แมงดา? ผมเป็นสายเปย์ต่างหาก

บทที่541 หลอกลวง



บทที่541 หลอกลวง

บทที่541 หลอกลวง

คฤหาสน์ตระกูลพงศ์ธนธดา

หลังจากที่กลับมาแล้ว ในสมองของอารียานึกถึงแต่คนนั้น ที่เจอกันที่มหาลัย ใบหน้านั้นเหมือนกับอยู่ในความคิดเธอมา ตลอด เจอกันแค่ครั้งเดียว แต่ตราตรึงอยู่ในจิตใจไม่ลืม

เธอนึกย้อนกลับไปตอนที่คนนั้นเรียกเธอ ไม่ว่าจะมองยังไง คนนั้นก็ไม่เหมือนว่ากำลังแสดงละคร เธอรับรู้ได้ถึงความรู้สึก ที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน

ถ้าคนนั้นแค่แสดง นั่นหมายถึงฝีมือการแสดงของเขามันชั่ง เนียนมากจริงๆ

และสิ่งที่ทำให้เธอไม่เข้าใจคือ ตอนที่เธอเห็นชายคนนั้น ก็ เกิดความรู้สึกคุ้นเคยกันมาก่อน

ในตอนนั้น เธอถึงขั้นอยากพุ่งเข้าไปกอดชายคนนั้น

ถ้าบอกว่าการกระทำของชายคนนั้นเป็นแค่การแสดง แต่ ความรู้สึกในใจของเธอไม่มีทางจอมปลอมได้

แต่ทว่าตอนนั้นขนมปังกล่าวหาคนนั้นอย่างเกรี้ยวกราด จาก นั้นได้ลากเธอออกจากมหาวิทยาลัยฟูตัน ทำให้เธอไม่สามารถไปหาชายคนนั้นเพื่อสอบถามได้

หลังจากกลับมา ย้อนกลับไปคิดเรื่องราวก่อนหน้านี้อย่าง ละเอียด อารียาค่อนข้างมั่นใจ ว่าก่อนหน้าที่ตัวเองจะสูญเสีย ความจำ เป็นไปได้มากว่ามีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับชายคน นั้น ไม่งั้นเธอไม่มีทางมีความรู้สึกแบบนี้แน่นอน

หมอบอกเธอว่า ให้เธอทําความคุ้นเคยกับของในอดีต มันจะ มีส่วนช่วยฟื้นความจําให้เธอได้ ในตอนที่เห็นชายคนนั้น เธอ รู้สึกว่าความทรงจําที่หายไปนั้นเริ่มได้รับการกระตุ้นขึ้นมา ส่วนหนึ่ง

ถ้าตนได้ใช้เวลาอยู่กับชายคนนั้นสักหน่อย ไม่แน่ความทรง จ๋าอาจกลับมาอย่างรวดเร็วก็เป็นได้

ถึงแม้ชลาธิปจะดีต่อเธอมาก แต่เธอรู้สึกว่าระหว่างพ่อคนนี้ ของตนกับตนห่างเหินกัน คนของตระกูลพงศ์ธนธดาก็แปลก หน้าสําหรับเธอ ดังนั้นเธอจึงอยากรื้อฟื้นความจำให้ได้

ในขณะที่อารียากำลังเหม่อลอย ขนมปังถือซุปที่ทำเสร็จแล้ว เข้ามา วางไว้บนโต๊ะด้านหน้าของอารียา

“คุณหนู ซุปเพิ่งจะทำเสร็จ รีบกินเถอะค่ะ” ขนมปังกล่าว

อารียาจ้องไปที่ขนมปัง แล้วกล่าว “ขนมปัง ฉันคิดว่าคนที่ฉัน เจอที่โรงเรียนนั้นค่อนข้างแปลกประหลาด ไม่งั้นเธอตามเขา มาให้หน่อย ฉันจะถามเขา ทำไมถึงได้ตะโกนแบบนี้น”
ขนมปังได้ยินคำพูดของอารียา พูดโดยไม่ต้องคิดว่า “เฮ้อ คุณหนู ฉันบอกคุณแล้ว มันปัญญาอ่อน มันมีอุบาย ฉันไม่ให้ คนจับมันก็ดีขนาดไหนแล้ว คุณหนูอย่าคิดมาก คำพูดของมัน แต่งขึ้นมาทั้งนั้น”

“แต่…..อารียาอยากโต้แย้ง

“คุณหนู รีบกินซุปเถอะค่ะ ไม่ต้องแต่อะไรทั้งนั้น เดี๋ยวอีกสัก ครูคุณนายใหญ่ก็มาแล้ว ท่านรู้เรื่องวันนี้แล้ว เดี๋ยวคุณนาย ใหญ่จะแนะนำคุณเองค่ะ” ขนมปังพูดเสียงแข็ง

คำพูดของขนมปังทำเอาอารียาพูดไม่ออก แม้ขนมปังจะเป็น คนรับใช้ของเธอ แต่ในหลายๆครั้ง เธอรู้สึกว่าเธอไม่ใช่เจ้า นายของขนมปัง ขนมปังมักจะตัดสินใจแทนเธออยู่บ่อยๆ

เมื่อขนมปังพูดจบ ก็หันหลังออกจากห้องไป ไม่เปิดโอกาสให้ อารียาพูดใดๆ

อารียาโกรธเคือง ตระกูลพงศ์ธนธดา ทำกับเธอราวกับว่าเป็น สัตว์เลี้ยง ไม่มีอิสระ มีคนตัดสินใจแทนเธอในทุกๆเรื่อง แม้ กระทั่งจะเจอคนยังทำไม่ได้ เป็นคุณหนูภาษาอะไรกัน

ขนมปังออกไปได้ไม่นาน ประตูห้องถูกเปิดออกอีกครั้ง ชลาธิปเดินเข้ามาจากด้านนอก

เขามองลูกสาวคนนี้ด้วยความรัก ยิ้มแล้วกล่าว “ทำไม ถึงไมา ดื่มซุปที่เพิ่งทำเสร็จ?
อารียาจ้องไปที่ชลาธิป แล้วถาม “พ่อ อดีตหนูเจอกับอะไรมา บ้าง ทําไมถึงได้มีคนวิ่งมาหาหนูแล้วบอกว่าหนูคือภรรยาของ เขา?”

ชลาธิปเดินไปด้านหน้าของเธอ ยื่นมือไปลูบหัวเธอ แล้ว กล่าว “ลูกสาว ตระกูลพงศ์ธนธดาของเราอยู่ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ แม้จะไม่ใช่เจ้าแห่งปฐพี แต่อำนาจของพวกเรา ทำเอาหลายๆ ตระกูลอิจฉา ทําอะไรก็ง่ายดาย บนโลกนี้ ส่วนมากจะไม่อยาก ออกแรงทำ พวกเขาจะทำทุกวิถีทาง ให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ ของตนเอง”

กนูคือลูกสาวของชลาธิป คุณหนูใหญ่ของตระกูลพงศ์ธนธ ดา ทุกคนรู้ เพียงแค่รู้จักหนู ก็สามารถได้ประโยชน์อย่าง มากมาย ดังนั้นทุกคนจึงใช้วิธีนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไรเลย ก่อนหน้านี้มีผู้หญิงที่พ่อไม่รู้จัก พาเด็กมา บอกว่าเป็นลูกของ พ่อ เรื่องแบบนี้ ลูกคิดว่ามันเป็นเรื่องตลกก็พอแล้ว”

เมื่อได้ยินคําพูดของชลาธิป อารียาก็ขมวดคิ้วขึ้นมา แล้ว กล่าว “แต่ ฉันรู้สึกคุ้นเคยกับคน…..………

หลังจากที่ชลาธิปได้ยินคำพูดของอารียาแล้วนั้น นัยน์ตาเต็ม ไปด้วยกลอุบาย แล้วยิ้มพลางกล่าว “นั่นเป็นกลอุบายของพวก สิบแปดมงกุฏ ถ้าไม่สามารถทำให้หนูเกิดความรู้สึกนั้นได้ เขา จะกล้ามาทําเรื่องอันตรายแบบนี้ได้อย่างไรกัน”

พูดจบ ชลาธิปก็หยิบมือถือขึ้นมา หารูปรูปหนึ่ง ให้อารียาดู แล้วกล่าว “คนในรูปนี้เป็นเพื่อนเล่นที่ดีที่สุดของหนูในตอนเด็ก เมื่อก่อนเขาชอบมาเล่นที่บ้านของเรา แต่ด้วยหน้าที่การงานของพ่อเขา พวกเขาจึงได้ออกจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ตอนนั้น ลูกร้องไห้หนักมาก

“คนของพ่อสืบมาว่าคนที่เจอที่มหาลัยนั้น เคยรู้จักสนิทกับ เพื่อนเล่นของหนู ตอนนี้ดูๆไป เขาน่าจะทำเพื่อให้ตัวเองดูดี ดังนั้นจึงได้หาคนที่หนูสนิท แล้วทำความเข้าใจ ให้ลูกรู้สึกคุ้น เคย

“ที่ลูกรู้สึกคุ้นเคยกับเขา เพราะเขาทำตัวให้เหมือนกับเพื่อน เล่นของหนูในวัยเด็ก และเรียนแบบลักษณะบางอย่างอีก ด้วย ดารินทร์ ลูกต้องรู้ไว้นะ ไอ้ผู้ร้ายพวกนั้น เพื่อสมบัติของ ตระกูลพงศ์ธนธดา ทำได้ทั้งนั้น”

ชลาธิปกล่าวอย่างจริงใจ

อารียาจ้องไปที่รูปภาพนั้น พบว่าคนในรูปคล้ายกับคนที่เจอที่ มหาลัยจริงๆ แต่ถ้าดูดีๆจะเห็นความแตกต่างอย่างมาก

รูปนี้ ทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความคุ้นเคย

“พ่อ นี่เป็นความจริงไหม?” อารียามองไปที่ชลาธิปอย่าง สงสัย เริ่มแยกไม่ออกว่าความรู้สึกไหนจริงหรือไม่จริง

ชลาธิปย้ำทพลางกล่าว “จริงแท้แน่นอน หนูเป็นลูกสาวของพ่อ หรือหนูคิดว่าพ่อโกหก”

รูปนี้เป็นรูปทำขึ้นมา ชลาธิปหาคนที่มีลักษณะคล้ายรพีพงษ์ ดัดเปลี่ยนนิดหน่อย ตัดต่อออกมาเท่านั้น

เขาไม่อยากให้อารียาสงสัย จึงใช้วิธีการนี้

ตอนที่อารียาลืมตาขึ้นมานั้น คนแรกที่เห็น คือชลาธิป เรื่องที่ ชลาธิปเป็นพ่อนั้น เธอไม่สงสัยใดๆ ดังนั้นอารียาจึงเชื่อ คำพูด ของชลาธิป

“พ่อรู้ว่าลูกยังคิดไม่ได้ หมอบอกว่านี่เป็นผลจากการที่หนู ความจำเสื่อม อีกไม่นานก็จะไม่มีปัญหาแล้ว ก่อนหน้านี้หนูเจอ กับอะไรบ้าง พ่อหด้บอกลูกไปแล้ว อาจเพราะสมองลูกกำลัง อยู่ระหว่างการฟื้นฟู ดังนั้นจึงคิดไม่ออก” ชลาธิปพูดต่อ

เพื่อให้อารียายอมรับในตัวตนดารินทร์ ชลาธิปจึงสร้างตัว ละครใหม่ให้เธอ

หนูหม่ต้องคิดเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว ลูกมีคู่หมั้น คนที่เป็นคู่หมั้น ของหนู คือคุณชายของตระกูลธาดาวรวงศ์ ตัวตนนี้ จะเป็น ภรรยาของคนทั่วไปได้อย่างไรกัน เรื่องนี้ หนูก็ลองคิดดู ว่ามัน มีความเป็นไปได้ไหม”

“คุณชายของตระกูลธาดาวรวงศ์จะกลับมาในเร็ววันนี้ ช่วง นี้ลูกก็คิดดูล่ะกันว่าจะต้อนรับเขายังไง หลังจากที่เขากลับมา แล้ว เรื่องงานแต่ง ก็สามารถหาฤกษ์ได้ทันที”

ชลาธิปสร้างตัวละครใหม่หลอกกับอารียา เพื่อการแต่งงานตระกูลธาดาวรวงศ์แห่งเมืองเซี่ยงไฮ้เป็นเจ้าแห่งวงการ คนอื่น ไม่รู้ แต่ตระกูลพงศ์ธนธดาไม่มีทางไม่รู้ การแต่งงานของอารี ยากับคุณชายตระกูลธาดาวรวงศ์ นั้นมีประโยชน์ต่อตระกูล พงศ์ธนธดาอย่างมาก

ชลาธิปไม่ทีทางให้ใครมาทำลายการแต่งงานในครั้งนี้

แล้วตอนนี้อารียาก็ตั้งครรภ์อยู่ด้วย เขาตั้งรีบให้อารีนา แต่งงาน จึงจะสามารถเก็บเรื่องนี้ไว้ได้ มิเช่นนั้นถ้ารออารียา ท้องโต ตระกูลธาดาวรวงศ์ไม่มีทางยินยอมเรื่องงานแต่งนี้ แน่นอน

อารียาจ้องไปที่ชลาธิป แล้วถาม “หนูกับคุณชายของตระกูล ธาดาวรวงศ์ท่านนั้น หมั้นหมายกันเอาไว้ตั้งแต่เล็กจริงๆหรอ? แต่ทรงจําของหนู กลับนึกอะไรเกี่ยวกับเขาไม่ออกเลยแม้แต่ น้อย พ่อพูดเรื่องนั้นกับหนู หนูไม่รู้สึกคุ้นเคยกับมันเลย”

ชลาธิปยิ้มพลางกล่าว “พ่อบอกลูกแล้วหนิ ตอนนี้สมองลูก ยังไม่ฟื้นฟูแบบเต็มที่ ลูกรู้สึกคุ้นเคยหรือไม่นั้นไม่สำคัญ พ่อ รับรอง ลูกไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น”

“พักผ่อนเยอะฟ แต่งกับคุณชายตระกูลธาดาวรวงศ์ เป็นเรื่อง โชคดีที่สุดในชีวิตของลูกแล้ว”

อารียาอยากจะพูดต่อ แต่ผ่านไปสักพัก ไม่ได้พูดใดๆ ทำได้ เพียงพยักหน้าให้กับชลาธิปเท่านั้น
ตอนนี้เธอรู้สึกปวดหัว วุ่นวายไปหมด เธอไม่สามารถคิด ฟุ้งซ่านได้อีกต่อไป

ในเมื่อพ่อพูดแบบนี้ งั้นก็ตามนี้ ยังไงความทรงจำของตนก็ ไม่มีแล้ว สู้ฟังพ่อจะดีกว่า

เห็นว่าสามารถทำให้อารียาไม่ฟุ้งซ่านแล้ว ชลาธิปก็โล่งอก ปลอบประโลมไปกี่คำ จากนั้นก็เดินออกจากห้องไป

ขนมปังรออยู่นอกห้องตลอดเวลา เห็นชลาธิปออกมา ก็คำนับ อย่างนอบน้อม

ชลาธิปหันไปมองขนมปัง แล้วถาม “เช็คตัวตนของคนนั้นหรือ ยัง?”

ขนมปังตอบ “ก็แค่อาจารย์รับเชิญของมหาวิทยาลัยฟูตัน เท่านั้น ไม่มีแบล็คกราวน์ใดๆ ได้ยินนักเรียนบางกลุ่มในมหา ลัยพูดว่า คนนี้เป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง หาคุณหนูเจอ ก็เลย คิดที่จะหลอกกิน”

ชลาธิปพยักหน้า ไม่ได้ใส่ใจรพีพงษ์ คนธรรมดา ไม่มีค่าพอที่ นายใหญ่ตระกูลพงศ์ธนธดาจะสนใจ

“ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นแกไปมหาวิทยาลัยฟูตันอีกครั้ง พวกเรา แจกกองทุนการศึกษาอยู่ที่นั่น คนของมหาวิทยาลัยพวกนั้นก็ ไม่กล้าที่จะไม่เคารพฉันตระกูลพงศ์ธนธดา แกให้พวกเขาไล่ อาจารย์รับเชิญคนนี้ออกไป จากนั้นก็จัดการเก็บคนนี้ชะ” ชลาธิ กล่าว

ขนมปังตาเป็นประกาย แล้วตอบ “ค่ะ คุณนายใหญ่”

“แล้วก็ ช่วงนี้ติดตามคุณหนูไว้ ก่อนที่คุณชายตระกูลธาดาว รวงศ์จะกลับมา ไม่อนุญาตให้ใครเข้าใกล้เธอทั้งนั้น” คิดแล้ว คิดอีก จากนั้นชลาธิปได้พูดเสริมต่ออีกประโยค


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ