ประธานมู่ ฉันไม่รักนายอีกแล้ว!

บทที่ 309 สุดท้ายเขาก็เชื่อเธอ



บทที่ 309 สุดท้ายเขาก็เชื่อเธอ

บทที่ 309 สุดท้ายเขาก็เชื่อเธอ

ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถรักษาเด็กไว้ได้ไหม

เพราะตอนนี้เธอยังอ่อนแอมาก ก็เลยไม่สามารถรู้ล่วงหน้าว่า ต่อไปจะเป็นยังไง ต้องรอให้ผ่านไปสักระยะก่อน ถึงจะรู้ได้ว่า ยังจะสามารถรักษาเด็กไว้ได้อยู่ไหม

ไม่รู้ว่าจะรักษาเด็กไว้ได้หรือไม่ได้…….

ข่าวนี้ทำให้มู่บ้านเป่ยโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย แต่ในขณะ เดียวกันหัวใจของเขาก็ถูกบีบอย่างรุนแรงเหมือนกัน

“เย่หานมาหรือยัง?” ก่อนที่เขาจะกลับมา เขาได้โทรไปหาเย่ หานก่อน

เจียงนานพยักหน้า”ตอนนี้เย่หานกับผู้อำนวยการฝ่ายสูติ นรีเวชวิทยากำลังดูแลเธออยู่”

เมื่อเขาเห็นความกระเซอะกระเซิงของผู้ชายที่อยู่ข้างหน้า ก็ อดรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้

“ฉันว่าทางที่ดี……..หมอทำแผลให้ก่อนดีกว่านะ”

เมื่อเห็นว่ามู่บ้านเป่ยไม่ยอมไปทำแผล และเอาแต่รอให้กู้อานหยานฟื้น เจียงนานจึงได้พูดอีก: “คุณหมอบอกว่าเธอไม สามารถรับแรงกระตุ้นอะไรได้อีกแล้ว ถ้าเธอฟื้นขึ้นมาแล้ว เห็นสภาพแบบนี้ของนาย นายคิดว่าเธอจะตกใจไหม?”

มู่บ้านเป่ยกำหมัดไว้แน่น อยู่ๆเขาก็หมุนตัวแล้วหยิบโทรศัพท์ ออกมา: “รีบนำเสื้อผ้าสะอาดมาให้ฉันหนึ่งชุด

จริงๆเมื่อรู้ว่าคุณชายใหญ่จะกลับมา หลีเย่ก็มารออยู่ที่โรง

พยาบาลแล้ว

แต่ตามแผนที่คุณชายใหญ่ได้วางไว้ก่อนหน้านี้ เขาไม่ควร มาเยี่ยมกู้อานหยานที่โรงพยาบาล ดังนั้น เมื่อคุณชายใหญ่ไม่ ให้เขามา เขาจึงไม่กล้าออกมา

ตอนนี้เขาได้รับสายจากมู่บ้านเป่ย ผ่านไปไม่นาน หลีเย่ก็นำ เสื้อผ้าสะอาดไปส่งให้เขา

แต่เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่า บาดแผลที่อยู่บนร่างของ คุณชายใหญ่นั้นจะสาหัสขนาดนี้!

บาดแผลทั้งใหญ่ทั้งเล็กบนร่างกายมันเยอะมากจนไม่ สามารถนับได้ บางแผลเป็นรอยมีด และบางแผลก็เป็นรอย กระสุน

แต่ความโชคดีในความโชคร้ายคือ ไม่มีแผลไหนที่โดนจุด สำคัญเลย ถ้าไม่อย่างนั้น……….ไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ
มู่บ้านเบี้ยให้หมอทำความสะอาดแผลให้แบบรีบๆ แล้วเขาก รีบกลับไปที่ห้องพักฟื้นของอานหยาน

อ่านหยานในตอนนี้ถูกย้ายไปอยู่ในห้องคนไข้พิเศษ เรียบร้อยแล้ว อาการของเธอก็คงที่แล้ว และไม่มีอะไรที่น่า เป็นห่วง แต่ร่างกายก็ยังคงอ่อนแอมาก

จริงๆร่างกายของเธอถูกทำร้ายอย่างรุนแรง ตั้งแต่คืนที่เธอถู หมู่บ้านเปียทรมานแล้ว

เธอไม่ควรจะท้องในเวลานั้น แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าจะตั้ง ครรภ์ในสถานการณ์ที่มันโหดร้ายขนาดนี้

หลังจากผ่านช่วงเวลานั้นมา ถึงแม้ร่างกายของเธอจะฟื้นตัว ขึ้นมามากแล้ว แต่ก็ยังคงอ่อนแออยู่ดี

เธอตั้งครรภ์ ในเวลาที่ไม่ควรตั้งครรภ์มากที่สุด และกลับไม่มี ใครรู้ว่าเธอตั้งครรภ์

แม้แต่แม่ของเด็ก ก็ยังคิดว่าน่าจะเป็นเพราะจะมีประจำเดือน ถึงได้เจ็บท้อง

ลองถามเด็กผู้หญิงอายุปี ใครจะไปเข้าใจเรื่องพวกนี้?

ในความเป็นจริง เด็กคนนี้มาได้ผิดเวลาจริงๆ
ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือว่าจิตใจ ช่วงนี้สาวน้อยคนนโดรบ บาดเจ็บมากเกินไป

มู่บ้านเป่ยนั่งอยู่ข้างๆเตียงของคนไข้ หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้า เสร็จ ก็ไม่เห็นคราบเลือดบนร่างของเขา เมื่อดูแล้วนอกจาก สีหน้าที่ซีดเล็กน้อย ก็ไม่มีอะไรที่แตกต่างจากคนปกติทั่วไป

นอกจากหมอแล้ว ก็ไม่มีใครดูออกจริงๆ

ดังนั้น ตอนที่กู้อานหยานฟื้นขึ้นมา ก็ไม่เห็นว่าเขามีความผิด ปกติอะไร

แต่ทําไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?

หรือว่าเขาไม่ได้อยู่ที่อาลีข่านจริงๆ?

หรือว่าคนก่อนหน้านี้เป็นเขาจริงๆ? แล้วผู้ชายที่พูดว่าไม่เชื่อ เธอก็คือเขาใช่ไหม?

ทันใดนั้น ความรู้สึกต่างๆก็หลั่งไหลเข้ามา เธอไม่อยากให้ เขาไปเสี่ยงที่อาลีข่าน และเธอก็กลัวอีกว่าผู้ชายที่สงสัยในตัว เธอคนนั้น จะเป็นเขาจริงๆ

จริงๆแล้วเธอเจอกับเขาสองครั้ง แต่ทั้งสองครั้งก็ไม่ได้คุย กับเขาดีๆ แม้แต่หน้าของเขาเธอก็ยังไม่ได้เห็นโดยตรงเลย เพราะฉะนั้นเธอจึงได้สงสัย สงสัยว่าคนคนนั้นจะเป็นการเอาคนอื่นมาแอบอ้าง

แต่ตอนนี้ เธอสามารถฟันธงได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าผู้ชาย ที่อยู่ข้างหน้าของเธอคือมู่จ้านเป่ย

เธออยากจะลุกขึ้น แต่มู่จ้านเป่ยกลับกดเธอนอนลงไปเบา เบา: “อย่าขยับสิ”

คำพูดที่เธอได้ยินตอนเธอยังเบลอๆ ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง หรือไม่ แต่เธอไม่กล้าขยับแม้แต่นิดเดียว

กู้อานหยานนํามือไปวางไว้ตรงท้องน้อยของตัวเอง ในใจมี ความสงสัยมากมาย แต่เธอกลับไม่กล้าถามออกไป

“คุณท้อง” มู่จ้านเป่ยให้คำตอบเธอตรงๆ

เขาเองก็ไม่รู้ว่าต้องใช้อารมณ์ไหนมาอธิบายให้เธอฟัง และ ยิ่งไม่รู้ว่าต้องใช้ท่าทีแบบไหน ในการเผชิญกับทุกอย่าง

เพราะนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้เป็นพ่อคนเหมือนกัน

ถึงแม้เด็กจะมาไม่ถูกเวลา ถึงแม้เธอจะตั้งครรภ์เวลานี้ ใน ความเป็นจริงสําหรับเธอแล้ว ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน
แต่เขาก็ดีใจมากที่เด็กมาแล้ว

เขาพยายามกดความตื่นเต้นเอาไว้ และพยายามทำให้น้ำ เสียงของตัวเองฟังดูเรียบที่สุด เพื่อจะได้ไม่ทำให้เธอตกใจ

“ลูกปลอดภัยดี แต่ร่างกายของคุณอ่อนแอมาก คุณหมอบอก ว่าคุณจําเป็นต้องพักผ่อนเยอะๆ

สีหน้าของกู้อานหยานยังคงปกติ แต่มือของเธอกลับสั่นอยู่ ตลอด

เธอก้มหน้ามองไปที่ท้องน้อยของเธอ และมือก็กุมที่ท้องน้อย ของเธอแน่น จริงๆแล้วเธอไม่สามารถรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของ เด็ก แต่เธอเหมือนกับสามารถมองเห็นว่าเขานอนหลับอยู่ข้าง ในนั้น

ชีวิตน้อยๆ กำลังเกิดขึ้นในท้องของเธอ

เธอเองก็ไม่สามารถพูดได้ว่าเธอรู้สึกยังไง เธอแทบจะไม่รู้ ด้วยซ้ำ ว่าตัวเองดีใจหรือว่าเสียใจ

เธอรู้ว่าลูกมาในเวลาที่ไม่เหมาะสม แต่ในเมื่อเขามาแล้ว เธอ ยังจะทำอะไรได้อีกล่ะ?

อยู่ๆน้ำตาของเธอก็คลอเบ้า และไหลลงมาอย่างไม่ทันได้

ระวัง
เธอจึงหันหน้าหนี เพราะไม่อยากให้ชายหนุ่มเห็นน่าตาของ ตัวเอง และไม่อยากแสดงความอ่อนแอของตัวเองต่อหน้าเขา

แต่มือของมู่บ้านเป่ยกลับมาวางอยู่บนใบหน้าของเธอ แล้ว ค่อยๆหันใบหน้าของเธอกลับมาเบาๆ

“ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ว่ายังไง ผมจะเป็นคนปกป้องพวกคุณเอง”

ประโยคง่ายๆ คำสัญญาง่ายๆ กลับทำให้หัวใจของเธอเศร้า ขึ้นมา แล้วน้ำตาก็ไหลลงมาราวกับน้ำที่ท่วมตลิ่งทันที

เขาสงสัยในตัวเธอไม่ใช่เหรอ? ไหนบอกจะไม่ยอมเชื่อเธอ แล้วไม่ใช่เหรอ?

เขาในตอนนี้ดูอ่อนโยนมาก แต่เขาในไม่นานมานี้ กลับเย็นชา และไร้ความรู้สึก

แล้วตกลงเขาในตอนไหน ถึงจะเป็นเขาจริงๆ?

“ไม่ต้องร้องแล้วนะ” มู่บ้านเป่ยนำนิ้วยาวของเขาปาดไปที่ ขอบตาของเธอ เพื่อเช็ดน้ำตาให้กับเธอ

น้ำเสียงที่ต่ำและแหบของเขา กลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นในใจ ทันที: “ขอโทษ..….…….
กู้อานหยานทนไม่ไหวอีกแล้ว เธอลุกขึ้นนัง แล้วกอดเขา ว ทันที

นาทีที่ร่างของทั้งสองคนปะทะ มู่บ้านเป่ยขมวดคิ้วขึ้นมาเล็ก น้อย แต่ไม่นานก็คลายออก และไม่ได้ทำให้เธอเห็นความผิด ปกติของเขา

ถึงแม้เขาจะรู้สึกเจ็บบาดแผลมาก เพราะกอดของกู้อานห ยาน

แต่สาวน้อยของเขาก็อยู่ในอ้อมอกของตัวเอง และยังมีเด็ก น้อยที่อยู่ในท้องของเธอด้วย

นาทีนี้ถึงแม้เขาจะเจ็บแค่ไหน แต่ก็เต็มไปด้วยความสุขและ ความหวาน

เขาหลับตาลง วันเวลาที่ผ่านมาที่เต็มไปด้วยความทรมาน และการนองเลือดของเขา ราวกับทุกบรรเทาลงในทันที

“คุณอย่าสงสัยฉันอีกเลยนะคะ ฉันไม่ได้ทำร้ายคุณย่า ฉัน เป็นหลานสาวของท่านจริงๆ จริงๆนะคะ ฉันไม่ได้หลอกคุณ นะ”

กู้อานหยานกอดคอของเขาไว้แน่น และร้องไห้จนตาแดงไป หมด: “กู้เวยจือต่างหากที่หลอก เธอหลอกคุณมาตลอด”

มู่จ้านเป่ยไม่ได้พูดอะไร เขาแค่พยักหน้าแล้วตอบรับเสียงเบา: “ครับ”

เสียงต่ำของเขา ทำให้กู้อานหยานรู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมา เธอจึงกอดเขาไว้แน่นกว่าเดิม

เขาเชื่อในตัวเอง และสุดท้ายเขาก็เชื่อเธอ!

แต่ไหนแต่ไรเธอก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนอ่อนแอมาก่อน แต่นาทีนี้เธอกลับอ่อนแอจนเกือบจะหมดสติไป

เป็นเพราะตื่นเต้น? หรือว่าซาบซึ้ง? หรือเพราะเศร้าใจ?

ในที่สุดเขาก็ยอมเชื่อเธอ…….

มู่จ้านเป่ยไอขึ้นมาเบาๆ เพื่อระงับความเจ็บไว้ และพูดเสียง อ่อนโยน: “รอคุณหายดีก่อน แล้วพวกเรา…….ค่อยกลับบ้าน พร้อมกันนะ”

“ค่ะ! ” กู้อานหยานพยักหน้าให้เขา

ในที่สุด เขาก็กลับมาอยู่ข้างๆของเธออีกครั้ง

แต่พวกเขาที่กำลังกอดกันอยู่ กลับไม่ได้สังเกตเห็น ร่างที่ยืน อยู่ตรงประตู

หลังจากเจียงนานเปิดประตูห้องออก ก็ต้องปิดลงอย่างระมัดระวังทันที

เขายืนอยู่นอกประตู และหันหน้าไปทางสายลมอันอบอุ่นใน ฤดูใบไม้ร่วง แต่เขากลับรู้สึกโดดเดี่ยวในใจอย่างชัดเจน

พวกเขาได้อยู่ด้วยกันแล้ว เขาควรจะดีใจไม่ใช่เหรอ

แต่ทำไมหัวใจของเขากลับเสียศูนย์ทันที เมื่อได้ยินพวกเขา พูดว่าจะกลับบ้านด้วยกัน?

กลับบ้าน….ครั้งหนึ่ง เธอก็เคยพูดคำนี้กับเขา?


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ