พิชิตใจนายปีศาจ

ตอน381มีความลับ



ตอน381มีความลับ

ตอนที่ 381 มีความลับ

ชนินพรหยิบจดหมายลาออกสองฉบับนั้นมาอย่าง สบายใจและพูดแก้ตัวว่า “ต้องไม่ใช่อยู่แล้ว ฉันไม่รู้จักพวกเขา เลยด้วยซ้ำแค่กำลังคิดว่าพี่จันวิภาโชคดีมากที่มีท่านประธาน คอยคิดถึงตลอดเวลา”

สุมิตรถือซะว่ายังพอได้ยินคำพูดดีๆออกมาจากปากของ ชนินพรอยู่บ้างก็ยิ้มและมองไปที่จันวิภา แต่สุมิตรก็ต้องผิดหวัง เมื่อพบว่าในวิภาจันวิภาไม่ได้สนใจฟังที่สุมิตรพูดเลยสักนิดแต่ เอาแต่จ้องมองจดหมายลาออกทั้งสองฉบับนั้น

“เป็นอะไรไป จันวิภา” สุมิตรรู้สึกประหลาด

เมื่อได้ยินจันวิภาก็ละสายตาจากจดหมายลาออก ยิ้มและ พูดว่า “ไม่มีอะไร”

สุมิตรไอเบาๆสองครั้ง แล้วพูดกับชนินพรว่า “คุณไป จัดการเรื่องของสองคนนี้ก่อนเถอะ พี่จันวิภาของคุณยังจะต้อง ชงกาแฟใช้ผมก่อน

รู้สึกว่าตัวเองอยู่ตรงนี้กลายเป็นก้างขวางคอไปซะแล้ว ชนินพเก้อเขินอยู่ซักพัก ก็ขานรับและออกไปจากออฟฟิศ พอชนินพรออกไปแล้วสุมิตรก็ถามขึ้นว่า เมื่อเกิดอะไรขึ้นหรอ สองคนที่ลาออกนั้นมีอะไรผิดปกติหรือ

ใช่แล้ว จนวิภารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง เพราะว่า

ชนินทรบอกว่าไม่รู้จักสองคนนั้นมาก่อน แล้วก็ไม่ใช่เพื่อนด้วย แต่ว่าตอนนวิภาเดินเข้ามาในออฟฟิศกลับเห็นชนินพรกำลัง คุยอยู่กับสองคนนั้น

แปลว่าชนินพรโกหกนั้นหรอ หรือว่าชนินพรแค่คุยเรื่องลา ออกกับสองคนนั้นเท่านั้น

เพราะว่าข้างในใจก็ไม่มั่นใจ แถวจันวิภาก็ยังมีความรู้สึก ดีๆต่อชนินพรอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ก็ไม่ได้คิดที่จะบอกเรื่องนี้กับสุ มิตร ก็เลยตอบแบบขอไปทีว่า “ก็แค่ใจลอยบ้างบางที คุณจะ ขุดคุ้ยไปถึงไหน นี่คุณอยากหรือไม่อยากกินกาแฟกันแน่”

นี่เป็นการที่ดูจริงจังมาก สุมิตรหรี่ตาและพูดว่า “โอเค โอเค ผมคอแห้งจะแย่แล้ว คุณไปชงมาเร็วๆ

จันวิภาไม่ค่อยเต็มใจแต่กลับเดินเข้าไปในห้องชงกาแฟ ด้วยความเคยชิน ทั้งบริษัทตะวันกรุ๊ปมีแค่จันวิภาคนเดียวที่ สามารถชงกาแฟออกมาได้รสชาติที่ท่านประธานชอบ ไม่พูด ไม่ได้ว่า นภาก็มีฝีมือ

และสุมิตรตอนที่จันวิภาไม่ได้อยู่ข้างๆก็ครุ่นคิดอยู่สักพัก เขาได้โทรหาคนหนึ่ง

จนวิภาได้หายไปจากออฟฟิศของสุมิตรครึ่งวันเต็มๆ จนพอถึงเวลาเลิกงานทั้งสองคนถึงค่อยกลับบ้านด้วยกัน

นิเวศน์คนที่แต่ก่อนจะปฏิเสธการกินของจากฝีมือของฉัน วิภาตลอดตอนนี้กลับหิวจนไส้จะขาด พอได้ยินเสียงเป็นมาของ จนวิภากโผเข้าไปหาทันที

“หม่าม หม่า ทั้งขาหมูน้ำแดง หัวสิงโตน้ำแดง ปลาต้ม อะไรก็ได้เอามาให้หมด กรุณาทำให้ผมท้องแตกตายที่ครับ หม่าม

นิเวศน์หิวจนตาลาย กอดขอนภาไว้แน่น

จนวิภาพูดแบบได้ใจว่า “ลูกไม่หิวไม่ใช่หรอ อะไรกัน คิดถึงแม่แค่ตอนกินข้าว สุมิตรพูดล้อเล่นว่า “ผมควรจะทำอาหารอร่อยๆ ให้นิเวศน์

กิน โดยเฉพาะคุณ เพราะวันนี้เขาได้ช่วยเราไว้เยอะเลย

นิเวศน์ทําหน้าขอร้อง พร้อมกับพยักหน้า

แต่วิภาก็ยังไม่เข้าใจที่พูด วันนี้ทั้งวันนิเวศน์ก็น่าจะแค่ เล่นคอมพิวเตอร์ไม่ได้ทำอะไร เธอพูดอย่างไม่เข้าใจว่า “พ่อ ลูกสองคนนี้กำลังทำอะไรกันอยู่ รีบบอกมาเดี๋ยวนี้นะ

สุมิตรเอามือไปบีบสมูกของฉันวิภา พูดอย่างมีเลสนัยว่า “ผมจะให้บทเรียนคุณ แต่ไม่พอแค่นี้เพื่อสั่งสอนคุณตอนนี้ผม จะยังไม่บอกอะไรคุณ

“นิเวศน์ ลูกบอกแม่มาเดี๋ยวนี้นะ” จนวิภาเอามือท้าวเอว ในใจคิดว่าเค้นกับสุมิตรไม่ได้ความแน่ แต่เค้นกับลูกตัวเองยังไงก็ได้เชื่อฟังแม่บ้างละ

นิเวศน์พูดอย่างช่วยไม่ได้ว่า “ผมก็แค่ช่วยนิดหน่อย จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องอะไรผมก็ไม่ค่อยแน่ใจ ผมพูดความจริงนะ ครับ เพราะว่าหม่ามีพูดเองไม่ใช่หรอว่าไม่ให้ผมยุ่งเรื่องของ ผู้ใหญ่

สิ่งที่สุมิตรพูดกับสิ่งที่นิเวศน์พูดรวมกันแล้วเหมือนไม่ได้ พูดอะไร จันวิภาพูดอย่างไม่พอใจว่า “ฉันว่าพวกเธอสองคนคง ไม่อยากกินข้าวกันแล้วใช่มั้ย

สุมิตรและนิเวศน์มองหน้ากัน และรีบพูดง้อจนวิภาราวกับ ว่าเป็นเจ้าหญิง ทั้งชมทั้งลูบหลังแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ยอมพูด ความจริงออกไปอยู่ดี

ความลับไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ แต่ข้าวยังไงก็ต้องกิน และ รับมือไม่ได้กับสองคนพ่อลูกคู่นี้แล้ว จันวิภาสุดท้ายก็ต้องแลก แขนเสื้อขนเอาผ้ากันเปื้อนมาใส่และเดินเข้าไปในครัว

สุมิตรและนิเวศน์ที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นก็ปรบมือเพราะได้ รับชัยชนะ ทำให้ในวิภายิ่งรู้สึกกลัดกลุ้มเข้าไปอีก ตอนโกรธ ไม่รู้ตัวเลยหุ้งข้าวเยอะเกินไป ก็เลยทำให้นิเวศน์กินเยอะจน เกือบท้องแตกตาย

วันรุ่งขึ้น จันวิภาในที่สุดก็เตรียมตัวเผชิญหน้ากับงานที่ตัว เองกำลังจะได้ทำ แต่ตอนที่กำลังผูกเนคไทให้สุมิตร กลับได้รับข่าวว่าวันนี้ยังไม่ถึงเวลาทำงาน

จนวิภาโกรธมากเลยรัตเนคไทจนแน่น พูดด้วยความ หงุดหงิดว่า “คุณอยากให้ฉันกลุ้มใจตายอยู่ในห้องนี้หรอ

สุมิตรพูดขอให้ยอกโทษให้ว่า “คุณจะหงุดหงิดทำไม วัน นี้ทั้งคุณและนิเวศน์ก็จะเข้าบริษัทกับผม ผมมีเรื่องสำคัญที่จะ

ให้พวกคุณมาช่วยทำให้สำเร็จ

จนวิภาพูดอย่างไม่พอใจว่า “ความลับอีกแล้วหรอ

สุมิตรคิดไตร่ตรองสักพักแล้วจึงพูดขึ้นว่า “เอาเป็นว่าเป็น เซอร์ไพร์ ทำไมหรอ ก็ให้คุณได้มีอะไรให้คิดจะได้ไม่เบื่อไม่ดี

มันก็ดี จันวิภาแอบคิดในใจว่าเมื่อวานที่สุมิตรมีลับลมคม ในที่แท้มันเป็นเรื่องอะไรกันแน่

ทั้งสามคนก็ได้มาถึงที่ออฟฟิศของบริษัทตะวันกรุ๊ป สุมิตร รนั่งลงที่เก้าอี้หมุนราวกับพระราชาแต่กลับไม่เปล่งเสียงพูด อะไรเลย

นิเวศน์เล่นมือถือของตัวเอง

จันวิภาไม่รู้เลยว่าทั้งสองคนนี้วางแผนจะทำอะไรกันแน่ ตอนที่ในวิภากำลังอดไม่ได้ที่จะถาม ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะ ประตูที่คุ้นเคยดังขึ้น

ชนินพรเองหรอ
พอเดินเข้ามาในออฟฟิศ ชนินพรก็ถามอย่างสงสัยว่า “ท่านประธานมีเรื่องด่วนอะไรรึปล่าวคะ

สุมิตรไม่ได้ตอบอะไร แค่ทำหน้าเป็นหน้าและหันไปพยัก หน้าให้นิเวศน์ นิเวศน์ก็กดไปบนมือถือของตัวเองก็มีเสียงของ การสนทนาดังออกมา

ไม่ฟังก็ไม่รู้ พอได้ฟังก็ตกใจ

เสียงสนทนาที่ปล่อยออกไปนั้นเป็นเสียงของผู้หญิงสอง คนที่กำลังคุยกัน ความหมายโดยประมาณก็คือผู้หญิงคนนึง กำลังจะจ่ายเงินให้กับผู้หญิงอีกคนนึง และหนึ่งในผู้หญิงสอง คนนั้นก็รับผิดชอบให้กับบริษัทตะวันกรุ๊ปในเรื่องข่าวลือที่เสีย หายของจันวิภา

ไม่ต้องคิดก็รู้เลยว่าต้องเป็นสิ่งที่นิเวศน์หามาได้แน่ๆ

“คนนึงคือเจริญศรีและอีกคนนึงก็คือคุณ นิเวศน์ชี้นิ้วไปที่ ชนินพร พูดอย่างเย็นชาว่า “เพื่อเงินแค่เล็กน้อย ถึงกับยอมทำ เรื่องเลวร้ายเพื่อทําลายหม่าม ยกโทษให้ไม่ได้เด็ดขาด

พอนิเวศน์พูดเสร็จ เทปบันทึกเสียงก็หยุดพอดี ภายใน ออฟฟิศก็เต็มไปด้วยความเงียบ

ตัวของชนินพรก็เริ่มสั่น และหน้าของเธอก็เริ่มซีด ใจเต้น แรงมากจนตัวเขาเองคิดว่ามันจะทะลุออกมา

เธอคิดว่าเธอได้ทําอย่างรอบคอบแล้ว ไม่แค่ลบบันทึก การโทรแต่ยังหาคนมาเป็นแพะรับบาปแทนเรื่องที่สุมิตรกำลังสืบอยู่

แต่ทำไมถึงยังโดนเปิดโปง เธอคิดให้ตายก็คิดไม่ถึงว่า คนที่อยู่ตรงหน้าเธอคือผู้มีฝีมือสูง

เพราะสุมิตรขอให้นิเวศน์ช่วยถึงได้บันทึกการสนทนานี้มา ทั้งพยานคนและพยานหลักฐานก็ครบหมดแล้ว ต่อมาก็มีแค่ เดินคดีคิดว่าคงไม่มีขั้นตอนอื่นอีกแล้วละ


เพื่อการอัปเดตบทที่เร็วขึ้น กรุณาบริจาคสำหรับเว็บไซต์เพื่อซื้อบทใหม่! ขอขอบคุณ
THB

เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้แป้นคีย์บอร์ดซ้ายขวา A และ D เพื่อเรียกดูระหว่างบทต่างๆ