ยั่วรักทนายคนโหด

ตอน694พวกเราดีกันแล้ว



ตอน694พวกเราดีกันแล้ว

ตอนที่694 พวกเราดีกันแล้ว

หลังจากที่ชีวภาฟื้นขึ้นมา ที่จริงแล้วไม่มีความคิดที่จะ คืนดีกับชายคนนี้ สำหรับเธอแล้ว การคืนดีไม่เพียงแต่เป็นการ เริ่มความสัมพันธ์ใหม่ตั้งแต่ต้นเท่านั้น ยังหมายถึงการยอมรับ สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ด้วย

เธอมีปมในใจ มีสิ่งกีดขวาง ดังนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่เธอจะ ยอมรับการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

แต่แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่รู้ว่าทำไมเรื่องราวดึงดำเนินมา ถึงตรงนี้ได้ มาถึงตรงที่ชนุดมก้มลงจูบบนศีรษะของเธอ เธอ ขยับหลบหลีกนิดหน่อยก็หนีไปไหนไม่ได้อีกแล้ว

ทุกอย่างในร่างกายดูเหมือนจะสงบนิ่ง ความรู้สึกทั้งหมด หยุดลงตรงที่ริมฝีปากทั้งสองสัมผัสกัน ชีวภาลืมตาขึ้นเล็กน้อย อีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่ได้หลับตาเช่นกัน ทั้งสองจ้องหน้ากันในระยะ ประชิด รู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นที่ไหลผ่านบนร่างกาย

มันเป็นแค่การจูบ แต่เป็นการจูบที่ไม่สามารถยังยั้งได้อีก ต่อไป ถึงแม้ตอนนี้ชนุดมจะมีอารมณ์แล้วก็ตาม

เขามีความคิดที่อยากจะใกล้ชิดชีวภา ในตอนนี้ที่เธอ รับปากว่าจะยอมรับเขาอีกครั้ง การจูบผู้หญิงที่รักนั้น ตอนนี้เขา ไม่สามารถควบคุมความปรารถนา ในร่างกายได้อีกต่อไป
ไม่ได้เป็นเพราะมีความคิดสกปรก แต่มันเป็นเพียง สัญชาตญาณในร่างกายที่ปรารถนาเธอ

แต่ชนุดมไม่ใช่สัตว์ร้าย ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาจะไม่ทำ

อะไรเลย แม้ว่าตอนนี้เธอจะไม่ได้ป่วยเขาก็จะไม่เข้าใกล้ เธอเพิ่งจะตกปากรับค่าเขา ต้องการเวลาและพื้นที่ที่จะคิด

อย่างอิสระ ไม่สามารถกระทำอย่างหน้ามืดตามัวได้

บางทีมันอาจจะเคยเป็นเช่นนี้ แต่จากนี้ไป เขาจะ เปลี่ยนแปลงทุกอย่างในอดีต

“ก่อนนี้คุณชอบผม ตอนนี้เปลี่ยนเป็นผมจีบคุณ

ชายคนนั้นเอื้อมไปจับคอด้านหลังของหญิงสาวด้วยมือ เดียว นิ้วหัวแม่มือสัมผัสกับผิวอันบอบบาง เหมือนกำลังลูบ สัตว์เลี้ยงที่น่าสงสาร

ชีวภาอายจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง เธอดันแขนเพื่อผลัก คนตรงหน้าออก เธอนั่งอยู่บนเตียงและพลิกตัวหันหลังให้เขา “ฉัน ฉันง่วงแล้ว อยากพักผ่อน คุณก็รีบนอนแต่หัวค่ำเถอะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”

ระหว่างที่เธอพูดอยู่นั้น เขาก็ได้ยินถึงความวิตกกังวลและ ความสับสน

ชนุดมปิดปากเงียบ ไม่พยายามที่จะกระตุ้นเธอต่อไป “ราตรีสวัสดิ์”

เขาก้มตัวลงเทน้ำร้อนที่ตอนนี้กลายเป็นน้ำเย็นแล้วทิ้งไปหลังจากจัดการเก็บทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ชนุดมก็กลับไปที่ เตียง จัดแจงกับเบาะนั่งสำหรับคนเดียวกันแคบนั้นให้ เรียบร้อยอย่างน่าสงสาร และนั่งลงไป

“ติ๊ด” เสียงเบาๆ ไฟที่หัวเตียงปิดลง ทุกอย่างอยู่ในความ มืด แต่หัวใจสองดวงที่หลงทางมาเป็นเวลานับร้อยวันก็ได้กลับ มาเปิดขึ้นอีกครั้ง

เก้าอี้นั้นทั้งเย็นและแข็ง แต่ชนุดมรู้สึกเหมือนกำลังนอน หลับอยู่บนผ้าฝ้าย

เขารู้ว่าชีวภาไม่หลับ คืนนี้เป็นคืนที่พิเศษมากสำหรับพวก เขาทั้งคู่ เธอต้องคิดฟุ้งซ่านอยู่แน่นอน

ชนุดมได้ยินเสียงหายใจลำบากที่อยู่ในหู มีคำพูดที่สะทก สะท้อนอยู่ในอก ในที่สุดท่ามกลางความมืดที่เห็นไม่ชัดเจนเขา ก็พูดโพล่งออกมา “ภา ผมจะไม่ทำให้คุณเสียใจอีก เรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมาผมจะไม่ทำให้มันเกิดขึ้นอีก ผมขอโทษ ที่ที่ผ่านมาผม ไม่สามารถปกป้องคุณได้ และขอบคุณคุณ ที่ให้โอกาสผมอีก ครั้ง”

เธอไม่สมควรที่จะต้องทุกข์ทรมานแทนใคร ถึงแม้จะไม่ เต็มใจที่จะพบเขา ยิ่งกว่านั้นคือความกล้าหาญที่จะยอมรับเขา อีกครั้ง

ค่าพูดเธอเมื่อสักครู่นี้ ใช้ความกล้าทั้งหมดเพื่อรักคุณอีก ครั้ง ทำให้กำแพงในหัวใจทั้งหมดของชนุดมหายวับไปหมด แล้ว
คำขอบคุณแค่นี้มันยังไม่พอที่จะแสดงถึงความละอายใจ ของเขา แต่นอกจากสองคำนี้แล้ว เขาไม่รู้ว่าเขาจะแสดงความ รักของเขาอย่างไร

นอกจากขอบคุณเธอ ที่ยินดีที่จะอยู่ข้างกายเขาอีกครั้ง ถ้า หากว่าเธอต้องนอนหลับตลอดไปเนื่องจากอุบัติเหตุครั้งนี้ เขา ไม่รู้ว่าตัวเองจะอับอายและต้องเสียใจเพียงใดตลอดชีวิตของ เขา

ชีวิตนี้อาจจะไม่สามารถรักใครอีกได้ และแบกรับบาปนี้ไป ชั่วชีวิต

ชีวภามองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ด้านนอกนั้นเต็มไปด้วย ความมืดยามค่ำคืน มีแค่แสงสลัวจากไฟถนนเท่านั้น พระจันทร์ บนท้องฟ้าโค้งงอ บางส่วนถูกบดบังด้วยก้อนเมฆซึ่งมีแค่แสง นวลเท่านั้นที่ทะลุผ่านมา

อารมณ์ของเธอในเวลานี้แจ่มชัดมาก

ผู้ชายคนนั้นแข็งแรงและเร่าร้อน แต่เสียงอันสงบนิ่งก็ดัง ขึ้น เธออ้าปากและปิดลง เธออยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่รู้ จะแสดงออกอย่างไร หลังจากผ่านไปครึ่งนาทีจึงสามารถพูด ออกมาได้ค่หนึ่ง “ชนุดม พวกเราดีกันนะ”

คำนี้อาจจะดีสำหรับคนอื่น แต่มันเป็นเรื่องที่ยากจะทำได้ สำหรับเธอ สำหรับชนุดม สำหรับพวกเขาที่ต้องผ่านความทุกข์ ทรมานมา ทั้งหมดนั้นมันเป็นเรื่องยากมาก

เธอไม่ได้คาดหวังสิ่งใดในตอนนี้ แค่ดีกันอย่างตอนนี้ก็เพียงพอแล้ว

“ได้” ชายคนนั้นปิดตาลงเล็กน้อย ตลอดสามสิบปีที่ผ่าน มาเขาได้ยินคำขอร้องมานับไม่ถ้วน แต่ในเวลานี้เมื่อเจอคำ เหล่านี้มากระทบจิตใจเข้าใจกับเจ็บแปลบขึ้นมา “พวกเรา กัน”

โดยไม่คำนึงถึงอนาคตจะเป็นเช่นไร เขายินดีที่จะอยู่เคียง ข้างเธอ เดินไปด้วยกันด้วยดี

คนสุดท้ายที่รู้ข่าวเรื่องชีวภาฟื้นขึ้นมาแล้วก็คือชนัย เขา ไม่เข้าบริษัทสองสามวันเพราะแผลน้ำร้อนลวก ปรัณรู้ว่าเขาถูก น้ำร้อนลวก เขาจึงรอให้ผ่านไปสองสามวันก่อนถึงจะบอกเขา

ขณะนั้นชนัยกำลังดูบอลอยู่ในห้องนั่งเล่น หลังจากที่เขา ได้ยินข่าวดีทางโทรศัพท์ เขาก็เด้งลุกออกจากโซฟา “จริง”

ดราณีซึ่งกำลังปรุงอาหารอยู่ในครัวถึงเปิดก็ได้ยินเสียง เขาร้องตกอกตกใจ มือที่ถือกระทะของเธอก็สั่นไหว เกือบจะ ทำให้ไข่ที่ทอดอยู่ในกระทะนั้นตกพื้น

เธอหายใจเข้าลึก และมองเข้าไปในห้องนั่งเล่นอย่างไม่ พอใจ คนที่ส่งเสียงดังนั้นไม่มีมารยาทไม่เงียบเสียงเสียที เธอ นำไข่ไก่ ขนมปังปิ้ง ยังมีซอสบลูเบอรี่ที่ทำเอง และกาแฟร้อน มาตั้งที่โต๊ะ

เธอยืนอยู่หน้าคนคนนั้นและเอ่ยปากเตือนเขา “กินข้าวได้แล้ว”

ชนัยมองไปที่เธอ ไม่จำเป็นต้องไปที่ร้านอาหาร

เมื่อคราณีเงยหน้าขึ้นมอง แปดโมงยี่สิบห้า เธอต้องไป โรงเรียนตอนเที่ยง แม้ว่าจะยังทัน แต่เธอก็ต้องการออกไปก่อน

ดังนั้นเธอจึงยื่นมือชี้ไปที่อาหาร และพูดกับเขาด้วยน้ำ เสียงหงุดหงิด “ฉันทำอาหารเช้าให้คุณแล้ว ตอนเที่ยงที่ โรงเรียนมีงาน ฉันไปก่อนล่ะ…

พูดแล้ว เธอก็หันไปหยิบกระเป๋าหนังสือบนโซฟา มันเป็น เป้สะพายบ่าสองข้างสีดำ

คราวนี้ ชนัยไม่ได้แกล้งทำมองไม่เห็นอีกต่อไป เขาโน้ม ตัวไปจับมือที่หยิบกระเป๋าของเธอ คิ้วตั้งขึ้น และยังคงคุยกับ บุคคลในโทรศัพท์ต่อไป “ได้ ผมรู้แล้ว นี่เป็นเรื่องดี อย่างน้อย คุณก็สามารถจัดการมันได้ อีกสักสองวันมีเวลาก็ค่อยมานั่งเล่น ที่นี่ก็ได้ ผมมีเรื่องต้องไปจัดการนิดหน่อยเท่านี้ก่อนนะ”

ดราณียืนอยู่ค่อนข้างห่าง เธอยังได้ยินเสียงของผู้ชายคน นั้นอย่างชัดเจนผ่านทางลำโพง คู่สายหัวเราะอย่างมีความสุข “เช้าอย่างนี้คุณมีเรื่องอะไรกัน ดูเหมือนจะมีคนอยู่ในบ้านล่ะสิ ชนัย โตแล้วนะเรา รู้จักลงหลักปักฐานได้แล้ว….

“เอาน่า เอาน่า ไม่ต้องมาทำเป็นสอน สนใจเรื่องหมอกับ หมอตัวน้อยของคุณเถอะ ผมวางแล้ว บายบาย!” เมื่อพูดจบ ชนัยก็ไม่รอให้ปรัณตอบ เขารีบวางโทรศัพท์ในทันที
สิ่งแรกที่เขาทำหลังจากที่เลื่อนมือออกจากหูก็คือการถาม เธอ “คุณจะทำอะไรน่ะ


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ