ย เนี่ย?”

นํ้าหวานหรี่ตา จับคอเสื้อเขาไว้อย่าง สะลึมสะลือแล้วดึงลงมา จูบไปที่หน้าเขาทีหนึ่ง “เด็กดี ไม่ต้องกลัวนะ พี่อยู่นี่แล้ว…….

“พี่เตี่ยมึงดิ ยังมาจูบกูอีก!

“หืม?” เวลานี้น้ำหวานก็รู้สึกผิดสังเกตแล้ว รู้สึกว่าคนข้างกายไม่ใช่ต้นข้าว

ในขณะนี้เอง เตชิตเปิดไฟหัวเตียง และหยิก แก้มเธอทั้งสองข้าง “น้ำหวาน มึงตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้ แหกตาดูดีๆว่ากูคือใคร แม่งมึงอยากนอนกับกูใช่มั้ย ถึงกล้ามาขึ้นเตียงของก

น้ำหวานถูกหยิกแก้มจนเจ็บ “อยากนอนกับ คุณแล้วจะทำไม คุณไม่ให้นอนเหรอ?”

“เอ่อ……. ต่อไม่ถูกเลย ” เตชิตเบิกตากว้าง โมโหจนไป
แต่น้ำหวานกลับยังอยู่ในอาการเมาไม่รู้เรื่อง อยู่ ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังพูดหรือกำลังทำอะไรเลยด้วย ซ้ำ ตอนนี้คือความฝันหรือความจริงก็ยังแยกไม่ออก รู้เพียงแค่ตะคอกด้วยสัญชาตญาณ “ฉันจะขึ้นรถ คุณไม่ให้ฉันขึ้นรถ ที่นั่น……ที่นั่นมีแกะ เยอะมาก คุณยังไม่ให้ฉันจับอีก คุณไม่รู้หรอว่าหมาป่ามันจะ มากินแกะ?”

เตชิต “

“นอนคุณแล้วจะทำไม ฉันว่าคุณนี่มันสมควร โดนอึ๊บมาก!”

น้ำหวานทำปากจู๋ ส่งเสียง“ฮึ!”ด้วยความ โกรธและตบไปที่น้องชายของเตชิต เจ็บจนเขา ร้อง“โอ้ว “จนสีหน้าเปลี่ยน

“เย็ดแม่ง น้ำหวาน มึงมันนี่ฆาตกรชัดๆ คอยดู กูเอามึงตายแน่!”

“มาสิ ทำร้ายซึ่งกันและกัน ฉันก็ไม่ได้ทำมา นานแล้ว ฉันยังกลัวคุณจะเติมเต็มความพึงพอใจ ของฉันไม่ได้เลย”

เตชิต “…”
เขารู้สึกคืนนี้เขากล้ำกลืนจะแย่อยู่แล้ว

จะเอาจริงเอาจังกับลำยองขี้เมาทำไม?

นี่ไม่เท่ากับว่าทำร้ายตัวเองเหรอ?

พอคิดตกแล้ว เตชิตเตรียมจะเอาผู้หญิง สมควรตายที่ตบน้องชายเขาจนใกล้พิการไปทิ้งที่ ห้องน้ำ และล็อคประตูไว้ ดูซิว่าเธอยังจะมาก่อกวน เขาได้อีกมั้ย?

แต่เสียดายในหัวเขาเพิ่งมีความคิดนี้ขึ้นมา หัว กางเกงก็ถูกผู้หญิงกระชากลงมาแล้ว

ของสำคัญที่สุดของผู้ชาย ก็ถูกมือที่เย็นเฉียบ

เล็กน้อยของผู้หญิงกุมเอาไว้เฉยเลย

เตชิตเงยหน้าขึ้นมาอย่างตะลึงงัน ดวงตา แวววาวอมยิ้มของน้ำหวานจ้องมองเขา “อุ๊ย~ถึงฉัน ฝันเปียกก็ยังไม่เคยฝันเห็น เอ่อ…….นกเขาที่สวย ขนาดนี้เลย ฮิๆ………

เตชิต “…”

…แต่ว่า นกเขาตัวนี้เล็กไปหน่อย และอ่อนเกินไปด้วย” น้ำหวานมองของที่อยู่ในมืออย่าง ลำบากใจ ประเมินค่าด้วยความหดหู่ “ดูท่าแล้ว เอ่อ…..น่าจะใช้งานไม่ค่อยดีหรอก…….

เตชิต “…! ! ! “แม่ง มึงรู้อะไร ของกูยังไม่ได้แข็ง ก็ต้อง ก็ ต้อง……….”

สุภาพบุรุษฆ่าได้ แต่หยามไม่ได้! ! !

ก็ต้องอะไร เตชิตพูดต่อไม่ลงแล้ว ขืนถูกผู้ หญิงรังแกอย่างนี้ต่อก็ไม่ใช่ผู้ชายแมนทั้งแท่งแล้ว เพราะยังไงซะเธอเป็นคนมาปลุกเร้าอารมณ์เขาก่อน เอง ระหว่างผู้ใหญ่มีอะไรกันหน่อยก็คงไม่เป็นไร มัง?

ใช่ ในห้องเขาก็มีกล้องวงจรปิดอยู่ เขาไม่กลัว โดนย้อนมาเล่นงานหรอก

ถ้าลองแล้วรู้สึกติดใจ ต่อไปเป็นคู่นอนก็ไม่เลว

เหมือนกัน

เขาอัดอั้นมานานเกินไปแล้ว ข้างกายก็ต้องการ คู่นอนแบบนี้เหมือนกัน
เขาจ้องมองนํ้าหวานด้วยความโกรธ แต่ในใจก็ เริ่มหวั่นไหวบ้างแล้ว อีกอย่าง ผู้ชายที่ฮอร์โมนพลุ่ง พล่านอย่างเขากินเจมานานขนาดนี้แล้ว อย่าบอกว่า ถูกผู้หญิงปลุกเร้าอารมณ์เลย ถึงแมลงวันตัวเมียมา ปลุกเร้าเขา ไม่แน่นกเขาของเขายังอาจจะแข็งเพื่อ มารยาทหน่อยเลย

นี่มัน……….

“น้ำหวาน มึงปล่อยมือเดี๋ยวนี้ อย่าคิดว่ากูไม่ กล้าทำอะไรมึงจริงๆนะ!” นกเขาของเตชิตถูกน้ำ หวานจับเอาไว้ มองเธอที่ยิ้มเหมือนยัยบ๊อง พูดคำนี้ ออกมาด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อนมาก

ไม่มีแรงโน้มน้าว

น้ำหวานไม่สนใจเขาอยู่แล้ว เธอลุกขึ้นมาจาก เตียง ปลดเสื้อชั้นในที่อยู่ในเสื้อผ้าออก……..

” เตชิตอาศัยที่ยังมีสติเสี้ยวสุดท้าย หลงเหลืออยู่ เขาพูดใส่กล้องวงจรปิดที่อยู่ตรงหัว มุม “น้ำหวาน คุณแหกตาดูให้ดีๆล่ะ คุณเป็นคน ลงมือกับผมก่อน ผมถึงฝืนใจตอบรับคุณหน่อย เห็น หรือยัง?”
“แต่ว่า ผมไม่ปัดความรับผิดหรอก….

พูดคำสุดท้ายจบ เตชิตพลิกตัวดึงผู้หญิงที่ยัง ก่อกวนอยู่ลงมาที่ใต้ร่าง และทับลงไป


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ