ประธานมู่ ฉันไม่รักนายอีกแล้ว!

บทที่196 เพื่อยืนยันว่าตัวเองเป็นชายชาตรี



บทที่196 เพื่อยืนยันว่าตัวเองเป็นชายชาตรี

บทที่196 เพื่อยืนยันว่าตัวเองเป็นชายชาตรี

เจียงนานจ้องเธอ พลางพึมพำเสียงเย็นชา “ไม่กิน ! ” กู้อานหยานเลิกคิ้วขึ้น ด้วยสีหน้าเย้ยหยัน “เป็นผู้ชายหรือ เปล่า ? ”

“เป็นผู้ชายแต่ก็ไม่กิน

“ไม่กินก็ถือว่าไม่ใช่ผู้ชาย

“นี่…..โอะ ! ”

เนื้อชิ้นนั้น มันถูกยัดเข้าไปในปากของเขาทันที !

เจียงนานเบิกตาโผลง พลางโกรธจนอยากจะเด็กตัวของผู้หญิง คนนี้ทิ้ง

แต่ว่า เนื้อชิ้นนี้.…..

หลังจากที่เคี้ยวช้าๆ เบาๆ ก็กลืนลงไป
ทำไมเหมือนกับว่ามันจะไม่เผ็ดเท่าไหร่จริงๆ ?

“อร่อยไหม ? ” กู้อานหยานเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะยิ้มด้วยความมั่นใจ

เนื้อที่เธอลวก กำลังพอดี รวมไปถึงน้ำจิ้มที่เข้ากันอย่างลงดัง ของเธอ มันทำให้รสชาติอร่อยมาก จนไม่มีทางที่จะไม่ถูกปาก ของชายคนงี้

ฝ่ายชายไม่พูดอะไร ถึงแม้ว่ารสชาติมันจะอร่อยกว่าที่คิดเอาไว้ แต่ทว่าให้ตายก็ยอมรับว่าอร่อยไม่ได้

กู้อานหยานลวกอีกหนึ่งชิ้นก่อนจะใส่ไปในถ้วยของเขา “รีบกิน เร็ว เดี๋ยวมันจะเย็นชืดเอา”

เย็นชืดเหรอ ? คำพูดแบบนี้ เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรก

เพียงแต่ว่า เนื้อที่เพิ่งจะใส่เข้าปากไปเมื่อสักครู่ มันรสชาติอร่อย ล้ำลึก ความร้อนกำลังดี จนทำให้กินง่ายขึ้นมาก

แต่ถึงอย่างไรตอนเที่ยงก็ยังไม่ได้กินข้าว เขาเริ่มหิวแล้วจริงๆ

เขาหยิบตะเกียบก่อนจะคืบเนื้อขึ้นมาและใส่เข้าปาก
“อร่อยไหม ? เนื้อแดดเดียวอันนี้ก็อร่อยเหมือนกัน ลองชิมดู ……..เป็นอย่างไรบ้าง ? ”

“ก็พอกินได้” ของที่ดูไม่น่ากินขนาดนั้น คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะกิน ได้ด้วย

เขาใช้ตะเกียบเขี่ยๆ อาหารที่อยู่ในจาน ก่อนจะขมวดคิ้วมาชน กัน “มันคืออะไร ?

“เนื้อกุ้ง อยากลองกินไหม ? ” ยังไม่ทันรอให้เขาตอบ กู้อานห ยานก็ยกจานของกุ้งสับ ใส่เข้าไปในหม้อทีละช้อนๆ

“อันนี้ล่ะ ? มันคืออะไร ? ” เหมือนกับว่า รสชาติมันจะไม่แย่เท่า

ไหร่

“อันนี้มันเป็นลูกชิ้นคุณไม่เคยกินใช่ไหมล่ะ ? ล้าหลังจังเลย ! ”

“อาหารคนจน ไม่เคยกินแล้วจะทำไมเหรอ ? ”

“ใช่ๆ คุณชายน้อยที่คาบช้อนเงินช้อนทางมาเกิดอย่างคุณ ไม่มี ทางกันมามองหรอก

เจียงนานขี้เกียจจะสนใจเธอต่อไป พลางใช้ตะเกียบคีบอีกจานหนึ่งขึ้นมา “แล้วอันนี้คืออะไรล่ะ?

“คุณอย่าทำตัวเป็นเด็กขี้สงสัยมากได้ไหม ไม่รู้อะไรทั้งนั้นเลย มันทำให้คุณดูไม่ทันใครเลย

“กู้อานหยาน ! ”

“นี่เป็นสาหร่ายทะเล มันอร่อยมากเลยนะ เดี๋ยวฉันทำให้ อย่า โกรธนะ

ทั้งสองคน กินกันอย่างเอร็ดอร่อยขึ้นมาทันตา

หม้อไฟมันมีเสน่ห์ของมัน จนทำให้คุณสามารถลืมไปเลยว่าตัว เองอยู่ตรงไหน ลืมว่าตัวเองเป็นใคร และลืมคนรอบข้างไปได้เลย

สองคนที่นั่งอยู่อีกมุมหนึ่ง มองหัวของทั้งสองคนที่แทบจะมา ชนกัน ก็รู้สึกแปลกใจ

กู้เวยจ๋อเป็นคนอารมณ์ดีอยู่แล้ว เมื่อกู้อานหยานอยู่ต่อหน้าคุณ ชายใหญ่มู่ และมีท่าทีจีบกันกับชายคนอื่น มันไม่ใช่การรนหาที่ ตายหรือไง ?
เพียงแต่ว่า เธอมองอารมณ์ของคุณชายใหญ่มู่ในตอนนี้ไม่ออก

เขามีสีหน้าแววตาเหมือนปกติ น่าจะพูดได้ว่า เป็นสีหน้าที่ไร้ อารมณ์เลยทีเดียว

ตะเกียบที่ถูกถืออยู่ในมือ กลับไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย เมื่อมอง ดูเหมือนจะไม่โกรธ แต่ว่า มองอีกทีก็เหมือนกับว่ากำลังโกรธเป็น อย่างมาก !

กู้เวยจือค่อนข้างระมัดระวังตัว เพราะอยากจะพูดดีๆ ด้วย และ กลัวว่าเขาจะไม่พอใจ

“จ้านเป่ย ให้ฉันบอกให้พวกเขาทำให้ใหม่…….

“ที่นี่ไม่มีผัดผัก” กู้อานหยานพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มบางๆ

เธอมองทั้งสองคน ก่อนจะพูดอย่างนิ่งๆ “ถ้าเกิดไม่ชินจริงๆ หรือไม่พวกคุณ…….

ตะเกียบของมู่บ้านเป่ยจุ่มลงไปในหม้อ ไม่รู้ว่าคืบเนื้ออะไรขึ้นมา ก่อนจะคืบเข้าปากไป

“ร้อน ! ” กู้อานหยานอยากจะหยุดไว้ แต่ว่าไม่ทันเสียแล้ว
มู่ล้านเป่ยขมวดคิ้ว แต่ไม่นาน เนื้อชิ้นนั้นก็ถูกเขากลืนลงคอไป

กู้อานหยานทำได้เพียงเรียกพนักงานมา และให้เอาน้ำชาเย็นๆ มาเสิร์ฟ

ผู้ชายคนนี้ ลิ้นน่าจะพองแล้ว แต่เขาคือคุณชายใหญ่มู่ ถึงจะโดน ลวกก็ไม่มีทางร้องออกมา

“ดื่มสักหน่อยเถอะ จะได้ดีขึ้น” เธอเปิดขวดน้ำชาเย็นๆ ขวดนั้น ก่อนจะวางเอาไว้ข้างหน้ามู่บ้านเป่ย

“ไม่ได้ไม่สบายตรงไหนสักหน่อย” สายตาของมู่บ้านเป่ยมองไป ที่นําชาขวดนั้น

ถึงจะพูดออกมาแบบนี้ แต่กลับยกขวดขึ้น ก่อนจะกินเข้าไป หลายอึกจนหมดขวดรวดเดียว

“เนื้อสดแบบนี้รสชาติไม่เลวเลย อยากจะชิมหน่อยไหม ? ”

กู้อานหยานเอาเนื้อครึ่งจานใส่ลงไป ก่อนจะเอากุ้งที่เหลือใส่ลง ไปด้วย

“พี่ คุณก็ลองชิมดูด้วยสิ” เธอลุกขึ้นยืน ก่อนจะคีบผักให้กับพวกเขาเอง

เมื่อเช้ายังมีปัญหากับกู้เวยจืออยู่ แต่ตอนนี้มันไม่มีร่องรอยอะไร

แล้ว

ดูๆ ไปแล้ว เหมือนกับว่าพี่น้องคู่นี้ลงรอยกันดี

มู่บ้านเป่ยมีแววตาที่เคร่งเครียดขึ้น ถึงแม้ว่าจะคิดว่าท่าทีที่กู้อาน หยานทำกับกู้เวยจือนั้นไม่ค่อยชอบมาพากล แต่ว่าเรื่องของผู้ หญิงนั้น เขามักจะไม่ค่อยใส่ใจ

เมื่อเห็นกู้อานหยานกับเจียงนานกินอย่างเอร็ดอร่อย เขาเองก็ จับตะเกียบแน่น ก่อนจะกินเข้าไปด้วย

เมื่อกู้เวยจื่อเห็นอาหารในถ้วย ก็มีท่าทีสะอิดสะเอียน

คนสูงส่งอย่างเธอ ไม่ชอบกินของราคาถูกคุณภาพต่ำแบบนี้

หรอก

แต่ว่า ขนาดคุณชายใหญ่ยังกินเลย…..

กู้เวยจ๋อเลยทำอะไรไม่ได้ เลยต้องหยิบตะเกียบขึ้นมา แล้วกิน คําน้อยๆ
แต่คิดไม่ถึงเลย ว่าตัวเองเพิ่งจะกินอาหารที่คืบมาวางในถ้วย เสร็จ กู้อานหยานก็รีบคับให้เธออีกมาก

“อันนี้ก็อร่อยนะ สาหร่ายทะเลเนี่ย ถ้าไม่กินแบบหม้อไฟมันไม่ อร่อยเลย ปกติคุณคงไม่ได้มีโอกาสได้กินหรอก”

กู้อานหยานยิ้มให้เธอ ท่าทีแบบนี้มันดูเป็นมิตรมากเกินไป

กู้เวยจ๋อขมวดคิ้วเป็นปม เพราะคิดไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะ แสดงละครเก่งขนาดนี้

เธอไม่ใช่คนที่ทระนงมาตลอดเหรอ ? ในตอนนี้รู้จักแสดงละคร

แล้วเหรอ ?

ความหยิ่งทระนงตนเมื่อก่อนมันหายไปไหนหมดแล้วล่ะ ? เพื่อ คุยดีๆ กับคุณชายใหญ่มู่และคนรักคนใหม่อย่างเธอ นังแพศยาคน นี้สามารถเสแสร้งได้มากขนาดนี้เลย

“โอเค อานหยาน พอแล้ว พี่ไม่ได้อยากกินมากขนาดนั้น กินได้ ไม่เยอะ

เมื่อมองดูสาหร่ายทะเลที่ดูน่าเกลียดน่ากลัวอยู่เต็มถ้วย กู้เวยจึ

อก็รู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมา
อาหารที่เธอกิน มันดูดีกลิ่นหอมและรสชาติดีทั้งนั้น แต่นี่มันคือ อะไรกันแน่ ?

“ไม่เป็นไรหรอกพี่ คนกันเอง กินข้าวไม่ต้องเสแสร้งขนาดนั้น ก็ได้ กินอิ่มก็พอ”

กู้อานหยานยิ้มบางๆ ก่อนจะคีบปลาน้ำเค็มให้กับเธอ

“ของของคุณเนี่ย คนปกติจะกินอิ่มด้วยเหรอ ? ยังไม่พอกระ เพาะแมวเลยด้วยซ้ำ

“รอให้ไม่มีใครแล้วค่อยกินอย่างเอร็ดอร่อย มานั่งกินให้อิ่มตรง นี้ตอนนี้เลยไม่ดีกว่าเหรอ ? ”

กู้เวยจ่ออยากจะหยิบถ้วยของตัวเอง แล้วเอาอาหารในถ้วยสาด ใส่เธอจริงๆ

นังแพศยานี่ กลางมาแอบด่าแบบเนียนๆ ว่าเธอเป็นคนสร้างภาพ งั้นเหรอ !

เธอเรียกมันว่ามารยาท ! ที่บ้านสอนมาดีต่างหากเล่า !

ถึงจะกลับไปกินในที่ส่วนตัวแล้วมันจะทำไมงั้นเหรอ ? ผู้หญิง กินอาหารมันเป็นเรื่องที่ไม่น่าดูอยู่แล้ว จะมาทำตัวเหมือนอยู่ที่บ้านต่อหน้าผู้ชายได้อย่างไร ?

มีแค่คนไร้มารยาทอย่างกู้อานหยานเท่านั้นแหละ ที่จะไม่แคร์ ภาพลักษณ์ของตัวเอง

กู้เวยจืออยากจะระเบิดอารมณ์ออกมา แต่ว่าเพราะคำร่ำลือว่าเธอ นั้นอ่อนโยนและเป็นแม่ศรีเรือนนอกจากนี้ยังมาจากตระกูลร่ำรวย

ต่อจากนี้ ยังจะได้เป็นคุณหญิงที่สง่างามร่ำรวยและหรูหราที่สุด ในเมืองเป่ยหลิงอีกด้วย

เรื่องการใส่อารมณ์และท่าทีป่าเถื่อนไร้อารยธรรมแบบนั้น เธอ ไม่สามารถทำได้หรอก !

กู้อานหยานเองก็มองออกว่าเธอต้องมีมารยาทและกริยาที่ สงบเสงี่ยมต่อหน้าผู้ชาย ดังนั้น เลยพยายามคืบอาหารใส่จานให้ มากที่สุด ดูใจดีเป็นอย่างมาก

มีผู้ชายอยู่ทั้งสองคน และเพื่อยืนยันว่าตัวเองเป็นชายชาตรี เลย ยอมกินเผ็ดขึ้นมาซะอย่างนั้น

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ กู้อานหยานก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะรีบยิ้มให้เจียงนาน
“ถึงเวลาแล้ว ไปก่อนนะ”

เธอวางตะเกียบลง ก่อนจะหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดปาก จากนั้น จึงยิ้มให้มู่บ้านเป่ยกับเวยจออีกครั้ง ก่อนจะ…..เดินจากไปงั้นเห รอ ?

ถึงเวลาอะไรงั้นเหรอ ? ถึงได้ไปอย่างรีบร้อนขนาดนั้น !

ตอนนี้ ยังมีเวลาห่างจากการแข่งขันช่วงบ่ายตั้งหนึ่งชั่วโมง รีบ ร้อนอะไรกัน ?

อาจจะมีเพียงแค่เจียงนานคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าที่ผู้หญิงคนนี้พูด ว่าถึงเวลาแล้ว มันหมายความว่าอะไร

สองชั่วโมงสุดท้าย มันจบลงแล้ว

ผู้หญิงคนนี้ ไม่เต็มใจที่จะอยู่ข้างกายเขาไปมากกว่าวินาทีเดียว ด้วยซ้ำ !


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ