แมงดา? ผมเป็นสายเปย์ต่างหาก

บทที่ 433 คนแรกที่จะเอาชีวิตนาย



บทที่ 433 คนแรกที่จะเอาชีวิตนาย

บทที่ 433 คนแรกที่จะเอาชีวิตนาย

คุกใต้ดิน

เวลานี้ คนของห้องหมายเลข 13 ต่างก็กำลังคึกคัก แต่คน ของห้องอื่นๆ ด้านข้างต่างทำหน้ามืดมน เทียบกับก่อนหน้านี้ สับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

หมาบ้าในห้องหมายเลข 12 หน้าดำคล้ำฟังเสียงโห่ร้องดีใจ จากห้องข้างๆ แค้นจนกัดฟันกรอด ตรงไปฟาดหน้าลูกน้องคน หนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาหนึ่งฝ่ามือ

หน้าของลูกน้องคนนั้นเต็มไปด้วยความไม่เป็นธรรม ตนเอง เพียงแค่ยืนใกล้กับหมาบ้าเล็กน้อย ถึงกับโดนทุบตีอย่างไร้ เหตุไร้ผล ได้รับความไม่เป็นธรรมแต่กลับไม่มีที่ให้พูดจริงๆ

“เหอะ ไม่ใช่แค่ผ่านซิลินหรอกหรือ มีอะไรให้ภูมิใจนักหนา อย่าลืมไป ภายหลังยังต้องท้าประลองกับยอดฝีมืออันดับ เทพเจ้าแห่งสงครามท่านหนึ่งนะ นี่ถึงจะเป็นด่านยากที่แท้จริง ในอันดับเทพเจ้าแห่งสงครามสุ่มยอดฝีมือคนใดสักคนล้วน แข็งแกร่งกว่ารพีพงษ์ทั้งสิ้น ถึงเวลานั้นไอ้หมอนี่จะตายยังไงก็ ยังไม่รู้” หมาบ้าพึมพำขึ้นมา

คนในห้องอื่นๆล้วนแต่มีความคิดเช่นเดียวกับหมาบ้า รู้สึกว่า ห้องหมายเลข 13 ดีใจตอนนี้ไม่เร็วไปสักหน่อยหรือไร รพีพงษ์ แม้จะนับว่าสามารถผ่านซิลินมาได้ แต่ก็ไม่สามารถสู้ขณะยอดฝีมืออันดับเทพเจ้าแห่งสงครามได้แน่นอน

ถ้าเกิดเขาโชคดี สุ่มเจอยอดฝีมืออันดับเทพเจ้าแห่งสงคราม ลำดับท้าย นั่นยังมีความเป็นไปได้เล็กน้อย ถ้าโชคไม่ดี เจอกับยอดฝีมืออันดับเทพเจ้าแห่งสงครามอันดับสิบกว่า เช่น นั้นทุกคนในห้องหมายเลข 13 ไว้อาลัยให้กับรพีพงได้เลย

ชัดเจนยิ่ง ทุกคนต่างหวังให้โชคของรพีพงษ์แย่สักหน่อย

ในห้องหมายเลข 13 รพีพงษ์กำลังมองดูทุกคนที่เต็มไปด้วย ความตื่นเต้น พูดขึ้น : “เลิกมาตื่นเต้นตรงนี้ได้แล้ว ภายหลัง มีรายการท้าประลองกับยอดฝีมืออันดับเทพเจ้าแห่งสงคราม พวกนายรีบไปฝึกซ้อมเถอะ”

ได้ยินคําพูด ของรพีพงษ์ ทุกคนราวกับถูกน้ำเย็นสาดเข้าใส่ ชั่วขณะอย่างนั้น ต่างก็สงบลงทันที

รพีพงษ์ผ่าน ลิน เป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การดีใจโดยแท้ แต่ พวกเขาต่างก็คิดเช่นเดียวกันว่า ภายหลังท้าประลองกับยอด ฝีมืออันดับเทพเจ้าแห่งสงคราม ถึงจะเป็นด่านยากที่แท้จริง

ไม่มีใครพูดอะไรอีก ต่างทำตามที่รพีพงษ์บอก ฝึกซ้อมต่อไป จงจินตน์ยังอยากจะเข้าใกล้รพีพงษ์พูดอะไรสักเล็กน้อยถูกรพีพงษ์จ้องจนต้องกลับไป

ตอนกลางคืน คนที่พารพีพงษ์ไปเข้าร่วมซิลินคนนั้นมาถึงใน คุกใต้ดิน ในมือยังถือกล่องหนึ่งเอาไว้

คนคนนี้คือผู้ดูแลคุกใต้ดินทางนี้ มีชื่อว่าชนายุส ภายในเทือก เขากิสนาก็นับว่าเป็นคนที่มีชื่อเสียง ทว่าคนผู้นี้เหมือนเป็นพ่อ บ้านที่เทือกเขากิสนารับสมัครมาเป็นพิเศษยิ่งกว่า นอกจาก จัดการเรื่องราวในคุกใต้ดินแล้ว ชนายุสคนนี้ก็ไม่มีที่อื่นที่ พิเศษอีก

เขาไม่ได้มีกำลังอะไร ดูแล้วเหมือนเป็นคนธรรมดา แม้ว่าจะ เป็นเช่นนี้ ก็ยังคงไม่มีใครกล้ายุแหย่เขา เพราะทุกคนต่างรู้ ดี สองคนที่ตามติดข้างกายชนายุสคือยอดฝีมือที่แท้จริง ไม่ ด้อยไปกว่ายอดฝีมืออันดับเทพเจ้าแห่งสงคราม

ชนายุสเดินมาถึงประตูห้องหมายเลข 13 คนห้องอื่นไม่น้อย วิ่งมาที่ประตูห้องฟังสถานการณ์ด้านนอก พวกเขาต่างรู้ ชนายุ สจะต้องมา มาให้รพีพงษ์สุ่มเลือกยอดฝีมืออันดับเทพเจ้าแห่ง สงครามหนึ่งคน ดำเนินการท้าประลอง

“รพีพงษ์ มานี่” ชนายุสจ้องมองรพีพงษ์ที่อยู่ในห้อง กล่าวขึ้น เสียงเรียบ

รพีพงษ์เดินไปยืนอยู่ด้านหน้าชนายุส

ชนายุสเอากล่องที่อยู่ในมือตนกล่องนั้นยื่นให้รพีพงษ์ พูดขึ้น : “ยกเว้นสิบอันดับแรกของอันดับเทพเจ้าแห่งสงคราม หมายเลขตัวแทนของคนที่เหลือทั้งหมดล้วนอยู่ในกล่องนี้ นายเลือกจากด้านในมาหนึ่งคน คนนั้นก็คือยอดฝีมืออันดับ เทพเจ้าแห่งสงครามที่นายจะต้องท้าประลอง ดำเนินการท้า ประลองวันพรุ่งนี้ นายมีเวลาหนึ่งคืนในการเตรียมตัว”

รพีพงษ์พยักหน้าให้ชนายุส จากนั้นเอามือข้างหนึ่งของตนยื่น ลงไปในกล่องนั้น สัมผัสถึงกระดาษได้หนึ่งชิ้น หยิบออกมา

ชนายุสรับกระดาษชิ้นนั้นที่รพีพงษ์จับได้ออกมา เปิดออกดู พบว่าด้านบนเขียน”13″อย่างคุ้นเคย

นี่ก็หมายความว่า ที่รพีพงษ์ต้องท้าประลอง คือยอดฝีมือ อันดับเทพเจ้าแห่งสงครามลำดับที่สิบสาม

ตอนมองเห็นตัวเลขนี้ รพีพงษ์รูม่านตาหดลงทันใด บนใบหน้า เผยสีหน้าที่แปลกประหลาดออกมา ถ้าเขาไม่ได้จำผิด เตชัส ตอนนี้ก็คืออันดับเทพเจ้าแห่งสงครามลำดับที่สิบสามคนนั้น

นี่มันจะบังเอิญเกินไปแล้ว! รพีพงษ์ในใจหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ ไม่ออก คิดไม่ถึงว่าตนเองต้องท้าประลองกับเตชัส จึงจะรับ อิสรภาพในเทือกเขากิสนาได้สำเร็จ

คู่ต่อสู้ของนายพรุ่งนี้คืออันดับเทพเจ้าแห่งสงครามลำดับที่ สิบสาม ฉายาว่ายอดฝีมือยมราชเตชัส ขอให้สำเร็จ” ชนายุสพูดกับรพีพงษ์ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ใด

รพีพงษ์พยักหน้า จากนั้นถามว่า : “การท้าประลองนี้จำเป็น ต้องกำจัดคู่ต่อสู้ให้ถึงตายจึงจะชนะหรือ? ”

ชนายุสส่ายหัว กล่าวว่า “แค่นายสามารถทำให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ ก็นับว่าผ่าน แต่โดยส่วนมาก ผู้ที่พ่ายแพ้ จะไม่มีตัวตนอยู่ต่อ บนโลกนี้”

รพีพงษ์ถอนหายใจคำหนึ่ง ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ไม่มีอะไรต้องเป็น ห่วงแล้ว ถึงเวลานั้นก็ให้เตชัสยอมแพ้โดยตรงเลยก็พอแล้ว ไม่ต้องตีเขาให้ตาย เขาเป็นยอดฝีมือลำดับต้น ของอันดับ เทพเจ้าแห่งสงคราม ถึงแม้จะพ่ายแพ้ เทือกเขากิสนาก็ไม่มี ทางทำอะไรเขาได้

คนในห้องหมายเลข 13 เห็นรพีพงษ์สุ่มได้ยอดฝีมือลำดับที่ สิบสาม หน้าล้วนเปลี่ยนเป็นสีเทาราวกับขี้เถ้า รู้สึกว่ารพีพงษ์ โชคร้ายอย่างยิ่ง ถึงกับสุ่มได้ยอดฝีมือลำดับต้นขนาดนี้

คนที่สามารถจัดเข้าไปอยู่ในยี่สิบอันดับแรกได้ไม่มีสักคนที่ ง่ายดาย คนที่ออกไปจากคุกใต้ดินคนหนึ่ง จะเป็นคู่ต่อสู้ของ พวกเขาได้อย่างไร

จงจินตน์ถอนหายใจอย่างจนปัญญา ในใจเกิดความเห็นใจ ต่อรพีพงษ์เล็กน้อย เขาพลันมีความรู้สึกหนึ่งเหมือนกับว่าลูกพี่ ของตนจะต้องมาบอกลาก่อนกับพวกเขา
ทว่ารพีพงษ์มีใบหน้าสงบนิ่ง ราวกับไม่ได้เอาเรื่องนี้มาใส่ใจ

จงจินตน์รู้สึกว่ารพีพงษ์แสร้งทำเป็นสงบนิ่งเท่านั้น เดิมทีเขา อยากปลอบใจรพีพงษ์สักหน่อย แต่ก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี สุดท้ายก็ทําได้เพียงไปฝึกซ้อมอย่างเงียบๆ

หลังจากที่ นายุสมาให้รพีพงษ์สุ่มเลือกคนที่จะท้าประลอง ด้วยเสร็จแล้ว ก็หมุนกายเดินออกไปด้านนอก คนในห้องอื่นๆ ต่างก็มองชนายุสด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น ล้วนอยากจะรู้ว่า รพีพงษ์สุ่มได้ยอดฝีมือ าดับที่เท่าไหร่กันแน่

ตอนที่เดินไปสุดระเบียงทางเดิน ชนายุสหยุดลง หินกายกลับ มา ใช้เสียงที่มีพลังอย่างมากตะโกนออกมา : “พรุ่งนี้ รพีพงษ์ ท้าประลองกับอันดับเทพเจ้าแห่งสงครามลำดับที่สิบสาม ยม ราชเตชัส ทุกคนไปชมกัน! ”

พูดจบ ชนายุสก็ออกจากคุกใต้ดินไป

แต่ทุกห้องภายในคุกใต้ดิน นอกจากห้องหมายเลข 13 พลัน คึกคักขึ้นมาทันที

อันดับเทพเจ้าแห่งสงครามลำดับที่สิบสาม! ยมราชเตชัส!

รพีพงษ์ถึงกับสุ่มได้ยอดฝีมือลำดับต้นขนาดนี้ โชคร้ายไปถึง บ้านยายเลยทีเดียว!

ในเวลานั้นใบหน้าของผู้ที่มีความสุขบนความทุกข์ของรพีพงษ์เผยสีหน้าลำพองใจออกมา จากที่พวกเขาดู รพีพงษ์สุ่ม ได้ยมราชเตชัส ก็แทบจะถูกตัดสินโทษตายแล้ว

หลังจากหมาบ้าของห้องหมายเลข 12 ได้ยินคำพูดของชนา ยุส มุมปากก็ฉีกยิ้มเย้ยหยัน ต่อด้วยเสียงหัวเราะดังตามมา ติดๆ

ทำให้ฉันหัวเราะแทบตายแล้ว มันถึงกับสุ่มได้ยมราชเตชัส กำลังความสามารถของยมราชเตชัสคนนี้น่าหวาดกลัวอย่าง มาก เขาใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่ปี ก็จัดมาถึงลำดับที่ 13 หลาย คนถึงกับคาดเดาว่าเขามีกำลังความสามารถถึงระดับของสิบ อันดับแรกของอันดับเทพเจ้าแห่งสงคราม ครั้งนี้ถึงรพีพงษ์ อยากจะรอดชีวิตแต่คงรอดไม่ได้แล้ว”

หมาบ้าเดินไปที่ประตูด้านนั้น ตะโกนไปทางห้องหมายเลข 13 : “เป็นยังไง ไอ้พวกสวะของห้องหมายเลข 13 ดีใจหรือไหม เล่า เกินความคาดหมายหรือไม่ ลูกพี่ของพวกแกถึงกับสุ่มได้ ยมราชเตชัส ฉันว่าพวกแกร้องไห้ให้มันเลยดีกว่า”

“บ้านแกน่ะสิ หมาบ้า แกไม่ยากมีชีวิตแล้วหรือไง กำลังน้อย นิดนั่นของแก อยู่ต่อหน้าลูกพี่ของพวกเรา แค่ผายลมยังนับไม่ ได้เลย! ” จงจินตน์ด่าแทนรพีพงษ์ทันที

“กําลังความสามารถของมันแข็งแกร่งแล้วอย่างไร ผ่านพรุ่ง นี้ไป มันก็ไปรายงานตัวกับพญายมแล้ว ข้าผู้นี้ไม่กลัวสักนิด หรือว่าตอนนี้มันยังจะสามารถมาฆ่าฉันได้หรือ? เลิกฝันได้แล้ว ชั่วชีวิตนี้มันก็ไม่มีโอกาสนั้นหรอก! ” หมาบ้าตอบด้วยใบหน้า เหยียดหยาม ในความคิดของเขา รพีพงษ์ที่กำลังจะไปตายในวันพรุ่งนี้ ไม่มีที่ไหนควรคำให้ต้องกลัวแล้ว

จงจินตน์ถูกทำให้โกรธจนตัวสั่น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

ในเวลานี้รพีพงษ์เหลือบมองผนังด้านข้างแวบหนึ่ง พูดเสียง เย็น : *จำคำพูดของแกไว้ พรุ่งนี้ท้าประลองกลับมา ที่ฉันจะทำ เรื่องแรก คือเอาชีวิตของแก! ”

หมาบ้าสัมผัสได้ถึงคำพูดที่แฝงไว้ด้วยไอสังหารของรพีพงษ์ ในใจสะดุ้งไปถึงพื้น แต่ว่าไม่นานก็ผ่อนคลายกลับมา พูด อย่างไม่กลัวเกรงว่า : “อย่าได้คิดเพ้อฝันหน่อยเลย แกไม่มี โอกาสได้กลับมาอีกแน่! ”

รพีพงษ์เพียงแค่หัวเราะ ไม่ได้สนใจหมาบ้าอีก เขากลับมาได้ หรือไม่ ถึงตอนนั้น พวกมันก็จะได้รู้แล้ว


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ