คุณชายมาดเข้มกับคุณหนูสุดแสบ

บทที่300: ในที่สุดเขาก็กลับมาแล้ว



บทที่300: ในที่สุดเขาก็กลับมาแล้ว

หัวใจของพิงกี้เหมือนมีสัตว์เทพวิ่งผ่านเป็นหมื่นๆตัว

ถ้าไม่ใช่เรื่องนี้ถูกเปิดโปงออกมา เธอยังไม่รู้เลยว่า ข้างกายได้ซ่อนระเบิดที่ตั้งเวลาไว้อย่างป้าเฉิน ไม่รู้ว่าลับ หลังเธอป้าเฉินได้ทำเรื่องเยอะขนาดนี้!

ป้าเฉินดูเหมือนจงรักภักดี คิดเผื่อเธอทุกเรื่อง แต่นี่หวังดีกับเธอจริงๆหรอ?

ในขณะนี้นี่เอง พิงกี้นึกถึงคำพูดนึงที่ชอบเขียนกันใน เน็ต [มีความหนาวแบบหนึ่งเรียกว่าแม่รู้สึกว่าเธอหนาว) ที่พูดก็คงจะหมายถึงความดีของป้าเฉินที่คิดว่าตัวเองถูก อยู่ตลอดเวลาแบบนี้แหละมั้ง

ยังมียายสมศรี นี่ก็เป็นคนน้ำนิ่งไหลลึกคนนึงเหมือน

กัน!

ในคลิปแสดงภาพที่ยายสมศรีรับโทรศัพท์ด้วยความ สงบนิ่ง และหาข้ออ้างบอกว่าเจ็บคอไม่สบาย จากนั้นก็ได้ คุยกับประทีปผ่านข้อความ เล่นลูกไม้สวยงามขนาดนี้ลับ หลังเธอ นี่ทำให้เธอรีเฟรชมุมมองใหม่จริงๆ

ถ้าเธอจำไม่ผิดล่ะก็ เมื่อก่อนตอนที่เธอติดต่อกับยาย สมศรี ยายสมศรีบอกตลอดว่าตัวเองใช้มือถือพิมพ์ตัวหนังสือไม่เป็น แม้กระทั่งข้อความเสียงยังส่งไม่เป็นด้วย ซ้ำ แต่ตอนนี้พอทำเรื่องเลวๆนี้ทำไมคล่องขนาดนี้?

นั่งอึ้งอยู่บนโซฟาไปหลายนาที พิงกี้ก็ยังสับสนกับ เรื่องพวกนี้มากอีกเช่นเคย ไม่รู้ว่าจะเอายังไงดี

ในขณะนี้ จู่ๆเสียงโทรศัพท์ได้ดังขึ้น

นําหวาน

พิงกี้รับสายปุ๊บ น้าหวานก็ได้ถามอย่างรวดเร็ว “พิง กี้ ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง? ขอโทษที่ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยได้ ติดต่อกับเธอเลย ไม่นึกเลยว่าเรื่องบานปลายขนาดนี้ฉัน ถึงรู้ว่าเธอเกิดเรื่อง ตอนนี้เธอไม่เป็นไรใช่มั้ย?

“ฉันไม่เป็นไร” พิงกี้ทำเสียงให้ซอฟลง “เธอไม่ ต้องเป็นห่วงฉันหรอก คบกับดุสิตดีๆอย่าให้ฉันต้องเป็น ห่วงเธอก็พอแล้ว

พิงกี้ก็เคยคิดอยากไปหาน้ำหวานเพื่อระบายความ ทุกข์ในใจ แต่ก็ไม่อยากให้เธอเป็นห่วง จึงได้แต่แบกรับไว้ คนเดียว

ตอนนี้น้ำหวานโทรมาทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจมาก
“ฉันกับดุสิต…..เฮ้อ~เราสองคนก็งั้นๆแหละ ฝั่งเธอ มีอะไรให้ฉันช่วยมั้ย ถึงฉันช่วยไม่ได้ แต่ฉันสามารถให้ ดุสิตช่วยเธอได้นะ

พิงกี้ประหลาดใจ “เธอสามารถเชิญตัวเขามาช่วยฉัน ได้หรอ?”

“แน่นอนอยู่แล้ว!” น้ำหวานมั่นอกมั่นใจ “ถ้าเขาไม่ เชื่อฟัง กลางคืนฉันก็จะไม่ให้เขาขึ้นเตียง!

” พิงกี้เงียบไปครู่นึง “งั้นเธอเอามือถือให้ ดุสิตหน่อย เขาอยู่ข้างกายเธอมั้ย?”

ถ้าเธอจำไม่ผิด ตระกูลภักดีวัฒนากุลเหมือนจะมี ความสัมพันธ์กับมาเฟีย

ถ้าสามารถพูดให้ดุสิตช่วยเหลือได้ มาเฟียพวกนั้น อาจจะหาข้อมูลได้มากกว่าตระกูลภิรมย์ภักดีก็ได้

ถ้าไม่ใช่แบบนี้ เธอก็ไม่หน้าด้านไปรบกวนดุสิตหรอก

“อยู่ๆๆ รอแป๊บนึงนะ…….

ได้ยินคำพูดของพิงกี้แล้ว น้ำหวานรีบตอบ เหมือน กับกลัวว่าพิงกี้จะเปลี่ยนใจ
ไม่ถึงสองวินาทีก็มีเสียงที่น้ำหวานคุยกับดุสิตก้องมา ในโทรศัพท์ พูดคร่าวๆว่าพิงกี้อยากขอความช่วยเหลือจาก เขา

ไม่นาน มือถือของพิงกี้ก็มีเสียงทุ้มต่ำของกุสิตดังขึ้น “คุณพิงกี้ ผมเอง มีเรื่องอะไรคุณพูดมาตรงๆเลยครับ

น้ำเสียงของดุสิตแฝงด้วยความห่างเหิน แต่พิงกี้ก็ไม่ ได้เอามาใส่ใจ

“หวัดดีค่ะ คุณดุสิต” พิงกี้ได้เรียกเขาเหมือนเมื่อ ก่อน “คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ค่ะ ฉัน……………ดังนั้น ตอนนี้ฉันอยากให้คุณช่วยฉันตามหาคนที่ชื่อหยาดทิพย์ หน่อย ฉันกล้ามั่นใจเลยว่าหยาดทิพย์ต้องอยู่ในมือของลิ สาแน่นอนค่ะ”

พิงกี้ได้เล่ารายละเอียดอย่างเรียบง่ายไปรอบนึง

“ได้ครับ ผมจะสั่งการลงไปเดี๋ยวนี้เลย” ดุสิตรับปาก อย่างไม่รีรอเลย

“ขอบคุณนะคะ” พิงกี้รู้สึกดีใจ และกล่าวขอบคุณ ด้วยความจริงใจ

ดุสิตได้เอามือถือคืนให้น้ำหวานอีกครั้ง เธอได้คุยกับน้ำหวานไปสองสามคำถึงวางสายทิ้ง

พิงอยู่บนโซฟา เธอหายใจออกมาแรงๆที่นึง

หลับตาลง ในใจก็นึกถึงเสียงทุ้มเสนาะหูของ ผู้ชายสูงใหญ่คนนั้น…..เควินจะกลับมาเมื่อไหร่กันแน่? เธอใกล้จะแบกรับไม่ไหวอยู่แล้ว…………คิดถึงเขาจัง เลย!

พริบตาเดียวก็ผ่านไปสองวันแล้ว

วันศุกร์

พิงกี้ให้พยาบาลดูแลน้องแอ๊ปเปิ้ลอยู่ที่บ้าน พูดคุย กับพายุไปสองคำ จากนั้นก็ได้นั่งรถไปที่ศาลคนเดียว

มองดูวิวที่ถอยหลังอย่างไม่หยุด สายลมเย็นคอยพัด พาเส้นผมที่พริ้วไหว พิงกี้มีสีหน้าเหม่อลอย

เธอนั่งเหม่อลอยอยู่บนรถตลอดทางไม่นานก็มาถึง

ศาลแล้ว

“คุณพิงกี้ ถึงแล้วครับ
คนขับได้เปิดประตูรถให้พิงกี้ พิงกี้ลงมาจากรถแล้ว เงยหน้ามองไปที่ตรงหน้า ศาลที่น่ายำเกรงและน่าเคารพ โผล่อยู่ตรงหน้าเธอ

ว่าไปแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเข้าศาลนะ

เดินขึ้นขั้นบันไดของศาล จู่ๆเสียงของน้ำหวานได้ดัง ขึ้นมา “พิงกี้!”

พิงกี้หันหน้าไปมอง เห็นน้ำหวานกับดุสิตกำลังเดิน มาหาเธอ

“พิงกี้ วางใจนะ เธอต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน!” น้ำ หวานดึงมือของพิงกี้ไว้ สำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้ารอบ นึง จากนั้นแววตาเต็มไปด้วยความสงสาร “เธอผอมไป เยอะเลยอ่ะ เยอะมากจริงๆ

ช่วงนี้รู้สึกกดดันมาก พิงกี้ผอมลงไม่น้อยเลยจริงๆ แต่เธอไม่อยากให้น้ำหวานเป็นห่วง จึงได้ยิ้มพร้อมส่ายหัว “ฉันคลอดน้องแอ๊ปเปิ้ลออกมาแล้ว เธอยังไม่อนุญาติให้ ฉันลดน้ำหนักหน่อยหรอ?”

“แต่ก็ปล่อยให้ผอมขนาดนี้ไม่ได้นี่น่ะ….” น้ำหวาน

ได้ทำการตัดสินใจอย่างนึง “รอเรื่องของวันนี้จบ ฉันเลี้ยง เธอกินของอร่อยนะ ให้เธอบำรุงหน่อย!
พอพูดจบ เธอก็ผลักดุสิตมาที่ข้างหน้าอีก “เบบี้ คุณ พูดซิว่าคุณจ่ายตังค์ใช่มั้ย?

คำว่า “เบบี้” เรียกซะจนดุสิตทำตัวไม่ถูก

พิงกี้ “

เงียบไปครู่นึง พิงกี้เป็นคนเปิดปากพูดก่อน “คุณ ดุสิตคะ เรื่องที่ฉันรบกวนคุณมีความคืบหน้ามั้ยคะ?

เมื่อคืนเธอก็เคยถามดุสิต ดุสิตบอกว่ายังหาหยาด ทิพย์ไม่เจอ วันนี้เธอเลยไม่ได้ตั้งความหวังอะไร

คิดไม่ถึงว่าเตชิตกลับพูดว่า “มีความคืบหน้าครับ

“จริงหรอคะ?” พิงกี้อึ้งไปครู่นึงแล้วถามอย่างไม่ กล้าที่จะเชื่อ

“ใช่ครับ” ดุสิตพยักหน้า “จะมีเซอร์ไพรส์ที่เหนือ ความคาดหมายครับ

“เซอร์ไพรส์อะไรคะ?

“พูดออกมาก็ไม่เซอร์ไพรส์น่ะสิครับ”

” พิงกี้ได้แต่ยอมแพ้ “งั้นไม่ต้องพูดก็ได้ค่ะ”
ใกล้จะเปิดศาลแล้ว พวกเขาเดินเข้าไปในศาล ข้าง ในมีคนไม่เยอะ

แต่ว่า คนของตระกูลดำรงกุล คนของตระกูลบุญ ถาวร แม้กระทั่งธีระก็ได้มาด้วย

พิงกี้เดินไปข้างหน้า ภายใต้การนำทางของเจ้า

หน้าที่ได้นั่งลงที่ๆนั่งของจำเลย

ทนายความที่สุรพลหามาให้เธอได้ถึงตั้งแต่เช้าแล้ว เห็นเธอเดินมา เขาได้ยิ้มและพยักหน้าให้เธอเป็นการ ทักทาย สีหน้าที่หนักแน่นเชื่อถือได้และฉลาดหลักแหลม นี้ ทำให้พิงกี้รู้สึกวางใจลงไม่น้อย

ในที่สุดก็เปิดศาล

เสียงที่เคร่งขรึมของผู้พิพากษาได้สะท้อนอยู่ใน ศาลที่ว่างเปล่า ที่เหลือก็คือทนายความของพิงกี้กับ ทนายความที่ทางบ้านของหยาดทิพย์เชิญมากำลัง อภิปรายกันอย่างดุเดือด

“ศาลที่เคารพครับ ก่อนเกิดเหตุคู่ความฝ่ายผมได้พา ลูกไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล คนรับใช้อุ้มลูกหายตัว ไป คู่ความฝ่ายผมได้รับสายจากคุณลิสาจึงรีบลงไปที่ลาน จอดรถชั้นใต้ดิน ต่อมาได้เกิดการถกเถียงกับคุณลิสาและยายสมศรี ถูกทั้งสองจงใจชักนำคู่ความฝ่ายผมขึ้นรถคันที่ เกิดเหตุ………ในเมื่อไม่มีคลิปใดๆเป็นหลักฐาน หลักฐาน ทุกอย่างถูกทําลาย ฝ่ายผมยืนกรานว่าทั้งหมดนี้เป็นการ ใส่ร้าย ฝ่ายคู่ความของผมไม่ได้กระทำความผิดครับ

“ศาลที่เคารพครับ ตามที่คุณลิสาเป็นพยานจำเลย กับผู้เสียหายเคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันที่รุนแรง วัน ที่ยายสมศรีเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาล จําเลยถึงขั้น เรียกร้องให้ผู้เสียหายคุกเข่าต่อหน้าจำเลย เห็นได้ชัดว่า จําเลยบีบบังคับผู้เสียหายมากแค่ไหน ครั้งนี้ผู้เสียหายถูก ชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ฝ่ายผมสงสัยว่าเป็นการจงใจ กระทําของฝ่ายจําเลยครับ!

“ศาลที่เคารพครับ หลังจากเกิดเหตุ โจทก์ไม่เคย ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนเลย เราไม่รู้สถานการณ์ใดๆ ทั้งสิ้นของผู้เสียหาย ไม่ทราบว่าทางฝ่ายโจทก์มีหลักฐาน อะไรมาแสดงนาทีนี้ฝ่ายผู้เสียหายอาการบาดเจ็บสาหัส ครับ? ถ้าฝ่ายโจทก์ยืนกรานว่าคู่ความฝ่ายผมจงใจขับรถ ชนคน ไม่ทราบว่า แต่คู่ความฝ่ายผมได้รับโทรศัพท์อย่าง กระทันหัน แล้วจะรู้ล่วงหน้าได้ยังไงว่าผู้เสียหายจะโผล่ อยู่ที่จอดรถชั้นใต้ดินครับ?”
ทนายความ ครอบครัวของหยาดทิพย์ว่าจ้าง มาใส่ร้ายป้ายสีไปมั่ว ทนายความของพิงกี้เป็นคนมี ประสบการณ์เยอะ ไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่ายๆหรอก

แต่ว่า ตามเวลาที่แปรเปลี่ยน พอครอบครัวของหยาด ทิพย์งัดหลักฐานออกมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความรุนแรงของ เรื่องได้ค่อยๆเพิ่มขึ้น พิงกี้ยิ่งอยู่ยิ่งรู้สึกร้อนรนใจ แต่ก็ กลับอดไม่ได้ที่จะเหม่อลอย

เซอร์ไพรส์ที่ดุสิตว่านี่จะเป็นอะไรนะ?

เธอทำไมไม่รู้สึกว่ามันมีอะไรเซอร์ไพรส์เลย?

ตามความคืบหน้าของตอนนี้ ผู้พิพากษาเหมือนถูก ลิสาซื้อตัวอย่างไรอย่างนั้น ท่าทีชัดเจนมากว่าเอียงไป ทางฝั่งของหยาดทิพย์ รู้สึกเหมือนจะได้ข้อสรุปว่าเธอเป็น คนชนหยาดทิพย์ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีความรู้สึกเหมือน อยากตีตราว่าเธอจงใจกระทำความผิด

ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ผลได้ที่จะไม่เอื้ออำนวยกับ

เธอมาก……….

ด้วยจิตใต้สำนึก พิงกี้มองไปยังที่นั่งด้านหลัง สบตา กับดุสิต เขาพยักหน้าให้เธออย่างใจเย็น แต่ว่าพอเธอ สบตากับลิสาโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ความมั่นใจที่ว่าจะชนะแน่นอนในแววตาของลิสาได้ทำให้เธอตื่นตระหนกตกใจ อีก

ครั้งนี้ พิงกี้มีความรู้สึกกระวนกระวายเหมือนเรื่องอยู่ เหนือจากการควบคุม

นิ้วมือที่วางไว้บนเข่ากุมไว้แน่น พยายามบรรเทา อาการตื่นเต้นของตัวเอง

การขึ้นศาลครั้งนี้ ได้มาถึงนาทีสุดท้ายแล้ว

เสียงที่จริงจังของผู้พิพากษาได้ดังขึ้น “ศาลตัดสิน ว่า….

ในขณะนี้นี่เอง จู่ๆด้านหลังมีเสียง “ปัง” ดังขึ้นมา ประตูของศาลถูกคนเปิดออกอย่างแรงไปกระแทกที่ผนัง ในสภาพที่เงียบสงบส่งเสียงที่ทำให้คนใจเต้นแรงขึ้นมา

ทุกคนหันไปมอง รวมถึงพิงกี้ก็เช่นกัน

ใคร?

หรือว่า…….

ตอนที่พิงกี้หันหลังมองไป ทันใดนั้นชายที่รูปร่างสูง ใหญ่ใหญ่ปรากฏอยู่ในสายตาของเธอ
ผู้ชายที่ยืนอยู่หน้าประตูสวมใส่ชุดสูทสีดำที่เข้ารูป เนื้อผ้าที่ดีและปราณีตห่อหุ้มร่างกายที่สง่าผ่าเผยของเขา ไว้

ตอนที่เขาเดินเข้ามาทีละก้าวๆ ทุกคนต่างก็กลั้น หายใจไว้อย่างไม่รู้ตัว

ระหว่างมองดู พิงกี้น้ำตาคลอเบ้า มีความรู้สึกอยาก วิ่งเข้าไปซบอยู่ที่อ้อมอกของผู้ชาย

ใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นยังมาดเข้มอยู่เช่นเคย พลานุภาพ บนตัวเขาทำให้คนรู้สึกเกรงขาม แค่เดินเข้ามาในศาล อย่างชิวๆก็ทำให้คนมีความรู้สึกกลัวจนตัวสั่น มีความรู้สึก หมดแรงที่จะต่อต้าน

แต่ว่า ความรู้สึกที่พิงกี้มีแตกต่างกับคนอื่นอย่างสิ้น

เชิง

ตอนที่ดวงตาดำเข้มมองมาอย่างเบาบาง ตอนที่ สายตาหยุดไว้ที่เธอ เธอถึงรู้สึกสบายใจ

ในที่สุดเขาก็กลับมาแล้ว!


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ