ประธานมู่ ฉันไม่รักนายอีกแล้ว!

บทที่199 ฉันรักคุณ



บทที่199 ฉันรักคุณ

บทที่199 ฉันรักคุณ

ฉินโจวพยายามเป็นอย่างมาก โดยที่ทุกคนที่อยู่ข้างล่างเวลาก็ สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

มันผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง เขาควรจะวาดสตอรี่บอร์ดเสร็จแล้ว

แต่ทว่าเขายังวาดไม่เสร็จเลย อีกสักครู่ที่จะต้องเพิ่มเติมวาดเส้น ต่างๆ มันก็ยากขึ้นไปอีก

เวลามันผ่านไปครึ่งหนึ่งแล้ว

ทีมของซูเล่ยที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ซูเล่ยที่นั่งอยู่ตรงนั้น มี ท่าทีการวาดอย่างไม่รีบร้อนเลย

เธอเป็นคนที่มีความสามารถจริงๆ แต่ละเส้นนั้นมันถูกวาดลงไป อย่างสมบูรณ์แบบโดยที่แทบจะไม่ต้องมีการแก้ไขกันเลย

เขาวาดออกมาอย่างสวยงาม ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่โครงร่าง แต่ว่าก็ สามารถมองออกมาได้เลยว่าเมื่อรวบรวมออกมาแบบเสร็จสรรพ แล้วจะเป็นแบบไหน
เธอมีเพียงแค่ผู้ช่วยแค่สองคน ผู้ช่วยทั้งสองคนนั้นเริ่มลบเส้น เล็กๆ น้อยๆ อย่างระมัดระวังหลังจากที่เธอวาดในช่องการ์ตูนจน เสร็จ

โดยปกติ สิ่งที่ชูเล่ยวาดนั้นไม่จําเป็นจะต้องแก้เลยและถึงจะมีก็ ไม่ได้มากเกินไป

ดังนั้นเธอเลยพาผู้ช่วยมาไม่มาก และผู้ช่วยสองคนที่อยู่ข้างๆ ก็

ไม่ได้ช่วยอะไรมาก

คนมีความสามารถ เธอเป็นแบบนั้นจริงๆ การที่สามารถมีชื่อ เสียงมาได้ขนาดนี้ ส่วนมากก็เป็นเพราะความสามารถของตัวเธอ เองทั้งนั้น

แววตาของกู้อานหยานนั้นเบือนออกจากหน้าจอของซูเล่ย จาก นั้น ก็จ้องฉินโจวตลอด

ถ้าเกิดเทียบกับฉินโจว ซูเล่ยยังแพ้เรื่องความเร็ว

เพียงแต่ว่า ซูเล่ยวาดใกล้จะเสร็จแล้ว แต่ฉินโจวกลับยังวาดสตอ รีบอร์ดไม่เสร็จเลย

ซูเสี่ยวหมี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ รีบร้อนจนเหงื่อแตก “ทำอย่างไรดี ? วาดไม่เสร็จแน่เลย จะทําอย่างไรดี ? ”
“อานหยาม คุณว่าควรจะทำอย่างไรดี ? ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ทีมของพวกเราจะสามารถผ่านไปได้ไหมมันก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจรู้ ได้”

“ถ้าเกิดว่าวันนี้ตอนเที่ยงไม่สามารถผ่านเข้าไปในรอบต่อไปได้ การแข่งขันในวันพรุ่งนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้นแล้ว

“ฉินโจวมัวแต่วาดภาพร่างของตัวเองไปเรื่อยๆ เหมือนกับปกติ ไม่ต้องไปสนใจหลิวช่างแล้ว

“ส่วนของหลิวซ่าง พรุ่งนี้ค่อยพูดกันดีกว่า ถ้าเกิดว่าวันนี้ผ่านไป ไม่ได้ แผนต่อไปในภายภาคหน้าจะดีแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์เลย

“แต่ว่า ฉินโจวจะสามารถได้ยินเสียงของพวกเราไหม ? อานห ยาน มีวิธีอะไรที่สามารถบอกเขาได้ไหม เพื่อให้เขาไม่ต้องสนใจ หลิวซ่าง ทำให้ผ่านวันนี้ไปได้ก่อนเถอะ ? ”

“ทำอย่างไรดี ? สตอรี่บอร์ดยังวาดไม่เสร็จเลย…….…….

“ทำอย่างไรดี ? ”

ไม่รู้ว่ามันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ จู่ๆ หูของกู้อานหยานก็โล่งอื้อ ขึ้นมา
ซูเสี่ยวหมี่ไม่ได้เรียกอะไรแล้ว แล้วก็ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ โดยรวมแล้ว กลับไม่ได้ยินเสียงของเธออีกเลย

ขนาดตัวของซูเสี่ยวหมี่ใหญ่ขึ้นมาก เมื่อทั้งสองคนนั่งอยู่ด้วย กัน ก็ถูกเธอเบียดจนทั้งสองคนมาติดกัน

เพียงแต่ว่า ตอนนี้กู้อานหยานไม่ได้มีอารมณ์จะมาสนใจว่าทำไม ตัวของซูเสี่ยวหมี่ถึงใหญ่ขึ้น ทำไมที่นั่งที่ใหญ่ขนาดนี้ เมื่อทั้ง สองคนนั่งด้วยกันถึงเบียดได้ขนาดนี้

เธอไม่ได้สนใจอะไรเลย อารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดนั้น ไปจดจ่อ อยู่ที่ฉินโจว

การวาดสตอรี่บอร์ดของฉินโจวในวันนี้ ความเร็วปกตินั้นก็ไม่มี ทางตามได้ทัน

แต่ว่ากู้อานหยานมองออกว่าเขาพยายามแล้ว

เพียงแต่ว่า สตอรี่บอร์ดนี้ มันละเอียดมากกว่าปกติเสียด้วยซ้ำ แต่ทว่าเวลามันเลยมานานมากแล้ว ถึงหนึ่งชั่วโมงสี่สิบนาทีแล้ว
ในที่สุด ! ฉินโจวก็เริ่มตัดเส้นขึ้นมาแล้ว !

“ว้าว ! ”

บนที่นั่งของผู้ชม จู่ๆ ก็มีเสียงครึกครื้นดังขึ้น

กู้อานหยานรู้สึกเครียดขึ้น จากนั้นก็จดจ้องไปที่หน้าจอยักษ์นั้น พลางหายใจด้วยเสียงเบาที่สุด !

ในที่สุดเธอก็เข้าใจ ว่าทำไมวันนี้ฉินโจวถึงได้วาดสตอรี่บอร์ดช้า ขนาดนี้

ไม่ใช่ว่าเขาวาดช้ากว่าปกติ แต่ว่ามันมีขั้นตอนการทำงาน มากกว่าเดิม ก็คือการตัดเส้นขึ้นมาอย่างชัดเจน !

คนปกติคงจะมองไม่ออก ฉินโจววาดขึ้นอย่างบางๆ บนหน้าจอ นอกจากตัวเขาเอง คนอื่นมองไม่เห็นจริงๆ

ยังคิดว่าจะวาดอะไรที่ไม่สำคัญเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย ! แต่ว่ากู้อานหยานมองออกอย่างชัดเจน ! นั่นมันไม่ใช่เส้นวาดที่ไม่สำคัญ แต่มันเป็นการลงเส้นอย่าง จริงจัง !
เมื่อฉินโจววาดสตอรี่บอร์ดเสร็จ แล้วเริ่มลงเส้นนั้นก็เริ่มขึ้นอย่าง รวดเร็ว

ใบหน้าของผู้คน แขนขา เรือนร่าง ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรเลย ด้วยซ้ำ ก็แค่ทำตามสิ่งที่มาร์กเอาไว้ให้ ลากเส้นๆ ก็เสร็จแล้ว

อีกอย่าง การวาดจนเสร็จแบบนี้ ไม่มีความจำเป็นจะต้องตัดเส้น

แล้ว !

“พระเจ้าช่วย ! …….……ยังเป็นคนอยู่หรือเปล่าเนี่ย ? น่าจะเป็นหุ่น ยนต์มากกว่าอีก ! ”

บนที่นั่งของคนดู ต่างมีแต่คนตื่นตกใจขึ้นมา

“นี่ใช่นักวาดระดับเทพที่เป็นตำนานของชมรมวาดภาพเมษาหรือ เปล่า ? น่ากลัวจังเลย วาดออกมาได้อย่างไรกันเนี่ย ? ”

ในขณะที่คนดูกำลังพูดคุยซุบซิบกันอยู่ เลยทำให้ซูเล่ยที่กำลัง วาดรูปขึ้นมาขมวดคิ้วอย่างหนักใจ

การวาดของเธอไม่เคยถูกดูถูกขนาดนี้ แต่ว่าครั้งนี้ เธอเองก็อด ไม่ได้ที่จะหันหลังกลับไปดูบนจอใหญ่ที่อยู่ทางด้านหลัง
เมื่อมองแล้ว เธอก็งงเป็นไก่ตาแตกหมดเลย !

คุณเคยเห็นคลิปในTIKTOKไหม ที่วาดแล้วเพิ่มความเร็วเป็นสี่ หรือแปดเท่า ?

เธอเลยสงสัยว่าความเร็วของฉินโจวนั้น คนปกติจะวาดให้เร็วได้ ถึงแปดเท่าก็ยังตามเขาไม่ทันเลย !

ไม่ ! สิบเท่าก็ยังไม่ทัน !

เมื่อปากกาถูกวาดไปเรื่อยๆ บนหน้าจอ ส่วนที่เหลือก็เป็นบทที่ เสร็จแล้ว

ฉากหลังไม่จะเป็นต้องแปะรูปอะไร เขาใช้มือวาดล้วนๆ ราวกับว่า มันมีการวาดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว แต่เขาแค่ต้องลงเส้นให้จบ รูปก็ จะออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ

มันน่ากลัวมากจริงๆ …

“คุณซู อย่ามองอีกเลย ! ” ผู้ช่วยที่อยู่ด้านข้างรีบเตือนสติ “มีคน กำลังจะส่งแล้ว !”

ซูเล่ยเลยรีบดึงสติกลับมา พลางหันไปมอง มีทีมที่ห่างออกไป

ไม่ไกล กำลังจะส่งจริงๆ ด้วย !
เธอไม่ใช่ที่หนึ่งแล้ว !

ซูเล่ยเลยรีบจับปากกา ในตอนแรกที่จะตั้งใจวาดดีๆ เธอก็ใกล้จะ วาดเสร็จแล้วด้วย

แต่ว่าเธอเหมือนจะได้ยินเสียงฉินโจวลงปากกา ทั้งหัวของเธอมี แต่ภาพของเขา งานของเธอเลยไม่มีทางจะวาดต่อไปได้

“หุบปาก ! ”

ซูเล่ยหลับตาลง ก่อนจะพยายามทำให้ตัวเองใจเย็นลง

แต่ว่า ทำอย่างไรก็ไม่สามารถใจเย็นลงได้ เธอไม่มีทางใจเย็น ลงได้เลยแม้แต่น้อย !

เร็วเกินไปแล้ว เร็วมากจริงๆ !

เธอไม่เคยเห็นการลงเส้นที่เร็วขนาดนี้มาก่อนเลย เธอไม่เคย เห็นคู่แข่งที่น่ากลัวขนาดนี้มาก่อนเลย !

“คุณซู คุณต้องทำต่อไปนะ ! ” ถึงจะต้องเสี่ยงโดนด่า แต่ผู้ช่วยก็ยังอยากจะรีบเตือนสติอีกครั้ง

ซูเล่ยรู้อยู่แล้ว ว่าเธอจะต้องทำต่อไป

แต่ว่า มันทำต่อไปไม่ได้จริงๆ !

เธอวาดต่อไปไม่ได้แล้ว !

สุดท้าย เธอจึงลุกขึ้นยืน ก่อนจะเอาปากกายื่นให้ผู้ช่วย “คุณวาด เถอะ ! ”

ถึงแม้ว่าผู้ช่วยจะตกใจอึ้งไปเล็กน้อย แต่เมื่อมาเห็นท่าทีของเธอ ในตอนนี้ ก็กลัวว่าจะวาดต่อไปไม่ได้

เธอหยิบปากกาขึ้นมาอย่างไร้ทางเลือก และวาดต่อจากสิ่งที่ซู เล่ยยังวาดไม่เสร็จ บนที่นั่งที่เธอเคยนั่ง

แต่ซูเล่ย จ้องชายที่อยู่ห่างไปไม่มาก เมื่อเห็นว่ามือของเขานั้น วาดได้อย่างว่องไว ปลายนิ้วของเธอ ก็เริ่มสั่นขึ้นมา

บนที่นั่งของคนดู ในตอนแรกที่คิดว่าเวลามันมากเหลือเกิน จน คนอยากจะเดินออกไป แต่ในตอนนี้เมื่อได้มองหน้าจอยักษ์ที่อยู่ ข้างหลังฉินโจวนั้น ทุกคนก็ต้องหยุดลง
แถมยังมีหลายๆ คนที่หลับมานั่งที่เดิม และดูต่อไป

เขาเหมือนกับเทพเลยด้วยซ้ำ ในเวลาเจ็ดสิบนาที ฉินโจววาด เส้นเสร็จไปแล้วจำนวนหกสิบช่อง

แต่ในการวาดเส้นของเขานั้น ก็มีเกือบสี่สิบช่องแล้ว รวมไปถึง ขั้นตอนการตัดเส้นก็เสร็จหมดทุกอย่าง จนแทบจะพร้อมลงสีแล้ว

นี่มันไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะสามารถทำได้

เมื่อกริ่งประกาศจบการแข่งขันดังขึ้น และฉินโจวลงเส้นสุดท้าย ไป ทุกคนก็ต่างพากันฮือฮาขึ้นมา !

“เทพจริงๆ ! ”

“น่าประหลาดใจมากเลย ! ”

“เหมือนกับที่เขาว่ากันเลย……

เส้นสุดท้ายที่วาดลงไปนั้น มันเหมือนกับถูกขีดลงไปในจิตใจ ของกู้อานหยานเลยด้วยซ้ำ

“เสร็จแล้ว ! เสร็จแล้วจริงๆ ! ”
“เยี่ยมไปเลย ฉินโจวเก่งมากจริงๆ ! ”

เมื่อเส้นสุดท้ายจรดลง เธอก็กอดคนที่อยู่รอบๆ ตัวเธอ และหอม แก้มอย่างเต็มแรง

ทุกๆ คน ดูน่ารักกันไปหมด ขนาดซูเสี่ยวหมี่ที่ชอบพูดไปเรื่อย เปื่อยก็ยังดูน่ารักจนอยากจะหอมฟอดใหญ่ๆ เลย

เธอพยายามกัดฟันทำ !

“ฉันรักคุณ ฉันรักคุณ รักคุณ รักพวกคุณ รักพวกคุณมากที่สุด เลย ! ”

เพียงแต่ว่า ทำไมเสี่ยวหมี่ถึงได้สูงขึ้นขนาดนี้นะ ?


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ