พิชิตใจนายปีศาจ

ตอน483 เข้าหน้ากันไม่ติด



ตอน483 เข้าหน้ากันไม่ติด

ตอนที่ 483เข้าหน้ากันไม่ติด

จันวิภาเตรียมจะลุกออกไปก็พอดีกับที่นิเวศน์วิ่งเข้ามาใน

ร้านพอดี

“อ้อที่แท้ก็อยู่ที่นี่กันนี่เองผมหาแทบตาย นิเวศน์ทำที่เช็ด เหงื่อพอเขาเห็นว่าในวิภาถือกระเป๋าอยู่ในมือก็ถามอย่าง ประหลาดใจทันที หม่ามีหม่ามีจะไปไหนครับ?

จันวิภาสีหน้าสงบเยือก” ในเมื่อป้าก็อยู่แล้วนั้นหม่ามีกลับ ก่อนนะ”

“ไอหยาไหนๆก็มากันแล้วนี่นากินข้าวด้วยกันก่อนค่อย กลับสิครับ”เขาดึงเธอเอาไว้ก่อนจะพูด “ยุ่งมาทั้งวันเลยผมหิว หิวไม่อย่างงั้นเราไปกินข้าวด้วยกันก่อนดีมั้ยหล่ะครับผมรู้มาว่า ร้านอาหารแถวนี้รสชาติใช้ได้เลยนะ

“งั้นกลับไปกินข้าวที่บ้านดีกว่า ในครัวก็เตรียมอาหารเย็น เอาไว้แล้วด้วย”

“แต่ว่าตอนนี้ผมหิวแล้วผมอยู่ในวัยกำลังโตนะครับหิ้ว แล้วมันจะไม่ดีต่อสุขภาพ

“แต่ว่า..”
เธอเหลือบตาไปมองที่สุมิตรก่อนจะจบปากออกมาอย่าง

ขัดใจ

พอได้รับสายตาที่มองมาจากจันวิภาสุมิตรก็ยินขึ้น พวก

เธอแม่ลูกกินกันไปเลยนะเดี๋ยวป่ากลับบริษัทก่อน

โอ่ยอยากจะบ้าตายจริงๆเลยเพิ่งจะสยบอีกฝั่งได้อีกฝั่ง หนึ่งก็เอาอีกละป่าจะหน้าหนาอีกซักนิดนึงไม่ได้หรือยังไงนี่แค่ หม่ามฉุนกึกขึ้นมาหน่อยก็ตัวลีบขึ้นมาซะเฉยๆดูไม่ใช่ตัวเขา เลยนะเนี่ย

นิเวศน์ถอนหายใจในใจก่อนจะใช้มือโอบตัวสุมิตรไว้ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“โอ้ยยป่างานบริษัทเร้วช้าก็ไม่เป็นไรหรอกแต่กินข้าว

เรื่องสำคัญนะครับ

สุมิตรมองผ่านเธอไปก่อนจะพูด “ป้าอยู่ด้วยหม่ามีลูกจะคง จะกินได้อย่างไม่สะดวก ใจหรอก”

มันเป็นคำพูดที่จันวิภาไม่อยากจะฟังเลยก็มองออกชัดๆ อยู่แล้วว่าเขาไม่อยากให้ตัวเธอแต่จะเอาคำพูดแบบนั้นมาเป็น โล่ที่ป้องกันตัวเพื่อ?

จันวิภาขมวดคิ้วแน่นอยากจะโต้แย้งออกมา

“นี่ป้ามาจะมาทะเลาะกันต่อหน้าต่อตาผมเลยหรอเนี่ย? เพื่อหลีดเลี่ยงที่จะให้ทุกอย่างย่ำแย่ลงไปกว่านี้นิเวศน์จึงพูดตัด พอขึ้นมา ผมจะบอกอะไรให้นะการที่ครอบครัวไม่สมบูรณ์มันมีส่วนผลกระทบต่อเด็กในบ้าน30เปอร์เซ็นต์โดยเฉพาะคนที่มี ไอคิวสูงอย่างผมมันง่ายที่จะสร้างบุคลิกภาพที่ต่อต้านสังคมถ้า ป้ามาคิดว่ามันจะโอเคงั้นก็เชิญทะเลาะกันต่อไปเลยครับ

จันวิภาจ้องไปที่สุมิตรพลางอธิบายขึ้น เราไม่ได้ทะเลาะ กันเลยนะลูกเราแค่ถูกปัญหากันเท่านั้น

“งั้นตอนนี้ถูกปัญหากันเสร็จแล้วยังครับ

“อื้อเสร็จแล้วหล่ะ”

“งั้นเราไปกินข้าวกันครับ! ”

พอพูดจบนิเวศน์ก็ดึงมือป้ากับมาของตนนำพวกเขาไปที่

ร้านอาหารอย่างเริงร่า

การที่นิเวศน์เปลี่ยนสีหน้าไปด้วยคาวมรวดเร็วเช่นนี้ทำให้ จนวิภาแอบบ่นออกมาไม่ได้

ถึงแม้เธอจะสงสัยแต่ว่ามันก็อาจจะเกี่ยวกับการที่เขา กำลังเติบโตดังนั้นเธอจึงเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจแล้วก็เดิน ตามเขาไปที่ร้านอาหารอย่างเงียบๆ

บางทีเขาอาจจะหิวจริงๆก็ได้นิเวศน์สั่งของน่ากินๆมาเต็ม โต๊ะแต่ก็ยังไม่เริ่มกินเขากุมท้องตัวเองพลางปั้นสีหน้าระทม ทุกข์

“นิเวศน์ไม่เป็นอะไรใช่มั้ยลูก?

“โอ่ยผมปวดท้องหน่ะเดี๋ยวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ
“ต้องกินยามั้ย?”

“ไม่ครับไม่ต้อง

นิเวศน์พูดจบก็เดินหายไปทันที

“เจ้าเด็กนี่คงไม่ได้กินอะไรผิดสำแดงแล้วปวดท้อง ใช่

มั้ย?”

จันวิภาบ่นพึมพำกับตัวเองจึงไม่รู้ว่าสุมิตรมองเธอมาโดย ตลอดพอเธอหันตัวกลับมาปะทะกับสายตาของสุมิตรพอดิน พอดีจนวิภาะงักไปก่อนจะก้มน้างุดๆ

“นั่นหน่ะเราก็ควรจะใจเย็นๆ อย่างน้อยต่อหน้าลูกเราก็ ควรจะรักษาท่าทีกันซะบ้างนะ

สันติภาพที่หลอกลวงแบบนี้คุณคิดว่ามันเป็นสิ่งที่นิเวศน์

อยากให้เป็นไหมหล่ะ?

คำพูดสุมิตรที่ไม่เย็นชาแต่ไม่ราบเรียบนั่นทำให้ฉันวิภา เดือดปุดๆเธอขมวดคิ้วโต้ คุณรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่ต้องการท้าย สุดแล้วเขาก็แค่เด็กคนหนึ่งที่คิดว่าการมีครอบครัวที่ออุ่นมันคือ ทุกๆอย่าง

“แต่ว่านิเวศน์ไม่ใช่เด้กปกติ

“งั้นก็หมายความว่าคุณจะไม่ร่วมมือที่จะแสดง

“แหงสิ”

จันวิภามองไปที่สุมิตรราวกับกระต่ายโกรธ
เออดีถึงตัวเธอเองจะประมือกับเขาไม่ได้แต่ว่ากระต่ายมัน กัดคนได้นะเว้ย!

ในขณะที่เธอกำลังคิดคำพูดนั้นอยู่ในหัวมตรก็เอ่ยขึ้นมา

“ผมหวังอยากให้ระหว่างเรามันเป็นความรักเหมือนเดิม

ใบหน้าหญิงสาวตะลึงไปก่อนจะก้มหน้าลงและเสริมองไป

ทางอื่น

สุมิตรยังคงมองไปที่จันวิภาอยู่ตลอดช่วงเวลานั้นแต่เธอ ไม่ยอมที่จะเงยหน้าขึ้นมาอีกเลยนั่นทำให้เขาแววตาจมหายไป เล็กน้อย

ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันอีกหลังจากนั้นจนกระทั่งนิเวศน์ เดินกลับมาที่โต๊ะ

“ผมกลับมาแล้วอาหารก็มาพร้อมแล้วทำไมป้ามาไม่กิน กันเลยหล่ะครับ?”

จันวิภาคลี่ยิ้มก่อนจะพูด”ลูกรีบกินเถอะป๊ากับม้าไม่หิวจะ

“ผม…..

“ที่บริษัทมีประชุมหน่ะพวกคุณค่อยๆกินกันไปนะ

เขากลงสูทขึ้นสวมก่อนเตรียมตัวจะไป อะไรวะเนี่ย?ทำไมป่าปีถึงยังอยากจะไปอีก นิเวศน์สีหน้าสิ้นหวังมองไปยังสุมิตรด้วยสายตาหม่นหมองประชุมอะไรถึงได้สำคัญขนาดนั้นกินข้าวให้เสร็จ ก่อนค่อยไปสิ”

“มีลูกค้ามาจากยุโรปหน่ะคืนนี้เขาจะกลับแล้วเลยต้องไป เจอก่อนที่เขาจะกลับครั้งหนึ่งคืนนี้ป้ากลับดึกนะลูกรีบเข้านอน หล่ะอย่าเล่นเกมดึกเข้าใจไหม?

นิเวศน์งอปาก”อื้อเข้าใจแล้ว

สุมิตรเดินออกไปนิเวศน์ก็คอตกลงแต่ดูท่าจันวิภาจะไม่รู้ สีกแยแสใดๆ

เธอตักซุปให้นิเวศน์ อย่าไปสนใจเขาเลยเรามากินข้าว กันดีกว่า”

“หม่า…..ปาโกรธเปล่า?”

หม่ามีจะไปรู้ได้ยังไงหล่ะครับป่าเขาก็วิ่งตั้งอยู่ตลอดอยู่

“แต่ว่าเราไม่ได้กินข้าวกับป่าปีมานานมากเลยนะครับ

“มีหม่ามีกินด้วยก็ยังไม่พอหรือครับ? หรือว่า…..จนวิภา ใบหน้าหมองลง ถ้าลูกคิดว่ามันไม่พอนั้นหม่าจะไปเรียกว่า เขากลับมา”

นิเวศน์คว้ามือจันวิภาอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องครับไม่ต้องมี หม่ามีแล้วทำไมจะไม่พอหล่ะมีแค่หม่ามีก็ดีแค่ไหนแล้ว

“งั้นลูกรีบกินซะนะหิวไม่ใช่รึไง
“อือฮี”

นิเวศน์ดื่มซุปเข้าไปในใจร้องไห้อย่างขมขื่น

จัดการอาหา อย่างดี บดีนี่มะนไม่ใช่โอกาสทองแล้ว หรือไงทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้! ! !

มันเป็นอย่างที่สุมิตรพูดเพราะคืนนี้เขาจะกลับดึกมาก จริงๆเพราะกว่าเขาจะกลับมาได้ก็เกือบเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว

แต่เขากลับมาก็ดิ่งเข้าไปอาบน้ำแล้วก็ไปที่ห้องหนังสือ เปิดคอมเตรียมจะทำงานต่อ

ติ๊งต่อง—

“เข้ามาสิ”

มีหัวน้อยๆ โผล่มาพร้อมส่งยิ้มให้กับสุมิตร

พอเห็นว่านิเวศน์เดินมาอยู่ข้างหน้าตนสุมิตรก็วางความ สนใจออกจากงาน ทำไมยังไม่นอนอีกถ้าหม่ามีรู้เข้าจะต้อง โกรธแน่ๆเลยนะ”

เขาถือถาดที่ยกไว้ขึ้นก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้ม ป่าต้องยัง ไม่ได้กินอะไรแน่ๆผมเอาข้าวเย็นมาให้

“วางไว้ตรงนั้นก่อน

พอเอาข้าวของสุมิตรไปวางที่โต๊ะนิเวศน์ก็ถือถาดไปยืนข้างๆสุมิตร

“ทำไมยังไม่ไปอีกมีอะไรรึเปล่า?”

นิเวศน์พยักหน้าลึกๆอย่างรวดเร็วก่อนจะนั่งตรงข้ามกับสุ มิตร ป่าป๊ากับหม่าจะเป็นแบบนี้กันไปถึงเมื่อไหร่?พวกเรา ฝ่าฟันอุปสรรคกว่าจะได้มาอยู่ด้วยกันแล้วทำไมต้องเสียเวลา มาตั้งแง่ตั้งงอนกันด้วยหล่ะครับ?


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ