ยั่วรักทนายคนโหด

ตอน724ไม่อนุญาตให้เจอเขาอีก



ตอน724ไม่อนุญาตให้เจอเขาอีก

ตอนที่ 724 ไม่อนุญาตให้เจอเขาอีก

ชนัยก็ไม่ได้ผ่อนคลายจากคำพูดน มองหญิงสาวข้างกาย ด้วยแววตาซับซ้อน “ดราณี ฉัน”

ยิ่งเขาเป็นแบบนี้ดราณีก็ไม่สบายใจ “ฉันรู้ว่าคุณมีอดีต ของตัวเอง ฉันไม่บังคับให้คุณบอกอะไรฉันหรอก รอจนกว่าวัน ที่คุณอยากจะพูดก็ได้ ฉันแค่กลัวว่าคุณจะรู้สึกแย่

แต่เธอไม่เคยคิดมาก่อน ว่านี่เป็นบาดแผลของชนัยจริงๆ

“อดีตของฉัน และเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในครอบครัวฉัน มัน น่าอายที่จะพูดออกมามากๆ ไม่ใช่ไม่อยากบอกเธอ แต่ฉันแค่ ยังไม่ได้เตรียมใจ

“ไม่เป็นไร” ดราณียดมือขึ้นลูบหลังเขา “พวกเราไม่พูด เรื่องนี้แล้ว”

สีหน้าชนัยค่อนข้างหดหู่ น่าจะคิดเรื่องอะไรอยู่ เขาเหม่อ ลอยนิดหน่อย

ดราณีเห็นว่าเป็นอย่างนี้แล้วในใจก็วูบ โน้มเข้าไปจูบมุม ปากเขาเบาๆ ให้พลังปลอบโยนเขา “ไม่ต้องเสียใจแล้วนะ หม? มีฉันอยู่เคียงข้างคุณทั้งคนนี้?”

มีฉันอยู่ข้างคุณ
คําพูดเรียบง่ายหาพยางค์ทำให้อารมณ์หดหูของเขาหาย ไป คนมากมายพูดแบบนี้กับเขา แต่คนเดียวที่ทำให้ใจเต้นได้ก็ มีแต่ดราณี

“ที่รัก”

น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดึงดูดดังขึ้นข้างหู ตราหน้า แดงเพราะเขาเรียก “ฉัน ฉันต้องลงแล้ว”

“ได้” ในใจชนัยแม้จะรู้สึกเสียดาย แต่ก็ทำได้เพียงปล่อย เธอไป “หายยุ่งแล้วค่อยคุยกัน ตอนเย็นมีเวลาว่างก็มาทาน ข้าวด้วยกัน ฉันจะมารับเธอเอง

ดราณีพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง “ได้ค่ะ”

ตั้งแต่ลงจากรถ เธอก็ยืนอยู่กับที่ไม่ขยับไปไหน ผู้ชายที่ นั่งอยู่ในรถก็ไม่ขยับเช่นเดียวกัน ทั้งสองกันด้วยฟิล์มสีเข้มของ รถ คุณมองฉัน ฉันมองคุณ สุดท้ายก็เป็นชนัยที่พูดออกมาก่อน

“ทำไมไม่ไป?”

“ฉันรอให้คุณไป คุณรีบไปทำงานสิ

ชนัยขมวดคิ้ว “ฉันเห็นเธอไปก่อนค่อยไป

คนมีความรักมักเป็นแบบนี้ แต่จากกันนิดเดียวก็เหมือน จากกันนานมาก

ดราณีทำได้เพียงโบกมือ แล้วหมุนตัวเข้าไปในโรง พยาบาล แม้ว่าจะหันหลังให้เขา แต่ก็ยังรู้สึกถึงสายตาประกาย คู่นั้นของคนด้านหลัง
เดินเข้าไปในประตูหลัก โรงพยาบาล เธอถึงถอนหายใจ ออกมา เมื่อครู่ถูกเขาจ้องมอง ด้านหลังแข็งที่อไปหมด

แต่ในตอนนี้ ด้านหลังจู่ๆ ก็มีเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นมา “ดราณี? ทำไมลงมาล่ะ?”

ดราณีสั่นขึ้นมา รีบหันศีรษะไปมอง เห็นแค่ลุงธนชิตกำลัง ถือถุงเก็บความร้อนสีเหลืองเดินมาทางตน

ในใจเธอเต้น ตึกตัก ไม่แน่ใจว่าเมื่ออยู่ที่ลงมาจากรถ ชนัย ถูกธนชิตเห็นหรือไม่ แอบรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก

“คุณลุง มาแล้วหรอคะ?”

“ใช่” ธนชิตยกถุงเก็บความร้อนในมือขึ้นมา “ลุงเอาซุป มาส่งให้พ่อเธอ ทานอาหารที่โรงพยาบาลเป็นประจำไม่ค่อย คนป่วยจะสะเพร่าไม่ได้ ต้องทานอะไรบำรุงหน่อย ซุปกระดูก ต้มเกือบสามชั่วโมงแน่ะ”

ดราณีรีบขอบคุณ “ลำบากคุณลุงแย่เลย!”

“พูดอะไรกัน คนบ้านเดียวกัน” ธนชิตรับโบกมือ ตอบ อย่างเกรงใจ แต่แป๊ปเดียวเขาก็เปลี่ยนเรื่อง “นี่โบกรถมา หรอ? ลุงเห็นเธอลงมาจากรถคันด่า

ดราณีใจสั่นไหว อย่างที่คิดไว้ ถูกเขาเห็นจริงๆด้วย

คิดถึงที่ตนจูบชนัยบนรถเมื่อครู่นี้ เธอก็รู้สึกตื่นตระหนก รีบเบนหน้าหนี กลัวว่าจะถูกเห็นความผิดปกติ “ใช่ค่ะ เมื่อวาน กลับไปที่โรงเรียนหนึ่งรอบ วันนี้เลยมาแทนคุณป้าตอนเช้ากลัวสายเลยโบกรถมาน่ะค่ะ”

ธนชิตพยักหน้าอยู่ในภวังค์ “อย่างงี้นี่เอง

“ค่ะ”

ก่อนที่บรรยากาศจะซับซ้อน ลิฟต์ก็มาพอดี ตรา รีบก้าว เข้าไป ราวกับว่าด้านหลังมีอันตรายอย่างมาก

ทั้งสองเข้าไปในห้องผู้ป่วยพร้อมกัน วันนี้หยุติทานอาหาร เหลวที่ย่อยง่ายได้บ้างแล้ว

คุณป้าเฝ้าไปหนึ่งคืน สีหน้าไม่ค่อยดี เห็นว่าธนชิตมา เสนานีก็ให้เธอกลับไปพักผ่อนทันที

ดราณีอยู่ในห้องป้อนซุปให้ทยุติ เสนานีออกไปส่งทั้งสอง คนที่ลิฟต์ เธอไปสิบกว่านาทีถึงกลับมาที่ห้องผู้ป่วย ตอนกลับ เข้ามาสีหน้าก็ไม่ค่อยดีแล้ว

อย่างที่คิดไว้ เพิ่งช่วยป้อนทยุติทานซุปเสร็จแล้วหลับไป แล้ว เธอเอ่ยถามเสียงเบา “เมื่อคืนลูกไปไหนมา?” ดราณีกลืนน้ำลาย อะไรที่ควรมามันได้มาถึงแล้ว

“กลับไปโรงเรียนค่ะ

“แม่ให้ลูกไปทานข้าว แต่แม่ไม่เห็นเงาลูกเลย แม่โทรไปก็ ไม่รับสาย โรงเรียนมีเรื่องอะไรทำให้ต้องรีบร้อนไปแบบนั้น โทรศัพท์ก็รับไม่ได้?!”

ดราไม่กล้าโกหกไปงั้นๆอีกแล้ว แต่ก็ไม่สามารถยอมรับได้ว่าเธอไปหาชนัยมา เพียงแต่ก้มศีรษะไม่พูดอะไร ทำท่า ยอมรับความผิดอย่างสิ้นเชิง

ที่จริงเธอไม่พูดเสนานี้ก็รู้ เธอต้องไปหาเจ้านายชนัยอะไร

นั่นแน่ๆ

“แม่คิดว่าลูกเป็นเด็กที่เชื่อฟังมาตลอด แม่ให้ลูกติดต่อ เขาได้อย่างรอบคอบ แต่แม่ดูแล้วลูกคงจัดการมันม่ไหวแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ อย่ามาโทษว่าแม่ทำเกินไปนะ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เป็นต้นไป นอกจากตอนไปเรียน ลูกต้องมาอยู่ที่โรงพยาบาล รอให้พ่อดีขึ้นหน่อย แม่จะเช่าห้องอยู่เป็นเพื่อน เลิกเรียนเสร็จ แล้วลูกก็กลับบ้าน”

ดราณีไม่คิดว่าเสนานี้จะมีปฏิกิริยาโต้กลับได้ใหญ่โตฉับ พลันแบบนี “แม่!”

“ลูกไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เรื่องนี้ไม่ต้องคุยกันอีก!

ดราณีกัดริมฝีปาก นึกถึงปฏิกิริยาของเสนานี้ก่อนไปกับ หลังไป ก็เดาได้ว่าใครเป็นคนนินทา “ลุงบอกแม่เรื่องหนูใช่ ไหม?”

ดราณีพ่นเสียงเย็นชา “ลูกก็รู้หนิว่าจะถูกคนพูดถึง?”

ดราณีถูกขัดจนไม่รู้จะพูดอะไรออกมา เธอไม่รู้ว่าจะ อธิบายกับแม่อย่างไรชั่วขณะหนึ่ง และโทษธนชิตที่หูเบา

“พวกเราเป็นครอบครัวยังไง คนในครอบครัวเป็นคนยังไง แม่ไม่พูดลูกก็รู้ ดราณี หน้าที่พ่อแม่ทั้งชีวิตนี้ ไม่ได้อยากให้ลูกเรียนมหาลัยเพราะอยากให้ลูกแต่งงานกับคนรวยๆ แค่อยาก ให้ลูกเรียนและทำงาดีๆ ได้เจอคนที่รักลูกจริงๆ มีชีวิตที่มีความ สุขและมั่นคง ลูกเข้าใจไหม?” คำสอนที่จริงใจของดราณี เกือบ จะไม่แสดงสิ่งที่ซ่อนในใจออกมาให้เธอเห็น

หรือว่าคนรวยจะไม่จริงใจหรอ? ไม่สามารถรักใครได้ หรอ?

คำพูดที่อยู่ในปาก คราณีอยากพูดสุดท้ายก็ไม่ได้พูดออก ไป เห็นท่าทางกังวลของเสนาน และท่าทางป่วยและอ่อนล้าของ ทยุติ เธอก็ไม่มีความกล้าใดๆ

พึมพำกับตัวเองครู่หนึ่ง เธอยถือขึ้นคว้าฝ่ามือของเสนานี หลายปีที่ทำงานมา ผิวหนังก็เปลี่ยนเป็นแห้งกร้านอย่างมาก มี จมูกเล็บมากมาย รู้สึกเศร้าอยู่ในใจ เธอพูดออกมาแผ่วเบา “แม่ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หนูรู้แล้ว

ดราณีเห็นว่าเธอรับฟัง ก็โล่งอกไป “แม่หวังดีกับลูกนะ”

“ค่ะ หนูไม่ไปเจอแล้ว” อย่างน้อยในช่วงเวลาที่ทยุติอยู่ โรงพยาล เธอไม่ไปเจอชนัยแล้ว

เรื่องในบ้านก็พอแล้ว เธอไม่อยากสร้างปัญหาเพิ่ม คนเดียวที่ต้องขอโทษคือชนัย เธออาจจะต้องวางตำแหน่ง เขาให้อยู่ด้านหลังนิดหน่อยแล้ว


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ