ประธานมู่ ฉันไม่รักนายอีกแล้ว!

บทที่332 กู้อานหยาน แก้มของเธอแดงแล้ว



บทที่332 กู้อานหยาน แก้มของเธอแดงแล้ว

บทที่332 กู้อานหยาน แก้มของเธอแดงแล้ว

แฟนตัวเล็ก…….ของเขา?

กู้อานหยานตะลึงแล้วตะลึงอีก แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ

ตอนนี้ไม่มีอะไรที่สำคัญอีกแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ จะช่วย เขาเอาโปรเจคใหญ่นี้กลับมายังไง

พอได้เจอคุณชายรองเจียง สีหน้าของประธานเจิ้งก็ยิ่งแย่ มากกว่าเดิม

โดยเฉพาะ เหตุผลที่เลทของเขาคือการพาแฟนตัวน้อยของ เขาไปโรงพยาบาล นี่ก็ยิ่งทำให้รับไม่ได้เข้าไปใหญ่

ก็แค่แฟนสาวไม่สบายไม่ใช่หรือไง? เรื่องเล็กๆแค่เรื่องเดียว

ให้เขารอมาทั้งเช้าเนี่ยนะ!

คุณชายรองเจียงเป็นแบบนี้ ทำงานอย่างเชื่อถือไม่ได้ จากนี้

จะร่วมงานกับเขายังไง?

ความโกรธของประธานเจิ้ง ใครก็ดูออกทั้งนั้น

นอกจากคุณชายรองเจียง ก็ไม่มีใครที่กล้าจะยิ้มออกมา
แค่แฟนสาวไม่สบายเล็กน้อย ก็ทำให้เสียเวลาในการประชุม ไปหมด หลังจากนี้ถ้าร่วมงานกัน ใครจะไปรู้ว่าจะแย่กว่านี้หรือ เปล่า?

กู้อานหยานรู้สึกกลัวจริงๆ กลัวว่าโปรเจคใหญ่นี้จะล่มเพราะ

เธอ

เธอนึกอยู่สักครู่ จู่ๆเธอก็ยกมือขึ้นปิดปาก เธอทำเป็นคลื่นไส้ ต่อหน้าทุกๆคน

ร่างกายไม่สบาย ไปโรงพยาบาล คลื่นไส้……..

ทุกคนต่างก็ตกตะลึง คนที่เริ่มมีอายุแล้ว จะดูไม่ออกได้ยังไง ว่ามันคืออาการอะไร?

รอยยิ้มของเจียงนานแข็งขึ้นเล็กน้อย ยัยบ๊อง……..แต่ว่า ใน เวลาไม่นานเขาก็กลับมาสงบเหมือนเดิม

เขาโอบกู้อาหยานที่กว่าจะหยุดอาการคลื่นไส้ได้ แล้วยิ้ม พร้อมพูดไปทางประธานเจิ้ง ขอโทษจริงๆนะครับ อุบัติเหตุ เล็กน้อย…….

อุบัติเหตุเล็กน้อยนี้ เขาก็ไม่พูดให้ชัดเจนว่าคืออะไร

ก็แค่ยิ้มตรงมุมปาก ก็แค่แอบรู้สึกอึดอัดแปลกๆ แต่ที่มากกว่า นั้นคือมีความสุข
สายตาเขาที่มองหญิงสาวที่โอบไว้นั้น หวานชื่นจนไม่มีใคร

เทียบได้

ท่าทางแบบนี้ ทุกคนยังดูไม่ออกอีกหรอ?

ร่างกายไม่สบายอาจจะเป็นเรื่องเล็กจริงๆ แต่ ท้อง นี่มันเรื่อง

ใหญ่!

“ประธานเจิ้งคะ ขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆค่ะ เจียงนานก็ไม่ได้………–

“เสี่ยวตู้ รีบพาคุณกู้เข้าไปพักผ่อน”เวินซีออกคำสั่งทันที

เสี่ยวตู้รีบเข้ามาอย่างเร็ว แล้วทำตัวอย่างมีมารยาทต่อกู้อาห ยาน “คุณกู้ครับ เดี๋ยวผมพาคุณไปพักผ่อน”

กู้อานหยานพยักหน้า ก่อนที่จะไป เธอก็ไม่ลืมที่จะแสดง ความขอโทษต่อประธานเจิ้ง

“ขอโทษจริงๆนะคะ ประธานเจิ้ง ทั้งหมดเป็นความผิดของฉัน ขอโทษจริงๆค่ะ”

..ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร สุขภาพร่างกายต้องมาก่อน

เธอก็ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง ทั้งๆที่ไม่สบายมากๆ ยังมาทั้งก้ม หัวแล้วก็แสดงความขอโทษอีก ผู้ชายตัวใหญ่อย่างเขายังจะมาเรียกร้องอะไรจากเธออีกหรือไง?

ถึงประธานเจิ้งจะโมโหมากแค่ไหน แต่ท่าทางที่น่าสงสารของ กู้อานหยานนั้น ก็ปัดเป่าความโมโหของเขาออกไปไม่น้อยเช่น กัน

เจียงนานยิ้มเล็กน้อยพร้อมพูดว่า “นี่ก็เที่ยงแล้ว ประธานเจิ้ง ครับ งั้นเราไปที่ห้องอาหารดีกว่าไหมครับ ทานข้าวก่อนค่อย คุยกันนะครับ”

ประธานเจิ้งมองเขา จริงๆการร่วมงานกับเจียง อกรุ๊ป แน่นอนว่ามีผลดีกับพวกเขาเป็นอย่างมากอยู่แล้ว

แต่แค่การรอในช่วงเช้านั้น มันยากที่จะอดทนรอก็เท่านั้น

ถ้าฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่เจียงซื่อกรุ๊ปที่เป็นโอกาสดีที่จะได้ร่วม งานด้วย เขาก็คงไม่รอถึงตอนนี้หรอก

ยังไงก็ต่างมีฐานะและชื่อเสียง ตอนนี้ ก็ทำเป็นลืมๆมันไปก็ แล้วกัน

ใช้ความคิดอยู่สักครู่ ก่อนที่ประธานเจิ้งจะพยักหน้า

เวินซีถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบพูดขึ้นว่า “เดี๋ยวผมจะไป เตรียมอาหารไว้ให้พวกคุณ เชิญครับ!”
กู้อานหยานก็แค่อยู่อาคารหลักสักครู่ หลังจากที่รอเจียงนาน และประธานเจิ้งออกจากล็อบบี้ เธอก็รีบกลับบริษัทเมษามีเดีย ของเธอไปอย่างแอบๆ

หลังจากที่ทานมื้อเที่ยงเสร็จ ก็บังเอิญเจอซูเสี่ยวหมี่และเห้อ หลิงจูที่รับกลับมาจากโรงเรียน

พอเจอกู้อานหยาน ดวงตาทั้งสองของซูเสี่ยวหมี่ก็ลุกวาว พร้อมกับเห้อหลิงจือ คนหนึ่งซ้ายคนหนึ่งขวาลากเธอไปยังมุม หนึ่ง อีกนิดก็จะถึงขั้นทรมานเพื่อให้เธอสารภาพบาปแล้ว

“อย่าอย่าอย่า อย่าใจร้อนไป ระวังหน่อย!”

เห้อหลิงจือเตือนซูเสี่ยวหมี่ กลัวว่าไอ้คนบ้าคลั่งนี้ จะไปทับ โดนท้องของคนอื่น

ซูเสี่ยวหมี่ก็ตกใจกับกระทำของตัวเองเมื่อสักครู่ รีบก้มหัว ดูท้องของกู้อานหยาน พูดอย่างกระวนกระวาย “ไม่โดนใช่ ไหม?”

ท่าทางที่ระมัดระวังของสองคนนี้ ทำให้กู้อานหยานอดที่จะ

หัวเราะไม่ได้

“ไปได้ยินเรื่องไร้สาระอะไรมาอีก?”เธอถาม เรื่องนี้ ใช้นิ้วเท้า คิดยังได้เลย
“แกท้องแล้วไง! ตอนนี้ คนทั้งบริษัทมีใครไม่รู้บ้าง!”

“ใช่ เพื่อที่คุณชายรองจะพาแกไปโรงพยาบาล แม้แต่ ประธานเจิ้งก็โดนทิ้งไว้ โปรเจคใหญ่ขนาดนั้นของบริษัท เกือบจะขาดทุนไปหลายพันล้านก็เพราะแก

“ใช่ใช่ ทุกคนรู้กันหมดแล้ว แกยังบอกว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร กับเขาอีก!”

กู้อานหยานโดนเขาสองคนกดดันจนจนมุม ไม่มีทางที่จะหนี ออกไปได้เลย

เธอพูดอย่างทําตัวไม่ถูก “ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันจริงๆ ฉันแค่ แกล้ง ฉันก็แค่ช่วยเขาให้ได้งานคืน เลยแกล้งทำเป็นคลื่นไส้ ให้ฝั่งนู้นได้รู้ว่าเขาเลทเพราะเรื่องสำคัญจริงๆ แค่นี้ก็ไม่ เข้าใจ?

“งั้นก็ถือว่าแกล้งก็ได้ แล้วก่อนหน้านั้นพวกแกไปทําอะไร

กัน?”

เสี่ยวหมีคุยกับเธอ อย่างเชื่อครึ่งสงสัยครึ่ง

เห้อหลิงจือกลับเข้าประเด็นสำคัญ “ทุกคนเห็นว่าพวกแก กลับมาด้วยกัน และก็แปลว่า เพื่อแกแล้วคุณชายรองเจียง ทิ้ง แม้กระทั่งประธานเจิ้ง”

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ท้องจริงๆ แต่ก็มีความสัมพันธ์กับเธอ
เพื่อเธอ เงินหลายพันล้านเขาไม่เอาก็ยังได้

ลองเปลี่ยนเป็นผู้ชายคนอื่น แม้จะทำให้ภรรยาตัวเองยังทำ ไม่ได้ขนาดนี้เลย ทำเพื่อผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีความสัมพันธ์ อะไรกัน?

เธอเชื่อไหม? เชื่อไหม?

คำถามที่เฉียบคมของเห้อหลิงจือ ทำให้กู้อานหยานไม่ สามารถตอบได้

ถ้าจะบอกว่าเธออารมณ์ไม่ดี แล้วให้เจียงนานออกไปเป็น

เพื่อน

ส่วนคุณชายรองเจียงเพื่อที่จะออกไปปลดปล่อยกับเธอ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีประชุมสำคัญ แต่กลับถึงขั้นปิดเครื่องโทรศัพท์

คำแก้ตัวนี้ ก็ยิ่งน่าสงสัยไม่ใช่หรือไง?

บอกว่าเขาสองคนไม่มีความสัมพันธ์ต่อกัน มันน่าเชื่อถือได้ จริงๆหรอ?

ดูเหมือนว่า แม้แต่ตัวเธอเองยังหาข้ออ้างมาพูดให้ตัวเองเชื่อ ยังไม่ได้เลย

“แกดู อานหยานหน้าแดงแล้ว! “หางตาของซูเสี่ยวหมี่สังเกตเห็นเข้าพอดี

กู้อานหยา ตกใจ รีบยกมือขึ้นปิดแก้มตัวเอง

มันร้อนมากจริงๆด้วย

“ในที่สุดก็ทนไม่ไหว จะยอมรับแล้วใช่ไหม?”เห้อหลิงจือ หัวเราะชอบใจ

ตอนนั้นที่คนพวกนั้นพูดโดยไม่มีหลักฐาน ที่บอกว่าอานห ยานของพวกเขามีความสัมพันธ์กับคุณชายรองเจียงลับหลัง ถึงได้ชนะในการแข่งขันการวาดรูปการ์ตูน

ตอนนั้นเธอไม่เชื่อจริงๆ แต่ตอนนี้พอคิดแล้ว เหมือนว่า คุณชายรองเจียงก็เข้าใกล้กู้อานหยาน มาตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว

แน่นอนว่า พวกเขาชนะได้เพราะความสามารถของตัวเอง แต่ มันก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทําให้คุณชายรองเจียงมาชอบอานห ยานของพวกเขา

“ไม่ได้ พวกแกต้องเลี้ยงข้าวถึงจะได้!”

ถ้ามีแฟนแล้วก็ต้องให้แฟนเลี้ยง นี่คือกฎ!

“ใช่ ต้องไปร้านอาหารที่ดีที่สุดในเมืองเป่ยหลิง ทานอาหาร จานที่แพงที่สุด!
“ใช่ๆ งั้นถือว่าตกลงตามนี้นะ! อยากจะจีบอานหยานของพวก เรา คงไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก ต้องกินอาหารที่ดีที่สุด”

“ฉันจะส่งข้อความให้คุณชายรองเจียงตอนนี้เลย”

“เห้ย! พวกแกทําอะไร?”กู้อานหยานตกใจ รีบไปแย่ง โทรศัพท์ของ เสี่ยวหมี่

เสี่ยวหมี่กลับจับโทรศัพท์เอาไว้ แล้วรีบวิ่งหนี “ฉันจะส่ง ข้อความไปให้เขา อยากจะแอบๆจีบเธองั้นหรอ มันไม่ง่าย ขนาดนั้นหรอก”

“ใช่ เสี่ยวหมี่ ต้องให้กระเป๋าตังของเขาเลือดออก เลือดออก ครั้งใหญ่!”

“ซูเสี่ยวหมี่ ฉันไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับเขาจริงๆ อย่ามา

มั่ว”

โชคดีที่ตรงนี้คือชั้นแปด เป็นที่ทำงานของพวกเธอสามคน หลักๆ ยังไม่ค่อยมีคนเข้ามาสักเท่าไหร่

ถ้าไม่อย่างนั้น เสียงทะเลาะถกเถียงวุ่นวายจากหัวหน้าสาม คนนี้ คงต้องเป็นเรื่องที่น่าอายมากแน่ๆ

“แกลองไปถามคนอื่นดูว่าเชื่อไหม? ช่วงเช้าทั้งเช้า ก็ไม่รู้ว่า

ไปไหนกัน”
ซูเสี่ยวหมี่ไม่ยอมหยุดแค่นั้นหรอก “พวกเรามีกฎข้อนี้อยู่แล้ว ถ้ามีแฟนต้องเลี้ยงข้าว ถ้าคุณชายรองเจียงไม่เลี้ยง ก็ห้ามเป็น แฟนกับแก!”

ในขณะที่เถียงกัน ก็ไม่มีใครทันได้สังเกต เสียงประตูลิฟที่ เปิดออก เงาของร่างสูงเดินออกมาจากด้านใน

คำพูดประโยคนี้ของซูเสี่ยวหมี่ เขาได้ยินมันชัดทุกคำ

ชายหนุ่มกระแอมเล็กน้อย พูดพร้อมหัวเราะว่า “เมื่อวาน ก็ เลี้ยงไปแล้วไม่ใช่หรอครับ?


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ