ประธานมู่ ฉันไม่รักนายอีกแล้ว!

บทที่ 367 ทำไมถึงกลายเป็นเรื่องต้องห้ามแบบนี้



บทที่ 367 ทำไมถึงกลายเป็นเรื่องต้องห้ามแบบนี้

บทที่ 367 ทำไมถึงกลายเป็นเรื่องต้องห้ามแบบนี้

กู้อานหยานยืนอยู่ที่สนามในบ้าน มองรถของคุณท่านกู้ที่ห่าง ออกไป

นัยน์ตางดงามคู่นั้น กลับมีแต่ความรู้สึกสับสนวุ่นวายเล็กน้อย

มู่จ้านเป่ยจะเดินกลับไปที่ห้องรับแขก แต่กลับเห็นว่าเด็กคน นั้นยังคงมองทางประตูห้องพักว่างเจียงเก๋อ มองอยู่นานจนไม่ ยอมละสายตาสักที

เขาหรี่ตาลง พร้อมทั้งพูดอย่างไม่พอใจเท่าไหร่ “คิดจะอู้เห รอ”

กู้อานหยานดึงสติกลับมา แล้วมองไปทางประตูอีกครั้ง ตรงนั้น ในเวลานี้มองไม่เห็นเงารถยนต์ของคุณท่านกู้แล้ว ข้าวเช้าก็ยังกินไม่เสร็จ หลังจากที่มู่จ้านเป่ยนั่งลงแล้ว เธอยัง คงยืนอยู่ด้านหลังของเขาเหมือนเดิม

เธอได้แต่เม้มริมฝีปาก จากนั้นก็หันกลับมาหามู่บ้านเป่ย

“ฉันไม่ได้พูดว่าไม่ให้คุณกินนี่”
สาวใช้เธอ แสดงตำแหน่งนี้ได้ดีมากจริงๆ!

แต่ว่า ใครกันที่ให้เธอมาทำหน้าที่เป็นสาวใช้ล่ะ

กู้อานหยานจ้องมองเขา ความหมายของมู่จ้านเป่ยคือ ให้เธอ นั่งลงกินข้าวใช่หรือไม่

ใกล้หมดความอดทน การที่อยู่ตรงนี้ เธอยืนก็ผิดนั่งก็ผิด

แต่ว่า หลังจากที่คุณท่านตระกูลกู้กลับไปแล้ว เธอถึงได้ถอน หายใจออกมา

ความสัมพันธ์อันคลุมเครือระหว่างตนเองกับมู่บ้านเป่ยใน เวลานี้ เธอหวังว่าคุณท่านกู้จะไม่รู้เรื่องเข้า

ถ้าคุณปู่รู้เรื่องเข้าละก็ สงสัย…เขาคงต้องผิดหวังในตัวเธอ

เธอนั่งลงด้านข้างของมู่บ้านเป่ย จากนั้นคนรับใช้ก็ยกอาหาร เช้าเข้ามาเสิร์ฟให้เธอทันที

ช่วงเวลาทานข้าวเช้านั้น กู้อานหยานไม่ปริปากพูดสักคำ ได้แต่ก้มหน้าก้มตากินข้าวเช้าให้เสร็จโดยที่ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา

ตอนที่มู่บ้านเป่ยวางตะเกียบลงนั้น เธอก็วางตะเกียบที่อยู่ใน มือทันที จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน
“คุณชายใหญ่มู่ ฉันออกไปส่งคุณ”

“ฉันเคยพูดเหรอว่าฉันจะออกไป”

คำพูดของคุณชายใหญ่มู่ มันทำให้กู้อานหยานอึ้งไปชั่วขณะ

ไม่ออกจากบ้าน งั้น…เขาคงไม่คิดว่าจะอยู่ต่อใช่ไหม จะอยู่ต่อเพื่ออะไร

“ตามฉันมา”

แค่คำพูดประโยคเดียว มันทำให้ร่างกายของกู้อานหยาน แข็งทื่อทันที ขาเริ่มอ่อนแรงอีกครั้ง

ผู้ชายที่อยู่ดีๆก็ทำให้ผู้หญิงตกใจจนขาอ่อนได้ ทั่วทุกมุม โลก น่ากลัวว่าคงมีเพียงคุณชายใหญ่มู่คนเดียว

เวลาเช้าตรู่ จะขึ้นข้างบนไปกับเขาเพื่อทำอะไรล่ะ

เธอเดินตามหลังเขาติดๆ ตอนที่เดินเข้าไปในห้องนอนนั้น ทุก อณูทั่วร่างกาย กำลังตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ!

มู่จ้านเป่ยเดินไปถึงด้านหน้าโต๊ะ กู้อานหยานยืนห่างจะเขา ระยะห้าก้าวได้ก็หยุดลงทันที
“กลัวฉันเหรอ”

เขาไม่ได้หันกลับมามอง

กู้อานหยานเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนี้ยังไงดี ความจริงแล้ว คำถามนี้ไม่จำเป็นต้องตอบด้วยซ้ำ

“จะสอบตอนไหน

“สอบเหรอ” สมองของคุณชายใหญ่มู่คิดอะไรได้รวดเร็ว กู้ อานหยานต้องนึกอยู่หลายวินาที ถึงได้สติกลับมา

“เดือนหน้า”เธอตอบทันที

“ทุกวิชาผลสอบออกมาคะแนนไม่ถึง 90 ระยะเวลาของ สัญญาก็จะเพิ่มเป็นอีกเท่าตัว”

มู่บ้านเป่ยหยิบกระเป๋าคอมพิวเตอร์ขึ้นมา จากนั้นก็เดินออก ไป

แผ่นหลังยังคงเย็นชาและทรงเสน่ห์อยู่เช่นเดิม

ไหนบอกว่าไม่ออกไปไง!

จิตใจของผู้ชาย ก็เหมือนกับงมเข็มในมหาสมุทร มันช่าง ทำให้คนจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ
กู้อานหยานอยากเดินตามไป เพื่อไปส่งเขา นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่ คนใช้ควรทำอีกเรื่องหนึ่ง

แต่ว่า คุณชายใหญ่มู่เหมือนจะเริ่มรังเกียจมาก “อยู่ให้ห่าง จากฉันหน่อย น่าเบื่อ!”

เธอหยุดฝีเท้าทันที ใบหน้าเกรี้ยวโกรธ

คิดว่าเธออยากจะไปกับเขาด้วยหรือไง นี่ไม่ใช่ว่าเขาบังคับ ให้เธอคอยมาดูแลปรนนิบัติรับใช้ไม่ใช่เหรอ เรื่องเยอะจริงๆ!

แต่ว่า ทุกวิชาคะแนนสอบต้อง 90 คะแนนขึ้นไป… สำหรับคน ที่ชอบหนีเรียนแบบนี้ มันจะไม่ยากเกินไปเหรอ

กู้อานหยานถอนหายใจออกมา รอจนมู่บ้านเป่ยออกไปแล้ว เธอถึงได้ขยับฝีเท้า เพื่อกลับไปที่ห้องของตนเอง

ในเวลานั้นเอง เธอก็เห็นบนโต๊ะมู่จ้านเป่ย มีกองหนังสือวาง อยู่ด้านบนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

หนังสือเล่มนี้ ทำไมมันดูคุ้นๆจังเลย

กู้อานหยานเดินเข้าไป จากนั้นก็หยิบหนังสือจากกองนั้นขึ้น มาหนึ่งเล่ม

ไม่ใช่ว่าเป็นหนังสือที่พวกเขาเรียนในเทอมนี้หรอกเหรอ
บนโต๊ะของมู่จ้านเป่ย จะมีหนังสือเรียนในเทอมนี้ของพวกเขา ได้ยังไง

พอหยิบขึ้นมาเปิดดู กู้อานหยานตาค้างกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรง หน้า

ใครจดโน้ตย่อให้นะ

บนหนังสือทุกเล่ม ตรงไหนสำคัญ ตรงไหนที่เวลาสอบต้อง ตั้งใจดู เขาทำสัญลักษณ์ไว้ให้แล้ว

ถึงแม้ว่าลายมือจะไม่ค่อยสวยสักเท่าไหร่ แต่พอยิ่งดูก็ยิ่งคุ้น

ตา

นี่มัน…ลายมือของเห้อหลิงจือ

กู้อานหยานรีบหันหลังกลับไป พร้อมทั้งหยิบหนังสือแล้ววิ่ง ตามลงไปชั้นล่าง

บริเวณด้านหน้าห้องโถง รถมายบัคออกไปจากลานจอดรถ แล้ว ไม่เห็นแม้แต่เงารถ

เขาไปแล้ว

เขาถึงกับให้คนไปสั่งให้เห้อหลิงจือ มาจดโน้ตเอาไว้ให้เธอ

เป็นอย่างดี แล้วส่งหนังสือมา!
ช่วงเวลาที่เธอไปมหาวิทยาลัยนั้น คงห่างไกลจากเห่อหลิงจึ อมาก

เขาเป็นถึงหัวหน้าห้อง ไม่ว่าจะยุ่งขนาดนั้น ทุกวิชาก็ไม่เคย ขาดเรียน

เห้อหลิงจือทำโน้ตย่อ ไม่รู้ว่ามันจะดีกว่าที่เธอทำเองขนาด

ไหน

เธอเองก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมคุณชายใหญ่มู่ต้องทำแบบนี้ด้วย

กู้อานหยานกอดหนังสือเอาไว้ พร้อมทั้งจ้องมองไปที่ประตูที่

ว่างเปล่า ความรู้สึกของเธอเศร้าใจเล็กน้อย

มันมีความรู้สึกว่า อารมณ์ต่างๆมันตีกันจนยุ่งเหยิงไปหมด

และก็ไม่รู้ว่าจ้องมองอยู่นานเท่าไหร่ กู้อานหยานถึงได้หัน หลังกลับมา เพื่อเดินขึ้นชั้นบน

ตอนที่เดินเข้าบ้าน ก็กดรับสายโทรศัพท์ของหยางอี “อานห ยาน วันนี้ไปไหนเหรอ”

“ฉัน…” กู้อานหยานตะลึงไปชั่วครู่ ถึงได้พูดออกมา “ฉันอยู่ที่ บ้านเพื่อน หยางอี หาฉันมีธุระอะไร มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”
“ในระบบตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินนั้น ไม่มีเอกสารคนที่ ชื่อว่าเปสุ่ยชิงจริงๆ

หลังจากที่หยาง ได้รับข่าวเธอมา ก็เริ่มค้นหาในหลายๆ ระบบทันที

แต่จนถึงตอนนี้ ก็ไม่มีข่าวของคนที่ชื่อว่าเยี่สุ่ยซึ่งจริงๆ

“แกบอกว่าเย่สุ่ยซิงไม่ได้ออกจากประเทศ จากสถานการณ์ ในตอนนี้ มันเป็นความจริง แต่ว่าอานหยาน ทางฝั่งพวกเขาน่า จะมีคนเก่งคอมพิวเตอร์มาก ไม่งั้น ก่อนหน้านี้ที่ฉันเช็คข้อมูล ทำไมถึงเช็คไม่ได้”

“อืม”กู้อานหยานพยักหน้า

เบื้องหลังคนพวกนั้น ต้องมีคนที่เก่งกาจทางด้านคอมพิวเตอร์

อยู่แน่

พวกเขาสามารถแฮกข้อมูลของโรงพยาบาลได้ แถมยังแก้ไข บันทึกDNA ของคุณท่านหญิงในโรงพยาบาลอีก

ไม่ใช่มืออาชีพ ไม่สามารถทำเรื่องพวกนี้ได้

“หยางอี กู้เวยจืออยู่ดีๆก็กลายเป็นคุณหนูของตระกูล เมืองหลิงโจว แกช่วยฉันเช็คหน่อย ตกลงว่าปีนั้นเยี่สุ่ยซิงทำ อะไรลับหลังพ่อฉัน”
เมื่อครู่สิ่งที่อยากถาม แต่ว่า กู้เวยจืออยู่ด้วย

ความจริงแล้วกู้อานหยานก็มีลางสังหรณ์ เรื่องบางเรื่อง บางที มันอาจจะเกี่ยวข้องกับตัวเองก็ได้

แต่ว่าตอนนี้เธอไม่สามารถตรวจสอบได้ ตรวจสอบอะไรไม่ ได้ทั้งนั้น

ตอนที่ตรวจสอบเรื่องคุณยาย ก็ทำให้หยางอีต้องเผชิญหน้า

กับอันตราย

แต่ในวันนี้ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่ชัด เธอก็ไม่กล้าดึง หยาง เข้ามาพัวพันด้วย

ตอนที่พวกคุณท่านกู้ออกไปตอนนั้น เธอก็ขอเบอร์โทรศัพท์ ของกู้จิ้งหย่วนเอาไว้

เรื่องพวกนี้ ให้เธอออกไปตรวจสอบเองดีกว่า

แต่ว่า เมืองหลิงโจว อยู่ไกลจากที่นี่มาก ส่วนมู่บ้านเป่ย คงไม่ ให้เธอไปไหนได้ในช่วงนี้

ต้องตรวจสอบให้ได้ แต่ไม่ใช่ในเวลานี้

ช่วงเช้าเธอนอนอ่านหนังสืออยู่ในห้องตลอด ตอนกลางวัน หลังจากกินข้าวเสร็จ ก็เกิดความคิดอยากออกไปเดินเล่น
แต่ไม่ใช่ว่าเดินเล่นในห้องพักว่างเจียงเก่อนะ แต่คือด้านหลัง คฤหาสน์ของตระกูลมู่

มู่จ้านเป่ยไม่ได้กักบริเวณให้เธออยู่แต่ในห้องพักว่างเจียงเก่ อ

เธอเดินออกมาจากประตูห้องพักว่างเจียงเก๋อ พร้อมทั้งขับรถ กอล์ฟ เพื่อขับมุ่งหน้าไปทางด้านหลังคฤหาสน์

รถกอล์ฟหยุดลงด้านข้างทะเลสาบที่ตอนนี้ถูกกลบไปแล้ว ตอนนี้ที่นี่ ถูกจัดให้ใหม่จนกลายเป็นสวนหย่อมไปแล้ว

ภูเขาจำลอง ทุ่งดอกไม้ พร้อมทั้งต้นไม้นานาพันธุ์

สิ่งเดียวที่ไม่มีคือทะเลสาบ และก็ถนนเส้นนั้น ที่ที่เธอกำลังยืนอยู่นี้ ก็เป็นสถานที่ที่คุณยายเกิดเรื่องขึ้น เดิมที่นี่มีถนนหนึ่งเส้น ถนนก็ไม่ได้ไกลมาก และก็มีทะเลสาบ

ทำไมคุณท่านกู้ถึงได้รีบร้อน ถมทะเลสาบให้เต็มทันที

เขาเป็นคนที่ผ่านเรื่องราวร้ายดีมากมาย ทำไมเรื่องที่คุณ หญิงมู่ตายเขาถึงไม่สามารถเผชิญหน้ากับเรื่องนี้ได้
ทำไมเกิดอุบัติเหตุกับคุณหญิงมู่ในครั้งนี้ กลายเป็นเรื่องต้อง ห้ามของเขาขนาดนี้เลยเหรอ

ขนาดทะเลสาบยังต้องถมเลยเหรอ


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ