ยั่วรักทนายคนโหด

ตอน784แม้ว่าจะตายก็ต้องตายไปด้วยกัน



ตอน784แม้ว่าจะตายก็ต้องตายไปด้วยกัน

ตอนที่84 แม้ว่าจะตายก็ต้องตายไปด้วยกัน

ตอนนั้นเองทุกสายตาจับจ้องไปที่เธอ ดราณีได้แต่งงๆ แค่รู้ว่าสายตาทุกคู่ส่งสายตาอย่างดีใจมาให้เธอ มันทำให้ใจ เธอเต้นแรง

นัชชางอตัวลงกระซิบที่หูของหนุ่มน้อย “รีบไปเรียกอา ชนัยกลับมาแล้วบอกด้วยว่าอาดราณีฟื้นแล้ว

“ได้ครับ!”

เด็กน้อยวิ่งทะลุออกไปนอกห้องพัก ดราณีมองนัชชาที่

ด้านข้างลำตัวหล่อน “เป็นไงบ้าง ได้ยินเสียงของฉันไหม?

ดราณีอยากบอกว่าได้ยินเสียง แต่ว่าไม่มีเสียงเปล่งออก

มา แค่จะพยักหน้าสำหรับเธอแล้วยังลำบากเลย

ครึ่งนาทีผ่านไป ประตูห้องถูกคนเปิดออก แผ่นหลังที่ผ่าน ตาไปไวมาก จากนั้น ริมฝีปากของเธอก็มีริมฝีปากที่นุ่มนวล จุมพิตลงมาเบาๆ

ผู้ชายก้มหัวลงไปจูมเธอ “ ในที่สุดเธอก็ฟื้นแล้ว

ในที่สุด … เตชิตถึงกับซาบซึ้งจนเหงื่อไหล แค่ผ่านไปคืนเดียว หากเป็นสองวันหนึ่งคืนล่ะ เขาพอจะเข้าใจอยู่

สายตาของดราณีตื่นตระหนกเล็กน้อย ปรัณรีบมาอย่างไร เขาตรวจสักพัก ถึงได้ถอนหายใจออกมา “ฟื้นขึ้นมาได้นี่ถือว่า ร่างกายแข็งแรงมาก เพราะงั้นไม่กังวลอะไรให้มากนัก เพราะ ว่าอาการบาดเจ็บมันจะค่อยๆหายไปอย่างช้าๆ แค่รอเท่านั้น

ชนัยพยักหน้า ไม่ต้องบอกให้รอหรอกคดราณีให้ทำอะไร เขาก็จะไม่เถียงสักคำ

เตชิตรู้ว่าพวกเขาต้องการความเป็นส่วนตัวเลยพานิชชา กับเด็กน้อยออกมา หมอและพยาบาลที่ตรวจร่างกายเสร็จต่าง ก็ออกมาเช่นกัน คาดเดาได้ว่าในห้องพักผู้ป่วยคงมีค่คนสอง คน

ตราพูดไม่ได้ ในใจหล่อนคิดเรื่องมากมาย ความจำ ก่อนที่เกิดเรื่องจนหมดสติ อารมณ์ติดลบมากๆ และเข้าขั้น วิกฤตเลยทีเดียว หล่อนกังวลว่าที่บริเวณช่องท้องทิ้งรอยแผล เป็นขนาดใหญ่…

ชนัยรับรู้ถึงอารมณ์ที่แปรปรวนของเธอ ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เธอถึงได้คลายกังวลลงไปบ้าง ทำได้แต่ดูแลเธอให้ดีที่สุดและ อยู่ข้างกายเธอไม่ห่าง

ทั้งสองคนเป็นแบบนี้ไปเกือบอาทิตย์จนเข้าวันที่แปด ชนัยก็เริ่มทนไม่ไหวเขารีบคว้าปรัณมาถาม “เธอเป็นอะไร ทำไมไม่ยอมพูดอะไรเลย ที่แกสั่งยามามันได้เรื่องไหมเนี่ย?
ปรัณนิ่งไปสักพัก “แกเครียดจนลามมาถึงการรักษาของ ฉันแล้วหรอ?”

ชนัยที่หน้าตาบูดบึงยอมปล่อยมือออก “แล้วทำไมหล่อน

ไม่ยอมพูด

“หลังจากตรวจอาการแล้วเธอพูดได้ แต่ว่ารายละเอียดที่ ไม่ยอมพูดนั้น ต้องถามแกแล้วแหละ

“ถามฉัน? ฉันไม่ใช่หมอสักหน่อย จะรู้ได้ไงวะ

ปรับได้แต่ส่ายหัว น้ำเสียงดูตั้งใจมาก “มีเหตุผลสองย่าง หนึ่งคือเธอยังปรับตัวกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่ว่าดูแล้ว เปอร์เซนต์มันน้อยมาก สองคือ เธอไม่อยากคุยกับแกเลย เลือกที่จะเงียบแทน”

ชนัยฟังแล้วสีหน้ายิ่งทุกข์หนักกว่าเดิม ในใจเริ่มอยู่ไม่ เป็นสุข

ถ้าเธอไม่อยากคุยกับฉัน นั้น …

ปรัณคิดว่าเขาคงมีปัญหาอีกมากมายที่อยากจะถามเขา ที่ไหนได้แปบเดียวคนที่อยู่ตรงหน้าก็หันหลังหายไปเสียแล้ว เขามองงประตูที่ว่างเปล่า ได้แต่ถอนหายใจแบบไม่เสียง “มัน ช่างน่าอึดอัดใจเสียจริงๆเลย

ตอนที่ชนัยกลับมาที่ห้องพักคนป่วย คราณีกำลังนั่งอ่าน หนังสืออยู่ ตอนนี้เธอสามารถที่จะนั่งอ่านหนังสือได้แล้ว อีก หนึ่งสัปดาห์ก็สามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว
เวลาที่เขาเข้ามาเธอก็ไม่ได้มองเขานานแบบเดียวก็หันมา สนใจหนังสือ

ชนัยยืนอยู่หน้าประตูประมาณครึ่งนาทีได้ ในใจกันวุ่น แต่ที่สุดแล้วก็เดินเข้าไปข้างๆตัวเธอ “ดราณี เธอพูดได้แล้วใช่ ไหม?”

คราณีตัวแข็ง การตอบสนองเล็กน้อยที่อยู่ในสายตาของ

เขางอตัวลง ตามองตา “ทำไมไม่สนใจผม คือ? เบื่อผม

แล้วหรอ?”

ขนาดตอบเขาเธอยังคงนิ่งอยู่

เขาก็ไม่ได้เบื่อ ถามต่อ “บอกผมว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายก็ตามผมรับได้ ถ้าไม่อยากเจอ ผมไม่อยากคุยกับผม ผมสามารถหาคนมาแทนได้ อย่าทำให้ ตัวเองลําบากเลย ได้ไหม? “

เขาไม่อยากเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ทำให้เขาเครียด และไม่อยากบังคับเธอมากเกินไป ชนัยถึงกลับต้องยืนขึ้นเพื่อ ออกไปปรับอารมณ์ตัวเองสักหน่อย

ตอนที่เขากำลังหันตัวกลับ เขากลับได้ยินเสียงแหบ “ฉัน ไม่ชอบความคิดแบบนี้ของคุณ

ไม่ได้หวังว่าเธอจะเปิดปากตอบ แต่เมื่อได้ยินคำพูด ชนัย สับสนเล็กน้อย “อะไรนะ?
ตราเงยหัวมองเขา “สองวันก่อนที่คุณคุยกับปรัณฉัน ได้ยินหมดแล้ว ที่บอกว่ารอวันที่ฉันหายแล้วค่อยคิดถึงความ สัมพันธ์ของเราสองคน ไม่ใช่หรอ?”

ชนัยตกตะลึง คิดถึงเรื่องนั้นขึ้นมาเป็นวันที่เธอฟื้นขึ้นมา ได้สองวันแล้วที่เขาพูดกับปรัณหน้าห้องพักคนไข้

ตอนนั้นพวกเขาคิดว่าหล่อนคงหลับไปแล้วเลยไม่ได้ปิด ประตูให้แน่น ที่แท้หล่อนได้ยิน

ดราณีชูนิ้วชี้แล้วชี้ไปที่ปากแผลบริเวณหน้าท้องตนเอง “เพื่อคุณฉันยอมบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเจ็บขนาดไหน ฉันไม่เคย เสียใจเลย แต่ตอนที่ได้ยินประโยคนนั้น ฉันเสียใจที่คิดแบบ นั้น ควรจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วคุณต้องคิดแบบนี้ ตอนนั้นไม่ควรจะ รับมีดแทนคุณเลย….

ตอนที่เธอพูด เธอกลืนความขมขื่นลงคอ และบังคับไม่ให้ ระเบิดออกมาแต่น้ำตามันก็ไหลออกมาแทน เธออยากจะเช็ด มันแต่ช้ากว่าชนัย

“ผมแค่กลัวว่าคุณจะเกิดอันตรายเพราะผมอีกครั้ง

“งั้นคุณก็เลยจะใสหัวฉันไปใช่ไหม?” ดราณีกลัวน้ำตาจะ หล่นไปยังฝ่ามือเขาที่ตั้งใจจะเช็ดแทน “ฉันไม่ต้องให้คุณทำ แบบนี้”

“ดราณี…”

“ถ้าคุณวางแผนไว้แบบนี้แล้วก็ไม่ต้องมาดูแลฉัน” หล่อนกล้ำกลืนฝืนทนความรู้สึกที่ปวดใจไว้ และทำเหมือนไม่ได้ใส่ใจ อะไรสักนิดแบบนั้น “ยังไงคุณก็คิดจะใสหัวฉันไปอยู่ดี

“ผมไม่เคย” ชนัยปวดใจได้แต่เอาเธอเข้ายังอ้อมออก เบาๆ ทรวงอกเริ่มเต้นแรง “ผมไม่เคยคิดอยากให้คุณไปไหน เลย ปล่อยคุณไปมันก็เหมือนเอาชีวิตผมไปด้วย มันทำให้ผม เจ็บคุณรู้หรือป่าว!?”

“ฉันไม่รู้ ที่ฉันดูออกตั้งแต่ที่ฉันอาการดีขึ้นคุณพยายามไล่ ฉันไป” ดราณีเสียงเริ่มเศร้าโศก “สิ่งที่ผมทำไม่ใช่ว่าเพื่อให้ คุณไปจากผม…”

เสียงสดใสของสาวน้อยที่กึกก้องอยู่ในหูของเขามัน เหมือนกับกำลังตบหัวชนัยเรียกให้ชนัยตื่น

ตอนที่เธอตกอยู่ในอันตรายเขาไม่สามารถคาดเดาได้ถึง

ทำให้สาวน้อยของเขาเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายจริงๆ

สิ่งที่เธอต้องการก็แค่การที่เขาอยู่เป็นเพื่อนเธอเท่านั้นเอง

สักพัก ก้อนเมฆที่บดบังพระอาทิตย์ก็สลายไป สิ่งที่อยู่ใน ใจหล่อนเขาเข้าใจมันทั้งหมดแล้ว

ชนัยจับมือคู่นั้นแน่ เอ่ยขอโทษเบาๆ “ผมผิดไปแล้ว

ดราณีหยุดการต่อต้านหลังจากได้ยินประโยคขอโทษนั่น น้ำตาก็หยุดไหลและสะอื้นนิดๆ

“จะไม่ไล่เธอไป ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะไม่มีวันนั้นอีก แล้ว”
“แล้วถ้าคราวหน้าฉันเกิดเรื่องอันตรายขึ้นมาล่ะ?” คุณจะ เปลี่ยนแปลงมันไหม?

“ไม่มีทาง ถ้าตายก็ต้องตายไปด้วยกัน

ประโยคนี้ทำเอาดราณียิ้มได้ หล่อนพยักหน้าเบาๆ และ เซ็นต์สัญญาชีวิตฉบับนี้ “ค่ะ”


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ