ยั่วรักทนายคนโหด

ตอน737 ในที่สุดก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว



ตอน737 ในที่สุดก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว

ตอนที่737 ในที่สุดก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว

ดราณีปีนบันไดขึ้นไปรวดเดียวถึงชั้นสี่ตึงเก่าแบ่งเป็นหนึ่ง ชั้นสองห้องเคาะประตูคนที่มาเปิดประตูเป็นอาชายชื่อว่าธนชิต

เห็นเธอยืนอยู่นอกประตูต้อนรับอย่างสุภาพ”อ้าวดรามา

แล้วหรอ!”

“อาเขย”ดราณีเรียกเขาอย่างสุภาพหลังจากเปลี่ยน รองเท้าใส่ในบ้านเรียบร้อยเงยหน้ามองไปที่ห้องรับแขกที่อา สาวนั่งอยู่”อาหมุย”

“มาแล้วเหรอ”ท่าทีของอาสาวดูจะจืดชืดสักหน่อยคงเป็น เพราะรู้จักกันดีถึงยังไงก็เป็นครอบครัวเดียวกันความสัมพันธ์ ใกล้ชิดความไม่พอใจที่เธอมาขออาศัยเลยชัดเจนเป็นพิเศษ

ดราณีรู้ว่าพวกเขาไม่ค่อยเต็มใจให้เธอมาอาศัยถึงแม้ว่า ลูกของพวกเขาจะพักอยู่ที่หอพักมหาวิทยาลัยห้องที่เหลือว่างก็ มีมีคนอื่นมาอยู่ด้วยคงจะไม่สะดวกล่ะมั้ง

ดราณีเข้าใจเพราะเธอเป็นฝ่ายมารบกวนมีที่ค้างคืนก็ดีมากแล้ว
ดังนั้นเธอจึงไม่ได้เก็บไปคิดมากแม้ว่าเธอยังเด็กอยู่แต่ เธอก็ไม่ได้มีนิสัยรักสบายอะไรพอมาถึงก็ช่วยกรอกน้ำให้ช่วง นี้พ่อของหนูเข้าโรงพยาบาลเลยต้องมารบกวนอาสาวกับ อาเขย”

“ไม่เป็นไรหรอกคนครอบครัวเดียวกันจะเกรงใจ อะไร”อาเขยธนชิตโบกมือไปมาหยิบกล้วยลูกหนึ่งส่งให้เธอส้ม ที่วางไว้ข้างๆไม่ได้หยิบให้

ส้มแพงกว่าเลยเสียดายไม่อยากให้

ถึงยังไงดราณีก็ไม่คิดจะกินอยู่แล้วรับมาเป็นมารยาทแล้ว วางไว้ข้างๆ “ปกติหนูอยู่ที่มหาวิทยาลัยแล้วก็โรงพยาบาลกิน ข้าวกลางวันที่โรงอาหารจะกลับมาค้างคืนที่นี้เท่านั้นเรื่องอื่น ไม่มีอะไรมากอาไว้ใจได้ค่ะ”

“พูดอย่างนั้นได้ยังไงมีอะไรที่ฉันไม่ไว้ใจล่ะมีอย่างเดียวที่ ฉันไม่ไว้ใจคือกลัวว่าจะดูแลเธอไม่ดีพอเดี๋ยวแม่เธอจะปวดใจ นะสิ”

“ไม่เป็นไรค่ะ”ดราณียิ้มๆ หนูโตขนาดนี้แล้วดูแลตัวเองได้ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ดี”เหมือนหล่อนกำลังรอคำพูดของเธอ ประโยคนี้อยู่พอดีพูดต่อว่า “ฉันกับอาเขยเธอปกติไปทำงานก็ ยุ่งมากพออยู่แล้วไหนต้องไปเยี่ยมพ่อเธอที่โรงพยาบาลอีกถ้า มีตรงไหนขาดตกบกพร่องก็อย่าถือสาเลยนะ”
“ไม่หรอกคะ”ดราณีรู้ความหมายของคำพูดอาสาวแต่ก็รู้

ว่าตัวเธออยู่ในฐานะผู้น้อยตั้งแต่ต้นจนจบพูดอย่างมีมารยาท ไม่แสดงออกถึงความไม่พอใจเลยสักนิด

แม้ว่าในใจเธอจะรู้สึกอึดอัดไม่น้อย

เมื่อก่อนตอนที่ลูกสาวของเธอมีเรื่องต้องมาที่ เมือง ครอบครัวเธอก็ดูแลเป็นอย่างดีตอนนี้เธอแค่มาขอพัก แรมกลับพูดประชดซะมากมาย

แต่ละคนไม่เหมือนกันจริงๆ

คุยกันสักพักหนึ่งอาสาวพาเธอไปที่ห้องพัก

ดราเอามาเพียงของใช้จำเป็นเก็บของเข้าที่อย่างว่องไว

เลยเอาผ้าคลุมเตียงเก่าไปซักด้วย หลังจากเห็นท่าทางของเธออาเขยก็อดชมไม่ได้”เป็นเด็ก

ดีเชื่อฟังผู้ใหญ่จริงๆ”

อาสาวรีบเอาศอกกระทุ้งสีข้างของเขาส่งสัญญาณไม่ให้

เขาพูดมาก

ดราณีทำเป็นมองไม่เห็นมีสมาธิกับเรื่องที่กำลังทำอยู่ที่

จริงในใจเธอรู้สึกหดหูอยู่นิดๆ พอทำงานเสร็จกลับมาที่ห้อง นอนมองเห็นข้อความที่ชนัยส่งมาให้เธอความหดหูที่มีก็มลาย หายไปพลัน

ความรู้สึกที่ถูกรังเกียจที่อยู่ต่อหน้าเมื่อสักครู่กลายเป็น เจ้าหญิงที่ถูกทะนุถนอมความรู้สึกนี้เหมือนเป็นเกาะกำแพงที่ล้อมรอบตัวเธอปิดกั้นความเสียใจทุกอย่างจากภายนอกไม่ สามารถเข้ามาถึงตัวเธอได้

ชายคนนั้นทำให้เธอเข้มแข็งขึ้นและสงบเยือกเย็นขึ้น

ไม่ใช่ตราณีคนเก่าที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายประคองศักดิ์ศรีอยู่ ไปวันๆ กลายเป็นดราณีที่มีความกล้าหาญเผชิญกับอุปสรรคทุก อย่างที่เข้ามา

ความรักที่ดีงามคือการเติบโตไปด้วยกันตราณีรู้สึก ขอบคุณเขามากในชีวิตที่ราบเรียบที่ไม่โลดโผนชีวิตที่ลำบาก เหมือนอยู่ใต้น้ำ ใต้ไฟลึกเธอรู้จักกับชนัย

เขามักจะพูดเสมอว่าเธอเปรียบดังแสงสว่างและสีสันใน ชีวิตที่มืดมนของเขาแต่เขาไม่รู้ว่าสำหรับเธอเขาก็เป็นเช่นนั้น เหมือนกัน

ร่างกายของทยุติเริ่มแข็งแรงขึ้นช้าๆรักษาตัวที่โรง พยาบาลมาเกือบครึ่งเดือนผลตรวจร่างกายคือเขาสามารถ ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว

ทยุติเป็นคนที่ดีใจที่สุดเรื่องแรกคือหายป่วยแล้วเรื่องที่ สองคือพอเขาคิดถึงเงินที่ต้องเสียให้โรงพยาบาลทุกวัน ใจเขา ก็แทบลากเลือด

ดราณีรีบบอกข่าวดีให้ชนัยแต่อีกฝ่ายกลับดีใจไม่ ออก”ออกจากโรงพยาบาลเร็วขนาดนั้น ยังไม่ได้ฝึกกายภาพเลยไม่ใช่เหรอ?”

“หมอบอกว่ากลับไปกายภาพที่บ้านได้พักอยู่โรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายแพงจะตายพ่อเขาไม่อยากใช้เงินเยอะ วันหนึ่งค่าใช้ จ่ายหลักพันสำหรับครอบครัวของเธอแล้วรับภาระขนาดนี้ไม่ ไหว

“จะออกจากโรงพยาบาลจริงๆเหรอ?”

“อืมแม่ฉันทำเรื่องย้ายออกจากโรงพยาบาลแล้ว ชนัย”งั้นก็ได้ออกมาจากโรงพยาบาลแล้วพวกเธอจะพัก ที่ไหน?”

“ตอนแรกแม่เขาจะเช่าห้องอยู่แต่พ่อเขาบอกว่าอยากกลับ ไปบ้านมากกว่าถึงเวลาหมอนัดเมื่อไรค่อยเดินทางมา”ดราณี เล่าให้เขาฟัง

“ถ้าอย่างนั้นฉันส่งรถให้ไปรับคุณป้ากับคุณลุงแล้วกันนะ

ดราณีไม่ปฏิเสธเมื่อได้ยินเสนานีกำลังกังวลเรื่องหารถูก ลับบ้านอยากจะเช่ารถผิดกฎหมายอยู่

แต่เธอฟังแล้วไม่ค่อยวางใจเท่าไรตอนนี้ชนัยอยากช่วย เธอไม่จำเป็นต้องปฏิเสธอย่างดื้อๆ

“ขอบคุณนะค่ะ…”เธอพูดขอบคุณฝ่ายตรงข้ามครั้งนี้พ่อ ของฉันเข้าโรงพยาบาลถ้าไม่มีคุณคงไม่ราบรื่นขนาดนี้

ครอบครัวของพวกเธอมาจากที่อื่นในเจซิตี้ก็ไม่มีญาติอาสาวกับอาชายก็แค่คนธรรมดามีปัญหาอะไรก็ช่วยพวกเขาไม่ ได้อยู่ดี

ถ้าไม่ใช่เพราะชนัยออกหน้าคงไม่ได้ผ่าตัดทันเวลาขนาด

นี้ดูจากสภาพร่างกายของหยุติถ้ายังถ่วงเวลาต่อไปไม่รู้ป่านนี้ จะเป็นยังไง เพราะฉะนั้นเรารู้สึกขอบคุณชนัยจริงๆ คิดถึงเรื่องที่เกิด

ขึ้นก็รู้สึกซาบซึ้งบุญคุณ

“พูดอะไรโง่ๆแบบนั้น” ชนัยไม่ได้ใส่ใจอะไร”ฉันเป็นแฟน เธอทำแบบนี้ก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรอ?”

“ยังไงก็ต้องขอบคุณเธอรู้ว่าเขาไม่อยากให้เธอเกรงใจ เขาก็พูดต่อว่า”คราวนี้ฉันต้องพูด…แทนคำขอบคุณของพ่อฉัน

“ไม่จําเป็นหรอกพ่อของเธอก็คือพ่อตาของฉันต่อไปพวก เราคือคนในครอบครัวเดียวกัน”

ดราณีได้ยินเสียงตอบกลับมาของเขาอย่างน้ำไหลไฟดับ

ไม่รู้จะทำตัวยังไง

พวกเขาเพิ่งจะคบกันได้ไม่นานพ่อตาอะไรกันยังไม่ทันได้ แต่งงานซะหน่อยเขาคิดอะไรอยู่กันแน่…

แต่ที่แน่ๆความดีใจที่เธอเก็บไว้มันหลอกคนอื่นไม่ได้ เธอดีใจมากที่ชนัย ให้ความนับถือพ่อแม่ของเธอไม่ใช่ใน ฐานะคนรวยแต่เป็น ในฐานะของแฟนเธอ
ชนัยรีบส่งรถมารับที่โรงพยาบาลดราณีหลอกเสนานี้ว่า เพื่อนร่วมชั้นของเธอทำธุรกิจด้านนี้ให้เพื่อนไปห้าร้อย

เสนานี้ถึงพอจะเชื่อพาทยุติขึ้นรถ

“ดราณีพ่อกับแม่จะกลับบ้านไปก่อนแล้วลูกจะกลับด้วย กันไหม…”

ดราณีโบกมือไปมา” หนูยังมีเรียนเดี๋ยววันหยุดเสาร์

อาทิตย์หนูค่อยกลับไปเยี่ยมพ่อที่บ้านนะ

ทยุติพยักหน้า”ก็ได้ถ้าอย่างนั้นดูแลสุขภาพด้วยนะลูกพัก ผ่อนเยอะๆไม่ต้องเป็นห่วงพ่อกับแม่ออกจากโรงพยาบาลได้ก็ ไม่เป็นไรแล้ว”

“จ๊ะหนูรู้แล้ว”ดราณีทำสัญลักษณ์ปริมาณการใช้ยาในแต่ ล่ะมื้ออย่างละเอียดส่งให้เขา

เห็นรถแล่นออกไปไกลแล้วเหมือนยกภูเขาออกจากอก


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ