แมงดา? ผมเป็นสายเปย์ต่างหาก

บทที่ 372 มาแสดงความยินดีจากทั่วทุกสารทิศ



บทที่ 372 มาแสดงความยินดีจากทั่วทุกสารทิศ

บทที่ 372 มาแสดงความยินดีจากทั่วทุกสารทิศ

กุนลโรจน์พาครอบครัวของตนมาด้วย เดินจากประตู คฤหาสน์เข้ามาด้านใน เขาหน้าตั้งอกผาย หน้าบานเป็นก ระดัง ราวกับการร่วมงานแต่งของรพีพงษ์เป็นเรื่องที่ควรค่า แก่การภาคภูมิใจมาก

“คาดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นผู้นำตระกูลกุลสวัสดิ์ ไม่นึกเลยว่า รพีพงษ์จะสามารถเชิญผู้นำตระกูลกุลสวัสดิ์มาได้ นี่มันสุด ยอดเกินไปแล้ว!

“โอ้พระเจ้า ผู้นําตระกูลกุลสวัสดิ์มาร่วมงานแต่งรพีพงษ์ แล้วยังให้ของขวัญล้ำค่าขนาดนี้อีก ทั่วทั้งเมืองริเวอร์ เกรงว่าจะมีไม่กี่คนหรอกที่จะสามารถได้รับการปฏิบัติด้วย อย่างนี้ได้”

“สามารถเชิญหมอเทวดาชุติเทพมาได้ก็สุดยอดมาก เหมือนกัน ทักษะทางการแพทย์ของหมอเทวดาอาจกล่าว ได้ว่าบนโลกนี้ยากนักที่จะพบเจอ เป็นเพื่อนกับหมอแบบนี้ ได้สักคนก็เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันเลยนะ
ชลิดาและนทนาถต่างมองไปยังครอบครัวตระกูลกุล สวัสดิ์ที่อยู่บริเวณด้านหน้าสุดนั้นด้วยหน้าตาไม่น่าดู คิดไม่ ออกจริงๆว่ารพีพงษ์เชิญคนใหญ่คนโตแบบนี้มาที่นี่ได้ยัง ไง

ธาตุกรจ้องไปที่ชุติเทพและครอบครัวตระกูลกุลสวัสดิ์ แวบหนึ่ง แล้วพูดกับตัวเองว่า “ถ้าฉันจำไม่ผิดล่ะก็ไม่รู้จริงๆ ว่าก่อนหน้านี้มันทำบุญด้วยอะไรมา ถึงมาเป็นเพื่อนกับชุติ เทพและผู้นำตระกูลกุลสวัสดิ์ได้ รพีพงษ์เชิญพวกเขามาที่ นี่ได้ก็ไม่เห็นจะมีอะไรแปลก

หลังจากกุนลโรจน์เดินมาถึงด้านหน้า เห็นชุติเทพปุ๊บก็รีบ เข้าไปทักทายอย่างกระตือรือร้นทันที

สำหรับกุนลโรจน์แล้ว การที่รพีพงษ์เชิญเขามาร่วมงาน แต่งนั้นก็ถือว่าไว้หน้าเขามากแล้ว และงานแต่งของรพี พงษ์จะต้องเป็นโอกาสทางสังคมที่ดีเยี่ยมอย่างแน่นอน ด้วยสถานะของรพีพงษ์คนที่เชิญจะต้องเป็นคนมีฐานะทั้ง นั้นแน่ๆ และเขายังสามารถฉวยโอกาสนี้เพื่อขยายเครือ ข่ายของตนเองได้อีกด้วย
ถ้าธาตุกรรู้ว่าตอนนี้กุนลโรจน์มาที่นี่ด้วยความคิดเดียว กับเขา ต้องอ้าปากค้างแน่ๆ อีกทั้งความคิดของธาตุกรยัง ไม่สามารถทําให้เป็นจริงขึ้นมาได้ ขณะที่กุนลโรจน์กลับ สามารถอาศัยงานแต่งของรพีพงษ์ทําความรู้จักคบหากับ คนมากมายได้

“ฮี ในเมืองริเวอร์นี้ไม่ใช่ว่าแค่ชุติเทพกับผู้นําตระกูลกุล สวัสดิ์หรอกเหรอที่รพีพงษ์จะเชิญมาได้ คาดว่าก็คงมีแค่ สองคนนี้แหละ ทั้งสองท่านนี้เคยคลุกคลีกับเขามาก่อน เชิญมาได้ก็ไม่นับเป็นอะไรได้ ถ้าเขาสามารถเชิญคนใหญ่ คนโตคนอื่นๆมาได้นี่สิถึงจะนับว่าสุดยอด” โศรวิทย์ใช้น้ำ เสียงคุยโวเพื่อปกปิดความอิจฉาของตัวเอง

“ธฤตญาณแห่งเมืองริเวอร์ มาร่วมแสดงความยินดี มอบ สัญญาการโอนบาร์ให้หนึ่งฉบับ และเงินขวัญถุงหนึ่งล้าน!

“เธียรวิชญ์แห่งบริษัทซันบับเบิล กรุ๊ป มาร่วมแสดงความ ยินดี มอบอสังหาริมทรัพย์ให้สิบชุด และเงินขวัญถุงหนึ่ง ล้าน!”

ในเวลานี้เองเสียงของคนตรงประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง ก่อให้ เกิดเสียงฮือฮาของผู้คนได้อีกครั้ง
“ธฤตญาณจริงๆด้วย! นั่นคือจักรพรรดิใต้ดินแห่งเมืองริ เวอร์จริงๆ!”

“โอ้พระเจ้า กระทั่งประธานของบริษัทซันบีบเบิล กรุ๊ป มา แล้ว ที่แท้แล้วรพีพงษ์มีความสามารถแค่ไหนกัน แม้แต่คน ระดับนี้ก็ยังเชิญมาได้

สีหน้าของเหล่าญาติพี่น้องตระกูลฉัตรมงคลต่างก็แปร เปลี่ยนเป็นตกตะลึงอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ขึ้นมา ไม่ใช่ ว่ารพีพงษ์เชิญมาได้แค่ผู้นำตระกูลกุลสวัสดิ์กับชุติเทพ เท่านั้นหรอกเหรอ?

ทําไมกระทั่งจักรพรรดิใต้ดินแห่งเมืองริเวอร์ในตอนนี้ และประธานบริษัทซันบีบเบิล กรุ๊ปก็ยังมาอีก?

ฉากแบบนี้ ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทำได้

ธาตุกรมองอย่างมึนๆไปทางธฤตญาณและเธียรวิชญ์ที่ กำลังเดินไปด้านหน้า หมัดทั้งสองข้างกำแน่นทันที ช่วง ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาพยายามหาทางออกบางอย่าง เคยคิด จะไปขอพึ่งธฤตญาณ ช่วงนี้ตอนทำธุรกิจก็ไปหาเธียรวิชญ์ ด้วย
อย่างไรก็ตามผลสุดท้ายคือเขาไม่เคยจะเห็นหน้าของ บอสใหญ่ทั้งสองท่านนี้เลย

เขาเองก็รู้ว่าด้วยความสามารถของตัวเขาเองแล้วเป็น ธรรมดาที่คนเขาจะไม่อยากพบตน

แต่ตอนนี้ทั้งสองท่านนี้กลับมาร่วมงานแต่งของรพีพงษ์

สิ่งนี้ทำให้ในใจของธาตุกรเกิดความรู้สึกอิจฉาขึ้นมาทันใด

รพีพงษ์ไร้ความสามารถ กลับทำให้บอสใหญ่สองท่านนี้ มางานแต่งได้และต่างก็ให้ของขวัญอวยพรล้ำค่าขนาดนี้ แต่ตัวเขากระทั่งจะเจอหน้าพวกเขาสักครั้งยังยากเลย

เขาไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ความรู้สึกขุ่นมัวสายหนึ่ง ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ทำให้แววตาของเขาหม่นลง มาก

แต่ยังไม่จบเพียงเท่านี้ ธายุกรตอนนี้ก็เริ่มขุ่นเคืองเสีย แล้ว ยังเร็วเกินไปหน่อยนะ

“จิรายุศจากอำเภอหยก มาร่วมแสดงความยินดี มอบกําไลหยกเขียวสิบคู่ หยกงามชั้นยอดสิบชิ้น หยกสลักลาย เทาเที่ยหนึ่งชิ้น และเงินขวัญถุงแปดแสนแปดหมื่น!

ผู้คนในเมืองริเวอร์ไม่ค่อยคุ้นชื่อของจิรายุส แต่จากของ ขวัญอวยพรก็ดูออกได้ว่าท่านนี้ก็ไม่ใช่คนธรรมดาเหมือน กัน

บรรดาญาติพี่น้องตระกูลฉัตรมงคลต่างรู้ว่าศศินัดดามา จากอำเภอหยก ดังนั้นจึงเคยได้ยินเกี่ยวกับจิรายุสมาบ้าง พวกเขาไม่มีใครคาดคิดเลยว่าบอสใหญ่ของอำเภอหยกจะ มาถึงเมืองริเวอร์เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับงานแต่งงาน ของรพีพงษ์ ที่สุดแล้วรพีพงษ์มีหน้ามีตามากแค่ไหนกันแน่ ถึงได้ทำให้คนอื่นเขาเอาใจใส่ได้ขนาดนี้?

ในเวลานี้เหล่าญาติพี่น้องตระกูลฉัตรมงคลเงียบลงไป บ้างแล้ว พวกเขาค่อยๆเริ่มตระหนักแล้วว่ารพีพงษ์ไม่ได้ ง่ายๆอย่างที่พวกเขาคิด

“ประดิพุทธิ์จากอำเภอนกฟ้า มาร่วมแสดงความยินดี มอบ รถแข่งรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นหนึ่งคัน และเงินขวัญถุงหนึ่งล้าน!
เป็นชื่อที่ไม่เคยได้ยินอีกแล้ว แต่สามารถให้ของขวัญเช่น นี้ได้ก็ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ

เมื่อคู่สามีภรรยาคม ต และนหนาถได้ยินชื่อนี้ ร่างกายก็ แข็งทื่อไปทั้งตัว เพราะที่ที่ชรินทร์ทิพย์ก็คืออำเภอนกฟ้า จักรพรรดิใต้ดินของอำเภอนกฟ้า ประดิพุทธิ์ยังนับว่าเคย ได้ยินเกี่ยวกับเขามาบ้าง

หัวของทั้งสองคนต่างมึนงงไปบ้าง ทําไมรพีพงษ์กระทั่ง จักรพรรดิใต้ดินจากอำเภอนกฟ้าก็ยังสามารถเชิญมาได้? เจ้านี่มันมีเพื่อนที่ใหญ่โตกี่คนแค่ไหนกันแน่?

ประดิพุทธิ์เดินไปด้านหน้าด้วยความตื่นเต้นที่เต็มใบหน้า หลังจากได้เห็นธฤตญาณและคนอื่นๆที่รออยู่ทางด้านนั้น แล้วก็รีบเข้าไปทักทายทันที

“นฤพลจากเมืองกรีนโคล มาร่วมแสดงความยินดี มอบ เงินขวัญถุงหนึ่งแสน!

หลังจากประดิพุทธิ์เข้าไป นฤพลก็พารวินท์มาถึงประตู คฤหาสน์ รวินท์เดินไปด้านหน้าด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วย ความไม่พอใจ การเข้าร่วมงานแต่งของรพีพงษ์ย่อมทำให้เธอรู้สึกอึดอัดไม่ต่างกันเป็นธรรมดา

หลังจากที่ทุกคนได้ยินของขวัญแสดงความยินดีจากนด พล ต่างก็เริ่มเดาได้ทันทีว่านฤพลคนนี้เป็นคนใหญ่คนโต หรือไม่ ถึงได้ปล่อยของขวัญอวยพรที่เล็กน้อยขนาดนี้ ออกมา สุดท้ายของขวัญอวยพรหนึ่งแสนพอเทียบกับของ ก่อนหน้านี้เหล่านั้นแล้วก็ดูจะน้อยเกินไปหน่อยจริงๆ

พวกเขาไม่รู้ว่า สาเหตุที่นฤพลมอบเงินให้เพียงหนึ่งแสน เป็นเพราะรวินท์ขอ ในความคิดของรวินท์ การที่เธอมาร่วม งานแต่งของรพีพงษ์ จริงๆแล้วก็เป็นแค่การมาดูศัตรูหัวใจ ที่แย่งคนในดวงใจของตนไปเท่านั้นแหละ การมอบเงินให้ หนึ่งแสนถือว่าเป็นลิมิตของเธอแล้ว

ตอนที่มาถึงรวินท์ยังขอให้นฤพลเขียนบนของขวัญ อวยพรด้วยว่า “ให้ลูกสาวหนึ่งคน” นฤพลไม่เห็นด้วยอย่าง หัวเด็ดตีนขาด เขายังคงจำคำเหล่านั้นที่รพีพงษ์พูดตอนจะ จากไปเมื่อครั้งก่อนได้อยู่เลย ถ้าเขียนประโยคเช่นนี้จริงๆ ล่ะก็เกรงว่ารพีพงษ์คงไม่ให้โอกาสพวกเขาได้กลับไปที่ เมืองกรีนโคลแล้วล่ะ

“สุดท้ายก็นับว่าคนที่ไม่ใช่ผู้มีหน้ามีตามาแล้วหนึ่ง ดูเหมือนว่าที่รพีพงษ์รู้จักจะไม่ใช่คนใหญ่คนโตไปซะ ทั้งหมด” ตอนนี้ชลิดาทำได้แค่ปลอบใจตัวเองสักประโยค แบบนี้เท่านั้น

“ท่านผู้นั้นเป็นถึงผู้นําของตระกูลธนาพัชรกุลแห่งเมืองก รีนโคลเชียวนะ เขาไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกคนด้านหน้านั่น เลย ที่เขาให้แค่หนึ่งแสนมันต้องมีสาเหตุแน่ๆ คุณไม่เห็น หรือว่าเด็กสาวที่อยู่ข้างๆเขาสีหน้ามืดมนขนาดนั้น นั่นคือ ลูกสาวของเขา ในความคิดของฉัน เป็นเพราะลูกสาวของ เขาถูกใจรพีพงษ์ ผลสุดท้ายรพีพงษ์ดันมาจัดงานแต่งกับ คนอื่น ในใจรู้สึกหึง ดังนั้นเธอถึงให้เขาแค่นี้” คนที่รู้จักนฤ พลกล่าว

ชลิดาตกตะลึงทันที คาดไม่ถึงว่านี่ก็เป็นอีกหนึ่งคนใหญ่ คนโตที่เธอไม่สามารถเข้าถึงได้เลย

“ประธานธีรศานติ์แห่งหอการค้าสมน.จากเกียวโต มาร่วม แสดงความยินดี มอบเงินขวัญถุงห้าสิบล้าน!”

“เจ้าสํานักบูโดจันทร์ไชยแห่งสำนักบูโดวงแสงจากเกียว โต มาร่วมแสดงความยินดี มอบป้ายคำมงคลหนึ่งแผ่น
ธีรศานติ์กับจันทร์ไชยจงเดินเข้าไปในคฤหาสน์ด้วยกัน บนใบหน้าสวนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

สั่งสุดท้ายที่หอการค้าสมน.จะขาดก็คือเงิน ดังนั้นปกติจึง มักจะมอบเงินให้เป็นของขวัญอวยพร ธีรศานต์ไม่อยากจะ ไปเลือกของขวัญ จึงเตรียมเงินห้าสิบล้านไว้ให้เป็นของ ขวัญอวยพรรพีพงษ์โดยตรงเลย

แม้ว่าจันทร์ไชยจะไม่ขาดแคลนเงิน แต่เขาเป็นคนที่ เหนียวมาก แถมความสัมพันธ์ของเขากับรพีพงษ์นั้นยังไม่ ธรรมดาอีกด้วย ดังนั้นจึงเขียนป้ายคำมงคลแผ่นหนึ่งตอน ที่จะมาแล้วก็นํามาเป็นของขวัญอวยพร

เขาไม่ได้รู้สึกเสียหน้า ถึงอย่างไรผู้ที่ฝึกฝนศิลปะการ ต่อสู้ ก็ไม่ค่อยจะให้ความสำคัญกับเรื่องหน้าตาพวกนี้อยู่ แล้ว

ทั้งสองคนนี้ล้วนมาจากเกียวโต แต่ของขวัญที่ให้กลับ ต่างกันราวฟ้ากับเหว เพียงช่วงเวลาสั้นๆก็ดึงดูดความ สนใจของทุกคนได้แล้ว

แต่พวกเขาก็ยังคงถูกเงินห้าสิบล้านของหอการค้า สมน.ทำให้ตื่นตกใจมากกว่าอยู่ดี นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นคนที่ให้ของขวัญอวยพรมากขนาดนี้

เมื่อเธียรวิชญ์และคนอื่นๆที่รออยู่ด้านหน้าเห็นธีรศานต์ กับจันทรไชยทั้งสองคนมาแล้ว ก็รีบเข้าไปทักทายพวก เขาอย่างรวดเร็ว สําหรับพวกเขาแล้วทั้งสองท่านนี้เองก็ เป็นบอสใหญ่ในระดับสูงเช่นกัน หากตอนนี้สามารถคบค้า สมาคมด้วยได้ ต้องเป็นเรื่องที่ดีเป็นธรรมดาอยู่แล้ว

บรรดาญาติพี่น้องตระกูลฉัตรมงคลต่างพากันมองไปทาง ธีรศานติ์ที่เดินเข้ามาอย่างปากอ้าตาค้าง เสียงเมื่อครู่ดัง ก้องวนไปมาอยู่ในหัวของพวกเขาไม่หยุด

“ห้า…เงินขวัญถุงห้าสิบล้าน จริงๆเหรอ จะมีคนที่ให้เงิน ขวัญถุงตั้งห้าสิบล้านได้ยังไงกัน?” ใบหน้าของนทีนาถเต็ม ไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

ในเวลานี้ทุกคนในตระกูลฉัตรมงคลและเพื่อนร่วมชั้นของ อารียาต่างก็เข้าใจแล้วว่า เมื่อเทียบพวกเขากับรพีพงษ์ แล้ว แท้จริงแล้วก็เทียบไม่ได้แม้แต่เศษเล็บของรพีพงษ์ เพียงแค่เพื่อนที่รพีพงษ์รู้จักเหล่านี้พวกเขาไม่มีแม้แต่ คุณสมบัติจะไปเลี้ยเท้าประจบประแจงด้วยซ้ำ มีหน้าอะไร มาพูดว่ารพีพงษ์เป็นเศษขยะกัน
“ยัง…ยังจะมีใครมาอีกไหม สองคนนี้น่าจะเป็นคนสุดท้าย แล้วนะ แต่ถึงแม้ว่าจะมีมาอีกก็ไม่น่าจะมากกว่าห้าสิบล้าน แล้วใช่ไหม?” ชลิดาจ้องมองด้วยตาทั้งสองข้างแล้วกล่าว

ในตอนนี้เองก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาจากประตูคฤหาสน์ อีกครั้ง คนเหล่านี้ออร่าพลังโดดเด่นมาก แค่เห็นก็รู้เลย ว่าไม่ใช่คนธรรมดา ในหมู่พวกเขามีออร่ามากมายอยู่บน ร่างกาย ดูยิ่งใหญ่กว่าคนที่เพิ่งเข้าไปเหล่านั้นเสียอีก

“ตระกูลลัดดาวัลย์จากเกียวโต มาร่วมแสดงความยินดี มอบเงินขวัญถุงหนึ่งร้อยล้าน!


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ